เธอเองก็ัักลิ่นกายที่กำจายมาต้องจมูกอยู่มันเป็กลิ่นซึ่งหาที่เสมอเหมือนมิได้เลยบอกถึงความเป็ชายและสั่นประสาทให้หวั่นไหวอย่างที่สุดเธอชำเลืองมองไปตรงแผงอกกว้างๆ เสื้อยืดแนบอยู่กับกล้ามเนื้อตรงส่วนนั้นและผายขึ้นไปตามไหล่กว้างท่อนแขนที่เท้ายันอยู่กับกรอบประตู่ใกล้เรือนกายของเธออย่างที่สุดจนสามารถมองเห็นไรขนอ่อนๆ บนท่อนแขนนั้นได้และใคร่รู้นักว่ามันจะนุ่มนวลต่อััอย่างที่เห็นอยู่หรือไม่และแล้วเธอก็เปลี่ยนสายตาขึ้นมองใบหน้าที่บอกความเป็ชายของเขาแต่มันมิได้ช่วยให้ความหวั่นไหวคลายลงเลยด้วยความชิดใกล้นั้นกระตุ้นเตือนความรู้สึกให้หวั่นไหวอยู่
“คุณ้าอะไรหรือคะ?”
เธอถามด้วยน้ำเสียงที่ยังสำแดงความแปลกใจอยู่อย่างไม่เปลี่ยนแปลงเขาเหลือบตาขึ้นมองริมฝีปากคู่นั้น หัวใจของแอนเนทท์เหมือนจะหยุดเต้นไปชั่ววูบหนึ่งริมฝีปากของเขาเครียดขึ้นเมื่อ่เวลาแวบนั้นผ่านไป
“คุณทิ้งไอ้นี่ไว้ตรงคอร์ทเทนนิส”
เขาชูมือข้างที่ถือเสื้อสเว็ตเตอร์ขึ้นพร้อมด้วยกุญแจที่ห้อยอยู่ในนิ้ว
“ฉันน่ะหรือคะ?”
เธอรับเสื้อมาจากมือเขารู้สึกประสาทปลายนิ้วเต้นเมื่อัักับนิ้วมือของโจชเข้า
“ผมต้องยอมรับว่าออกจะลึกลับดีกว่าการทิ้งผ้าเช็ดหน้าไว้”
น้ำเสียงของโจชเยาะๆกับสาเหตุที่ทำให้เขาต้องมาถึงที่นี่
“พูดง่ายๆ ก็คืออุบายเก่าๆ ที่เปลี่ยนแปลงรูปโฉมเสียใหม่”
แอนเนทท์แสร้งทำเป็พิจารณาเสื้อตัวนั้น
“ค่ะ เพียงแต่ว่าฉันไม่ได้ทำมันตกไว้เท่านั้น” เธอตอบ
“เสื้อตัวนี้เป็ของมาชาน้องสาวฉันต่างหาก” เธอชี้ให้เขาดูตัวอักษร “เอ็ม” ตรงปกเสื้อ
“สงสัยว่าเขาจะลืมทิ้งไว้แน่”
เมื่อเธอเงยหน้าขึ้นมองเขานั้นแอนเนทท์ก็ได้เห็นแววแห่งความไม่แน่ใจปรากฏขึ้นในดวงตาของโจชแผนของเธอเริ่มได้ผลแล้วโจชเริ่มจะไม่แน่ใจว่าเสื้อตัวนี้ถูกทิ้งลงไว้อย่างมีเจตนา
“โชคดีจังที่คุณช่วยเอามาคืนให้ตอนนี้มาชากำลังอาบน้ำอยู่ค่ะ”
แอนเนทท์อธิบายต่อซึ่งทำให้เขาสำเหนียกเสียงน้ำไหลที่ดังมาจากภายในห้อง
“ไม่อย่างนั้นคงต้องมาขอบคุณด้วยตัวเองแน่ตอนนี้ยังไม่รู้เลยค่ะ”
“ก็หมายความว่ามันไม่ใช่ของคุณสินะ” โจชยังไม่ยอมเชื่อเสียทีเดียว
“มันเหมือนกับตัวของฉันมากค่ะ” เธอยอมรับ
“เพราะฉะนั้นฉันถึงได้งงไงคะตอนที่คุณส่งให้แต่เสื้อของฉันมีขลิบสีดำตรงขอบ เข้ากับกางเกงเทนนิสแต่ตัวนี้เป็สีน้ำเงินเข้มมันมองคล้ายกันจริงๆ”
“นั่นสิ” โจชยังคงจับตามองดูเธอย่างใกล้ชิด
ซึ่งแอนเนทท์ต้องสงบระงับความรู้สึกไว้อย่างสุดความสามารถ
“ถ้าฉันไม่ติดกุญแจห้องไปด้วยเราก็คงรู้กันแล้วละค่ะว่าเสื้อของมาชาหายไปแล้วก็คงจะต้องกลับไปแต่ที่เป็อยู่นี่เพราะกุญแจดอกนี้คุณถึงได้รู้ว่าควรจะคืนให้ที่ห้องไหน”
“กุญแจมันอยู่ในกระเป๋าเสื้อก็เลยรู้”
โจชคล้อยตามแม้แววแห่งความเคลือบแคลงจะยังคงแฝงอยู่ในน้ำเสียง
“มาชาน่ะโชคดีนะคะที่เสื้อไม่ถูกขโมยไปเสียก่อนฉันไม่รู้จะขอบใจคุณอย่างไรจริงๆ ที่จริงก็ควรจะให้รางวัล...หรืออะไรสักอย่าง”
เธอทิ้งท้ายตรงหางเสียงซึ่งทำให้ริมฝีปากของโจชเหยียดออก
“หรืออะไรบางอย่าง”
โจชพูดเสียงเบาเหมือนจะบอกให้รู้เป็นัยว่าเขาเลือกในประการหลัง
อารมณ์รัญจวนแผ่ซ่านไปทั่วเรือนกายของแอนเนทท์ยามที่เขาเอื้อมมือมาเชยคางเธอขึ้นปลายนิ้วมันอบอุ่นหนักแน่นซึ่งทำให้เธออดสะท้านอยู่กับัันั้นไม่ได้โจชโน้มกายเข้ามาหาดวงตาเปล่งประกายรู้ทันอยู่และแอนเนทท์ก็ไม่อาจจะขยับเขยื้อนเคลื่อนกายได้
ขนตาของเธอหรุบลงเมื่อริมฝีปากของเขาประทับลงบนเธอ ลมหายใจอุ่นๆระรวยอยู่ใกล้จมูกมันเป็จุมพิตแบบหยั่งเชิงมากกว่าปราศจากทั้งการหักหาญและอารมณ์พิศวาสแต่กระนั้นมันก็สร้างความหวั่นไหวให้เกิดขึ้นอย่างเหลือเชื่อเขาไล้ริมฝีปากอยู่อย่างผู้ชายที่ชำนาญจริง แต่มิได้แสดงว่าจะรวบร่างเธอเข้าไว้ในอ้อมแขนแม้ในยามที่ริมฝีปากอ่อนนุ่มคู่นั้นจะเชิญชวนให้เขาได้สำแดงเจตนารมณ์ต่อ
โจชถอนริมฝีปากออกช้าๆเหมือนเมื่อตอนที่โน้มลงจุมพิต เงยหน้าขึ้นมองแอนเนทท์ราวจะสำรวจอารมณ์มือที่เชยคางไว้โลมไล้อย่างแ่เบาไล้นิ้วลงมาตาม่คอ และเธอก็มีความรู้สึกราวกำลังยืนอยู่เหนือเงื้อมผาพร้อมที่จะกระโจนลงไปเมื่อเขาออกคำสั่ง
มุมปากของโจชัวดีน กดลึกด้วยรอยยิ้มอย่างเห็นขัน
“นี่คือสิ่งที่คุณ้าให้ผมทำใช่ไหมล่ะ?” เขาถามเย้ยๆ
ซึ่งมันก็ใช่แต่แอนเนทท์ยอมตายดีกว่าที่จะยอมรับริมฝีปากของเธอยังสะท้านด้วยไฟรัญจวนจากจุมพิตของเขามันสื่อความหมายลึกลับบางประการอยู่ระหว่างเขาและเธอเมื่อเขาละมือลงจากคางของเธอนั้นอารมณ์เชื่อมโยงก็ขาดสะบั้นลงโจชยืดร่างขึ้นกวาดสายตามองลึกเข้าไปยังมีส่วนในของตัวห้อง
“คุณควรจะบอกน้องสาวด้วยว่าให้ระมัดระวังข้าวของให้ดีกว่านี้”
“ได้ค่ะ” แอนเนทท์ให้สัญญาแต่โจชหันหลังเดินจากไปแล้ว
“ขอบคุณนะคะ” เธอร้องตามหลังเขาไป
ขณะที่ฝีก้าวยาวๆพาเขาออกห่างเธอไปด้วยท่าทางเหมือนไม่เร่งรีบนั้นแอนเนทท์ยังคงยืนมองตามหลังเขาอยู่เป็ครู่ก่อนที่จะก้มลงมองเสื้อที่กำไว้แน่นในมือความมีชัยสร้านอยู่ในสายเืขณะที่วิ่งกลับเข้าไปในห้องเสียงหัวเราะอย่างเริงร่าดังออกมาจากลำคอ ขณะที่เธอวอลซ์ไปรอบๆ ห้อง กกกอดตัวเองไว้ดวงตาเป็ประกายพราว
“มันได้ผลแล้วมาชา” เธอะโออกมาเพื่อให้ตัวเองได้ยินคำพูดที่เปล่งออกมาด้วย
“อะไรนะ?” เสียงอู้อี้ถามมาจากในห้องน้ำ
“ฉันบอกว่ามันได้ผลแล้ว” แอนเนทท์ะโตอบ
“ไม่ได้ยิน” มาชาะโกลับมา
“ก็ปิดน้ำเสียก่อนสิ”เป็ครู่ใหญ่เสียงน้ำจึงได้หายไปและมาชาก็โผล่หัวออกมาจากประตูห้อง
“เขาไปแล้วหรือ?” น้องสาวถาม
“ก็ใช่น่ะสิ” แอนเนทท์ยิ้มกว้างด้วยอารมณ์เริงรื่น
“มันได้ผลจริงๆ”
“ดีแล้วละ ขืนช้ากว่านี้อีกนิดฉันคงซีดตายแน่” มาชาว่า
แอนเนทท์มองน้องสาวที่เปียกชุ่มไปทั้งตัวมาชาใช้ผ้าเช็ดตัวพันกายไว้
“เธอคงไม่แช่ตัวเองอยู่ใต้ฝักบัวตลอดเวลาหรอกนะนี่?”
สีหน้าของมาชาบอกความไม่เข้าใจในคำถามประโยคนั้นอย่างแท้จริง
“ก็พี่บอกให้ฉันอยู่ในนั้นจนกว่าพี่จะเรียกไงล่ะ”
“พุทโธ่ ปัญญานิ่มชะมัดเลย” แอนเนทท์หัวเราะออกมาดังๆ
“ฉันหมายความเพียงแค่ว่าให้เธออยู่แต่ในห้องน้ำเท่านั้น”
“ก็พี่ไม่ได้พูดชัดๆ อย่างนั้นนี่” น้องสาวเถียง
“โธ่เอ๊ย เธอไม่จำเป็ต้องทำตามที่ฉันบอกทุกตัวอักษรนี่”มันยากเกินกว่าที่แอนเนทท์จะฝืนตัวเองไม่ให้ยิ้มออกมาได้
“แล้วเขาเอาเสื้อฉันมาคืนด้วยหรือเปล่า?” มาชาเปลี่ยนเื่ถาม
แอนเนทท์ชูเสื้อที่ถืออยู่ในมือให้น้องสาวดูอย่างปราโมทย์
“นี่ไง” แต่แล้วเธอก็ไม่สามารถจะซ่อนเร้นความตื่นเต้นไว้ได้อีกต่อไป
“เขาจูบฉันด้วยละ มาชา”
“แล้วไง?”
มาชากำลังคิดว่าที่มันควรจะต่อไปจากนั้นก็คือการเชิญให้ออกเดตซึ่งทัชมันจะทำให้การแสร้งทำเสื้อตกครั้งนี้มีค่ามากกว่าแค่การจูบครั้งเดียวมากนัก
“ก็เท่านั้นแหละ” แอนเนทท์ยอมรับแต่สีหน้ามิได้คลายความเบิกบานลงเลย
“แต่สำหรับตอนนี้ พอแค่นี้ก่อน”