ชาตินี้ข้าจะไม่ขอเป็นกุลสตรีที่อ่อนหวาน

    เล่มที่ 5 ตอนที่ 150 ข้ารอท่านอยู่

                 แต่ครั้งนี้ กระทั่งเยวี่ยเจาหรานที่ประหนึ่งมีญาณทิพย์คิดคำนวณไว้อย่างดีแล้ว ก็ยังผิดพลาดอย่างคาดไม่ถึง… เขาพลาดไปจริงๆ แล้วยังมั่นใจเสียขนาดนั้น ช่างผิดพลาดนัก

            มีสุภาษิตกล่าวไว้ว่า สิ่งที่เห็นด้วยตาตนเองนั้นน่าเชื่อถือมากกว่าสิ่งที่ได้ยินมา เป็นหลักการที่สมเหตุสมผลมาก อีกทั้งหลักการนี้ก็สามารถนำมาใช้กับสวี่ชิวเยวี่ยได้

            พูดได้ว่า ระหว่างผู้หญิงด้วยกันจะสามารถเข้าใจและคาดเดาได้แม่นยำกว่าสายตาผู้ชายมากนัก ผู้หญิงเท่านั้นที่รู้ว่าใครคือดอกบัวขาวจริงๆ [1]

            หลังจากผ่านไปครึ่งชั่วยามที่เยวี่ยเจาหรานกับเยี่ยนอวิ๋นหลิ่วเผชิญหน้ากัน ในที่สุดเยี่ยนอวิ๋นหลิ่วก็พ่ายแพ้ และเป็นการโต้วาทีที่จบลงอย่าง ‘ราบรื่น’ โดยไร้ประโยชน์ที่สุด ถึงอย่างไรสวี่ชิวเยวี่ยก็รู้ตัวแล้ว ดังนั้นผลลัพธ์การโต้วาทีครั้งนี้ไม่มีผลในทางปฏิบัติ เท่ากับว่าเป็นการโต้วาทีที่ไร้ประโยชน์

            แม้ว่าเยี่ยนอวิ๋นหลิ่วยอมรับว่าตัวเองล้มเหลวในการโต้วาที แต่ในใจของนาง สิ่งที่นางพูดล้วนมีเหตุผล ถึงแม้ว่าสวี่ชิวเยวี่ยยังไม่ฟื้นตัวในทันที แต่นางกล้ามากขึ้นเพื่อตามหาความต้องการของ ‘ตัวเอง’ ที่แท้จริงอีกครั้ง  อย่างน้อยสวี่ชิวเยวี่ยก็ต้องฟื้นกำลังในระยะเวลาอันสั้น เพื่อตามหาความต้องการของตัวเองอีกครั้ง

            “ข้าไม่พูดกับเจ้าแล้ว เชื่อไม่เชื่อก็ตามใจเจ้า!”

            เยี่ยนอวิ๋นหลิ่วที่เถียงไม่ชนะเยวี่ยเจาหราน จึงชิงยกธงขาวยอมแพ้เพื่อหลอกให้ฝ่ายตรงข้ามคิดว่าเป็นการแสดงความเคารพต่ออีกฝ่าย หลังจากนั้นก็เทน้ำชาให้ตัวเอง แล้วพูดอีกครั้งว่า “วันนี้ถือว่าเจ้าชนะ”

            ผู้ที่ได้รับชัยชนะอย่างเยวี่ยเจาหรานดูดีอกดีใจอย่างชัดเจน อิ่มอกอิ่มใจจนซ่อนไว้ไม่มิด เขาจึงถือโอกาสไม่ปกปิดความดีใจนี้อีกต่อไป และพูดว่า “ถือว่าข้าชนะได้อย่างไร? ข้าชนะแบบเห็นๆ!”

            “ดีดีดี เจ้าชนะ เจ้าชนะ...”  เยี่ยนอวิ๋นหลิ่วกระดกน้ำชาลงคอ พูดอย่างผ่อนคลายว่า “เอาล่ะ ท่านเยวี่ยผู้ชนะ สามารถตอบข้าสักหน่อยได้หรือไม่ว่าเตรียมตัวเรื่องการล่าสัตว์เป็นอย่างไรบ้าง?”

            โอ้ ลืมบอกไปว่า เหตุผลที่เยี่ยนอวิ๋นหลิ่วเป็นกังวลว่าท่านอาจารย์เยวี่ยจะจัดการข้าวของเครื่องใช้ในการล่าสัตว์เสร็จแล้วหรือไม่นั้น เพราะว่าข้าวของทั้งหมดของตนได้ยกให้เยวี่ยเจาหรานเป็นคนจัดการ ถึงอย่างไรก่อนหน้านี้นางยังคงยุ่งกับอาจารย์อวี้ และวันหยุดอันแสนมีค่าก็ถูกท่านแม่ผู้แสนวิเศษและท่านอาจารย์อวี้มอบหมายให้ทำงาน ดังนั้นเยี่ยนอวิ๋นหลิ่วจึงเป็นแค่ผู้ ‘สั่งการคนอื่น’ ให้นำสิ่งของสำคัญของตัวเองส่งให้กับอาจารย์เยวี่ยท่านนี้

            “อ้อ! ของพวกนั้นหรือ!” เยวี่ยเจาหรานแสดงสีหน้าออกมาอย่างเข้าใจแจ่มแจ้ง หลังจากนั้นเขาหันกลับไปตบหน้าอกตัวเองเบาๆ และพูดว่า “เตรียมข้าวของเกือบพร้อมแล้ว แต่คันธนูที่เจ้าต้องการ ข้ายังหาไม่พบ”

            เยี่ยนอวิ๋นหลิ่วได้ฟังสองสามประโยคแรกรู้สึกโล่งใจ แต่พอฟังประโยคหลังของเยวี่ยเจาหรานถึงกับครุ่นคิด “ทำไมถึงไม่พบล่ะ? ธนูคันนั้นข้าใช้มาตั้งแต่เด็กตอนที่ข้าตามท่านพ่อไปเข้าฝึกกับกองทัพ ถ้าไม่มีธนูคันนี้ ข้าคงรู้สึกไม่สบายใจมาก”

            ถึงแม้ว่าเยวี่ยเจาหรานจะไม่เข้าใจศิลปะการต่อสู้อย่างถ่องแท้ แต่เมื่อเห็นเยี่ยนอวิ๋นหลิ่วให้ความสำคัญกับธนูมากเท่าไร เยวี่ยเจาหรานก็ยิ่งเข้าใจมากขึ้นเท่านั้น ก็เหมือนกับนักกวีที่คุ้นเคยกับหมึกและพู่กัน ขุนพลก็ต้องมีอาวุธคู่กายดังเช่นธนูและดาบล้ำค่า ถ้าเยี่ยนอวิ๋นหลิ่วไม่มีอาวุธที่นางเคยชิน คงทำให้นางไม่มั่นใจ

            ดังนั้นเยวี่ยเจาหรานไม่ได้แสดงท่าทีแปลกใจหรือเหยียดหยาม แต่พูดกับเยี่ยนอวิ๋นหลิ่วอย่างจริงจังว่า “ข้าให้คนค้นหาในโกดังแล้ว แต่พวกเขาบอกว่าไม่เคยเห็นธนูคันนั้นเลย ส่วนผู้เฒ่าคนเก่าแก่ที่ดูแลโกดังบอกว่า เขาประทับใจธนูคันนั้น แต่เวลาก็ผ่านไปนานแล้ว ไม่รู้มันไปไหนแล้ว…”

            เยี่ยนอวิ๋นหลิ่วตบหน้าตักตัวเองด้วยความโกรธแล้วพูดว่า “ถ้าข้ารู้เร็วกว่านี้ ข้าจะเอาขึ้นเขาไปด้วย น่าเสียดายที่ตอนนั้นอาจารย์ไม่อนุญาตให้นำอาวุธขึ้นไป มิเช่นนั้นข้าจะไม่ปล่อยให้มันห่างจากกายข้า… ท่านพ่อท่านแม่ไม่ค่อยได้ใช้ ก็เลยไม่ได้ดูแล ไปๆ มาๆ ก็หาไม่พบเสียแล้ว!”

            “เจ้าอย่าตกใจไป วันพรุ่งนี้ข้าจะส่งคนไปหาอีกรอบหนึ่ง ก็น่าจะอยู่ในโกดังนั่นแหละ แค่ธนูหนึ่งคัน มันจะหนีไปไหนได้?”

            เยวี่ยเจาหรานตบหลังเยี่ยนอวิ๋นหลิ่วเบาๆ เพื่อปลอบประโลมให้อารมณ์ของเยี่ยนอวิ๋นหลิ่วดีขึ้น

            เช้าตรู่ในวันรุ่งขึ้น เยวี่ยเจาหรานรีบวิ่งไปโกดังเพื่อหาคันธนูของเยี่ยนอวิ๋นหลิ่ว ถึงอย่างไรวันพรุ่งนี้ต้องออกเดินทางไปพร้อมฮ่องเต้ ถ้าชักช้าเกินไปอาจไม่ทัน

            ทางด้านเยี่ยนอวิ๋นหลิ่วอยู่ในห้องเพียงคนเดียว นางลุกตื่นขึ้นมาในช่วงสาย ใครจะรู้ว่าเมื่อนางตื่นลืมตาสาวใช้ที่เฝ้าอยู่ด้านนอกเอาแต่เคาะประตูไม่หยุด ไม่รู้ว่ามีเรื่องรีบเร่งอะไร แม้ว่าเยี่ยนอวิ๋นหลิ่วจะเกียจคร้านแต่ก็เป็นคนที่ไม่ต้องการให้คนอื่นมารอนานเกินไป ดังนั้นจึงลุกจากเตียงแล้วออกไปด้านนอก

            “มีอะไรกันหรือ เพิ่งจะ...”

            หลังจากเปิดประตู เยี่ยนอวิ๋นหลิ่วยังพูดไม่ทันจบ สาวใช้รีบพูดด้วยเสียงเบาว่า “คุณชาย ท่านตื่นแล้ว ลูกพี่ลูกน้องของท่าน นางมารอท่านนานแล้วเจ้าค่ะ  เมื่อก่อนท่านไม่อนุญาตให้นางเข้ามา พวกบ่าวก็ไม่กล้าให้นางเข้า แต่นางก็ยังไม่ยอมกลับไป พวกบ่าวไม่กล้าไล่นางเจ้าค่ะ”

            มิน่าล่ะสาวใช้ที่เฝ้าประตูจึงดูลนลานเช่นนี้ เมื่อก่อนสวี่ชิวเยวี่ยมาที่จวนเยวี่ยเจาหรานกับเยี่ยนอวิ๋นหลิ่วเกือบทุกวันเพื่อมา ‘ดูแล’ ประการแรกทำให้เยี่ยนอวิ๋นหลิ่วไม่เหน็ดเหนื่อย ประการที่สอง ไปๆ มาๆ ที่นี่ไม่สะดวกนัก สิ่งหนึ่งที่ต้องรู้ว่าเรือนของเยี่ยนอวิ๋นหลิ่วกับเยวี่ยเจาหรานมีเพียงแค่หลิงหลงและชุ่ยเชี่ยวที่รู้ความจริงจึงสามารถเข้าเรือนได้

            สาวใช้ที่เฝ้าหน้าประตูไม่กล้าขัดขวางสวี่ชิวเยวี่ย ถ้าหากไม่ระวังถูกสวี่ชิวเยวี่ยรู้ความลับระหว่างสองตระกูล ไม่รู้ว่าในอนาคตจะเกิดเรื่องอันตรายและมีปัญหาตามมามากมายขนาดไหน

            นับตั้งแต่ทั้งสามคนกลับมาจากเขาชิงเฉวียน ลูกพี่ลูกน้องคนนี้ก็ไม่ได้มาที่นี่พักหนึ่งแล้ว พวกสาวใช้ที่อยู่ตรงประตูเรือนของเยี่ยนอวิ๋นหลิ่วกับเยวี่ยเจาหรานส่วนใหญ่ไม่ได้เป็นคนของเยี่ยนอวิ๋นหลิ่ว และใครจะรู้วันนี้มีคนแปลกหน้ามารอจนสาย ซึ่งทำให้สาวใช้ตกใจ

            หลังจากเยี่ยนอวิ๋นหลิ่วพอเข้าใจสถานการณ์ตรงหน้าคร่าวๆ นางปิดตาลงอย่างเงียบๆ แอบคิดถึงสุภาษิตที่พูดไปเมื่อวาน สิ่งที่พูดนั้นเป็นความจริง คราวหลังจะไม่พูดเยอะแล้วเพราะเดี๋ยวคงเป็นจริง

            เป็นวาสนาไม่ใช่คราวเคราะห์  ถ้าเป็นคราวเคราะห์ก็หลบไม่พ้น ในสถานการณ์ตอนนี้ทำได้เพียงกัดฟันทน เยี่ยนอวิ๋นหลิ่วโบกมือให้สาวใช้ถอยไป ส่วนตัวเองเลือกไปจัดการกับสวี่ชิวเยวี่ยที่อยู่ในจวนเยี่ยน ทำท่าประหนึ่งทัพหน้าที่พร้อมไปพลีชีพ

            “อ้าว น้องชิวเยวี่ย ทำไมบังเอิญเช่นนี้ เจ้ามาออกกำลังกายยามเช้าหรือ?”

            โอ้ พอพูดจบก็รู้สึกว่าประโยคนี้แปลกมาก เยี่ยนอวิ๋นหลิ่วส่ายหัวสามครั้งในใจอย่างหงุดหงิดเพื่อปฏิเสธการเปิดบทสนทนาแปลกๆ ของตนเอง

            ใครจะรู้ว่าสวี่ชิวเยวี่ยนั้นเมื่อเทียบกันแล้วถือว่าใจถึงกว่ามาก นางพูดตรงๆ ว่า “ท่านพี่… ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ ข้ารอท่านอยู่...”


            เชิงอรรถ

            [1] 白莲花 (báiliánhuā ไป๋เหลียนฮวา) ดอกบัวขาว เป็นคำสแลงในเน็ตจีน หมายถึงผู้หญิงที่ภายนอกทำตัวใสซื่อ แต่ภายในซ่อนเรื่องไม่ดีไม่งามไว้มากมาย


    คล้ายกับเรื่องชาตินี้ข้าจะไม่ขอเป็นกุลสตรีที่อ่อนหวาน ที่คุณอ่าน

    ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ

    ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ

    นิยาย รัก
    467K 4159
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง [แปลจบแล้ว]

    ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    485K 891
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    นิยาย รัก
    1.05M 604
    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    213K 1367
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.21M 577
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    862K 774