บทที่ 9 ผมให้คุณจัดการเื่เงิน
“ไม่ต้อง ไม่ต้อง นี่มันเยอะเกินไป คุณเก็บไว้บ้างก็ได้นะ ฉันค่อยขอใหม่ตอนที่ฉัน้าดีกว่าค่ะ”
จางจิงจิงรู้สึกเขินอายนิดหน่อย ที่จู่ๆ ผู้ชายคนหนึ่งจะมาไว้ใจตัวเองมากขนาดนี้ มันน่าใจริงๆ
แต่ถึงอย่างนั้น นี่ก็เป็เื่ปกติของยุคสมัยนี้เช่นกัน คู่รักชายหญิงที่จดทะเบียนสมรสกันแล้ว ฝ่ายชายก็มีหน้าที่หาเงินเลี้ยงดูครอบครัว ฝ่ายหญิงก็มีหน้าที่ซักผ้า ทำอาหาร ดูแลเื่ส่วนรวม รวมถึงเลี้ยงดูลูกๆ
ครอบครัวของฮั่วฉางชิงเองก็เป็แบบนี้ แม้ว่าพ่อของเขาจะมีตำแหน่งหน้าที่การงานสูงกว่า แต่ผู้ที่ดูแลเื่การเงินทั้งหมดก็คือแม่ของเขา
ครอบครัวของเขาไม่ขาดแคลนเงินทอง ส่วนเงินเดือนหรืออะไรต่างๆ ของเขานั้น คุณแม่ฮั่วไม่เคยขอเลย แค่ให้เขาเก็บสะสมไว้เองเท่านั้น
หลังจากที่รับเด็กๆ ทั้งสามคนมาแล้ว เขาก็ให้เงินกับทางบ้านก้อนหนึ่ง แต่คุณแม่ฮั่วไม่ได้รับไว้ เธอคิดว่าเป็ลูกชายแท้ๆ จะไปสนใจเื่แบบนี้ทำไมกัน อีกอย่างบ้านของพวกเขาก็ไม่ได้เดือดร้อนเื่เงินทองเสียหน่อย
“รับไปเถอะ ผมเอาเงินไปที่กองทัพก็ไม่ค่อยสะดวก ข้างในมีตั๋วผ้าด้วย คุณเอาไปซื้อเสื้อผ้าใหม่ให้กับเด็กๆ และก็ซื้อให้ตัวเองนะ”
แม่ของเขาทุกวันนี้งานยุ่งมาก จนไม่มีเวลาซื้อเสื้อผ้าใหม่ๆ ให้กับเด็กทั้งสามเลย เสื้อผ้าที่ใส่อยู่ก็ธรรมดามากเช่นกัน
“ถ้าอย่างนั้นฉันรับไว้นะ คุณวางใจเถอะ ฉันจะไม่ใช้เงินสุรุ่ยสุร่ายแน่นอน!”
จางจิงจิงพูดด้วยความตื่นเต้นเล็กน้อย
เมื่อเทียบกับนางเอกที่ข้ามเวลามาแล้วต้องลำบากหาเงินเลี้ยงปากเลี้ยงท้อง พวกเธอช่างโชคดีกว่ามาก
จะทำยังไงดีนะ? อยู่ๆ ก็ไม่อยากหย่าแล้วสิ แม้ว่าจะหย่ากับฮั่วฉางชิงแล้ว ในอนาคตก็คงหาสามีที่ดีแบบนี้ไม่ได้อีกแน่
เมื่อเห็นท่าทางดีใจอย่างลับๆ ของหญิงสาว ฮั่วฉางชิงกลับรู้สึกว่าเธอน่ารักอย่างบอกไม่ถูก จึงอดไม่ได้ที่จะไอเบาๆ
จางจิงจิงเก็บเงินอย่างระมัดระวัง ตั้งใจจะกล่อมเด็กๆ เข้านอน แต่กลับพบว่าเตียงในห้องของพวกเขาเล็กเกินไปที่จะรองรับคนจำนวนมากได้ แบบนี้นอนไม่พอแน่ๆ
เพราะแบบนั้น หญิงสาวจึงให้เด็กทั้งสามคนไปนอนห้องข้างๆ
"ว่าแต่สหายฮั่ว คุณว่าเตียงในห้องเรามันเล็กไปรึเปล่า? จากนี้ไปพอคุณไปประจำการที่ค่ายทหารแล้ว เด็กๆ ก็จะมานอนกับฉัน แต่แบบนี้คงนอนไม่ได้แน่"
ฮั่วฉางชิงมองดูก็พบว่าเตียงเล็กเกินไปจริงๆ หลังจากที่เขาไปประจำการแล้ว ลูกๆ ต้องอยู่กับจางจิงจิงอย่างแน่นอน
"เดี๋ยวผมจะออกไปข้างนอก หาคนมาสั่งทำเตียงใหญ่ให้นะ"
ถึงแม้ว่าฐานะทางบ้านจะไม่ลำบาก แต่การซื้อเตียงเลยก็ไม่คุ้ม หาช่างไม้มาทำให้ใหม่น่าจะถูกกว่า
"ตกลงค่ะ รบกวนด้วยนะคะ"
ฮั่วฉางชิงหยิบตลับเมตรขึ้นมาวัดขนาดแล้วจดบันทึก ก่อนจะทิ้งตัวลงนอนบนเตียง
จางจิงจิงนึกว่าเขาจะออกไปเลย ไม่คิดว่าจะมานอนพักเที่ยงด้วยแบบนี้ การที่ทั้งสองนอนอยู่บนเตียงเดียวกัน ทำให้รู้สึกเคอะเขินอยู่ไม่น้อย
ในขณะที่หญิงสาวกำลังคิดว่าควรจะแกล้งหลับดีไหม ทันใดนั้น เสียงของฮั่วฉางชิงก็ดังขึ้นข้างๆ หู
"ต่อไปนี้คุณเรียกชื่อผมเลยก็ได้ ไม่ต้องเรียกสหายฮั่วหรอก"
เธอรู้สึกว่าการพูดคุยโดยที่ยังหันหลังให้กันนั้นไม่ค่อยสุภาพ จึงคิดจะหันกลับไปหาเขา แต่ไม่ทันระวัง ริมฝีปากของเธอกลับไปัักับใบหูของชายหนุ่มเข้าอย่างจัง
หญิงสาวแอบร้องโอดโอยในใจ พลางรีบถอยห่างออกมาทันที
ขณะเดียวกัน ใบหูของฮั่วฉางชิงนั้นแดงขึ้นเรื่อยๆ ต่อหน้าต่อตาเธอ
หัวใจของเธอเต้นแรงจนแทบจะหลุดออกมา สมองก็ขาวโพลนไปหมด
"เข้า...เข้าใจแล้ว"
ฮั่วฉางชิงไม่ขยับและไม่พูดอะไร หลังจากนั้นไม่กี่วินาที เขาก็หันหลังกลับ
สำหรับเหตุผลที่ทำให้ชายหนุ่มหันหลังกลับ จางจิงจิงพอจะเข้าใจอะไรอยู่บ้าง…
ไม่นานนักจางจิงจิงก็ผล็อยหลับไป เพราะเมื่อคืนนอนบนเตียงเดียวกับฮั่วชางชิง กว่าเธอจะหลับก็ปาไปหลังเที่ยงคืนแล้ว ตอนนี้ง่วงจนทนไม่ไหว
ส่วนฮั่วฉางชิงหลังจากสงบใจลงได้ครู่หนึ่ง ก็ตั้งใจจะนอนพักเอาแรง ปกติอยู่ในค่ายทหารไม่ค่อยมีเวลาได้พักผ่อน พอมีเวลาว่างสักสองสามวันเขาก็อยากจะพักผ่อนให้เต็มที่
ส่วนจางจิงจิงดูท่าจะนอนไม่ค่อยหลับนัก อีกทั้งด้วยสภาพอากาศในปัจจุบันทำให้เธอเริ่มรู้สึกร้อนเล็กน้อย นอนไปได้ไม่นานก็เริ่มพลิกตัวไปมา
ไม่นานนัก มือของเธอก็วางลงบนเอวของฮั่วฉางชิง บางทีอาจจะรู้สึกสบายตัวกว่าเดิม จางจิงจิงจึงโอบกอดเขาไว้แน่น
ฮั่วฉางชิงเพิ่งจะหลับไปได้ไม่นาน ก็ถูกหญิงสาวปลุกเข้าอย่างนั้น และตื่นขึ้นมาในทันที
ไม่รู้ว่าจางจิงจิงตั้งใจหรือเปล่า แต่มือของเธอกลับวางลงบนหน้าอกของเขาอย่างพอดิบพอดี
มือของจางจิงจิงสวยมาก มันดูเพรียวยาว และเล็บของเธอก็บอบบางมาก แม้ปลายเล็บจะยาว เธอก็ตัดเล็บได้กลมมน ดูเรียบร้อย
มองดูแล้วรู้สึกสบายตามากอย่างบอกไม่ถูก
เพียงแค่ดูจากมือคู่นี้ ก็ดูไม่ออกเลยว่าผ่านการทำงานหนักในชนบทมาก่อน
ชายหนุ่มเงยหน้าขึ้น พยายามจะดึงมือของเธอออก แต่ไม่รู้ว่าจางจิงจิงฝันถึงอะไร เธอจึงกอดเขาแน่นขึ้น และมือก็คว้าไปที่หน้าอกของเขา
จากนั้นเขาก็ััได้ถึงความนุ่มนวลที่แผ่นหลัง…
ฮั่วฉางชิงกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก และหลังจากนั้นไม่กี่วินาทีต่อมา เขาก็ลุกขึ้นนั่งโดยตรง
การเคลื่อนไหวที่กะทันหันนี้ ทำให้จางจิงจิงตื่นขึ้นมาโดยปริยาย
หญิงสาวลืมตาขึ้นอย่างงัวเงียพลางมองไปที่ฮั่วฉางชิง จากนั้นก็เม้มปาก แล้วพลิกตัวไปนอนต่อ
เวลาผ่านไปเมื่อเธอตื่นขึ้นมาอีกครั้ง ฮั่วฉางชิงก็ไม่อยู่แล้ว จางจิงจิงหาวออกมาขณะเดินออกจากห้องไปที่ลานบ้าน พบว่าเด็กๆ ทั้งสามคนตื่นกันหมดแล้ว กำลังเล่นกันอยู่ที่ลาน
เมื่อเห็นจางจิงจิงออกมา ทั้งสามคนก็หยุดเล่น ส่งเสียงเอะอะแล้วเดินมารวมกัน
จางจิงจิงยิ้มให้ "พวกเธอเล่นกันต่อเถอะ ไม่เป็ไรหรอก"
น้องคนเล็กมองไปที่จางจิงจิงด้วยสายตาสงสัย แม้ว่าพวกเขาจะยังเด็ก แต่ก็เข้าใจสิ่งที่ผู้ใหญ่พูดกัน ทุกคนต่างพูดว่าจางจิงจิงเป็ผู้หญิงบ้านนอกที่มาแต่งงานกับลุงฮั่ว นับว่าเป็การปีนขึ้นที่สูงอย่างแท้จริง
แต่เด็กน้อยกลับไม่คิดอย่างนั้น พวกเขาก็เป็ลูกหลานชาวบ้านเหมือนกัน ชนบทแล้วทำไม? เขาคิดว่ามันค่อนข้างดีเฃบ
"ไม่เล่นแล้วค่ะ"
พี่สาวคนโตมองหาไม้กวาดแล้วเริ่มกวาดพื้น ส่วนน้องรองกับน้องเล็กก็พยายามหาอะไรทำเช่นกัน
พวกเขาต้องทำตัวน่ารักเอาไว้ก่อน ไม่งั้นหากป้าจางโกรธขึ้นมา เธอต้องเกลียดพวกเขาแน่ๆ คนอื่นมักพูดกันว่าแม่เลี้ยงนั้นน่ากลัวที่สุดและคอยแต่จะรังแกเด็ก
ตอนนี้เป็เพราะลุงฮั่วอยู่ด้วย เธอเลยทำเป็อ่อนโยนใจดีไปอย่างนั้นเอง หากลุงฮั่วไม่อยู่เมื่อไหร่ ไม่แน่ เธออาจจะตีเด็กๆ ก็ได้
จางจิงจิงลุกขึ้นยืน พลางพาเสี่ยวเยว่เข้ามาหา
"หนูอยู่นิ่งๆ นะ ป้าจะวัดตัวให้ เดี๋ยวป้าจะตัดเสื้อผ้าให้ใหม่ เด็กผู้หญิงต้องสวยๆ งามๆ ไว้นะรู้ไหม?"
จางจิงจิงชอบเด็ก โดยเฉพาะเด็กผู้หญิง
พี่สาวคนโตหน้าตาน่ารักน่าเอ็นดู มองทีไรก็รู้สึกชื่นใจ
เสี่ยวเยว่ที่ถูกจางจิงจิงจับหมุนไปหมุนมาคิดในใจ ตัวของป้าจางหอมจังเลย มีกลิ่นหอมอ่อนๆ ด้วย
กลิ่นนี้ทำให้เด็กน้อยนึกถึงแม่ของเธอ น่าเสียดายที่แม่ของเธอไม่อยู่แล้ว ไปอยู่กับพ่อที่แล้ว
พอเห็นแม่เลี้ยงกำลังตัดเสื้อผ้าให้พี่สาว น้องชายทั้งสองคนต่างก็อิจฉา พวกเขาไม่ได้รับความรู้สึกห่วงใยแบบนี้มานานแล้ว
หลังจากที่วัดตัวคนพี่เสร็จ เธอก็โบกมือเรียกน้องชายคนรอง
“มานี่สิ ถึงตาเธอแล้ว”
น้องชายคนรองดีใจ และรีบวิ่งเข้ามาหาทันที
น้องคนเล็กที่อยู่ด้านข้างก็รีบเข้ามาใกล้ๆ “คะ…คุณป้าคนสวยครับ ผม…ผมก็อยากวัดด้วย!”
คุณป้าคนสวยเหรอ? เธอชอบคำเรียกนี้จัง
“ได้สิ รอแป๊บนึงนะ ต่อไปก็ถึงตาเธอแล้ว”
จางจิงจิงทำอย่างคล่องแคล่ว ไม่นานก็วัดตัวเด็กๆ เสร็จ เธอคิดว่าพรุ่งนี้จะไปร้านสหกรณ์ และซื้อผ้าสักหยวนสองหยวนกลับมาเย็บให้พวกเด็กๆ เสียหน่อย
หญิงสาวเห็นแล้วว่าที่บ้านฮั่วมีจักรเย็บผ้าอยู่ในห้องแม่สามี
การจ้างช่างตัดเสื้อก็ต้องเสียเงิน เธอทำเองก็ประหยัดได้อีกหน่อย
เมื่อฮั่วฉางชิงกลับมาก็เห็นจางจิงจิงกำลังใช้กรรไกรตัดเล็บให้น้องคนรองอยู่อย่างระมัดระวัง
เด็กๆ อีกสองคนก็ล้อมหน้าล้อมหลังเธอ ดูเรียบร้อยน่ารักเสียจริง