ตอนที่5 โกงขั้นเทพ
ชิงฉางหายใจเข้าก่อนที่จะหยิบไม้เท้าขึ้นมา “ไม้เท้าแมลงเลเวลหนึ่งสามารถจะสร้างศัตรูพืชที่กินพืชผลต่างๆ ได้ ซึ่งเขาสามารถใช้ได้ห้าสิบครั้งต่อวัน สามารถนำออกไปนอกมิติได้”
“ไม้เท้าวัชพืชเลเวลหนึ่งสามารถสร้างวัชพืชที่ดูดสารอาหารของพืชผลต่างๆ ได้ ใช้ได้ห้าสิบครั้งต่อวัน สามารถนำออกไปนอกมิติได้”
ชิงฉางยิ้มในใจก่อนที่จะปล่อยไม้เท้า
เมื่อไม่มีอะไรน่าสนใจแล้ว ชิงฉางเดินออกจากกระท่อมเพื่อไปที่โรงนา เขารู้ว่าจะต้องมีบางสิ่งซ่อนอยู่ในโรงนา อย่างน้อยก็มีกระสอบเมล็ดที่ได้เป็รางวัลจากระบบ
ชิงฉางมาถึงโรงนาอย่างรวดเร็ว ตัวโรงนานั้นดูธรรมดามาก และมีเพียงประตูไม้เล็กๆ ติดอยู่
เมื่อชิงฉางัักับประตู เขาได้ยินเสียง “โรงนาเลเวลหนึ่ง สามารถเก็บสิ่งของต่างๆ ได้ ไม่จำกัดประเภท ไม่จำกัดจำนวน สิ่งของที่เก็บไว้สามารถนำออกไปใช้นอกมิติได้รายการสิ่งของปัจจุบัน เมล็ดหญ้าหกถุง”
เมื่อชิงฉางนึกถึงเมล็ดหญ้า ที่ด้านหน้าของเขาก็ปรากฎถุงหกถุงที่มีตราสัญลักษณ์บอกว่า “เมล็ดหญ้า”
ชิงฉางสงสัยกับวิธีการทำงานของโรงนาแต่เขาไม่เคยคิดเลยว่าสามารถสั่งงานผ่านทางความคิดได้ ช่างเป็อะไรที่ดี และสะดวกสบายมากจริง ๆ
ชิงฉางพยายามที่จะผลักประตูโรงนา แต่ก็เปิดมันไม่ได้ โรงนานี้คงจะเป็เพียงแค่ของประดับ ใช้งานจริงไม่ได้
ชิงฉางยิ้มเล็กน้อยก่อนที่จะหันหลังเดินกลับไปยังกระท่อมก่อนที่จะนั่งลงบนเตียงและคิดถึงสิ่งต่าง ๆ ที่ได้เจอในวันนี้ ตอนนี้มิติแห่งนี้นั้นมีพื้นที่ให้เขาทำฟาร์ม
มีน้ำที่ใช้ดื่มได้ และดินที่ช่วยให้พืชเติบโตเร็วขึ้นสิบเท่า และน้ำที่ใช้เพิ่มผลผลิตอีกสิบเท่า พระเ้า!! มิตินี้ทำให้เขาไม่ต้องกังวลเื่การขาดแคลนของอาหารเลย
พวกตะกร้า พลั่ว ถังน้ำ ยาฆ่าแมลง ไม้เท้าแมลง ไม้เท้าวัชพืช ของเหล่านี้เป็สิ่งที่ชิงฉาง้ามากๆ ในตอนนี้ และมันยังสามารถนำไปใช้ข้างนอกมิติได้ และสิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือโรงนา โรงนานั้นเหมือนกระเป๋าสี่มิติของโดราเอมอนมันยิ่งทำให้เขารู้สึกสิ่งที่เขาได้มาเป็ของที่วิเศษมาก ๆ เลย
จากความทรงจำของฉางนั้น ในโลกนี้มีอุปกรณ์มิติมากมาย แต่การจะสร้างจำเป็ต้องใช้นักเวทย์ห้วงมิติในการสร้างซึ่งนักเวทย์เ่าั้พบตัวได้ยากมาก รวมถึงแม้ว่าจะมีสิ่งเหล่านี้มากมายในทวีปแต่ส่วนใหญ่มันจะตกอยู่ในมือของพวกชั้นชนสูง เป็ไปได้น้อยมากที่ของสิ่งนี้จะอยู่กับตระกูลธรรมดา
แต่อุปกรณ์มิติเ่าั้ไม่สามารถเทียบกับโรงนานี้ได้เพราะอุปกรณ์เ่าั้มีขนาดเล็ก แม้ว่าจะเป็ขนาดที่ใหญ่ที่สุด ก็สามารถสร้างมิติที่เก็บของได้เพียงไม่กี่ร้อยลูกบาศก์เมตรเท่านั้นซึ่งแค่นั้นก็เทียบได้ว่ามันเป็มิติที่อยู่ในขั้นที่สูงแล้ว แต่มิติฟาร์มที่ชิงฉางมีไม่ได้พบเจอบ่อยในทวีปแห่งนี้
แต่ที่สำคัญที่สุดคืออุปกรณ์มิติต่าง ๆ ในทวีปคาร์คไม่สามารถที่จะเก็บสิ่งมีชีวิตได้แต่โรงนาที่เป็มิติของชิงฉางสามารถทำได้ และเขายังสามารถเก็บของโดยไม่จำกัดประเภทด้วย
ตอนนี้เขามีเมล็ดหญ้าอยู่หกถุง และเงินอีกห้าร้อยเหรียญทอง แม้ว่าจะนำเหรียญทองออกไปนอกมิติไม่ได้ แต่เขาก็ยังสามารถใช้ซื้อของในร้านมิติฟาร์มได้ซึ่งมันก็เพียงพอแล้วสักหลับเขา
หลังจากที่ได้อ่านคำแนะนำต่าง ๆ เกี่ยวกับมิติแห่งนี้ ชิงฉางรู้ได้ทันทีว่ามิติแห่งนี้มีลักษณะเหมือนเกมที่เขาเล่น และค่าพื้นฐานต่าง ๆ ก็ไม่ได้ต่างไปจากเกมเลยสักนิด ถ้าเขาสามารถเพิ่มเลเวลได้ ก็จะสามารถที่จะใช้งานทุ่งหญ้า และสิ่งอื่น ๆ อีกมากมาย
สิ่งที่สำคัญที่สุดในตอนนี้ก็คือ เขามีพื้นที่อยู่สิบไร่ และบ่อน้ำ ซึ่งทั้งสองสิ่งนี้สามารถที่จะปรับปรุงดินในแดนทมิฬได้แต่ก่อนอื่นเขาจะต้องปลูกพืชในที่ดินสิบไร่นี้ก่อน
เมื่อคิดอย่างนี้ ชิงฉางก็อดที่จะยิ้มออกมาไม่ได้ เขาเป็เด็กเนิร์ดมาก่อน
และเป็เด็กที่เกิดในเมือง ทำให้เขาไม่เคยทำฟาร์มมาก่อนเลยทำให้เขาไม่รู้ถึงความแตกต่างระหว่างข้าวฟ่าง , ถั่วเหลือง ,งา , ข้าวบาร์เลย์ และข้าว การที่จู่ ๆ ต้องมาทำฟาร์มนั้น ทำให้เขาไม่รู้เลยว่าจะต้องเริ่มต้นจากตรงไหน
ชิงฉางนำเมล็ดหญ้าเก็บกลับเข้าไปในโรงนาก่อน เขาเข้าใจว่าเมล็ดหญ้าที่จะเป็อาหารสัตว์ได้นั้น ไม่มีประโยชน์เลยสำหรับเขาตอนนี้แต่อาจเป็ประโยชน์หากเขามีทุ่งหญ้าที่ใช้เลี้ยงสัตว์ สิ่งที่เขาจำเป็ในตอนนี้คืออาหาร เงิน และเมล็ดพืช
เขาเปิดหน้าต่างร้านค้าขึ้นมา ซึ่งมีภาพของพืชชนิดต่าง ๆ ้า และด้านล่างแสดงเลเวลรวมถึงราคาเหมือนหน้าต่างในเกม
ชิงฉางมองที่หน้าต่างร้านค้า ซึ่งเหมือนกับในเกม แม้กระทั่งคำสั่งต่างๆ ที่อยู่ตรงหน้าของเขา ตอนนี้ฟาร์มของเขามีเลเวลเพียงแค่หนึ่งและเมล็ดพืชที่เพราะปลูกได้ก็มีแค่หญ้า , หัวไชเท้า แครอทและผักกาดกวางตุ้ง ส่วนที่เหลือนั้น เขายังไม่สามารถปลูกได้
ชิงฉางลองที่จะเลือกพืชเลเวลสอง แต่ก็มีการแจ้งเตือนว่า “เลเวลไม่พอ” ทำให้ชิงฉางเข้าใจมิติแห่งนี้มากขึ้นไปอีก
มีเพียงพืชสี่ชนิดนี้เท่านั้นที่ปลูกได้ตอนนี้ ชิงฉางเลือกที่จะซื้อเมล็ด
หัวไชเท้า เมล็ดหัวไชเท้าหนึ่งถุงราคาหนึ่งร้อยห้าสิบเหรียญทองซึ่งแต่ละถุงสามารถหว่านได้สิบไร่ ซึ่งผลผลิตของหัวไชเท้าสิบไร่นั้นจะได้ประมาณสี่พันกิโลกรัม
ซึ่งสามารถขายได้ประมาณห้าร้อยเหรียญทอง
ถ้าเปรียบเทียบค่าเงินของทวีปคาร์คกับโลก ห้าร้อยเหรียญทองก็น่าจะประมาณห้าหมื่นอาเอ็มบี หรือก็คือหนึ่งเหรียญทองประมาณ หนึ่งร้อยอาเอ็มบี หนึ่งเหรียญเงินจะได้ สิบอาเอ็มบีและหนึ่งเหรียญทองแดงจะได้ ศูนย์จุดหนึ่งอาเอ็มบี (อาเอ็มบีเป็หน่วยค่าเงินของจีน)
ถ้าหากคำนวณแบบนี้แล้วการปลูกหัวไชเท้าจะได้กำไรค่อนข้างเยอะ
แต่อาจจะน้อยกว่าแครอท และผักกาดกวางตุ้งนิดหน่อย เหตุที่ชิงฉางเลือกหัวไชเท้าไม่ใช่เพราะจำนวนเงินที่ได้แต่เพราะค่าประสบการณ์
ตอนที่เขาเล่นเกมฟาร์ม ชิงฉางเป็คนที่จะคำนวณสิ่งต่าง ๆ อย่างรอบคอบไม่ว่าจะเป็การพรวนดินการปลูกพืช การเก็บเกี่ยว และอะไรที่จะทำให้ได้รับค่าประสบการณ์มากที่สุดซึ่งก็คือหัวไชเท้าสิ่ งที่สำคัญที่สุดตอนนี้คือการเพิ่มเลเวล ซึ่งทำให้มีพื้นที่มากขึ้นและยังให้เงินที่พอสมควร ดังนั้นในสถานการณ์แบบนี้การปลูกหัวไชเท้าจึงเป็ตัวเลือกที่เหมาะสมที่สุด
ชิงฉางเป็เด็กเนิร์ดมาก่อน ซึ่งเด็กเนิร์ดมักจะไม่ค่อยไปไหนมาไหนเพื่อจะหลีกเลี่ยงการไปข้างนอกจึงจำเป็้าที่จะวางแผนก่อนว่าวันนี้จะทำอะไร เพื่อให้ใช้เวลาอยู่ข้างนอกน้อยที่สุดและรวมสิ่งต่างที่จะต้องทำไว้ในวันเดียวกันเพื่อที่เขาจะได้ไม่ต้องออกมาข้างนอกอีก
ด้วยเหตุนี้เองทำให้เขาจึงเป็คนที่มักจะวางแผนก่อนเสมอ เพื่อหาแผนการณ์ที่เหมาะสมกับเขามากที่สุด
ครั้งนี้ก็เหมือนกัน เขาครุ่นคิดอยู่นานก่อนที่จะเลือกหัวไชเท้าซึ่งให้ประสบการณ์มากที่สุด ซึ่งเมื่อเทียบกับเงินที่เสียไปมันไม่มีค่าอะไรเลย
ทันทีที่ชิงฉางซื้อเมล็ดหัวไชเท้า ถุงเมล็ดหัวไชเท้าไม่ได้ปรากฎที่หน้าของเขาทันทีแต่ถูกส่งไปยังโรงนาเขาจึงใช้ความคิด ถุงหัวไชเท้าก็ปรากฎที่ด้านหน้าของเขา ลักษณะของถุงไม่ได้ใหญ่มาก และดูแบนราบเหมือนไม่มีสิ่งของอยู่ในถุง แต่เมื่อชิงฉางััที่ถุง “เมล็ดหัวไชเท้า จำนวนหนึ่งถุงใช้ในการเพาะปลูก สามารถนำออกไปนอกมิติได้ ปลูกได้สิบไร่”
ชิงฉางถอนหายใจ โชคดีที่ถุงเมล็ดนี้สามารถปลูกได้สิบไร่ไม่อย่างงั้นแล้วเขาคงจะไม่มีพอที่จะซื้อเมล็ดอีก
ชิงฉางปิดหน้าต่างร้านค้า จากนั้นก็หยิบถุงเมล็ดหัวไชเท้า และออกจากกระท่อมของเขา เมื่อมองไปยังพื้นที่สิบไร่เขารู้สึกทำอะไรไม่ถูกเลย ตอนนี้เขาซื้อเมล็ดมาแล้ว แต่เขาจะปลูกมันยังไงละ เขาไม่เคยรู้วิธีการปลูกหัวไชเท้าเลยด้วยซ้ำ สถานการณ์ตอนนี้เป็อะไรที่แย่มาก
เมื่อถึงจุด ๆ นี้ ชิงฉางก็ยังไม่มีไอเดียอะไรเลยจึงเอาถุงเมล็ดหัวไชเท้ามาเพื่อที่จะเก็บที่โรงนา แต่ทันใดนั้นเองเมื่อมองไปยังถุงที่มือ เขาก็เกิดความคิดบางอย่างขึ้นมา
ทุกอย่างในมิตินี้มันเหมือนเป็ส่วนหนึ่งของเขา ถึงแม้ว่ามันจะต้องใช้เงินในการซื้อเมล็ดพืช แต่ก็มีเงินเริ่มต้นให้เหมือนกันกับเกมที่เขาเล่น ถ้าหากมันเป็เช่นนั้นแล้ว ทำไมเขาจะต้องลงมือทำเองด้วยหล่ะ
เมื่อชิงฉางคิดได้เช่นนี้ เขาจึงใช้ความคิดนึกถึงการปลูกหัวไชเท้า เมื่อเขาคิดเสร็จ ถุงหัวไชเท้าก็ลอยขึ้นมา และพลั่วก็ลอยตามมาด้วย พลั่วขุดหลุมเล็ก ๆ ขึ้นมา และถุงเมล็ดหัวไชเท้าก็ปล่อยเมล็ดออกไปในหลุมหลังจากนั้นถังมาก็ลอยมาเทน้ำใส่ จากนั้นพลั่วก็ทำการกลบหลุม และขุดหลุมใหม่ใส่เมล็ด รดน้ำ กลบดิน ทำกันอย่างเป็ขั้นตอนโดยที่ชิงฉางไม่ต้องควบคุมเลยแม้แต่น้อย
เมื่อชิงฉางมองฉากนี้ก็อดขำไม่ได้ มิตินี้ช่างสะดวกสบายจริงๆ เขารู้สึกราวกับเป็พระเ้าในมิติแห่งนี้ทุกสิ่งในมิติแห่งนี้คงจะเคลื่อนไหวได้ตามคำสั่งของเขา
มันช่างรู้สึกดีจริง ๆ
เมื่อเห็นว่าการเพาะปลูกนั้นจำเป็ต้องใช้เวลา ชิงฉางรู้สึกกลัวว่าเมื่อกรีนรู้ว่าเขาหายตัวไปจะเป็ห่วงจึงออกจากมิติไป เขากลับมาที่ห้องที่ปราสาทูเาเหล็ก เมื่อมองออกไปยังหน้าต่างก็เห็นว่าสิ่งต่าง ๆ นั้นเปลี่ยนแปลงไปไม่มากนัก
และดูเหมือนว่าจะไม่มีใครเข้ามาในห้องนี้ แสดงว่าชิงฉางสามารถใช้เวลาอยู่ในมิติไม่นานนักและเวลาในห้วงมิติอาจจะแตกต่างจากข้างนอก
ชิงฉางดีใจจนอยากจะะโออกมา ด้วยความสามารถที่โกงขั้นเทพแบบนี้ทำให้เขาเป็เ้าของที่ดินเล็ก ๆ ในโลกใบนี้ แม้ว่าเขาจะสามารถช่วยฉางแก้แค้นได้แต่สิ่งแรกที่เขาจะทำคือการทำให้ความเป็อยู่ของเขานั้นสะดวกสบายขึ้นก็เป็สิ่งที่สมเหตุสมผล
ชิงฉางยอมรับว่าตัวเขานั้นเป็คนที่ไม่มีความทะเยอทะยาน ตราบใดที่เขามีความเป็อยู่ที่ดี เขาจะกอบกู้ตระกูลบูดาเขาจะล้างแค้นให้ตระกูลบูดา เขาจะชดใช้ให้ฉาง และคนอื่น ๆสิ่งเหล่านี้ทำให้เขารู้สึกตื่นเต้น แต่เมื่อคิดถึงอำนาจของพวกขุนนางเ่าั้ทำให้ชิงฉางรู้สึกกลัว ความอยู่รอดของตระกูลบูดาตั้งอยู่บนคำพูดของพวกขุนนางและสามารถที่ทำให้ตระกูลบูดาสูญสิ้นได้เพียงแค่พลิกฝ่ามือ
จบตอนแล้วนะครับฝากติดตามพวกเรา Mysterybox ด้วยนะครับ