เช้าวันต่อมา
อาร์คัสสะพายกระสอบผ้าใบเล็ก ๆ เดินออกจากหมู่บ้านั้แ่พระอาทิตย์ยังขึ้นไม่พ้นแนวเขา
อากาศยามเช้าเย็นสบาย
ละอองหมอกบาง ๆ ลอยคลุมทุ่งหญ้าสีทองที่ทอดยาวสุดสายตา
ทุกอย่างดูเหมือนเช้าวันธรรมดา
เหมือนทุกวันที่ผ่านมา
ยกเว้นปลายทางของเขา
---
หอคอยเก่า
สิ่งก่อสร้างประหลาดที่ตั้งอยู่บนเนินเขาหลังหมู่บ้าน
ไม่มีใครรู้ว่าใครเป็คนสร้าง
ไม่มีใครรู้ว่ามันอยู่มานานแค่ไหน
และไม่มีใครกล้าเข้าไปข้างใน
---
แม้กระนั้น
ทุกต้นเดือน หมู่บ้านจะส่งใครสักคนขึ้นมาที่นี่
เพื่อวางเครื่องบูชาไว้ที่ศาลหินเล็ก ๆ ข้างหอคอย
เป็ธรรมเนียมที่สืบทอดกันมาหลายชั่วอายุคน
โดยไม่มีใครรู้เหตุผลที่แท้จริง
---
"อย่าปล่อยให้ศาลว่างเปล่า"
คือคำสอนที่ส่งต่อกันมา
สั้น ๆ เพียงเท่านั้น
---
อาร์คัสเคยถามหลายครั้ง
ว่าทำไมต้องทำ
แต่คำตอบที่ได้รับมีเพียง
"ก็ทำกันมาตลอด"
---
และเขาไม่เคยชอบคำตอบแบบนั้นเลย
---
ยิ่งคนไม่รู้
เขายิ่งอยากรู้
---
ยิ่งคนห้าม
เขายิ่งอยากเห็น
---
นั่นคือเหตุผลที่หลายคนในหมู่บ้านปวดหัวกับเขาอยู่เสมอ
---
ใช้เวลาไม่นาน
หอคอยก็ปรากฏอยู่ตรงหน้า
สูงใหญ่กว่าที่มองจากหมู่บ้านมาก
กำแพงหินสีหม่นตั้งตระหง่านอยู่ท่ามกลางความเงียบ
เหมือนผู้เฝ้าดูที่ยืนอยู่มานานจนลืมไปแล้วว่ากำลังเฝ้าอะไร
---
อาร์คัสเดินไปยังศาลหิน
วางขนมปัง ผลไม้ และดอกไม้ป่าลงตามธรรมเนียม
ก่อนปัดฝุ่นออกจากมือ
---
"เสร็จแล้ว"
เขาพูดกับตัวเอง
---
ตามปกติ
ตอนนี้เขาควรหันหลังกลับ
เดินลงจากเนินเขา
แล้วกลับไปใช้ชีวิตเหมือนเดิม
---
แต่สายตาของเขากลับมองไปยังหอคอยอีกครั้ง
---
ประตูหินบานใหญ่ยังคงปิดสนิท
เหมือนทุกครั้ง
---
อาร์คัสถอนหายใจ
"...แค่มองใกล้ ๆ คงไม่เป็ไรหรอก"
---
เขาเดินเข้าไปอีกสองก้าว
แล้วอีกสองก้าว
---
จนมายืนอยู่ห่างจากกำแพงหอคอยเพียงไม่กี่เมตร
---
ใกล้กว่าที่เคย
---
ทันใดนั้น
เขาสังเกตเห็นบางอย่าง
---
ไม่มีนก
---
ไม่มีแมลง
---
ไม่มีสัตว์ตัวไหนอยู่ใกล้หอคอยเลย
---
อาร์คัสขมวดคิ้ว
ตอนแรกเขาคิดว่าเป็เื่เล่าของคนแก่ในหมู่บ้าน
แต่ตอนนี้
เมื่อยืนอยู่ตรงนี้
เขากลับเพิ่งรู้ตัวว่า
มันจริง
---
ความเงียบปกคลุมพื้นที่รอบหอคอย
เหมือนสิ่งมีชีวิตทุกชนิดกำลังหลีกเลี่ยงสถานที่แห่งนี้
---
ลมพัดผ่าน
ต้นหญ้าเอนตัวตามแรงลม
แต่ไม่รู้ทำไม
อาร์คัสกลับรู้สึกหนาวขึ้นมา
---
เขาเงยหน้ามองยอดหอคอย
สูงขึ้นไปจนแทบมองไม่เห็นปลาย
---
และในวินาทีนั้นเอง
เขารู้สึกเหมือนมีใครบางคน
กำลังมองลงมา
---
อาร์คัสรีบก้มหน้าลง
หัวใจเต้นแรงขึ้นโดยไม่มีเหตุผล
---
"...คิดมากไปเอง"
เขาพึมพำ
พยายามหัวเราะกลบความรู้สึกประหลาดนั้น
---
แล้วเขาก็ได้ยินมัน
---
เสียงเบามาก
เบาจนเหมือนเกิดขึ้นในความคิด
---
"..."
---
อาร์คัสชะงัก
---
เขาหันซ้าย
หันขวา
---
ไม่มีใคร
---
เสียงนั้นดังขึ้นอีกครั้ง
เหมือนเสียงกระซิบที่ดังมาจากที่ไกลแสนไกล
---
ฟังไม่ออกว่าเป็คำพูด
แต่กลับให้ความรู้สึกแปลกประหลาด
เหมือนมีบางสิ่งในตัวเขา
กำลังตอบสนองต่อมัน
---
อาร์คัสมองไปยังประตูหินบานใหญ่
---
หัวใจเต้นแรงขึ้น
---
ทั้งที่ควรเดินกลับ
ทั้งที่ควรปล่อยเื่นี้ไว้
---
แต่ความอยากรู้
กลับเอาชนะทุกอย่าง
---
เขาก้าวไปข้างหน้า
ช้า ๆ
---
จนมายืนอยู่ตรงหน้าประตู
---
ปลายนิ้วค่อย ๆ ยื่นออกไป
---
แตะลงบนผิวหินเย็นเฉียบ
---
และในวินาทีนั้น
บางสิ่งที่หลับใหลมานานกว่าเจ็ดพันเจ็ดร้อยเจ็ดสิบเจ็ดปี
ก็เริ่มตื่นขึ้น...