“ ตกลงน้องเทียนมีไอคิวเท่าไรคะ” แม่เจนถามหมอเทพพร ที่รีบปิดแท็บเล็ตไปเรียบร้อยแล้ว
“ ก็ยังไม่แน่ใจ เพราะแบบทดสอบไม่ค่อยได้มาตรฐานเท่าที่ควร แต่ก็น่าจะเกิน150กว่าแน่นอน เด็กอัจฉริยะอยู่แล้ว” หมอเทพพรนำมือมาลูบหัวเทียนที่กำลังดูดนมอีกขวด
“ 150 เชียวหรือ”
“ น้องเทียนยังเด็ก น่าจะมีพัฒนาการดีกว่านี้ คุณแม่ไม่ต้องตื่นเต้นไป อาจเพิ่มหรือลดก็ได้ เพราะ ปกติเขาจะใช้วัดเด็กอายุ 6 ขวบขึ้นไปมากกว่า” หมอเทพพรไม่อยากบอกว่า เทียนทำแบบสอบถามเต็ม มีโอกาสเป็เด็กที่มีไอคิวที่สูงที่สุดในโลกเลยทีเดียว
“ ถ้าเช่นนั้น เจนคงต้องไปฟังวิธีสอน หรือ เลี้ยงเจนัสมายังไง อาจจะต้องฝึกให้เทียนเขาทำตามบ้าง” แม่เจนสนใจอยากให้เทียนเป็แบบเจนัส เด็กอัจฉริยะ
“ ไม่ต้อง ไม่ต้อง คุณแม่น้องเทียนเลี้ยงเขามายังไง ไม่ต้องเปลี่ยน เลี้ยงเขาแบบเดิมนี่แหละดีแล้ว ไม่ต้องไม่ทำตามแบบเจนัส เชื่อหมอ” หมอเทพพรรีบทักท้วงทันที จะให้เด็กไอคิวสูงขนาดนี้ ไปทำตามเด็กที่ไอคิวต่ำกว่า ได้อย่างไร
“ ถ้าเช่นนั้นเจน ขอตัวกลับก่อนแล้วพรุ่งนี้ค่อยพาเทียนมาเรียนใหม่นะคะ”
“ กลับไปก่อนเลยครับ พรุ่งนี้ค่อยคุยกันใหม่” หมอเทพพรรีบขอตัวขึ้นไปชั้นบนสุดเข้าพบกับผอ. สถาบันเดอะเบบี้ จีเนียสทันทีหลังจากที่ผอ. ขอดูกล้องวงจรปิด กับ แบบทดสอบแล้วก็ตื่นเต้นยิ่งนัก รีบบอกให้
หมอเทพพร จัดแบบทดสอบที่มีอยู่ทั้งหมด เพื่อความแน่ใจ แล้วต้องค่อย ๆ ให้เทียนทำ ทุกวันอย่าให้ใครรู้ ถ้าแน่ใจแล้ว ค่อยเชิญผู้ปกครอง มาคุย
“ คุณช่วยจัดการไปได้เลย นะคุณหมอเทพพร ถ้าเด็กคนนี้ ทำแบบทดสอบทั้งหมดแล้วได้คะแนนแบบครั้งแรก จะเป็การค้นพบเด็กอัจฉริยะที่มีไอคิวมากที่สุดของประเทศเรา งานนี้สถาบันของเราก็จะมีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลกอย่างแน่นอน” ผอ.ฝันหวาน ไปไกลแล้ว แต่หมอเทพพร รู้สึกเหมือนมีบางอย่างไม่ถูกต้องแต่ยังไม่พูดอะไร หรือว่าเื่นี้ต้องคุยกับ คุณพ่อกับคุณแม่ของเทียนจะดีกว่า ค่อยตัดสินใจอีกที
วันนี้เทียนกับแม่เจนมาเจอกันกับ พ่อเก้าที่ธนาคารแห่งหนึ่ง โดยที่พ่อเก้านำเช็คของขวัญที่ท่านปู่ ท่านย่า ให้รับขวัญ เทียนกับแม่เจน 20 ล้านบาท ส่วนคุณลุงให้เทียนอีกคนละ 1 ล้าน แปดคน ก็ได้ แปดล้าน พ่อเก้าให้อีก 1 ล้าน รวมแล้วเทียนกับแม่เจนได้เงินรับขวัญ ทั้งหมด 29 ล้าน จึงต้องมาฝากธนาคารพร้อมใส่ชื่อแม่เจนกับเทียนไว้ทั้งคู่
“ เจนฝากเงินชื่อเจนได้ด้วยหรือ” แม่เจนถามพ่อเก้า
“ ได้ซิ เจนมีบัตรประชาชนแล้วนี่” พ่อเก้าอธิบายว่า มีบัตรประชาชน อายุ 15 ปีก็ฝากเงินได้แล้ว ไม่ต้องรอให้บรรลุนิติภาวะ 20 ปี
“ แล้วถ้าเจนอยากซื้อบ้านด้วยตนเองล่ะ”
“ ซื้อตอนนี้ก็ได้ แต่ต้องให้ป้าศรีผู้ปกครองของเจน มาเซ็นอนุญาตหรือไม่ก็ต้องรอให้ครบ 20ปีก่อนค่อยซื้อได้ด้วยตัวเอง” พ่อเก้าอธิบาย
“ อย่าดีกว่า ไม่อยากรบกวนป้าศรี” พอทั้งสามมาถึง ผู้จัดการธนาคารก็เชิญเข้ามาในห้องผู้จัดการทันที
“ คุณชายเก้าสบายดีนะครับ” ผู้จัดการธนาคารเอ่ยทักทาย พ่อเก้าอย่างคุ้นเคย
“ สบายดีครับ คุณอาสมชายยังดูแข็งแรงเหมือนเดิมเลยนะครับ” ทั้งสองทักทายกันก็แนะนำให้ แม่เจนกับเทียน ว่าจะมาฝากเงิน 29 ล้านบาท ผู้จัดการก็รีบให้เด็กนำเอกสารมาให้เซ็นรับฝากอย่างรวดเร็ว ยังไม่ได้ทำการฝากให้เรียบร้อย ก็มีเสียงปืนดังขึ้นมาจากบริเวณเคาน์เตอร์ธนาคาร มีคนสวมชุดดำ สวมหน้ากาก มาอยู่ในธนาคารเกือบ 10 คน ต่างแยกย้ายกับคุมตามจุดต่างๆ แล้วมีคนถือปืนเข้ามาในห้องผู้จัดการ พาอาสมชาย ผู้จัดการธนาคารออกไปเพื่อเปิดตู้เซฟ
แต่ว่ามีสายตาของโจรชุดดำเห็น เช็คของขวัญไม่ได้ระบุชื่อผู้รับเงิน 11 ใบยอดเงิน 29ล้านจึงหยิบออกไปด้วย ในขณะที่โจรผู้นั้นจะเดินออกไป ก็ต้องหยุดกึก เหมือนกับว่ามีคนดึงให้หยุด พอหันไปมองก็พบว่า มีเด็กชายวัย 1 ขวบ ดึงขากางเกงเอาไว้ไม่ให้ไป
“ นั่นของแม่เจน ห้ามเอาไปนะ” เทียนเงยหน้าบอกกับโจรชุดดำ พ่อกับแม่เจนใไม่รู้ว่าเทียนหลุดจากอ้อมกอดของแม่เจนไปั้แ่เมื่อไร พยายามจะไปช่วยเทียนกลับมาอย่างสุดชีวิต ไม่กลัวแม้กระทั้งคนร้ายที่ถือปืนอยู่ จึงถูกทุบด้วยปืนจนสลบไปพร้อมกันทั้งสองคน เทียนเห็นเช่นนั้นก็แค้นใจยิ่งนักโจรชุดดำหิ้วเทียนขึ้นมาเผชิญหน้ากันแล้วเอ่ยพร้อมกับหัวเราะออกมา
“ ไอ้หนูน้อย ช่างกล้าจริงๆนะ นี่เอ็งไม่กลัวตายเลยหรือ”
“ กล้าทำพ่อเก้ากับแม่เจนสมควรตาย” จากนั้นเทียนก็ต่อยหมัดน้อยๆ เข้าใบหน้าของโจรชุดดำ ตูม ใบหน้าของโจรชุดดำดูเป็ปกติ แต่ศีรษะด้านหลังกลับะเิพุ่งออกมา เศษสมองกระเด็นไปทั่ว ตายคาที่
อีกสองคนใ ไม่คิดว่าเด็กตัวแค่นี้ จะร้ายกาจเช่นนี้รีบ ยกปืนยิงใส่เทียนทันที ไม่สนว่าเป็เด็กหรือผู้ใหญ่ แต่ว่า ะุที่ออกมาไม่ได้พุ่งเข้าใส่เทียนเลย กลับพุ่งเข้าหาคนทั้งคู่ ที่หน้าผากตายไปพร้อมกัน ไม่มีใครเห็นเหตุการณ์ในห้องนี้สักคน เพราะว่าทุกคนถูกบังคับให้ก้มหน้าทั้งหมด แล้วสัญญาณเตือนภัย กล้องวงจรปิดก็ใช้ไม่ได้ โจรที่ด้านนอกได้ยินเสียงปืนจึงมองมาในห้องกระจก เห็นทุกคนนอนตายกันหมด ก็ใไม่รู้เกิดอะไรขึ้น จึงรีบวิทยุไปบอก หัวหน้าที่กำลังขนเงินและ สมบัติบางอย่างที่้าออกมา พอมาถึงก็เห็นลูกน้องนอนตายทั้งสามคน ก็เริ่มสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ไม่มีเวลามาคิดแล้ว
“ รีบออกไปทางประตูหลัง แล้วล็อคประตูหน้าเอาไว้ แล้วะเิตึกนี้ทิ้งทันที”
หัวหน้าโจรสั่งการทันที เทียนใช้มนต์คาถาบังตาเอาไว้ไม่ให้พวกมันเห็นพ่อเก้ากับแม่เจน และตัวเองด้วย แต่พอฟังหัวหน้าโจรพูดเช่นนี้ก็ใไม่คิดว่าพวกมัน จะมีการวางะเิตึกนี้ไว้ด้วย เทียนรีบคิดอย่างเร็ว พอนึกขึ้นได้ ก็ลอยตัวใช้มือััที่หัวของหัวหน้าเพื่อตรวจความจำเื่ะเิ ในที่สุดก็รู้ว่า มันวางะเิอย่างไร และใช้มือถือเครื่องไหน จุดะเิ จึงบังคับจิตหัวหน้าโจรให้ยิงลูกน้องที่เหลือทั้ง 6 คนทิ้งทันที
ส่วนลูกน้องก็เห็นว่าหัวหน้าโจรบ้าไปแล้วก็เลยยิงสวนกลับมาเช่นกัน ในที่สุดโจรทั้ง หมดก็ตายจนหมด เทียนรีบทำลาย มือถือที่จุดะเิทิ้งทันที แล้วพุ่งร่างอย่างรวดเร็วไปนำะเิทั้งหมด สามจุด ไปโยนในสระน้ำพุที่อยู่หน้าธนาคาร ทำให้ะเิด้านไม่ทำงาน เสร็จแล้วกลับมาในธนาคาร รักษาพ่อเก้ากับแม่เจน จนหายกลับมาเป็เหมือนเดิม แล้วก็แกล้งหลับในอกแม่เจน พอแม่เจนตื่นมาเห็นเทียนนอนหลับก็ร้องไห้ดีใจ ที่เทียนไม่เป็อะไร ส่วนพ่อเก้าก็เข้ามากอดทั้งคู่เอาไว้เช่นกัน
สุดท้ายตำรวจมากันเต็มไปหมด ต่างสงสัยกันมาก ว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่ ทำไมพวกมันถึงต้องฆ่ากันตาย และมีศพที่น่าสังสัย
ไม่รู้ว่าหัวะเิออกมาได้อย่างไร และมีะเิ อยู่ในสระน้ำหน้าธนาคาร เป็คดีปล้นธนาคารที่มีปัญหา แต่หาคำตอบไม่ได้ เพราะว่าโจรตัดสัญญาณกล้องวงจรปิดทุกตัว ไม่สามารถมองเห็นได้ สุดท้ายผู้จัดการ นำสมุดบัญชีที่มีชื่อแม่เจนกับเทียนมาให้ ฝ่ายตำรวจก็สอบถามที่อยู่เบอร์โทร ของทุกคนแล้วก็ปล่อยกลับไป
ผ่านไปอีกวันหนึ่ง ตำรวจก็รู้ว่าโจรปล้นธนาคารกลุ่มนี้คือ นักฆ่าจากองค์กรนาซีซัสพวกนี้สังหารคนเสร็จแล้วก็จะหายไปไม่เคยมีใครจับพวกมันได้เลย แต่คราวนี้มาปล้นธนาคารเพื่อปล้นเพชร แต่ได้เพขรมาแล้วก็ฆ่ากันเองอีก สร้างความสงสัยให้กับตำรวจนานาชาติยิ่งนัก แต่หลังจากสืบไปก็พบว่า ก่อนหน้านี้หนึ่งวัน มีชาวอเมริกันถูกฆ่าตาย ส่วนเพชรนั่นก็เป็ของ ชาวอเมริกัน ที่ถูกฆ่า มีมูลค่าไม่ต่ำกว่า 1พันล้าน เื่นี้ทางตำรวจต้องสืบต่อไปว่าชาวอเมริกันคนนี้ ไปเอาเพชรนี้มาได้อย่างไร ทั้งที่เขาเป็แค่ครูสอนภาษาในประเทศไทยเท่านั้น
เทียนกลับถึงบ้าน ท่านย่าก็เฝ้ารออยู่ด้วยความกระวนกระวาย ไม่คิดเลยว่าหลานคนนี้ไปที่ไหน ก็เจอแต่คนร้ายและมีการตายเกิดขึ้นใกล้ตัวหลายครั้ง คนรับใช้คนสนิท บอกว่า เทียนมีนางฟ้าประจำตัวคุ้มครอง ไม่ต้องเป็ห่วง คุณชายน้อยต้องปลอดภัยอยู่แล้ว พอท่านย่าเห็นเทียนก็รีบเข้ามาอุ้มเทียนไปกอดจนแน่น จับเนื้อจับตัว ดูว่าเทียนเป็อะไรหรือเปล่า เทียนเลยต้องปลอบท่านย่าว่าไม่เป็อะไร
แต่ว่าเริ่มง่วงแล้ว ท่านย่าเลยให้แม่เจนพาเทียนไปอาบน้ำกินนมนอน พอกลางคืนเทียนก็เข้าไปในเจดีย์์เพื่อฝึกตน ให้เพิ่งพลังเทพให้เร็วที่สุด เทียนฝึกพลังเทพอยู่ 50 วัน ในเจดีย์เท่ากับ 12 ชั่วโมงในโลกภายนอกจนร่างกายเริ่มปรับตัวกับภายในเจดีย์ได้มากแล้ว พอรุ่งเช้าเทียนก็ไปเรียน หมอเทพพร มาขอให้เทียนทำแบบทดสอบอยู่หลายชุด เทียนก็ทำตามที่หมอเทพพร บอก ทำให้หมอเทพพรมั่นใจ ในไอคิว300 ของเทียนไม่ผิดแน่ จากนั้นก็ขอคุยกับ พ่อเก้าและแม่เจนทันที
“ อะไรนะ เทียนมีไอคิว 300 หมอแน่ใจหรือ” พ่อเก้าถามย้ำอีกที
“ ผมแน่ใจ คราวนี้เรามีทางเลือกให้เทียนสองทาง ทางแรก ให้เขาไปเรียนกับพวกอัฉริยะ ในต่างประเทศคือที่ อเมริกา เขาจะได้รับการสอนที่ตรงจุดและเพิ่มหยักสมองให้พัฒนายิ่งขึ้นไปกว่านี้ ทางที่สอง ปล่อยให้เรียนที่นี่แบบนี้ เหมือนเด็กทั่วไป ไม่ต้องทำอะไรทั้งนั้น หมอจะทำลายหลักฐานที่เทียนทำมาทั้งหมดให้เขาใช้ชีวิตแบบปกติ อยู่กับพ่อ กับแม่ ไม่ต้องสนใจว่าเขาจะฉลาดมากแค่ไหนพวกเราต้องมองเขาเป็แค่เด็กธรรมดา บางครั้งเขาอาจดูฉลาดเป็ผู้ใหญ่ แต่พวกเราต้องทำเป็ไม่สนใจ เพราะไม่เช่นนั้น จะทำให้เขารู้สึกแตกต่างกับพวกเราและเด็กคนอื่น ๆ” คุณหมอเทพพรแนะนำ
“ จริงด้วย เจนเคยเห็นเทียน ทำตัวเหมือนผู้ใหญ่หลายครั้งแล้ว แต่เจนไม่พูดออกมา เวลาเกิดเื่ร้ายแรงที่ผ่านมา เขาดูเป็ผู้ใหญ่มากกว่าเจนเสียอีก”
“ ผมก็คิดเหมือนเจน แต่ว่าเขายังเด็ก พวกเราอยากให้เขาเป็อย่างนี้ ไม่อยากให้เขาต้องไปแข่งขัน ชิงดีชิงเด่นกับ เด็กฉลาดคนอื่น ๆ” พ่อเก้ากับแม่เจนอยากให้เทียนเรียนเป็เด็กปกติมากกว่า หมอเทพพร จึงนำแท็บเล็ต ผลสอบไอคิวทั้งหมดของเทียนออกมา แล้วทำการลบทิ้งต่อหน้า พ่อเก้าและแม่เจน ทำให้ทั้งสองคนสบายใจ เอ่ยขอบคุณหมอเทพพร ส่วนผอ. สถาบัน หมอเทพพรบอกแค่ว่าการทดสอบ ครั้งต่อมาของเทียน ผลทดสอบออกมาว่า ไม่สามารถทำได้เหมือนเดิม คงต้องรอให้เทียนอายุครบ 6 ปีค่อยทดสอบใหม่อีกครั้ง
เทียนเรียนที่สถาบันแห่งนี้ จนกระทั่งขึ้นอนุบาลอัจฉริยะ ปีที่ 2 เทียนมีอายุ 2ปีแล้ว พ่อเก้ากับแม่เจน เห็นว่าเทียนมีเวลามากอยากให้เล่นกีฬา หรือ ดนตรีด้วย
กำลังถามเทียนว่าชอบกีฬาอะไร เลยให้เทียนไปสนามกีฬาฟุตบอลคอยดูว่ามีกีฬาอะไรที่ชอบบ้าง เลยให้ไปดูที่สนามกีฬาไดมอนด์ ซึ่งเป็ที่ทางพี่ๆ ของเทียนที่เป็ลูกของลุงทั้งแปดคน ได้ให้ลูกชายทุกคนมาฝึกเรียนฟุตบอลที่แห่งนี้
ในสนามนี้ฝึกสอนเฉพาะเด็กมีอันจะกิน ลูกผู้มีอิทธิพลเป็ส่วนใหญ่ แต่ถ้าใครมีแววก็ถูกสโมสรระดับ ดิวิชั่น1 มาซื้อตัวไป แต่ว่าเขารับเฉพาะเด็กที่มาอายุ 4 ขวบขึ้นไปเท่านั้นแต่แม่เจนเห็นว่ามีสนามหญ้ากว้างมีสนามเด็กเล่นด้วย เลยไปส่งอาเปา อาเปียว ฝึกฟุตบอลสัก 1 ชั่วโมงแล้วให้เทียนวิ่งเล่นในสนามด้านข้าง กับแม่เจนดูว่ามีกีฬาอะไรน่าเรียนบ้าง
พอไปถึงสนาม พี่เลี้ยงทั้งสองก็พา อาเปา กับ อาเปียวไปเริ่มเรียนกับพวกนักเรียน
จากทั่วสารทิศที่มาเรียนโดยมี ครูฝึกอ้วนใหญ่ หนวดเคราเฟิ้ม เป็คนสอน
เทียนไม่สนใจดูกีฬาที่ขอบแล้ว แม่เจนเลยพาไปที่ สนามเด็กเล่น มีสไลเดอร์ มีม้าหมุน เทียนเล่นเพื่อตามใจแม่เจนจนหัวหมุนไปหลายรอบ เล่นได้ไม่ถึงสิบนาที ฝาแฝดเปา เปียวก็ร้องไห้วิ่งมาหาเทียน ฟ้องว่ามีคนรังแก แม่เจนใเข้าไปถามเกิดอะไรขึ้น
“ พวกมันหัวเราะเยาะ หาว่าพวกเรา เตะไม่เป็ยังจะมาเล่นอีก ฮือ ฮือ เปียวไม่เรียนแล้ว” อาเปียวร้องไห้ออกมา พี่เลี้ยงรีบตามมาปลอบกันใหญ่
“ พวกเราถูกพวกมันเตะบอลอัดใส่ด้วย ลูกพี่” ประโยคท้ายเปาเอ่ยกับเทียนที่ยังมึนหัวไม่หายกับม้าหมุน
“ แล้วครูสอนเขาไม่ช่วยเลยหรือ” แม่เจนถามอย่างใจเย็น
“ คุณครูดุ พวกเราด้วยหาว่าฟังไม่รู้เื่” อาเปากับอาเปียวตอบอย่างไม่พอใจครู เทียนเลยกอดคออาเปากับอาเปียวเดินไปที่กลางสนาม บอกให้แม่เจนรอแปบ เจนทำท่าจะห้าม แต่คิดว่าเทียนไม่ใช่เด็กทั่วไป เลยลองดูว่าเทียนจะช่วยอาเปากับอาเปียวยังไง เทียนไปถึงกลางสนามก็ถามเด็กกลุ่มที่เรียนกับอาเปา กับ อาเปียว มีอยู่ สิบคนอายุก็เริ่มต้นที่ 5-10 ปี ถือว่าโตกว่าเทียนมาก ทั้งหมดกำลังเล่นเตะบอลกันอยู่
เทียนไปถึงก็แย่งเอาบอลมาอยู่ที่เท้า แล้วก็เหยียบบอลเอาไว้
“ ใครเป็คนเตะบอลอัดใส่ลูกน้องของฉัน” เทียนพูดจบก็หยิบนมแม่เจนในขวดมาดูดแล้วเก็บสะพายไว้ที่ไหล่เหมือนเดิม