ในดวงตาของจี้เยี่ยนจื๋อรูม่านตาพลันหดเกร็งและสั่นระริกอย่างหนัก
เพียง่เวลาสั้นๆแค่ครึ่งนาที เขารู้สึกเหมือนเพิ่งนั่งรถไฟเหาะตีลังกามาไม่มีผิดเขาเพิ่งจะตกตะลึงกับเื่อัลกอริทึมชิป L3 จนหัวใจแทบวายก็ต้องมาสะดุดกึกกับเสียงในใจของจี้ทิงที่พุ่งทะยานเข้ามาอย่างแรง
ข้อมูลปลอมงั้นเหรอ?ไต้เซี่ยงเฉียงคงไม่อยากมีชีวิตอยู่แล้วจริงๆถึงได้บังอาจมาหลอกลวงเขาในเื่คอขาดบาดตายแบบนี้!
ในขณะที่ไฟโทสะของจี้เยี่ยนจื๋อแทบจะเผาเส้นผมจนลุกไหม้ฝ่ายจี้ทิงกลับยังคงครุ่นคิดอย่างเยือกเย็น
ไม่มีใครรู้ดีไปกว่าเขาว่าการปลอมแปลงข้อมูลหมายถึงอะไรมันไม่ได้หมายถึงเพียงแค่หยาดเหงื่อแรงงานและงบประมาณของทีมวิจัยทั้งหมดต้องละลายแม่น้ำไปเท่านั้นแต่มันร้ายแรงยิ่งกว่าตรงที่การเลือกเดินบนเส้นทางที่ผิดจะทำให้สูญเสียโอกาสที่จะได้พบกับเส้นทางที่ถูกต้องไปตลอดกาล
ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไรจี้ทิงย่อมไม่อาจทนเห็นพฤติกรรมเช่นนี้ได้แต่ปัญหาที่ขวางหน้าเขาอยู่ในตอนนี้ก็คือ...
[ต่อให้ฉันเตือนจี้เยี่ยนจื๋อ เขาก็คงไม่มีวันเชื่อแน่ๆ]
จี้ทิงคิดพลางเหลือบตาขึ้นมองจี้เยี่ยนจื๋อโดยสัญชาตญาณ
ทว่าสายตานั้นกลับประสานเข้ากับดวงตาคมลึกสีนิลของจี้เยี่ยนจื๋อพอดีต่างฝ่ายต่างจ้องมองกันและครั้งนี้ไม่มีใครหลบตา
จี้เยี่ยนจื๋อสูดลมหายใจเข้าลึกก่อนจะฝืนปรับสีหน้าให้เป็ปกติแล้วส่งสายตาบางอย่างไปให้จี้ทิง
จี้ทิงเข้าใจความหมายนั้นได้ในทันที: [จี้เยี่ยนจื๋อถลึงตาใส่ฉัน ดุกว่าปกติอีกแฮะ]
คนถูกกล่าวหาถึงกับสำลักคำพูดอยู่ในลำคอเขาไปถลึงตาใส่ั้แ่เมื่อไหร่กันสายตาเมื่อครู่นี้มันคือการแสดงความเห็นด้วยต่างหากล่ะ!
บรรยากาศบนโต๊ะอาหารเงียบสงัดลงท่ามกลางการสบตาของทั้งคู่ไต้เซี่ยงเฉียงที่เมื่อครู่ยังวางท่าหยิ่งผยองบัดนี้กลับถูกปล่อยทิ้งไว้กลางทางจนตัวแข็งทื่อเหมือนหมูแดดเดียว
ลูกตาสีเหลี่ยมเล็กๆที่ดูเ้าเล่ห์ของเขาเหลือบไปมาอย่างลนลานเมื่อเห็นว่าจี้เยี่ยนจื๋อไม่มีทีท่าจะปริปากพูดอะไรใจเขาก็เริ่มสั่นรัวราวกับตีกลอง
นี่มันไม่ถูกต้องอัลกอริทึมชิป L3 คือสิ่งที่จี้เยี่ยนจื๋อ้าที่สุดในตอนนี้ไม่ใช่หรือ? แล้วทำไมเขาถึงไม่เอ่ยปากรั้งเราไว้เลยล่ะหรือว่า... เขาจะระแคะระคายอะไรเข้าแล้ว?
เป็ไปไม่ได้!ไม่มีทางหรอก! ไต้เซี่ยงเฉียงพยายามปลอบใจตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่าทว่าความกระวนกระวายในอกกลับยิ่งทวีความรุนแรงขึ้น
ตอนนั้นเองจี้ทิงขยับนิ้วมือเล็กน้อยก่อนจะพรูลมหายใจออกมา :[สุดท้ายฉันก็ต้องออกโรงเองสินะ]
“ผอ.ไต้ครับ”
จู่ๆจี้ทิงก็โพล่งขึ้นมา ทำเอาไต้เซี่ยงเฉียงสะดุ้งสุดตัว“หะ...หา มีอะไร?”
จี้เยี่ยนจื๋อเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยมองดูจี้ทิงด้วยความสนใจว่าอีกฝ่ายจะ ‘ออกโรงเอง’อย่างไร
“ไอ้อัลกอริทึมชิป L3 ที่คุณเพิ่งพูดถึงน่ะ เอ่อ...”จี้ทิงนึกย้อนถึงบุคลิกของเ้าของร่างเดิมพยายามทำหน้าตาให้ดูเหมือนคนสมองว่างเปล่าที่สุด “L3 มันคืออะไรเหรอครับ?”
ความจริงแล้วทันทีที่ไต้เซี่ยงเฉียงเอ่ยปากจี้ทิงก็รู้ทันทีว่าเขากำลังใช้สิ่งใดมาข่มขู่จี้เยี่ยนจื๋อ
SAE[1] ได้แบ่งระดับระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติออกเป็ 6 ระดับ คือ L0-L5 ซึ่งค่ายรถยนต์ทั้งในและต่างประเทศส่วนใหญ่ยังติดอยู่ที่ระดับL2 หรือระบบช่วยขับขี่เท่านั้น แต่การจะก้าวไปสู่ระดับ L3ได้นั้น ถือเป็เส้นแบ่งสำคัญของการขับเคลื่อนอัตโนมัติระดับสูงและการทำงานที่สอดประสานกันของอัลกอริทึมชิปก็คืออาวุธสำคัญที่ขาดไม่ได้
ไต้เซี่ยงเฉียงในตอนนี้เขากำลังสติแตกจนทำอะไรไม่ถูกเขาไม่มีแก่ใจจะมานั่งอธิบายอะไรให้ใครฟังทั้งนั้น “คุณชายรองไม่จำเป็ต้องรู้เื่พวกนี้หรอก”
เขาบัดมือไปมาอย่างรำคาญใจก่อนจะหันไปหาจี้เยี่ยนจื๋อ “ท่านประธานจี้เอาแต่ใช้เื่ความคืบหน้าของโครงการเพื่อกดผมมานานพอแล้วแต่ตอนนี้ห้องแล็บในสังกัดของผมทำมันสำเร็จแล้วถ้าท่านประธานยังรักษาท่าทีแบบนี้อยู่ผมคงไม่มีทางเลือกนอกจากต้องรายงานเื่นี้ต่อที่ประชุมคณะกรรมการ”
จี้เยี่ยนจื๋อเอนหลังพิงพนักเก้าอี้มุมปากปรากฏรอยยิ้มที่มีความหมายแฝงเร้น “ผอ.ไต้ไม่ต้องรีบไปไหนหรอกในอนาคตจี้ทิงจะต้องมาช่วยงานผมอยู่ดี คุณช่วยคลายข้อสงสัยให้เขาหน่อยเป็ไง?”
คำพูดถากถางนั้นเหมือนถ่มน้ำลายรดฟ้าแล้วตกลงใส่หน้าตัวเองไต้เซี่ยงเฉียงหน้ากระตุกด้วยความอัดอั้นจนเจ็บหน้าอก
“พูดง่ายๆ L3 มันก็คือ...”
เขาพยายามอธิบายให้จี้ทิงฟังด้วยท่าทางกัดฟันกรอดจี้ทิงขมวดคิ้ว เขาทำเป็ฟังแบบเข้าหูซ้ายทะลุหูขวา ก่อนจะถามขึ้นว่า “ในเมื่อเทคโนโลยีมันสุดยอดขนาดนั้น ชิปตัวเดียวคงเอาไม่อยู่แน่แล้วชิปที่คุณทำออกมาเนี่ย มันเป็ส่วนประกอบของส่วนไหนเหรอครับ?”
เมื่อถูกถามถึงจุดนี้ไต้เซี่ยงเฉียงก็เชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย ราวกับได้ถือไพ่เหนือกว่าอีกครั้ง“โมดูลการรับรู้ [2]”
จากนั้นเขาก็เริ่มร่ายยาวเหมือนเตรียมตัวมาอย่างดีั้แ่การออกแบบโครงสร้างอัลกอริทึมไปจนถึงการขับเคลื่อนด้วยโมเดลขนาดใหญ่ทุกข้อล้วนถูกผนวกเข้ากับข้อมูลการทดลองที่ดูแ่าจนแม้แต่จี้เยี่ยนจื๋อก็ยังเผลอคล้อยตามฟังอย่างตั้งใจ
จี้เยี่ยนจื๋อกำลังพิจารณาถึงความเป็ไปได้ในด้านต่างๆแต่จี้ทิงกลับกำลังใจลอย
เพียงแค่ฟังสองนาทีแรกเขาก็รู้แล้วว่าสิ่งที่ไต้เซี่ยงเฉียงพูดมาทั้งหมดล้วนเป็ข้อมูลทฤษฎีที่ยังไม่เคยเกิดขึ้นจริงโมดูลการรับรู้ระดับสูงที่อีกฝ่ายอ้างมานั้นอย่างน้อยต้องมีอัลกอริทึมสำรองถึงห้าชั้น แต่ถ้าเทคโนโลยีทำได้ถึงขั้นนั้นจริงอัลกอริทึม AI ของโมเดลใหญ่ย่อมก้าวไปถึงระดับ L4แล้ว จะมาหยุดอยู่ที่ L3 ให้เสียเวลาทำไม
แต่เขาก็เข้าใจดีว่าในเมื่อไต้เซี่ยงเฉียงกล้าพูดย่อมต้องเตรียมข้อมูลการทดลองที่ตรวจสอบความผิดปกติไม่ได้ง่ายๆ ไว้รองรับแน่นอน
ดังนั้นในจังหวะที่อีกฝ่ายกำลังพักจิบน้ำเพราะคอแห้ง จี้ทิงก็หันไปพูดขึ้นว่า“พี่ครับ ในเมื่ออัลกอริทึมชิปตัวนี้มันยอดเยี่ยมขนาดนี้พี่ก็จัดงบประมาณวิจัยให้แผนกของผอ.ไต้เพิ่มหน่อยเถอะครับ”
ไต้เซี่ยงเฉียงตื่นเต้นจนแทบสำลักน้ำพอกำลังจะอ้าปากพูด จี้เยี่ยนจื๋อก็ขัดขึ้นอย่างไม่รีบร้อน“แต่งบประมาณวิจัยแต่ละไตรมาสมันมีจำกัดถึงผอ.ไต้มีความดีความชอบมากแค่ไหน แต่เราก็ต้องให้เกียรติแล็บอื่นๆ ด้วย”
จี้ทิงชะงักไปเล็กน้อย: [วันนี้จี้เยี่ยนจื๋อมาไม้ไหนเนี่ย ดูผิดปกติแฮะ]
เขาเพิ่งจะคิดหาวิธีส่งลูกต่อให้อีกฝ่ายแท้ๆไม่นึกเลยว่าอีกคนจะรับส่งบทกันได้อย่างลื่นไหลแถมยังปูทางให้เขาเดินต่อได้ทันควันแบบนี้
หลังจากจี้เยี่ยนจื๋อได้ยินเสียงในใจนั้นเขาก็ลอบแค่นยิ้มในใจ เมื่อกี้ยังปากหวานเรียกพี่อยู่เลยพอตอนนี้กลับมาเรียกจี้เยี่ยนจื๋อเหมือนเดิมอีกแล้ว
จี้ทิงไม่ได้สังเกตเห็นสีหน้าของเขาทำเป็ก้มหน้าก้มตาใช้ความคิด “ถ้าอย่างนั้น...ก็เอาเทคโนโลยีนี้ไปยื่นขอจดสิทธิบัตรสิครับ ยิ่งเร็วเท่าไหร่ยิ่งดีพอมีเอกสารจากทางราชการรับรอง คนอื่นก็คงไม่มีข้อโต้แย้งแล้ว”
มุมปากของจี้เยี่ยนจื๋อทำท่าจะยกยิ้มแต่เขากลับพยักหน้าอย่างจริงจัง “อืมนั่นเป็ไอเดียที่ดีไม่เลว”
พอไต้เซี่ยงเฉียงได้ยินคำนั้นร่างทั้งร่างก็พลันแข็งทื่อ
พวกคณะกรรมการอาจจะดูแค่ผลลัพธ์โดยไม่สนวิธีการแต่การยื่นจดสิทธิบัตรนั้นมีการตรวจสอบเนื้อหาอย่างละเอียดต่อให้เขาจะหลอกลวงจนจดสำเร็จได้ แต่ถ้าภายหลังถูกจับได้ว่าปลอมแปลงข้อมูลนั่นหมายถึงคุกที่รออยู่ตรงหน้าเลยทีเดียว
หัวใจของไต้เซี่ยงเฉียงเต้นรัวจนแทบกระเด็นออกมาจากอกเขาพยายามกลืนน้ำลายอย่างยากลำบาก “ท่านประธานจี้ครับผมว่าเื่นี้เอาไว้ก่อนดีกว่า เพราะทางแล็บเองก็...”
จี้เยี่ยนจื๋อขัดขึ้นอย่างไม่เห็นด้วย“อาทิตย์หน้าจะมีการประชุมบอร์ดบริหารแล้วไม่ใช่ว่าคุณเองก็กำลังรีบจัดการเื่นี้อยู่หรอกเหรอ”
พูดถึงตรงนี้จู่ๆ เขาก็หุบยิ้ม น้ำเสียงเปลี่ยนเป็เคร่งขรึมจนน่าขนลุก“ไม่ต้องห่วง สิ่งที่คุณพูดมาเมื่อกี้ผมจำได้เกือบหมดแล้วก่อนวันจันทร์คุณเตรียมเอกสารคำขอมาให้เรียบร้อยผมจะส่งคนไปยื่นที่กรมทรัพย์สินทางปัญญาทันที”
ไต้เซี่ยงเฉียงรู้สึกเย็นวาบไปทั้งตัวมือเท้าเริ่มไร้ความรู้สึก “ผม...ผมจะกลับไปตรวจสอบอีก...”
“ในเมื่อผอ.ไต้อยากกลับแล้ว ผมจะไปส่งด้วยตัวเอง”
จี้เยี่ยนจื๋อลุกขึ้นยืนในขณะที่เขากำลังเดินออกไปนั้น จู่ๆ ก็หันกลับมาสั่งจี้ทิง“ั้แ่วันพรุ่งนี้ไป นายต้องมาเรียนพิเศษต่อ”
จี้ทิงเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึงจนตัวแข็งทื่ออยู่กับที่
[ไอ้... ไอ้หมอนี่ ทำไมถึงเป็คนเนรคุณแบบนี้เนี่ย!]
เชิงอรรถ
[1]SAE (Society of Automotive Engineers) หรือ สมาคมวิศวกรรมยานยนต์ระดับสากลที่ทำหน้าที่กำหนดมาตรฐานกลางสำหรับอุตสาหกรรมยานยนต์ การบิน และอากาศยานเพื่อให้ผู้ผลิตทั่วโลกเข้าใจตรงกัน
[2]โมดูลการรับรู้ (Perception Module) คือส่วนประกอบสำคัญในระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI) หุ่นยนต์ (Robotics)หรือยานยนต์อัตโนมัติ (Autonomous Vehicles) ที่ทำหน้าที่แปลงข้อมูลดิบ(Raw Data) จากเซ็นเซอร์ต่างๆ เช่น กล้อง