หลังจากที่อวี้จื่อลู่และหลันลั่วอิง ได้ยืนถกเถียงกันอยู่ครู่หนึ่งก็มีดรุณีน้อยในวัยไล่เลี่ยกลุ่มหนึ่ง เดินปรี่เข้ามาราวกับว่าได้ล็อคเป้าหมายไว้
"ตายแล้ว ดูนี่สิว่าข้าเจอใครเข้า ฮ่าฮ่าฮ่า"เด็กสาวจีบปากจีบคอพูดออกมาด้วยน้ำเสียงเล็กแหลม
"นี่มันมิใช่คุณหนูลั่วอิงตระกูลหลันหรอกหรือ"
"อืม...ข้ามองดูแล้ว ยังไงก็เป็นางมิผิดแน่มู่เอ๋อร์ ชิงเอ๋อร์"
"เ้านี่ สายตาช่างแหลมคมยิ่งนักหรูเอ๋อร์"
"แน่นอน ข้าเก่งอยู่แล้ว"
"ว่าแต่ เหตุใดสภาพนางถึงเป็เช่นนั้นเล่า"
"คงไม่พ้น ก่อเื่เรียกร้องความสนใจอย่างเคยนั่นแหละ พวกเราไปกันเถอะ อย่ามาเสียเวลาอยู่ตรงนี้เลย"
อวี้จื่อลู่ถึงกับงงงวยกับการมาไวไปไวของเด็กสาวกลุ่มนี้เพียงแค่ได้พูดจาถากถางหรือเหน็บแนมอีกฝ่ายเพียงนิดก็ยังดีไม่ว่าจะเป็ยุคไหนก็ยังคงมีคนแบบนี้อยู่ทุกที่จริงๆได้แต่ส่ายหัวไปมาด้วยความเหนื่อยหน่าย แล้วปลีกตัวเดินออกมาจากที่ตรงนั้นอย่างแเีพลางคิดเย็นนี้จะทำอะไรกินดี เพราะวันนี้เป็วันพิเศษคือวันเกิดครบรอบสิบเอ็ดหนาวของนางนั่นเอง จะทำอะไรกินดีนะ หม้อไฟ หมูกระทะ ชาบูหรือสุกี้ก็ไม่เลวแหะ ล้างปากด้วยผลไม้หวานฉ่ำ กรอบ อร่อย หากเพิ่มขนมเข้าไปอีกนิดแถมสุราที่นางได้แอบหมักไว้เพิ่มอีกสักไหสองไหท่านพ่อท่านแม่คงจะไม่ว่าอะไรหรอกมั้งแบบนี้ต้องเอ่ยชวนครอบครัวท่านลุงหม่ามาด้วยถึงจะสนุกนี่ก็ปาเข้าไปยามเว่ยเสียแล้ว กลับไปเตรียมของสำหรับอาหารคืนนี้ดีกว่า
"ท่านน้า พวกเรากลับบ้านกันเถิดเ้าค่ะเดี๋ยวจะไม่ทันการเอาได้ อย่าลืมสิเ้าคะว่าเราแอบออกมาโดยที่ไม่ได้บอกใครเลยหรือเปล่า?" พลางย้อนกลับนึกคิดว่าก่อนตนแอบออกมาได้บอกกล่าวไว้หรือไม่?แต่คงได้บอกไว้แล้วแหละมั้ง ฮ่าฮ่าฮ่า หากลืมจริงๆคนที่โดนก่อนคงมิใช่นางเป็แน่ พลางเหลือบตามองคนด้านข้าง ด้วยสีหน้าขอโทษขอโพยอยู่ในใจแต่จะโดนลงโทษก็มีอยู่คนเดียวถ้าหากอี้ถังมาได้ยินความคิดนางเข้าคงได้ปวดหัวหนักกว่าเก่าเป็แน่แต่เพราะว่านี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่อวี้จื่อลู่แอบหนีออกไปเที่ยวเล่นอยู่บ่อยๆและอี้ถังก็เป็คนรับหน้าแทนตลอด จนทั้งคู่แค่มองตาก็รู้ได้ในทันทีว่าอีกฝ่าย้าสิ่งใดโดยไม่ต้องเอ่ยออกมามีแค่อี้ถังเพียงคนเดียวเท่านั้นที่รู้ว่านางชอบหายไปอยู่ที่ไหนบ้างระยะหลังนี้คนที่บ้านจึงไม่ค่อยกังวลหรือเป็ห่วงเท่าใดนักเพราะทุกครั้งที่นางหายไปก็จะมีอี้ถังติดตามไปด้วยตลอด
ทว่าวันนี้นางไปมีเื่กับคนตระกูลหลันมาป่านนี้ข่าวคงรู้ไปถึงหูพวกท่านทั้งสองจนหมดแล้วแน่ๆลืมไปได้อย่างไรว่าคนของท่านแม่เองก็มีแทบทุกที่ ไหนจะคนของท่านพ่ออีกหวังว่ากลับไปถึงท่านแม่คงไม่ออกมาต้อนรับนางด้วยไม้เรียวหรอกนะแค่คิดขนทั่วร่างก็ลุกพรึ่บไปทั้งตัวแบบนี้ต้องหาของฝากติดไม้ติดมือกลับไปให้ท่านแม่ด้วยน่าจะดีที่สุด เอาเป็อะไรดีนะ
“ท่านน้า ข้าควรเตรียมสิ่งใดกลับไปฝากท่านแม่ดีเ้าคะ”
“หืม เหตุใดถึงต้องมีของฝากหรือ?”
“ก็…ถ้าเกิดกลับไปถึงแล้วเจอท่านแม่ยืนรอพร้อมกับไม้ในมือแล้วข้าจะทำอย่างไรเล่าเ้าคะ”
“นายหญิงไม่มีทางทำเช่นนั้นแน่นอนในเมื่อท่านรักและตามใจคุณหนูมาตลอด” แล้วเล่าย้อนไปในเหตุการณ์ต่างๆที่อวี้จื่อลู่ได้กระทำมาทั้งหมด
ครั้งแรกแอบหนีไปเล่นตรงลำธารใน่อากาศหนาวเย็นและไม่ระวังทำให้พลัดตกลงไปในแม่น้ำทำเอานางป่วยไปหลายวัน
ครั้งที่สองแอบหนีเข้าไปในป่าชั้นในตรงหลังบ้านก็ดันไปขโมยลูกของไก่ปราณที่ขึ้นชื่อว่าหวงลูกจนแม่มันตามมาถึงที่ทำเอาโดนท่านแม่บ่นไปสามสี่วัน
ครั้งที่สามแอบเอากระบี่พี่ใหญ่ไปซ่อนแล้วลืมทำให้หาไม่เจออยู่หลายวัน ก็โดนพี่ใหญ่งอนไม่คุยด้วยสามสี่วันจนพี่รองไปเจอเข้าข้างโขดหินใกล้ลำธาร
เมื่อฟังในสิ่งที่อี้ถังบอกพลางก็คิดตามไปด้วยเผลอเบ้ปากทำหน้าเหยเกกับวีรกรรมที่ตนได้ก่อ“มันก็จริงดั่งที่ท่านน้ากล่าวมาทั้งหมด” เรานี่ก็เก่งมิใช่ย่อย เื่ป่วนๆตกยกให้นางทั้งหมดแล้วจริงๆ
“เอ่อ…ว่าแต่คุณหนูได้เตรียมใจไว้บ้างหรือยัง”
“ก็มีบ้าง ว่าแต่ทำไมท่านถึงถามออกมาเช่นนั้นละเ้าคะ”กัดปากเบาๆ อย่างใช้ความคิด
“ลองหันไปมองตรงด้านหน้าสิขอรับ พอจะเห็นสิ่งใดบ้างไหม?"
“อื้อหือ!! เต็มสองลูกกะตาเลยเ้าคะ” แม่เ้าโว้ยยยยย ลูกตาแทบถลนออกมาจากเบ้าจื่อเอ๋อร์จะโดนไม้เรียวหวดก้นแล้ว ช่วยด้วยยยยย
เห็นท่าทางเลิ่กลั่กของอวี้จื่อลู่แล้วพาลทำให้มุมปากกระตุกยิ้มขึ้นมาไม่รู้ตัวก่อนหันไปมองทางนายหญิงที่ตอนนี้ยืนกลั้นขำกับอาการของเด็กสาวด้านข้างอี้ถังรู้ดีว่านายหญิงไม่มีทางลงไม้ลงมือกับอวี้จื่อลู่แน่นอนอย่างมากก็แค่ถือไม้ออกมาขู่ให้นางได้ลดความซุกซนลงบ้าง ด้านอวี้เหิงเยว่และอวี้เฉิงรุ่ยหลังจากทราบข่าวว่าน้องน้อยของตนโดนรังแกจากคุณหนูตระกูลอื่นก็รู้สึกเป็ห่วงอย่างมากแต่มิได้เป็ห่วงน้องน้อยของตนหรอกนะ กลับตรงกันข้ามคนที่น่าเป็ห่วงจริงๆคือคนที่กล้ามีเื่กับนางต่างหากเล่า
“คารวะนาหญิง คารวะคุณชายใหญ่ คุณชายรองขอรับ” สามคนแม่ลูกพยักหน้าเป็เชิงรับรู้แล้วหันไปสนใจอีกคนที่กำลังเดินเข้ามา
“มาแล้วหรือ? เ้าตัวแสบ”
“เ้าค่ะ ลูกกลับมาแล้ว”
“แต่ข่าวของเ้าในตลาดกลับเร็วกว่านี่สิเ้าจะให้แม่ทำเช่นไรดี? หืม…”
“อะ…เอ่อ คือ” ทำไมนางถึงรู้สึกเย็นหลังวาบก็ไม่รู้ยิ่งน้ำเสียงของท่านแม่ตอนนี้อีก บรึ่ย!! ไม่อยากจะคิดเลย
“เป็อะไรไปหรือ? ลูกรักเหตุใดหน้าตาถึงได้ซีดเซียวเช่นนี้”
“ปะ…เปล่าเ้าค่ะ ลูกสบายดี สบายม๊ากมากกก”
“อ้อ!! เป็อย่างนั้น ดีแล้วที่เ้าไม่ป่วย”
“เ้าค่ะ”
“ดีๆๆ ถ้างั้นร่างกายเ้าคงแข็งแรงพอที่จะ…”ทว่าเสียงร้องของเด็กสาวดังลั่นขึ้นทำเอาพวกเขาทั้งหมดถึงกับสะดุ้ง
“โอ้ยยย!! ข้ารู้สึกปวดหัวขึ้นมาเฉียบพลันข้าขอตัวไปพักก่อนนะเ้าคะ ท่านแม่ พี่ใหญ่ พี่รอง ฟิ้ววววว…”พูดจบก็วิ่งปรู๊ดเข้าบ้านก่อนพุ่งตรงไปยังห้องนอนของตน ลงกลอนประตูหน้าต่างแล้วทำการผลัดเปลี่ยนอาภรณ์ชุดใหม่ แต่ยังไม่ลืมของฝากให้ท่านแม่โดยอี้ถังเป็คนส่งมอบให้อีกเช่นเคย
“…”
“…”
“*-*”
“-_-!!”
กว่าจะรู้สึกตัวอีกทีอวี้จื่อลู่ก็ได้วิ่งฝุ่นตลบหายเข้าไปในบ้านเสียแล้วปล่อยให้พวกเขายืนนิ่งอยู่หน้าลานบ้าน พอเริ่มได้สติกลับมาต่างก็พาหัวเราะในการกระทำของนางกลายเป็ที่ขบขันประจำบ้านแต่หากวันใดนางเกิดป่วยขึ้นมาทั่วทั้งบ้านก็จะขาดเสียงหัวเราะไปในทันที
ณ ยอดไม้สูงตระง่านแถวชายป่าบ้านอวี้จื่อลู่มีสองบุรุษกำลังจับจ้องมองไปที่อวี้จื่อลู่ จวบจนกระทั่งนางวิ่งหายเข้าไปในห้องทั้งสองจึงได้เลิกสนใจแล้วถอนสายตากลับคืน
“เ้าสนใจนางอย่างนั้นหรือ? หยางหลง”
“…”
“ท่าทางเช่นนี้ คือใช่สินะ”
“เก็บปากเ้ากลับไปซะ ก่อนที่จะไม่มีให้ใช้”น้ำเสียงติดรำคาญหลุดออกมาจากบุรุษหน้าตาย ทว่าชิงอี๋กลับชินชาเสียแล้วเพราะเขาเห็นมาั้แ่จำความได้
“โอ๊ะ!!” ช่างโหดร้ายได้เสมอต้นเสมอปลายเสียจริง