“ขอโทษนะคะขอรบกวนเวลาหน่อยได้มั้ย”
เสียงของหญิงสาวดังขึ้นเพื่อรั้งอิน ที่เพิ่งเดินออกจากทางเข้าของหมู่บ้านนักการเมืองที่มีรปภ.ดูแลแ่า ทำให้อินมองไปที่หญิงสาวสูงใหญ่ที่รั้งเขาไว้ด้วยความสงสัย ก่อนจะถามเธอออกไป
“มีอะไรอย่างนั้นหรอครับ”
“เผอิญฉันมาหาคนนะคะแต่ว่า ยามเขาไม่ให้เขาไปเลย”
หญิงสาวที่เดินเข้ามาหาอิน พูดขึ้นพร้อมกับหันไปมองรปภ.ที่ยืนอยู่ เมื่อรปภ.เห็นสายตานั้นของเธอก็พยายามจะเดินเข้ามาหาหญิงสาวเพื่อไม่ให้ก่อกวนชายหนุ่มแต่ก็ถูกอินห้ามไว้ก่อน
“ดึกขนาดนี้แล้วเขาไม่ให้เขาหรอกครับ ถ้าจะมาหาคนที่ทำงานอยู่ที่ศาลาว่าการ
ควรจะมาติดต่อตอนเช้านะครับ เขาจะได้ตามตัวให้ได้”
“อย่างนั้นเหรอคะ ขอบคุณมากเลยนะคะ ต้องขอโทษด้วยจริงๆที่รบกวน ไอ้พวกยามขี้เก๊กนั่นก็ไม่ยอมบอก เอาแต่เก๊กท่าทำตัวเคร่งขรึมไม่ให้เขาอย่างเดียวเลย”
หญิงสาวที่ได้ยินคำแนะนำอินก็กล่าวขอบคุณเขาออกมา ก่อนที่จะแขวะ
ไปที่รปภ.ที่กำลังเก๊กท่าเหมือนที่เธอบอกอยู่ จนทำให้อินนั้นยิ้มออกมาเล็กน้อยกับเหตุการณ์ที่เขาเจอ ก่อนที่จะไปเห็นตราประทับบนจดหมายที่เธอถืออยู่ด้วยมือทั่งสองข้างของเธอ
“มาหาคนชื่อเมริซารึเปล่าครับ”
“ใช่ค่ะใช่ค่ะ”
ทันทีอินเอ่ยชื่อเมริซาออกมาจากปาก หญิงสาวก็มีสีหน้าดีใจขึ้นมาทันที
ที่เห็นว่าชายหนุ่มตรงหน้านั้นรู้จักคนที่เธอกำลังตามหา
“มีอะไรอย่างนั้นหรอครับ ถ้าจะส่งจดหมายฝากไว้ที่ผมก็ได้นะ”
“มะ…ไม่ได้หรอกค่ะมันเป็ ของสำคัญที่ต้องยื่นให้คุณเมริซาเอง...เพราะมันเป็เื่ภายในครอบครัว”
เมื่อหญิงสาวเห็นว่าอินจะให้ฝากจดหมายที่เธอถืออยู่ให้กับเขา เธอก็ถือจดหมายนั้นอย่างระมัดระวังขึ้นมาทันที ด้วยความระแวงชายหนุ่มตรงหน้า
“ผมชื่อเมลครับเป็ลูกของเธอเอง”
“คุณเมลงั้นเหรอคะ ไม่น่าเชื่อเลยนี่คุณเมย์จะเจอลูกของตัวเองแล้วอย่างนั้นเหรอ…แต่ว่าคุณดูไม่เหมือนคนของราชวงศ์เลย”
“ไม่แปลกหรอกครับ แต่ก่อนที่นี่ไม่ได้ใจดีกับคนที่เกี่ยวข้องกับราชวงศ์ไวครั้งนี้ เหมือนที่คุณคิด ผมกับแม่เลยต้องเปลี่ยนภาพลักษณ์ของตัวเอง”
อินเห็นว่าหญิงสาวยังดูจะไม่เชื่อใจเขาอยู่หลังจากที่เขาอธิบายเื่โกหกที่เขาแต่งขึ้นไปแล้ว ก็เลยพยายามจะหยิบบัตรประจำตัวของเชื้อพระวงศ์ออกมาจากกระเป๋าใส่บัตรของเข้า แต่ทันทีที่เธอเห็นลายของขอบบัตรที่ยืนออกมาเธอก็รีบคุกเข่าให้กับอินทันที
ทำให้อินที่เห็นเธอคุกเข่าหน้าหมู่บ้านที่มีคนเข้าออกตลอดอย่างนั้นต้องรีบเข้าไปประคองให้เธอลุกขึ้น
“อย่าคุกเข่าที่นี่นะครับ มันจะเป็ที่สังเกตเกินไป”
“ค…ค่ะ”
หญิงสาวที่รู้ตัวตนที่แท้จริงของอินแล้วก็เผยรอยยิ้มออกมาอย่างมีความสุขพร้อมกับมองไปที่ชายหนุ่ม ที่กำลังจะยื่นมือเขามาหาเธอด้วยรอยยิ้มของเขา และอินก็หยิบจดหมายที่เธอถืออยู่ไป พร้อมกับฉีกปากซองจดหมายออก และเขียนเบอร์โทรลงในปากจดหมายที่ชีกออกมาแล้วส่งให้กับเธอ
“เดี๋ยวจดหมายผมส่งให้เองนะครับ ส่วนนี่เป็เบอร์ของผม ดูแล้วคุณน่าจะเพิ่งเดินทางมาถึง ผมเลยไม่แน่ใจว่าคุณจะมีสมาร์ทโฟนติดตัวมาด้วยหรือเปล่าถ้ามีอะไรติดต่อมาได้เลยนะครับ”
หญิงสาวที่ได้ยินคำพูดของอินก็พยักหน้าให้เขาไป ก่อนที่อินจะยืนรอรถประจำทางเป็เพื่อนของเธอ พร้อมกับใช้เวลานั้นคุยกันไปด้วยอยู่นาน โดยที่อินไม่ได้หลุดออกจากบทบาทใหม่ของตัวเขาเองที่พึ่งสร้างขึ้นเพื่อไม่ให้หญิงสาวตรงหน้าเขาได้เจอกับเมย์เลย
ณ คฤหาสน์ขนาดใหญ่ที่เปิดไฟสว่างไปทั่วยามค่ำคืน เหล่าคนใช้ภายในบ้านต่างทำหน้าที่ของตนอย่างขยันขันแข็ง แม้จะมีเสียงดังะโคุยกันไปมาจนน่ารำคาญ
“พ่อออออออ”
เสียงะโของชายหนุ่มลูกครึ่งฮิวมอนสิงโตดังไปทั่วคฤหาสน์ ก่อนที่หลังจากนั้นพ่อของเขาที่ได้ยินเสียงนั้นก็ะโตอบรับกลับไป
“มีอะไรรรรรร”
“ผมจะออกไปธุระข้างนอกกกกก จะฝากซื้ออะไรไหมมมมมม”
“ไม่เอาาา”
ลีออนที่ได้ยินคำตอบของพ่อเขาที่ะโกลับมา ก็กำลังจะเดินออกประตูไป แต่กลับมีเสียงปิดประตูดังลั่นดังขึ้นทางห้องนอนของพ่อเขา พร้อมกับเสียงเดินที่หนักแน่นค่อยๆ ใกล้เขามา จนปรากฏที่มาของเสียงนั้น...ซึ่งเป็เสียงที่เกิดจากหญิงสาววัยกลางคนที่มีใบหน้าเข้มสวย อย่างเป็เอกลักษณ์พร้อมกับผมยาวสีดำ ที่จ้องมองมายังเลออนด้วยสีหน้าไม่พอใจ
“ดึกขนาดนี้จะไปไหนหะ พรุ่งนี้แกต้องไปรายงานตัวที่สำนักงานใหญ่ไม่ใช่หรือไง”
“ไปธุระแป๊บเดียวเองแม่ อีกอย่างผมก็ไปสำนักงานใหญ่กับแม่ออกจะบ่อยจะไปตื่นเต้นอะไรกัน”
ท่าทีของลีออนนั้นไม่ได้กลัวท่าทางของแม่เขาเลย เหมือนเป็เื่ปกติที่เขาเจอประจำอยู่แล้ว
“ทำตัวจริงจังหน่อยได้ไหมหะ ทุกครั้งแกไปในนามลูกของฉัน แต่ครั้งนี้แกไปในนามของเ้าหน้าที่หน่วยบริการประชาชนแล้วนะ ถึงแกจะเข้าหน่วยเพราะตามเพื่อนแต่ช่วยจริงจังกับมันหน่อย”
ลีออนนั้นรู้ดีว่าแม่ของเขาให้ความสำคัญกับหน่วยบริการประชาชนมาก เลยต่อว่าเขาที่ทำตัวไม่ค่อยสนใจกับการรายงานตัวที่จะมีขึ้นพรุ่งนี้
เสียงบ่นของแอนนั้นยังคงดังใส่ลูกชายเธออยู่เรื่อยๆ แต่ก็ไม่ได้สร้างความรำคาญหรือหงุดหงิดให้กับลีออนเลย เขาตัดสินใจใช้วิธีที่เขาทำประจำเพื่อหนีเสียงบ่นของแม่เขา ลีออนค่อยๆ เดินขึ้นบันไดไปหาแม่ของเขาที่กำลังบ่นอยู่ เมื่อเขาเดินมาถึงข้างหลังแม่ของเขา เขาก็ก้มไปสวมกอดเธอเหมือนที่เขาทำประจำ และหอมแก้มทั้งสองข้างของแม่เขาพร้อมกับยิ้มหน้าระรื่นออกมาเหมือนเสียงบ่นของแม่เขาที่ผ่านมาไม่ได้เขาหูของเขาเลย
การกระทำของชายหนุ่มนั้นทำให้แม่ของเขาถอนหายใจออกมาและรู้สึกหมดหนทางที่จะบ่นลูกของเธอแล้ว แต่นั่นก็ทำให้เธอใจเย็นลงมาก
“พอแม่บ่นทีไรก็ทำอย่างงี้ตลอดเลย ตั้งใจฟังหน่อยสิ เราโตแล้วนะ ต้องเริ่มจริงจังได้แล้ว”
แอนที่อยู่ในอ้อมกอดของลูกเธอที่กอดเธอจากข้างหลังอยู่ พูดด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงมามาก
“ฟังอยู่แล้วแม่ แต่ผมก็ไปสำนักงานใหญ่บ่อยแล้วจริงๆ นี่น่า อีกอย่างมันก็ไม่มีอะไรให้เตรียมตัวด้วย”
“เห้ออ...พ่อกับแม่ก็จะไปต้อนรับเด็กใหม่ด้วยแกต้องไม่ทำอะไรให้เป็เื่นะ”
“ฟินน์กับอินมันก็ไปด้วยนะ ผมไม่ได้ไปคนเดียวสักหน่อยจะไปก่อเื่อะไรละ”
“ก็นั่นแหละที่แม่ห่วง คนที่มารายงานตัวเยอะแยะจะตาย กลัวแกจะไปมีปัญหากับเขานะสิ อินนะตัวดีเลย แกทำอะไรก็เอาด้วยไปซะทุกอย่าง ไม่เคยคิดจะห้ามกันเลย ฟินน์ที่หวังพึ่งได้ก็ใสซื่อจนตามความเ้าเล่ของพวกเธอไม่ทันอีก”
ลีออนที่ได้ยินแม่พูดยังงั้นก็เถียงอะไรไม่ออกได้แต่หัวเราะแห้งๆ และหอมแก้มแม่เขาอีกที
“ไม่ต้องเลยยย” แอนพลิกตัวของเธอไปข้างหลังจนหลุดจากอ้อมกอดของลูกชายเธอ และใช้มือตีไปที่แขนของเขาเบาๆ
“คิดว่ามาอ้อนแม่แล้วแม่จะยอมหรอ ครั้งนี้ลูกต้องฟังแม่นะ แม่รู้ว่าลูกไม่ได้อยากทำงานเป็หน่วยบริการประชาชน ลูกแค่ตามฟินน์เขาหน่วยเฉยๆ แต่คนอื่นอาจจะไม่ทั้งหมด เขาก็มีใจในงานบริการและเต็มใจสมัครมาเป็หน่วยบริการประชาชน แม่อยากให้ลูกคิดว่าพวกเขาเป็เพื่อนร่วมงานและให้เกียรติพวกเขาให้มากๆ
แม่ไม่ได้เห็นด้วยกับการที่ลูกต้องมาทำงานที่ลูกไม่ได้รักหรอกนะต่อให้ลูกอยู่เฉยๆ ไม่ทำอะไรเลยแม่ก็ไม่ได้ว่าอะไร แต่ในเมื่อลูกยังหาสิ่งที่อยากทำไม่ได้และตัดสินใจตามเพื่อนทำงานนี้แล้ว แม่ก็หวังว่าลูกจะชอบมันและเปิดใจให้มันบ้างนะ”
ลีออนที่ได้ยินยังงั้นก็เข้าใจในความเป็ห่วงของแม่ของเขาดี เข้าจึงพยักหน้าให้แกแม่ของเขา
“ถ้างั้นผมไปธุระข้างนอกก่อนนะ”
ลีออนที่พึ่งฟังแม่เขาพูดจบก็ขอตัวไปข้างนอกต่อ แอนที่พูดสิ่งที่อยากพูดไปแล้วก็พยักหน้าอนุญาตลูกของเขา ก่อนที่เธอจะนึกอะไรออกมาได้ และรีบะโบอกลูกของเธอ ที่กำลังวิ่งออกประตูไป
“เดียวก่อนลูก ท่านที่ปรึกษาเขาฝากของมาให้อินน่ะ อย่าลืมบอกอินด้วยละ”
“ครับบบบบบบ”
“คิดอะไรอยู่เหรอ”
เสียงของหญิงสาวพนักงานร้านมินิมาร์ทที่แ่เบา เมื่อเห็นว่าน้องตัวเองกำลังยืนเหม่อลอยพร้อมกับไม้กวาดในมืออยู่ด้านหน้าของร้าน ก็เดินมาชวนเขาคุยเมื่อเห็นว่าลูกค้าไม่มากนัก
“พี่…ผมเห็นข่าวว่าวันนี้เขามีรับสมัคร เ้าหน้าที่หน่วยบริการประชาชนกัน คนที่ไม่มีวิเศษอย่างพวกเราก็สามารถสมัครได้นะ”
“สมัครได้แล้วยังไง…มันอันตราย”
“แต่เห็นเขาปฏิบัติงานกันมันดูน่าหลงใหลดีนะครับ แถมอุปกรณ์ก็ทันสมัยทั้งนั้นเลย ปีหน้าผมก็จะสิบแปดแล้ว ก็เลยคิดว่าถ้าเป็ผมก็อาจจะทำได้”
“มะ..ไม่ได้”
หยิงสาวที่เห็นว่าน้องของตัวเองยังพูดถึงหน่วยบริการประชาชนอยู่ ก็ตวาดเสียงที่แ่เบาของเธอออกมา ถึงแม้ว่าเมื่อตวาดแล้วเสียงจะยังเบาอยู่ก็ตาม แต่น้องชายของเธอก็ััได้ว่าเธอไม่พอใจความคิดของเขา ก่อนที่จะโดนชาย ร่างสูงเดินมากระแทกไหล่เข้า จนล้มลงกับพื้น พร้อมกับเสียงหัวเราะของเพื่อนของชายร่างสูง
“ฟังพี่สาวไปซะไอ้หนู ตัวเล็กแค่นี้คิดจะเป็หน่วยบริการประชาชน น่าขำหว่ะ ฮ่าๆๆๆ”
ชายร่างสุขที่เดินชนหนุ่มพนักงานจนล้มก็ได้เอามือขยี้ที่หัวของเขา พร้อมกับหัวเราะออกมาและเดินจากไปปล่อยให้หญิงสาวช่วยประคองน้องของตนลุกขึ้น
“เป็อะไรไหมโยชิ”
ชายทั้งสองคนที่กำลังเดินหัวเราะกันอย่างสนุกสนานอยู่ริมถนนที่มีเสียงลมจากรถที่ลอยไปมา และแสงไฟข้างทาง หลังจากที่พึ่งกลั่นแกล้งพนักงานหนุ่มของร้านมินิมาร์ทไป โดยไม่ได้รู้เลยว่าการกระทำของเขาถูกจับตาอยู่จากชายคนหนึ่งที่กำลังเดินตามเขาอยู่
เพราะเสียงพูดคุยกันเสียงดังของทั้งสองเลยทำให้พวกเขาไม่ได้ยินเสียงฝีเท้าที่หนักแน่นของชายร่างใหญ่เลย จนกระทั่งทั้งสองคนใช้ทางลัดที่เป็ตรอกมืด ที่เขาใช้ประจำ
เมื่อคนทั่วไปเห็นทางเปลี่ยวไร้แสงไฟก็คงไม่คิดจะเดินเข้าไปเพราะกลัวจะเกิดเหตุมิดีมิร้ายต่อตนเอง แต่คนที่มักจะก่อเหตุพวกนั้นก็คือชายหนุ่มทั้งสองเองที่ชอบคุยถึงเหยือระหว่างเดินด้วยกัน ทำให้พวกเขาเดินเข้าตรอกมืดไปอย่างไม่คิดอะไร
แต่เมื่อเขาเดินเข้าไปในตรอก เสียงรอบข้างก็เริ่มเบาลงเรื่อยๆ เมื่อพวกเขาเดินลึกเขาไป เสียงรอบข้างก็เบาลงจนกระทั่งทั้งคู่ได้ยินเสียงฝีเท้าที่ตามหลังมา ทั้งคู่จึงหันมามองหน้ากันและจึงรีบหันไปดู ก่อนที่จะสบตาเขากับดวงตาของชายร่างใหญ่ และเหลือไว้เพียงเสียงร้องของพวกเขา
“อ้ากกกกกก”
แชทแชทแชท
สิงโตเ้าวาเรีย: อินพรุ่งนี้ก่อนรายงานตัวมึงมาเอาของที่บ้านกูก่อนนะ พ่อมึงฝากของมาให้เยอะเลย (ทักทาย) (ทักทาย)
กำลังพิมพ์ว่า: เออ...แต่ทำไมทักมาซะดึกเลย...คนจะนอน (หาว)
สิงโตเ้าวาเรีย: ไปทำอะไรมานิดหน่อยเลยกลับบ้านช้า เดียวพรุ่งนี้เล่าให้ฟัง อย่าบอกฟินน์ละ (จุจุ) (จุจุ)
คาฟินน่า: แต่ฉันก็อยู่ในแชทกลุ่มด้วยนะ (สงสัย)
สิงโตเ้าวาเรีย: ก็ทำเป็ไม่รู้สิ หัดมีมารยาทหน่อย (โมโห)
คาฟินน่า: …
กำลังพิมพ์ว่า: …
เช้าวันต่อมาเกิดเหตุมีคนพบร่างของชายสองคนนอนได้รับาเ็อยู่ที่ตรอกริมถนน ผู้พบเจอร่างของชายทั้งสองได้แจ้งเ้าหน้าที่หน่วยบริการประชาชนให้เข้ามาดูแล แต่เมื่อปรากฏเป็ข่าวบนโลกออนไลน์ก็ได้มีผู้ที่เคยถูกทั้งสองคนกระทำผิดกฎหมายในรูปแบบต่างๆใส่หลายราย รวมตัวกันไปแจ้งความเอาผิด จนทั้งคู่ติดคุกกันไปก่อนโดยที่ยังไม่ได้จับคนร้ายที่ทำร้ายทั้งสองคนด้วยซ่ำ