ความรู้สึกแรกที่กระชากสติของอู๋หลิวให้ฟื้นกลับคืนมาก็คือความเ็ปที่ไม่ได้เกิดขึ้นเพียงแค่จุดเดียวแต่มันร้าวรานไปทั่วทั้งสรรพางค์กายเหมือนกับว่าร่างนี้ทั้งร่างเพิ่งผ่านากลางเมืองหรือเพิ่งถูกรถบรรทุกสิบล้อทับมาหมาดๆ ใหม่ ๆ โดยเฉพาะที่บริเวณศีรษะ เธอรู้สึกว่ามันปวดตุบ ๆ เหมือนมีใครเอาของแข็ง ๆมาทุบกระแทกซ้ำ ๆ ที่จุดเดิม จนสมองของเธอแทบะเิออกมาก็ว่าได้
"โอ๊ย...เจ็บชะมัด!เจ็บจะตายอยู่แล้ว..."
หญิงสาวครางออกมาด้วยน้ำเสียงแหบพร่าลำคอของเธอแห้งผากเหมือนทะเลทรายที่ขาดน้ำมานานแรมปี เธอพยายามยกมือขึ้นกุมขมับตามสัญชาตญาณแต่ทว่าเรี่ยวแรงกลับหดหายไปจนน่าใจหายแขนขาของเธอหนักอึ้งราวกับถูกถ่วงหนักด้วยตะกั่วพันชั่ง
ในตอนนี้เปลือกตาบอบบางที่หนักอึ้งค่อยๆ ขยับเปิดขึ้นอย่างเชื่องช้า การลืมตาตื่นเป็ไปอย่างยากลำบากทันทีที่แพขนตาขยับเปิดเพียงเล็กน้อย แสงสว่างจ้าก็เล็ดลอดเข้ามาแยงตาทันทีทำให้หญิงสาวที่เพิ่งฟื้นตัวจากการหลับใหล จำต้องกะพริบตาถี่ ๆเพื่อปรับระยะม่านตาให้สามารถรับแสงสว่างได้อย่างคงที่
ภาพแรกที่ปรากฏแก่สายตาไม่ใช่โคมไฟระย้าคริสตัลราคาแพงที่เปล่งแสงวาวระยับบนฝ้าเพดานของคอนโดหรูในใจกลางเมืองที่คุ้นเคยและไม่ใช่ฝ้าเพดานสีขาวสะอาดตาของโรงพยาบาลเอกชนชั้นนำของจีน
แต่สิ่งที่ปรากฏอยู่ตรงหน้ากลับเป็คานไม้เก่าคร่ำคร่าสีดำทึมๆ ที่ดู ๆ แล้วเหมือนจะพังลงมาทับหัวอยู่รอมร่อ!
หยากไย่หนาเตอะห้อยระย้าลงมาตามผนังบ้านจนดูเหมือนม่านมุ้งที่ไม่มีใครดูแลมาเป็ระยะเวลานานฝุ่นละอองของความสกปรกลอยคลุ้งต้องแสงแดดที่ลอดผ่านรอยแตกของหลังคากระเบื้องลงมาเป็ลำกลิ่นอับชื้นผสมกับกลิ่นยาต้มสมุนไพรที่ค่อนข้างฉุน ลอยโชยเข้ามาเตะจมูกชวนให้หญิงสาวจำต้องนิ่วหน้าด้วยความหงุดหงิด
"ที่นี่คือที่ไหนกัน?แล้วกลิ่นบ้า ๆ นั่นมันน่าเวียนหัวชะมัด!"
เมื่อเริ่มตั้งสติได้แล้วอู๋หลิวก็เบิกตากว้างด้วยความตกตะลึงความทรงจำสุดท้ายก่อนที่เธอจะถูกไฟช๊อตและหมดสติไปก็คือ…
เธอกำลังไลฟ์สดขายหยกเกรดพรีเมียมยอดขายเปรี้ยงปร้างถล่มทลาย ค่าคอมมิชชั่นหลักแสนกำลังรอเธออยู่
เธอคาดหวังว่า… ตอนที่เธอโดนไฟช็อตจะมีคนเข้ามาช่วยชีวิตเธอไว้ทันและพาเธอไปส่งที่โรงพยาบาล แต่แล้วทุกอย่างกลับไม่เป็อย่างนั้น
สิ่งที่เกิดขึ้นจริงก็คือ…
เธอลืมตาตื่นขึ้นมาในบ้านร้างที่ดูยังไงก็เหมือนบ้านผีสิงนี่มันทำให้เธอประหลาดใจมากจริง ๆ แล้วกองเครื่องประดับต่าง ๆ ที่เธอคุ้นเคยเป็อย่างดีก็หายไปแล้วด้วย?
“หรือว่านี่…จะเป็โลกแห่งความตาย! โอ๊ะ!!! อย่าบอกนะ ว่าฉันตกนรกน่ะ •__•!! ตอนยังดี ๆ อยู่ ฉันชอบทำบุญจะตายไป ทำไมพอตายแล้วฉันถึงไม่ได้ขึ้น์ล่ะ หึ!!”
อู๋หลิวบ่นตัดพ้อด้วยความหัวเสียนี่มันไม่เป็ธรรมกับเธอเลยสักนิด ที่บอกว่าทำดีแล้วได้ดี ถุยยย นิทานหลอกเด็กชัดๆ
“เอ๋… เดี๋ยวก่อนนะถ้าฉันตายไปแล้ว ทำไมความเจ็บพวกนี้ถึงยังไม่หายไปล่ะงั้นเป็ไปได้หรือเปล่าว่าฉันยังไม่ตาย?” ความคิดในหัวของอู๋หลิวในตอนนี้ตีกันยุ่งเหยิงไปหมดเธอจนปัญญาจะหาคำตอบให้ตัวเองแล้วจริง ๆ
อู๋หลิวพยายามยันตัวลุกขึ้นนั่งด้วยความโมโหแต่ทันทีที่ขยับตัวความเ็ปสายหนึ่งก็แล่นลิ่วขึ้นมาจากข้อเท้าขวาลามขึ้นมาหากระดูกสันหลังของเธออย่างฉับพลันร้อนให้เ้าตัวต้องอ้าปากร้องครางออกมาอย่างลืมตัว
"อะอ๊า!! เจ็บ!เจ็บจะตายอยู่แล้ว!"
มือเรียวที่เคยสวยสะอาดตอนนี้ดูหยาบกร้านซีดเซียวผิดปกติอู๋หลิวใอย่างหนักที่เห็นฝ่ามือของตัวเองกลายเป็แบบนั้นฝ่ามือของเธอในตอนนี้เหมือนนักไลฟ์สดมือทองซะที่ไหนกัน
“ไม่! ไม่จริงนี่มันไม่ใช่มือของฉัน!” อู๋หลิวอุทานพึมพำออกมาอย่างไม่อยากเชื่อสายตา
อู๋หลิวเป็อินฟลูเอนเซอร์สาวที่ใช้หน้าตาและร่างกายที่สะสวยสมบูรณ์แบบในการทำมาหากินมือสองข้างของเธอ ใช้จับเครื่องประดับสูงค่าอยู่เป็ประจำดังนั้นเธอจึงดูแลมันอย่างดี ทั้งทำเล็บเจ็ล ทั้งขัดสีฉวีวรรณและทาโลชั่นบำรุงนิ้วมือเป็ประจำไม่เคยขาด
ดังนั้นไม่มีทางอย่างแน่นอนที่เธอจะปล่อยให้ตัวเองต้องตกอยู่ในสภาพที่น่ารังเกียจแบบนี้
“ผิดปกติมากจริง ๆ”อู๋หลิวพยายามคิดหาสาเหตุที่ทำให้เธอต้องเป็แบบนี้ แต่ทว่ายิ่งคิดเธอกลับยิ่งรู้สึกปวดหัวหนักเข้าไปอีก
อู๋หลิวค่อย ๆใช้ฝ่ามือข้างหนึ่งคลึงคลำไปที่ศีรษะเบา ๆ หวังระงับความเ็ปแต่ทว่าปลายนิ้วของเธอดันััได้ถึงความหยาบกระด้างของผ้าพันแผลที่พันรอบหัวของเธอเอาไว้แบบลวกๆ
บนผ้าผืนนั้นมีคราบเืแห้งกรังซึมเปรอะเปื้อนออกมาจางๆ ทำให้ผืนผ้าสีขาวสะอาดกลายเป็ผืนผ้าสีตุ่น ๆ ที่ดูน่ารังเกียจ
และแล้ววินาทีนี้เอง ที่ความรู้สึกเย็นวาบสายหนึ่งแล่นลิ่วไปทั่วทั้งไขสันหลังก่อนที่มันจะวิ่งกระจายไปทั่วทั้งร่างกายของเธอราวกับมีปริสิตจำนวนมหาศาลมุดชอนไชอยู่ในกล้ามเนื้อทุกมัด
"นี่มันเกิดบ้าอะไรขึ้นเนี่ย!กระจก… กระจกอยู่ไหน ฉัน้ากระจก!"
ยังไม่ทันที่จะได้หาคำตอบอาการปวดหัวที่รุนแรงอยู่แล้วก็ทวีความรุนแรงขึ้นอีกเป็เท่าตัวเสมือนมีใครเอาสว่านมาเจาะคว้านเข้าที่กลางกะโหลกของเธอ
และแล้ว่เวลาที่รอคอยก็มาถึง!
ความทรงจำมหาศาลที่ไม่ใช่ของเธอไหลบ่าเข้ามาในสมองราวกับสันเขื่อนพังทลายภาพเหตุการณ์ต่าง ๆ ั้แ่เล็กจนโต ฉายชัดขึ้นมาเป็ฉาก ๆราวกับหนังม้วนยาวที่ถูกเร่งความเร็วในระดับคูณสิบ
ชื่อของเ้าของร่างนี้คือ'จินเซี่ย' หญิงสาวชาวบ้านหน้าตาดีแต่นิสัยร้ายกาจ เอาแต่ใจและเห็นแก่ตัวเป็ที่หนึ่ง ในความทรงจำนั้นอู๋หลิวเห็นภาพจินเซี่ยกำลังยืนเท้าเอวชี้นิ้วด่าน้องสาวแท้ๆ ของตัวเองอย่างร้ายกาจด้วยถ้อยคำหยาบคาย
น้องสาวของเธอมีชื่อว่า 'จินเหยา' เป็ผู้หญิงที่หน้าตาสะสวยไม่แพ้กันเลยก็ว่าได้
'จินเหยา!แกมันนังโง่ ของดี ๆ แบบฟ่านอี้ แกคิดว่าแกคู่ควรเหรอ? ฉันเป็พี่แกต้องเสียสละให้ฉันสิ!ฉันต่างหากที่คู่ควรกับฟ่านอี้ ไม่ใช่แก'