============ รักนี้ดีต่อใจ ============
จุดเริ่มต้นของความความช่วยเหลือ
“รินครับไปอาบน้ำได้แล้ว”เสียงทุ้มเอ่ยกับร่างเพรียวบางที่นั่งขัดสมาธิอยู่บนเตียงนุ่มสีขาว
“แปปนึงนะคะพี่ซีนรินคุยกับยัยพริ้งอยู่” รินลดาหันมาตอบรับชายหนุ่มพร้อมรอยยิ้มเต็มหน้าก่อนจะหันไปสนใจปลายสายอย่างเดิม โดยไม่มีท่าทีจะวาง
ท่าทางของหญิงสาวทำให้ชายหนุ่มระบายลมหายใจออกยาวก่อนจะส่ายหน้าอย่างระอาใจ
เป็เื่ชินตาเสียแล้วกับท่าทางทีตอบกลับมาของภรรยาสาวในเมื่อผู้ที่อยู่ปลายสายการสนทนาของภรรยานั้นคือ ‘พริ้งพราว’ เพื่อนรักเพื่อนซี้ของเธอ
เพื่อนสนิทสองคนที่ซี้กันมากซี้กันถึงขั้นว่าความสำคัญของสามีอย่างเขายังตกเป็รองเพื่อนคนนี้ของรินลดา
ก่อนหน้านี้ เขาไม่ได้มีปัญหากับความสนิทของเพื่อนสาวของภรรยาหรอกหากแต่ตอนนี้ที่แต่งงานกันแล้วนี่ซิ ชักทำให้หงุดหงิดใจก็ในเมื่อเพื่อนสาวคนนี้โทรมาคุยกับคนข้างตัวเขาไม่น้อยกว่าสี่วันต่อสัปดาห์!ยังไม่นับว่าบางอาทิตย์ก็โทรมาทุกวัน ไม่รู้ว่ามีเื่อะไรคุยกันนักหนาทำให้คนที่ถูกภรรยาละเลยยังอย่างเขาชักหงุดหงิด
เออ! กลับบ้านเหนื่อยๆก็อยากจะมีคนรักมาพะเน้าพะนอให้คลายเหนื่อยออดอ้อนอย่างน่ารักให้สมกับการเป็ข้าวใหม่ปลามันเสียบ้างแต่นี่ั้แ่แต่งงานมาเกือบสองเดือนเขาได้กอดร่างบอบบางของภรรยายังไม่ถึงห้าครั้งดี นี่ยังไม่นับรวมการที่พากันออกไปเที่ยวช้อปปิ้งตามประสาเพื่อนสาวใน่วันหยุดอีกนะ!
ศิรวัฒน์ได้แต่คำรามในใจอย่างหงุดหงิดก่อนจะยิ่งหนักขึ้นเมื่อขนาดว่าเขาแต่งตัวเสร็จแล้วภรรยาคนสวยก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะวางสายลง
ศิรวัฒน์ถอนใจหนักๆอีกครั้งก่อนจะคว้าโทรศัพท์แล้วหมุนตัวออกจากห้องนอนทันที
หงุดหงิดโว้ยยยยยยยยยยยยยยย!
============ รักนี้ดีต่อใจ ============
ปัง!!!
เสียงปิดประตูดังขึ้นทำให้ร่างบางระหงส์บนเตียงสะดุ้งก่อนจะเบนสายตามามองแล้วยิ้มเจื่อนเอ่ยกับปลายสายเสียงเบาอย่างเพิ่งรู้สึกตัว
“พริ้งรินต้องวางแล้วอ่ะ สงสัยพี่ซีนจะโกรธอีกแล้ว”
“[อ้าว โกรธอีกแล้วเหรอ โอเคๆงั้นเราไม่กวนหนูรินแล้วดีกว่า ไปง้อพี่ซีนเถอะเดี๋ยวก็มาค่อนขอดเราอีกว่าเราสำคัญกว่า]” คนปลายสายว่าอย่างติดตลกหากแต่ก็ยอมวางสายแต่โดยดี
รินลดาวางโทรศัพท์ลงใบหน้างามเหลือบมองนาฬิกาบนหัวเตียงแล้วรำพึงเบา
“พี่ซีนโกรธมากแน่ๆเลย”ว่าจบร่างเพรียวระหงส์ก็ลุกขึ้นจากเตียงก่อนจะคว้าผ้าขนหนูที่แขวนอยู่แล้วผลุบเข้าไปในห้องน้ำพร้อมๆกับความคิดที่ว่าจะง้อคนรักอย่างไรดี
============ รักนี้ดีต่อใจ ============
“[นี่มึงก็เลยหนีออกมาคุยกับกูว่างั้น]” เสียงทุ้มปลายสายว่าเคล้าเสียงหัวเราะอย่างอ่อนใจเมื่อเขาได้รับโทรศัพท์จากเพื่อนคนนี้บ่อยๆด้วยเื่เดิมๆ
“เออกูหงุดหงิดจะตายห่าแล้ว คุยอะไรกันนักหนาวะ กลางวันก็ใช่ว่าจะไม่เจอกันนะนี่ก็เพิ่งออกไปช้อปปิ้งกันมาเมื่อสองวันก่อน” ชายหนุ่มว่าต่ออย่างขุ่นเคืองมือใหญ่คว้าแก้วบรั่นดีตรงหน้าขึ้นมาจรดที่ริมฝีปาก ก่อนจะกระดกเข้าคอ
“[พูดยากว่ะคู่นั้นขึ้นชื่อลือชาเื่ตัวติดกันมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว แต่แปลกนะก่อนแต่งก็ไม่เห็นมึงจะอะไรนี่หว่า]”เสียงปลายสายตอบกลับมาอย่างจนใจที่จะช่วยเหลือเช่นกัน
“ก็ไม่ใช่ว่าไม่มีหรอกแต่ไม่ได้อยู่ด้วยกัน กูก็โทรหาไง ก็ยังยอมวางมาคุยกับกู กูก็เลยปล่อยๆไม่อยากทะเลาะ ไม่อยากงี่เง่าใส่ แต่นี่พอแต่งแล้วมาอยู่ด้วยกันกูก็นึกว่าจะดีขึ้น น่าจะสนใจกูบ้าง ที่ไหนได้ แย่กว่าเดิมอีก”ศิรวัฒน์เอ่ยเสียงขุ่นอย่างคนใกล้หมดความอดทนเต็มที
“[ฟังแล้วปวดหัวแทนว่ะ]”ปลายสายว่าอย่างกลัดกลุ้มไปตามกันเมื่อนึกถึงคู่ซี้ปาท่องโก๋อย่างรินลดาและพริ้งพราว
สาวสาวสองคนที่พูดถึงนั้นเป็ที่รู้จักกันดีในหมู่วงสังคมไฮโซด้วยความที่ตัวติดกันราวกับฝาแฝดก็ไม่ปาน เหตุเกิดจากว่าบ้านของทั้งสองสาวนั้นผู้สูงวัยไม่มีเวลาให้ในวัยเยาว์ หากอยากได้อะไรก็จะมีคนรับหน้าที่จัดการแทนบุพการีให้ั้แ่เด็กดังนั้นเมื่อสองคนที่ถูกเลี้ยงมาแบบเดียวกันใน่วัยเดียวกันก็สนิทกันและร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมาั้แ่จำความได้ทั้งสองสาวเป็ที่พึ่งของกันและกันเสมอมา หากคนใดคนหนึ่งทุกข์อีกคนก็จะคอยปลอบใจหากมีความสุขก็จะมีกันอยู่ข้างๆจนถึงขนาดเกิดเสียงลือกันไปเชียวว่าทั้งคู่เป็หญิงรักหญิง่ชีวิตที่ก้าวข้ามความเป็วัยรุ่นกันเพียงแค่สองคนนั่นทำให้ทั้งคู่ไม่เชื่อถือใครมากกว่าเพื่อนของตนเองมิตรภาพที่ยาวนานกว่ายี่สิบปีทำให้ใครไม่สามารถแทรกกลางระหว่างทั้งคู่ได้ แม้กระทั้งรินลดาแต่งงานมีครอบครัวแล้วก็ตาม
ความคิดที่ทำให้ชายหนุ่มผู้อยู่ปลายสายอ่อนใจไม่รู้จะช่วยเหลือเพื่อนอย่างไรเมื่อเขาเองก็รู้แก่ใจดีว่าสองสาวคู่นี้เป็อย่างไร
“[ฉันก็ได้แต่บอกแกแบบเดิมล่ะต้องให้ยัยพริ้งมีแฟนเป็ตัวเป็ตนเสียที ไม่งั้นชีวิตคู่แกต้องเป็แบบนี้ไปอีกนาน]” ปลายสายว่าอย่างอ่อนใจด้วยรู้ว่าคำที่บอกนั้นยากเย็นเหลือเกิน
“กูก็อยากให้มีแต่แม่งเข้ามากี่คนไม่ไหวสักคน ยัยพริ้งซัดหมอบหมด” ชายหนุ่มตอบกลับอย่างระอาใจด้วยรู้ฤทธิ์เพื่อนสนิทของภรรยาตนเองดี“เพื่อนกูไม่ขยาดก็กลายเป็พี่ชายน้องชายไปเกลี้ยง ไม่เหลือสักคน เฮ้อ...........”
เสียงถอนหายใจยาวทำเอาคนอยู่ปลายสายขยับยิ้มก่อนจะเอ่ยปลอบเพื่อนแม้จะไม่ได้ทำให้ดีขึ้นสักเท่าไร
“[เอาน่ามึงต้องมีสักคนสิน่าที่เอายัยพริ้งอยู่]”
“มึงไงคีย์”เสียงทุ้มเอ่ยขัดขึ้นมาทันที “น้องมันฟังมึงไง แต่มึงก็ไม่จีบมันซักทีช่วยกูหน่อยสิวะ” ศิรวัฒน์ว่าขณะจรดแก้วเหล้าเข้าปากอีกครั้งเสียงทุ้มเอ่ยออกมาอย่างอ้อนวอนคนที่อยู่ปลายสาย “กูขอร้องล่ะคีย์ ไม่จีบก็ได้แต่ช่วยแยกพริ้งออกจากรินให้หน่อย อาทิตย์หน้ากูจะไปฮันนีมูนแล้วถ้ายังเป็อย่างนี้อีก ทริปกูล่มแน่”
คำร้องขอที่ปลายสายหัวเราะในคอแต่ไม่ตอบรับคำเพื่อน“[หาเื่ให้กูอีกแล้วนะมึง]”
“เออน่าแล้วมึงอยากได้อะไรกูจะหามาถวาย ขอร้องเถอะ เอายัยพริ้งออกจากรินที!” คนขอยังย้ำคำเดิมในขณะที่ปลายสายยังหัวเราะไม่หยุดก่อนจะรับคำเพื่อน
“[เออๆ เดี๋ยวกูช่วย กลับจากฮันนีมูนก็หาเหล้าดีๆสักขวดมาให้กูแก้ปวดหัวด้วยละกัน]”
“เออขอบใจ” ชายหนุ่มว่าก่อนจะวางสายแล้วผ่อนลมหายใจลงให้คลายความหงุดหงิดมือใหญ่ยกแก้วจรดริมฝีปากเป็ครั้งสุดท้ายก่อนจะลุกออกจากเก้าอี้บาร์ตัวสูงแล้วเดินกลับเข้าไปในห้องนอน
============ รักนี้ดีต่อใจ ============
สายถูกตัดไปแล้วหากแต่คนถูกขอร้องยังคงหัวเราะเบาพร้อมกับส่ายหน้าอย่างจนใจดวงตาคู่คมพราวระยับยามเมื่อนึกถึงเื่ที่เพื่อนร้องขอไว้
“เห็นที่ต้องเรียกมาทำโทษสักหน่อยแล้วเ้าตัวแสบ” เสียงทุ้มพึมพำเบาอย่างคนชอบใจ ร่างสูงของคีตา เมธารักษ์สกุล เอนตัวลงบนโซฟาตัวยาวก่อนจะปล่อยให้ความคิดล่องลอยไปทั้งที่รอยยิ้มยังติดอยู่บนริมฝีปากอิ่ม
รินลดาและพริ้งพราวเพื่อนซี้ปึ๊กชนิดที่ว่าเจอรินลดาที่ไหนก็เห็นพริ้งพราวที่นั่น
จริงอยู่ที่สองสาวนั่นมีบุคลิกลักษณะคล้ายกันเป็สาวงามทั้งคู่ หากแต่นิสัยยังแตกต่างกันอย่างไม่น่าเชื่อ
รินลดาเป็สาวสวยใบหน้างามคงความละมุน น่ารัก ความอ่อนโยนและเป็กันเอง ทำให้เธอดูน่าทะนุถนอมในสายตาผู้อื่นเ้าหล่อนจึงค่อนข้างเนื้อหอมกว่าเพื่อนสาวอีกคน
ในขณะที่พริ้งพราวมีดวงหน้าหวานจัดดวงตาคู่โตหวานล้ำยามเมื่อเธอขยับยิ้ม ซึ่งดึงดูดใจชายได้ไม่ยาก หากแต่ความมาดมั่นในแบบของเ้าตัวและความตรงไปตรงมาทำเอาชายหนุ่มหลายคนที่เคลิบเคลิ้มไปกับดวงหน้าสวยขยาดทันทีที่เริ่มสนทนากัน
จึงไม่แปลกนักที่รินลดาจะมีใครเข้ามาพิชิตหัวใจดวงน้อยได้ก่อนสาวสวยอีกคนซึ่งคนที่พิชิตใจสาวคนนี้มาได้ก็ไม่ใช่ใคร นายศิรวัฒน์พิภพภูมิ เพื่อนเขาที่โทรมานั่นแหละ
============ รักนี้ดีต่อใจ ============
“พี่พริ้งคะมีแขกมาขอพบค่ะ” เสียงหวานใสของเลขาตัวเลขอย่างอรจิราเอ่ยบอกกับเ้านายคนสวยเมื่อวางแก้วกาแฟลงบนโต๊ะผู้เป็นายเรียบร้อยแล้ว
“ใครน่ะ”เสียงหวานใสกว่าเอ่ยถามทั้งที่ดวงหน้าสวยยังไม่ละสายตามจากแฟ้มงานตรงหน้า
“คุณคีตาค่ะ”
ทันทีที่ชื่อแขกผู้ขอเข้าพบหลุดจากปากเลขาของตัวเองร่างบอบบางที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ผู้บริหารก็ชะงักกึก ดวงหน้าสวยเงยขึ้นสบตาคนพูดคิ้วเรียวสวยที่รับกับดวงหน้าหวานขมวดเข้าหากันอย่างแปลกใจก่อนที่ริมฝีปากบางสีสดเอ่ยตอบเลขาตัวเอง
“ให้รอที่ห้องรับรองค่ะ ขอห้านาที เดี๋ยวพริ้งออกไปพบ”
“รับทราบค่ะเ้านาย” อรจิรารับคำแล้วหมุนตัวออกจากห้องของนายตนเองอย่างกระฉับกระเฉง
============ รักนี้ดีต่อใจ ============
“พี่คีย์มีอะไรหรือเปล่าคะมาหาพริ้งถึงที่นี่” เสียงใสเอ่ยทักคนที่นั่งอยู่บนโซฟาทันทีที่ผลักประตูเข้ามาร่างบางระหงส์เดินเข้ามาใกล้ก่อนจะทรุดกายลงบนโซฟาอีกตัวที่ตั้งอยู่ตรงข้ามผู้ที่นั่งอยู่ก่อนแล้ว
คนได้รับคำทักทายเป็คำถามขยับยิ้มมือใหญ่ขยับแก้วกาแฟในมือขึ้นมาจิบก่อนจะวางลง แล้วเอ่ยเย้าพร้อมกับดวงตาพราวระยับ
“ไม่คิดจะทักทายพี่ก่อนสักนิดเลยหรือ”
คำพูดที่ทำให้เ้าของดวงหน้าหวานยู่หน้าลงริมฝีปากบางเอ่ยตอบกลับคนตรงหน้าอย่างฉะฉาน
“ถ้าพี่คีย์ไม่มีธุระคงไม่ถ่อสังขารมาหาพริ้งถึงนี้หรอกค่ะพริ้งรู้”
คำตอบที่เรียกรอยยิ้มของคีตาให้กว้างกว่าเดิมดวงตาคู่คมกวาดมองร่างบอบบางตรงหน้าอีกครั้งก่อนจะส่งประกายตาพราวระยับกว่าเดิมไปให้อีกฝ่าย
“วันนี้เซ็กซี่นะคะ สาวน้อย”เอ่ยเย้าคนที่วันนี้สวมเกาะอกสีขาวประดับด้วยคริสตัลใสและเลื่อมสะท้อนแสงรอบตัวโชว์เนินเนื้ออิ่มเต็มสวมทับด้วยเสื้อคลุมสีขาวยาวครึ่งแขน พร้อมกางเกงผ้านิ่มสีฟ้าอ่อนสามส่วนแนบชิดเรียวขาสวยขับผิวขาวๆของคนใส่ให้กระจ่างตาคนมอง ใบหน้าหวานแต่งแต้มเพียงแป้งบางเบาเปลือกตากลมโตคู่สวยแต่งแต้มด้วยสีส้มอ่อนรับกับริมฝีปากบางที่แต้มด้วยลิปติสีส้มสดใสชวนให้น่ามองยิ่งขึ้นไปอีก
เสียงทุ้มที่เอ่ยกระเซ้าทำให้คนที่นั่งอยู่ชะงักก่อนจะเหลือบมองตามสายตาของใครอีกคน แล้วยืดตัวตรงมือเรียวบางขยับกระชับเสื้อคลุมตัวเอง แก้มใสขึ้นสีระเรื่อริมฝีปากเรียวบางร้องะโใส่คนตรงหน้าอย่างขุ่นใจ
“พี่คีย์ ทะลึ่ง!” ไม่ว่าเปล่าร่างบางสมส่วนของคนพูดผุดลุกขึ้นเต็มความสูงไม่วายสะบัดเสียงใส่คนที่นั่งอยู่อีกรอบ “ไม่คุยกับพี่คีย์แล้ว มีอะไรฝากอรไว้นะคะพริ้งขอตัวกลับไปทำงานก่อน” ว่าจบก็สะบัดดวงหน้าสวยหวานที่บึ้งตึงให้ชายหนุ่มแล้วก้าวออกจากห้องทันที
“เดี๋ยวสิคะ” หากแต่ไม่ทันได้ก้าวออกจากห้องอย่างใจนึกแขนบางก็ถูกยื้อไว้ด้วยมือใหญ่ของคนที่ไวกว่า วงแขนแข็งแรงปานคีมเหล็กก็ตวัดเข้าที่เอวบางรั้งคนแสนงอนมาไว้กับอกอุ่น เสียงทุ้มเอ่ยออกมาอย่างติดหวานปนชอบใจ“พี่ล้อเล่นเฉยๆเองค่ะ”
คนถูกรั้งกัดริมฝีปากตัวเองฉับดวงหน้าหวานจัดแดงหนักยิ่งกว่าเก่าเมื่อแผ่นหลังแนบเข้ากับอกอุ่น ร่างบอบบางยังคงดิ้นขณะที่เอ่ย“ปล่อยนะคะพี่คีย์ เดี๋ยวคนอื่นมาเห็น เข้าใจผิดกันหมดพอดี”
“ไม่เห็นจะเป็อะไรนี่คะ”หากแต่ชายหนุ่มไม่ฟังคำท้วง วงแขนแข็งยังคงรัดเอวบางแน่น ดวงหน้าคมก้มลงสูดความหอมกรุ่นจากคนในอ้อมแขนแล้วกระซิบเบาข้างหู“คนแถวนี้จะได้เป็ของพี่สักที”
จบประโยคริมฝีปากอิ่มก็ขบเบาๆเข้าที่หูของร่างบอบบางััที่เรียกให้คนที่ดิ้นอยู่ชะงัก ดวงหน้าหวานแดงจัดพวงแก้มใสร้อนวูบเหมือนคนเป็ไข้ เสียงหวานร้องออกมาเสียงหลง “พี่คีย์!”
เสียงร้องที่ทำให้ชายหนุ่มหัวเราะเบามือใหญ่ที่กอดรัดร่างบางอยู่ลูบแขนเรียวสองข้างอย่างปลอบโยน
“โอ๋ๆพี่ไม่แกล้งพริ้งแล้วก็ได้ค่ะ”ชายหนุ่มว่าก่อนจะคลายวงแขนออกแล้วจับให้คนหน้าสวยหันกลับมาหาตนเอง
“ว่างมากหรือไงคะเนี่ยมาแกล้งคนอื่นแบบนี้”คนถูกบังคับให้หันมาเผชิญหน้าเอ่ยเสียงขุ่นหากแต่ใบหน้าหวานยังคงก้มลงไม่สบตากับคนที่สูงกว่า
คำถามที่คนถูกถามขยับรอยยิ้มกว้างกว่าเดิมมือใหญ่ดันปลายคางของคนที่ไม่ยอมสบตาให้ขึ้นมาเผชิญหน้ากัน
“ก็ว่างมากพอที่จะทำแบบนี้กับพริ้งล่ะค่ะ”เสียงทุ้มเอ่ยบอกอย่างอ่อนหวาน มือใหญ่ไล้ไปตามแก้มเนียนดวงตาคู่คมพราวระยับยามเมื่อมองสบคนตรงหน้าดวงหน้าคมคายของคนสูงกว่าโน้มต่ำลงมาใกล้ ปลายนิ้วเรียวลากเลื่อนมาคลึงริมฝีปากสีสดเบาๆ“Can I kiss you baby?”
ไม่มีคำตอบจากร่างเพรียวบางมีเพียงแค่มือเล็กขยับขึ้นมาโอบรอบคอของชายหนุ่ม แล้วเบียดกายเข้าหาคนตรงหน้าราวกับต้องมนต์เสน่ห์ของเสียงทุ้มอ่อน
ร่างบอบบางที่เบียดเข้าหาเรียกรอยระยับในดวงตาของชายหนุ่มให้พร่างพราวกว่าเก่าก่อนจะค่อยๆแนบริมฝีปากตัวเองลงไปบนกลีบปากบางที่เย้ายวนใจอยู่ตรงหน้า มือใหญ่ประคองต้นคอขาวขยับกระชับองศาให้รองรับริมฝีปากที่ทาบทับลงไปให้แแ่ขึ้นและร้อนแรงขึ้นปลายลิ้นร้อนแตะแต้มกลีบปากบางอย่างหลงใหลก่อนจะสอดเข้าไปหาความหวานล้ำจากภายใน
“อื้ออ....”เสียงหวานเล็ดลอดออกมาเมื่อชายหนุ่มยังส่งความร้อนแรงผ่านปลายลิ้นเรียวไม่หยุดหย่อนดวงตาคู่หวานปรือลงรับััอุ่นร้อนจากคนตรงหน้าอย่างไม่มีขัดขืน แแ่เนิ่นนานจน่ลมหายใจแทบขาดก่อนที่ชายหนุ่มจะถอนริมฝีปากออกหยาดน้ำใสหยาดเยิ้มติดริมฝีปากชายหนุ่มจากััร้อนเมื่อครู่คีตาตวัดปลายลิ้นััหยาดน้ำใสนั้นก่อนจะค่อยๆผละออกจากร่างบอบบางตรงหน้าริมฝีปากอิ่มคลี่ยิ้มอย่างถูกใจปลายนิ้วเรียวคลึงเบาที่มุมปากของร่างบอบบางตรงหน้าอย่างห้ามใจก่อนจะดึงมือออก
ร่างสูงใหญ่ขยับตัวออกเล็กน้อยแต่แขนเรียวยาวอีกข้างยังคงประคองอยู่ที่เอวบางของคนหน้าหวาน
“ชื่นใจค่ะ”ดวงหน้าคมเข้มเอ่ยทั้งที่ประกายตายังคงวาววิบวับอย่างถูกใจดวงหน้าสวยค้อนให้ก่อนจะผละออกจากอกอุ่นแล้วเอ่ยอย่างเป็การเป็งานทั้งที่ใบหน้ายังร้อนผ่าวกับััที่ได้รับ
“ตกลงพี่คีย์มีธุระอะไรคะ”
คำถามเดิมที่ชายหนุ่มเพียงแค่ยักไหล่ให้ก่อนจะทรุดกายลงนั่งบนโซฟาแล้วเอ่ยตอบสั้น“ซีนมันบอกว่าพริ้งไปแย่งเวลามัน”
คำพูดที่ทำให้คนหน้าหวานพ่นลมหายใจเบาแล้วทรุดกายลงนั่งข้างๆชายหนุ่ม “ว่าแล้วเชียว”
“รู้ด้วยหรือคะ”อีกฝ่ายเอ่ยถามยิ้มๆ ดวงตาคู่คมเลิกขึ้นอย่างล้อเลียน
“คงไม่รู้เลยมั้งคะยัยหนูรินรีบวางสายปานนั้น” คนถูกเย้าหน้ามุ่ยแล้วแย้ง“ทั้งที่พริ้งไม่ได้ทำอะไรสักหน่อย”
“หึๆ”เสียงหัวเราะในลำคอทำให้หญิงสาวเงยหน้าขึ้นไปส่งค้อนให้ก่อนจะเปิดปากพูดอีกครั้ง
“แล้วพี่ซีนอยากให้พี่คีย์ทำอะไรให้คะ”
คำถามที่คราวนี้คนเป็พี่ยกมือไปโยกหัวคนถามเบาๆด้วยความเอ็นดูรอยยิ้มเกลื่อนในหน้าก่อนจะเอ่ยบอกสิ่งที่ทำให้เขาเข้ามาหาหญิงสาววันนี้
“เลิกโทรหารินตอนกลางคืนแล้วก็อาทิตย์หน้าทั้งอาทิตย์ห้ามรบกวนการฮันนีมูนเด็ดขาดค่ะ”
ประโยคที่ทำเอาคนฟังหน้าบึ้งลงไปอีกเสียงหวานเอ่ยตอบอย่างไม่ชอบใจ
“มากไปแล้วนะคะนั่นเพื่อนสนิทพริ้งนะ”
คำพูดที่ทำเอาร่างสูงของเอื้อมมือไปกอดไหล่บางของคนที่นั่งอยู่ข้างตัวลูบเบาๆอย่างปลอบประโลม ก่อนจะรั้งร่างทั้งร่างให้เข้าหาตัว
การกระทำที่ทำเอาคนถูกกอดถอนหายใจพรืดอย่างไม่ชอบใจดวงตามคู่สวยฉายแววรั้นในประโยคที่คนข้างตัวพูดออกมา
ใครก็คงไม่เข้าใจหรอกว่าเธอเหงาเพียงใดเมื่อเพื่อนที่รักที่สุดแต่งงาน
เพื่อนที่เคยอยู่ด้วยกันตลอดเวลานอนด้วยกัน กินด้วยกัน เรียนด้วยกันมากตลอดเป็สิบๆปีอยู่ๆก็ต้องมาแยกออกจากกันเพราะเพื่อนมีใครอีกคนที่สำคัญในชีวิตเข้ามาเพิ่ม
นี่เธอยอมปล่อยให้ชายหนุ่มเข้ามาแย่งเวลาของเธอจากเพื่อนสาวตั้งเยอะแล้วนะ!
ความคิดที่ได้แต่เพียงคิดอยู่ในใจหากแต่สิ่งที่พูดออกไปกลับตรงกันข้าม
“ก็ได้ค่ะพริ้งเข้าใจพี่ซีน”
“เด็กดีของพี่”คำตอบที่ชายหนุ่มกระชับร่างบางๆนั่นเข้ามาในอ้อมอกอีกครั้งมือใหญ่ลูบหัวของคนที่ซุกอยู่บนอกอย่างปลอบโยนรอยยิ้มบางแต่งแต้มอยู่บนริมฝีปากของคนตัวโต “ถ้าพริ้งเหงา ไปหาพี่ที่ร้านนะคะ”
“อือ”เสียงตอบรับงึมงำ ขณะที่ขยับร่างเข้าหาความอบอุ่นจากคนตรงหน้าใบหน้าสวยซุกลงบนแผ่นอกกว้าง พร้อมๆกับหยาดน้ำใสซึมออกจากตา
คีตามองร่างบอบบางที่อยู่ในอ้อมแขนนิ่งกอดกระชับคนที่น้ำตาซึมอยู่อย่างปลอบโยนโดยไม่มีคำพูดใดๆให้คนที่มีน้ำตาได้ร้องออกมาจนพอใจ
============ รักนี้ดีต่อใจ ============
ชายหนุ่มเหลือบมองร่างบางระหงส์ที่เข้าสู่นิทราไปแล้วดวงตาคู่สวยที่เคยเป็ประกายเมื่อ่เย็นบวมช้ำจากรอยน้ำตา ขายาวก้าวออกไปยังระเบียงกว้างก่อนจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาแล้วโทรออก
“[ว่าไงคีย์]”
“กูจัดการให้แล้วมึงก็บอกน้องรินด้วยว่า่นี้ไม่ต้องโทรหาพริ้ง ส่งข้อความเอาก็พอแล้วค่อยกลับมาหาหลังฮันนีมูน”
“[เออขอบใจมึงมาก]” ปลายสายเอ่ยตอบอย่างชอบใจ “[เดี๋ยวกุหาของมาเซ่น ฝากบอกพริ้งด้วยว่าขอบใจมาก]”
“เออ”ชายหนุ่มร่างสูงโปร่งรับคำก่อนจะวางสายทิ้งดวงตาคู่คมมองฝ่ายความมืดไปอย่างไม่ชอบใจนัก
คีตาไม่ชอบทำให้ผู้หญิงเสียน้ำตาโดยเฉพาะน้ำตาของเด็กที่ชื่อว่า พริ้งพราย
============ รักนี้ดีต่อใจ ============