“ท่านเยี่ยยิ่งทำไมท่านถึงปล่อยให้ข้ารอท่านอยู่คนเดียวอย่างนี้ละไหนท่านบอกว่าจะไปทำธุระไม่นานไม่ใช่หรอกหรือ”อ้ายฉิงได้แต่พูดด้วยใบหน้าเศร้าแทบไม่อยากยิ้มเลยด้วยซ้ำ ทุกคนต้องมาตายเพราะข้า ข้าคือสัตว์ประหลาดตัวจริงในตอนนี้ข้าต้องอยู่เพื่อใครกันแน่อ้ายฉิงได้แต่หดหู่กับชีวิตของตัวเองไม่รู้ว่าจะกลายร่างเป็ปีศาจเมื่อใด
“ข้าก็ไปส่งใครคนหนึ่งมาก็เท่านั้นส่วนเ้าออกมาได้แล้วข้าคลายม่านป้องกันออกแล้วละ”อ้ายฉิงเดินมายังหน้าบ้านแล้วลองแตะดูก็ไม่พบกับสิ่งที่กั้นอยู่จึงเดินมาใกล้เยี่ยยิ่ง
“ขอบคุณท่านเยี่ยยิ่งมากที่ได้สละเวลามาช่วยชีวิตข้าไว้แต่ตอนนี้ท่านไปเถอะ ข้าไม่อาจเอาแต่ยืนเฉยๆให้ท่านช่วยแล้วละอีกอย่างข้าก็ไม่อยากทิ้งบ้านหลังนี้ กับหลุมฝังศพของท่านยายและท่านแม่ไปได้ต่อให้ข้าตายอยู่ตรงนี้ข้าก็ดีใจแล้วละ” อ้ายฉิงหมุนตัวกลับเดินเข้าบ้าน
“ฮ้า ฮาๆๆๆๆอย่างเ้าในตอนนี้ถ้าไม่มีข้าคอยคุ้มกัน เ้าคงตายภายในไม่กี่ใจนี้แหละเ้ารู้ไหมทางเข้าที่ข้าผ่านมาเมื่อครู่นี้เต็มไปด้วยปีศาจน่ะจะให้ข้าปล่อยเ้าไว้ก็ดีนะ ไม่ต้องมาเป็ภาระให้ข้าเพิ่มอีก” เยี่ยยิ่งเปลี่ยนร่างเป็นกไนติงเกลก่อนจะหันตัวไปทางอื่นกระพือปีกเล็กน้อย
“เดี๋ยวก่อน เอาข้าไปด้วยท่านช่วยรับข้าเป็ศิษย์ของท่านด้วยจะได้หรือไม่ ถ้าไม่ได้ก็ไม่เป็ไรเพียงแต่เอาข้าไปรับใช้ท่านก็ได้”เผื่อวันใดที่ข้าเรียนรู้ทุกสิ่งได้แล้วจะทำการแยกร่างกับท่านพ่อได้ข้าอยากอยู่กับท่านพ่อแม้จะไม่มีท่านแม่แล้วก็ตามแต่ไม่ใช่การที่ท่านพ่อติดอยู่ในร่างของข้าแบบนี้
“จะให้ข้าทิ้งเ้าไว้คนเดียวก็เหมือนว่าข้าใจร้ายงั้นข้าจะเอาเ้าไปด้วย ในฐานะที่เ้าเป็ร่างภาชนะของพี่ชายข้า ถ้าเ้าตายสิ่งที่พี่สาวข้าทำไว้มันก็จะสูญสิ้นไม่มีประโยชน์อีก ส่วนศิษย์ที่เ้าอยากได้รับอั้นนี้ข้ารับไว้ก็ได้ แต่เ้าต้องทำตามที่ข้าสั่งทุกประการ เข้าใจไหม”เยี่ยยิ่งกลับคืนร่างเป็มนุษย์อีกครั้งผืนผ้าบางต่างพากันปลิดปลิวไปมายามที่โดนสายลมกระทบ
“เป็พระคุณอย่างมากที่ท่านเยี่ยยิ่งอุตส่าห์รับข้าคนนี้เป็ศิษย์”อ้ายฉิงก้มคำนับเป็การขอบคุณผู้มีพระคุณ ที่ได้ช่วยชีวิตเอาไว้แล้วยังรับเป็ศิษย์อีกด้วย
“ว่าแต่..ไหนให้ข้าดูซิว่าเ้าสามารถใช้พลังที่อยู่ในตัวเ้าได้หรือไม่เ้าลองแปลงกายให้ข้าดูหรือไม่ก็ลอยตัวก็ได้”เยี่ยยิ่งอ้อมมาอยู่ด้านหลังแล้วจับให้มืออ้ายฉิงกางแขนออก กระพือขึ้นลงเหมือนนก
“แต่ข้าทำไม่ได้ข้าไม่เคยทำเื่เช่นนี้ในยามที่ข้ามีสติเลยสักครั้ง”อ้ายฉิงหันกลับมาพูดกับเยี่ยยิ่ง ด้วยใบหน้าเศร้าหมองไม่รู้จะหาวิธีไหนมาทำให้บินได้ ทั้งๆที่ในใจก็อยากจะโผบินแทบตาย
“เ้าก็ใช้วิธีของเ้าตอนที่ปีนเขาสิเ้าลองะโไปเหยียบก้อนเมฆแล้วตามข้ามา”พูดจบร่างสวยก็กลายร่างเป็นกอีกครั้งแล้วโผบินขึ้นสู่ท้องฟ้าทิ้งอ้ายฉิงให้ยืนงงอยู่บนผืนดินกว้างเพียงผู้เดียว
“เป็ไงเป็กัน ย๊ากกก”อ้ายฉิงวิ่งไปเหยียบที่เนินโขดหินแล้วะโออกไปด้วยแรงทั้งหมดที่มีอ้ายฉิงยิ้มหลับตาอย่างมีความสุข เมื่อร่างตัวเองกำลังล่องลอยอยู่กลางอากาศ
“อ๊ากกกกก ท่านเยี่ยยิ่งงงงช่วยข้าด๊วยยยย” ร่างบางะโลั่นเมื่อลืมตาขึ้นแล้วเห็นว่าตัวเองกำลังดิ่งลงสูู่เาสูงด้วยความเร็ว จนอ้ายฉิงคุมร่างกายไม่อยู่พลิกตัวไปมากลางอากาศ
“หาทางช่วยตัวเ้าเองเถอะข้าไปก่อนล่ะนะ อ้อ! ข้าจะสอนอย่างหนึ่งนะจงทำใช้สัญชาตญาณที่มีอยู่ในตัวของเ้าซะ”สิ้นคำพูดเยี่ยยิ่งก็หมุนตัวโผบินขึ้นสูงจนอ้ายฉิงแทบมองไม่เห็น
“อ๊ากกก ไม่น้าาาาา จะตกพื้นแล้วววเละแน่ตัวข้า” อ้ายฉิงหลับตาปี๋ ได้แต่ทำใจที่ตัวเองต้องมาจบชีวิตของตัวเองแบบนี้
‘ะโ’อ้ายฉิงใเมื่อจู่ๆก็มีเสียงชายคนหนึ่งดังขึ้นข้างหูราวกับว่าอยู่ในกายเธอ“ท่านพ่อ นั่นท่านใช่ไหม” ทุกอย่างกลับเงียบไปหมดมีเพียงเสียงลมที่กระทบข้างหูเท่านั้น
“ฮาฮ้า ข้าทำได้ ข้าโดดขึ้นมาได้”อ้ายฉิงมองลงไปยังด้านล่างของพื้นก็ตาลุกวาวที่ตนเองะโได้สูงเช่นนี้‘เหยียบก้อนเมฆ’ เสียงข้างหูดังขึ้นอีกครั้งอ้ายฉิงจึงพุ่งตัวขึ้นไปแตะเท้าบนปุยเมฆ “โอ๊ะโอ ไม่นะท่านเยี่ยยิ่งช่วยข้าด้วยยยย” อ้ายฉิงวิ่งขึ้นไปเหยียบก้อนเมฆก็ร้องลั่น เพราะมันไม่ได้เป็อย่างที่เสียงข้างหูกับท่านเยี่ยยิ่งบอกเลยแม้แต่น้อยทันทีที่ขึ้นไปเหยียบก้อนเมฆก็ไม่ต่างอะไรจากเหยียบควันเลยด้วยซ้ำจนร่างบางของอ้ายฉิงดิ่งตัวลงมาอีกรอบ
“น่าแปลกที่เ้าเหยียบเมฆไม่ได้ถ้าเป็พ่อเ้าป่านนี้ะโไปไกลแสนไกลแล้ว พ่อเ้าขอบกระโดบนเมฆมากกว่าเพราะแรงพุ่งตัวมันเยอะ และถึงที่หมายได้เร็วกว่า งั้นลองสงบอารมณ์แล้วปล่อยใจให้เป็หนึ่งเดียวกับอากาศดู แล้วเ้าจะบินได้”เยี่ยยิ่งบินครุ่นคิดอยู่สักพัก ก่อนจะหายใจเข้าออก แล้วพุ่งตัวยังก้อนเมฆด้านล่างแล้วดีดตัวขึ้นสูงขึ้นสูงกว่าเยี่ยยิ่งเพียงพริบตาเดียว อ้ายฉิงได้แต่อมยิ้มดีใจพอเห็นก้อนเมฆอีกก้อนจึงพุ่งไปเหยียบอีกครั้งก็ต้องเพิกตากว้างเมื่อเท้าที่แตะไปกลับพลาดเหยียบผิดที่จนร่างบางพุ่งตกลงไปด้วยความเร็วสูง
ท่านอย่าเอาแต่พูดสิตอนนี้มาช่วยข้าก่อน หมับบบ!” อ้ายฉิงที่คิดว่าจะตกลงไปยังพื้นดินแล้ว แต่ตอนนี้ถูกอุ้มไว้ด้วยชายแปลกหน้าท่านหนึ่งที่มีรูปร่างหน้าตาที่หล่อเหลา
“เ้าเหยียบเมฆพวกนี้ไม่ได้หรอกนะเพราะข้าได้ลงอาคมเอาไว้่นี้มีเหตุมาแจ้งข้าว่าที่แห่งนี้ชอบมีเหล่าเทพหายบ่อยนักข้าจึงต้องลงมาดูด้วยตนเอง ก้อนที่เ้าเหยียบเมื่อครู่คงรอดเหลือจากที่ข้าลงอาคมไปเมื่อครู่กระมั้งอีกอย่างเ้าก็ดูเหมือนเทพ แต่! ไม่ใช่เทพ หรือว่าเป็เทพกันนะ”ชายตรงหน้ากล่าวอย่างครุ่นคิด อ้ายฉิงทำอะไรไม่ได้ แม้แต่จะขยับก็ยังไม่ได้เช่นกัน
“ท่านาาได้โปรดปล่อยตัวคนของข้าด้วยเถิดข้าเพียงบินผ่านมา ข้าและคนของข้าไม่รู้ว่าท่านอยู่ที่นี่ข้าต้องขอประทานอภัย ไว้ชีวิตเราด้วยเถิด” เยี่ยยิ่งที่อยู่ในร่างคนนั่งก้มหัวให้แก่ชาย ที่กำลังอุ้มอ้ายฉิงอยู่
“จะให้ข้าปล่อยตัวนางคงไม่ได้หรอกเพราะนางไม่ใช่มนุษย์ เ้าเองก็รู้ใช่หรือไม่”ผู้ที่ได้ชื่อว่าาาปล่อยเธอให้ยืนกลางอากาศโดยที่อ้ายฉิงได้แต่ยืนตัวแข็งทำอะไรไม่ได้แม้แต่พูดอะไรสักคำยังทำไม่ได้เลย
“ขอประทานอภัยท่านาาอาจจะเป็เพราะนางเป็ลูกของาาปีศาจคนก่อนหน้านี้จึงมีกลิ่นกายที่ไม่เหมือนคนอื่นพะย่ะค่ะ”เยี่ยยิ่งยังคงอธิบาย โดยที่ยังคงก้มหัวอยู่อย่างนั้น
“เ้าโกหกนางผู้นั้นแทบไม่มีกลิ่นปีศาจเลยด้วยซ้ำ มีเพียงเ้าที่มีกลิ่นปีศาจที่แตะจมูกอ่อนๆ เ้าคิดว่าข้าโง่ถึงขั้นไม่รู้หรือไงว่าเ้าคิดที่จะลักพาตัวนางที่มีกลิ่นหอมไม่มีสิ่งใดเทียบ เ้าแอบอ้างว่านางผู้นี้เป็ลูกของปีศาจเ้านั่นแหละคือปีศาจที่ชอบมาป้วนเปี้ยนแถวนี้”สิ้นเสียงร่างของาาก็ตรงมาทางอ้ายฉิงก่อนจะแว๊บหายไปกลางอากาศ
“อ้ายฉิงงง”เยี่ยยิ่งกระโดเข้าไปหาแต่ไม่ทันเสียแล้วจึงรีบแปลงกายเป็นกไนติงเกลโผบินกลางอากาศไปอีกฟากด้วยความเร็วเท่าที่มี
………………………………………………………
หว้าาาาา จบไปอีกตอนแล้วนะเมี๊ยววว
กว่าเ้านายจะลุกมาแต่งเมี๊ยวหนักใจจะแย่แย่้ววว
ซูซี่ : เ้านายี้เี
เ้านาย : อารายยยยย ????ก็แค่ตอนนี้มันสั้นไหม เ้านายไม่ว่างงงงงง เ้านายกำลังไม่สบายอยู่นะ????????