Tale of Tales Online: Age of Apocalypse อภิมหาสงครามภัยพิบัติถล่มจักรวาล

    ตอนที่ 17 อารีน่าในอารีน่า

    กระสุนเวทมนตร์ถูกยิงออกไป พร้อมกับหนังสือที่ลอยไปด้านข้างโดยอัตโนมัติ ก้อนพลังเวทจากการโจมตีธรรมดาปะทะเข้ากับร่างลามะสองสามตัวที่อยู่หน้าสุดของขบวน ก่อนจะระเบิดขึ้นสร้างความเสียหายซึ่งทำได้มากที่สุดแค่เพียงส่งร่างของพวกมันเสียหลักล้มลงไปเท่านั้นน่าแปลกใจที่ลามะเหล่านี้ไม่ได้มีเลเวลสามหรือสี่อย่างที่มันควรจะเป็น แต่กลับมีระดับเลเวลอยู่ที่สิบซึ่งเป็นครึ่งหนึ่งของเลเวลเดอไลล่าลามะความแตกต่างที่เห็นได้ชัดของกองทัพลามะและกองทัพนักรบแกะคือ กองทัพแกะจะไม่มีเลเวลบ่งชี้ความเก่งกาจ แต่กลับเป็นเลเวลของผู้ใช้ที่เป็นตัวกำหนดค่าสถานะต่างๆ ของซัมมอนนักรบแกะในรูปแบบคำสั่งวอริเออร์พอยท์ที่มีร่างกายขนาดใหญ่กว่าลามะพุ่งเข้าชาร์จเข้าไปในดงลามะอย่างไม่กลัวเกรง ก่อนที่พวกมันจะกระโดดเอาหัวพุ่งชนเป้าหมายอย่างรุนแรง ก่อเกิดเป็นเสียงกระดูกลั่นดังกร๊อบไปทั่วสมภูมิพวกลามะที่โดนนักรบแกะโจมตีเข้าไปนั้นจะมีจุดจบสองแบบด้วยกัน หากพวกมันไม่ตายสลายกลายเป็นแสงไปก็จะได้รับบาดเจ็บจากภาวะกระดูกหักกันเป็นแถว และด้วยความสาหัสของบาดแผลพวกที่ยังมีชีวิตรอด สุดท้ายแล้วพวกมันก็เหมือนกับลามะที่หมดสิ้นสภาพการต่อสู้ซึ่งก็ไม่ต่างอะไรไปจากลามะที่ตายแล้วสกิลหนึ่งถูกร่ายขึ้นมาเพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้กับเหล่านักรบแกะ“จากพื้นดินสู่ลำต้น อำนวยผลดลบันดาล… เบลสซิ่งกลาส(Blessing Glass)”   ทักษะ: เบลสซิ่งกลาส(Blessing Glass) ขั้น 10ประเภท: เรียกใช้งานคูลดาวน์: 30 วินาทีเวลาแสดงผล: จนกว่าจะถูกใช้งานคำร่าย: จากพื้นดินสู่ลำต้น อำนวยผลดลบันดาลรายละเอียด: ผลจากการปลูกหญ้าให้ฝูงแกะกินมาเป็นแรมปี ทำให้สามารถเรียกหญ้าชนิดพิเศษที่สามารถเพิ่มความแข็งแกร่งและเพิ่มค่าสถานะต่างๆ ของซัมมอนแกะในรูปแบบคำสั่งต่างๆ ขึ้นอีก 50% (ยกเว้นการ์ดพอยท์) และเพิ่มทักษะติดตัวพิเศษให้กับซัมมอนเป็นเวลา 30 วินาที โดยทักษะพิเศษที่เพิ่มขึ้นมานั้นจะขึ้นอยู่กับรูปคำสั่งแบบของซัมมอนแกะซัมมอนแกะที่ได้รับผลของทักษะจะไม่สามารถถูกเปลี่ยนรูปแบบได้ และซัมมมอนแกะจะถูกทำให้สลายไปทันทีเมื่อสิ้นสุดเวลาในการแสดงผลของทักษะ*ออริจินอลพอยท์(Original Point) : ทอนท์(Taunt)*วอริเออร์พอยท์(Warrior Point) : เอนชานเท็ดไฟร์อีรับชั่น(Enchanted Fire Eruption)*เมจิกพอยท์(Magic Point) : ชีพเฮดมินิกัน(Sheep Head Minigun) สิ้นเสียงเรียกใช้ทักษะ กลุ่มหญ้าพิเศษก็พลันงอกขึ้นมาบริเวณรอบๆ กายของซัมมอนแต่ละตัวเมื่อนักรบแนวหน้าเห็นดังนั้นพวกมันจึงหยุดแล้วก้มลงกินหญ้าอย่างฉับพลัน โดยไม่มีความหวั่นเกรงต่อภัยอันตรายที่พุ่งเข้ามาแม้แต่น้อยและด้วยการกัดกินเพียงครั้งเดียวก็สามารถทำให้ทักษะหญ้าอำนวยพรสำแดงผล ก่อนที่กอหญ้าเหล่านั้นจะสลายหายไปในแทบจะทันทีผลจากการเล็มหญ้าเมื่อครู่ทำให้กล้ามเนื้อของนักรบแกะปูดเกร็งขึ้นมาเล็กน้อย ซึ่งเป็นขณะเดียวกันกับที่เขาทั้งสองข้างของพวกมันที่เริ่มขยายขนาดเพิ่มด้วยเช่นกัน แต่นั่นก็ยังไม่ใช่การเปลี่ยนแปลงที่เด่นชัดที่สุด ซึ่งสิ่งนั้นจะเป็นอะไรอย่างอื่นไปไม่ได้เลยนอกจากดวงไฟสีฟ้าที่ปรากฏขึ้นที่บริเวณระหว่างเขาทั้งสองข้างนักรบแนวหน้าของผมที่เปิดช่องว่างให้ศัตรูก็ถูกลามะโจมตีเข้ามาด้วยการเอาหัวพุ่งเข้าชน ส่งผลให้ชีพวอริเออร์ตัวนั้นชะงักไปเพียงครู่เดียว ก่อนที่จะมีลามะอีกตัวหนึ่งพุ่งชนเข้าไปโดนบริเวณหัวของซัมมอนแกะที่ได้รับการเสริมพลังจากหญ้าอำนวยพร ทำให้ดวงไฟสีครามพลันเกิดการปะทุและระเบิดขึ้นอย่างรุนแรง ส่งผลให้ศีรษะของลามะตัวดังกล่าวแหลกสลายหายไปในพริบตา พร้อมกับเพลิงสีครามที่แผดเผาร่างที่เหลือของมันจนกลายเป็นฝุ่นผงไปในที่สุดระหว่างที่มอนสเตอร์สี่ขาทั้งสองสายพันธุ์กำลังสู้รบกันอย่างชุลมุน ผมก็ได้พยายามอย่างเต็มที่ที่จะช่วยเหลือทหารของผมหรือขัดขวางการโจมตีของลามะจากระยะไกล เพื่อสร้างจังหวะให้ซัมมอนแกะสามารถปลิดชีพทหารฝั่งตรงข้ามได้อย่างง่ายดายยิ่งขึ้นเนื่องจากจำนวนของลามะที่มีมากกว่าทำให้เหล่านักรบแกะของผมนั้นเริ่มกลายเป็นฝ่ายเสียเปรียบ เพราะถูกน้ำลายลามะเข้าไปเป็นจำนวนมาก ส่งผลให้การเคลื่อนที่และการโจมตีของซัมมอนแกะในตอนนี้นั้นสามารถทำได้ช้าลงกว่าในตอนแรกมากพอสมควรและเป็นขณะเดียวกันที่เดอไลล่าแหวกกองพลสี่ขาออกมายืนที่ตรงหน้าของผม แล้วหยิบมงกุฎดอกหญ้าขึ้นมาเพื่อจะทำอะไรบางอย่างผมเห็นดังนั้นก็นึกขึ้นได้ว่าผมไม่สามารถใช้คำสั่งเปลี่ยนรูปแบบของแกะได้ในตอนนี้ เนื่องจากยังอยู่ในช่วงแสดงผลของทักษะเบลสซิ่งกลาส เมื่อเห็นท่าไม่ดีบวกกับที่เวลาการแสดงผลของทักษะเบลสซิ่งกลาวที่กำลังจะครบสามสิบวินาทีซึ่งจะมีผลทำให้ซัมมอนนักรบแกะของผมสลายไป เล่มหนังสือตรงหน้าจึงเป็นทางออกเดียวที่จะทำให้ผมมีโอากาศรอดจากวิกฤตในครั้งนี้ทักษะหนึ่งถูกร่ายออกมาอย่างเร่งรีบ ซึ่งเป็นขณะเดียวกันกับที่เดอไลล่ากระชับมงกุฎดอกหญ้าในมือก่อนที่มงกุฎจะขยายขนาดและเริ่มงอกออกมาเป็นหนามแหลม“ฝนตกเปาะแปะ เรียกแกะเข้ามา... ชีพอินเดอะเรน(Sheep in The Rain)”   ทักษะ: ชีพอินเดอะเรน(Sheep in the Rain) ขั้น 10ประเภท: เรียกใช้งานคูลดาวน์: 15 วินาทีเวลาแสดงผล: 5 วินาทีคำร่าย: ฝนตกเปาะแปะ เรียกแกะเข้ามารายละเอียด: หมดเวลาสนุกแล้วสิ หมดเวลาสนุกแล้วสิ เรียกให้ฝนตกลงมาในชั่วระยะเวลาหนึ่ง ลบล้างสถานะผิดปกติให้กับมอนสเตอร์และผู้เล่นทุกฝ่ายทั้งหมดในพื้นที่เพิ่มค่าพลังชีวิตสูงสุดและพลังป้องกันให้ซัมมอนแกะขึ้น 50% และเปลี่ยนอัตราการฟื้นฟูพลังชีวิตของซัมมอนแกะให้เป็น 10% ของพลังชีวิตสูงสุดต่อวินาที*ค่าพลังชีวิตสูงสุดของซัมมอนแกะที่เพิ่มขึ้นจะไม่ถูกลดลงแม้จะสิ้นระยะเวลาแสดงผลของทักษะแล้วก็ตาม*ผลของทักษะชีพอินเดอะเรนสามารถลบล้างผลของทักษะเบลสซิ่งกลาสได้ สิ้นเสียงร่ายทักษะก็ปรากฏเป็นก้อนแสงหนึ่งพุ่งจากหนังสือขึ้นไปบนฟ้าซึ่งเป็นขณะเดียวกันกับที่เดอไลล่าขว้างบ่วงหนามดอกหญ้าออกมา บ่วงดังกล่าวพุ่งเข้ามารัดตัวผมไว้ ซึ่งในตอนแรกผมเข้าใจว่าบาเรียล่องหนจะสามารถป้องกันเอาไว้ได้ แต่คิดผิดถนัด‘ทุกอย่างมันเกิดขึ้นเร็วมาก’แม้แต่ทักษะที่สามารถต้านทานการโจมตีทุกอย่างหนึ่งครั้งอย่างเซฟตี้แคสต์ก็ไม่สามารถหยุดการโจมตีของเดอไลลาเอาไว้ได้ ก่อนที่บ่วงดอกหญ้าเริ่มรัดแน่นขึ้นเรื่อยๆ พร้อมมีหนามแทงออกมา‘ขืนยังเป็นแบบนี้ผมได้แอดมิทเข้าโรงพยาบาลเป็นแน่แท้’และในทันทีที่ฝนตกลงมา แม้จะเป็นแค่ช่วงเวลาสั้นๆ ทักษะชีพอินเดอะเรนก็ได้แสดงอานุภาพ ลบล้างผลบางอย่างจากบ่วงหนามให้กลายเป็นบ่วงหญ้าดังเดิม ช่วยให้ผมรอดตายไปได้อย่างหวุดหวิด เพียงครู่เดียวผมก็สามารถสลัดบ่วงหญ้าที่รัดตัวอยู่ออกไปได้สำเร็จเพื่อให้ง่ายต่อการจดจำมากขึ้น ผมจึงตั้งชื่อใหม่ให้ทักษะชีพอินเดอะเรนว่าว่าทักษะ ‘ฝนตกดีบัฟไหล’‘ผมนี่ไม่อยากจะคิดเลยว่าหากทักษะที่ผมตัดสินร่ายออกไปเมื่อครู่ไม่ใช่ชีพอินเดอะเรน ผลลัพธ์ของการต่อสู้ในครั้งนี้คงได้ตัดสินไปเรียบร้อยแล้ว’แกะนักรบที่โดนฝนเข้าไปก็ทำให้ดวงไฟสีฟ้าที่บริเวณกลางหน้าผากของมันได้หายไป ซึ่งถือเป็นสัญญาณว่าผลของทักษะเบลสซิ่งกลาสก็ได้หายไปเช่นกันเดอไลล่าไม่ปล่อยให้ผมเอาแต่ร่ายสกิลอยู่ฝ่ายเดียว เธอจึงเริ่มร่ายเวทบางอย่างขึ้นผมเห็นดังนั้นจึงเปลี่ยนแกะที่เหลือให้เป็นรูปแบบเมจิกพอยท์ ก่อนจะร่ายทักษะชีพอะบอมบ์เพื่อส่งดาวเคราะห์แกะพุ่งเข้าไประเบิดใส่เดอไลล่าอีกครั้ง ทักษะ: ชีพอะบอมบ์(Sheep A Bomb) ขั้น 10ประเภท: เรียกใช้งานคูลดาวน์: 60 วินาทีคำร่าย: บอมบ์ ชีพอะ บอมบ์บอมบ์ ชีพ อะรายละเอียด: ด้วยผลของการฝึกแกะมาเป็นเวลานาน สามารถเปลี่ยนซัมมอนแกะหลงทางในครอบครองให้เป็นแกะพลีชีพ โดยค่าความเสียหายที่เกิดขึ้นจะคำนวณจากครึ่งหนึ่งของพลังชีวิตที่เหลืออยู่ของซัมมอนแกะหลงทางทั้งหมดรวมกัน*หากซัมมอนเป็นแกะดำค่าความเสียหายที่เกิดขึ้นจะรุนแรงขึ้นเป็น 2 เท่า ระเบิดแกะพลีชีพพุ่งเข้าปะทะเป้าหมายอย่างไม่ต้องสงสัย แม้ร่างกายจะเต็มไปด้วยบาดแผล แต่ร่างของเดอไลล่ากลับไม่กระเด็นและไม่สะทกกสะท้านแบบคราวก่อน เธอยืนหยัดจนสามารถร่ายเวทได้สำเร็จทักษะของเดอไลล่าส่งผลให้ร่างกายของเหล่าลามะที่อยู่โดยรอบสลายกลายเป็นละอองแสงไปซึ่งละอองเหล่านั้นไม่ได้สลายหายไปอย่างที่ควรจะเป็น แต่กลับพุ่งตรงไปที่ร่างเดอไลล่าแทน ทำให้ดูเหมือนว่าเธอกำลังดูดซับพลังงานแสงเหล่านั้นอยู่เลยไม่นานนักร่างกายของเธอพลันเกิดการเปลี่ยนแปลง จากเจ้าหญิงลามะที่มีรูปร่างคล้ายเด็กสาวกลายเป็นร่างหญิงสาวพราวเสน่ห์ที่เริ่มมีทรวดทรงองเอวและมีความสูงที่เพิ่มขึ้น มงกุฎที่เคยเป็นดอกหญ้าก็ถูกเปลี่ยนเป็นมงกุฎที่มีลักษณะคล้ายกับโครงกระดูก บาดแผลที่ลามะสาวครึ่งมนุษย์เคยมี บัดนี้ก็ได้อันตรธานหายไปเรียบร้อยแล้วในสนามต่อสู้แห่งนี้เหลือเพียงผมและราชินีลามะเท่านั้น“เจ้าทำให้ข้าต้องกลืนกินเผ่าพันธุ์ของตัวเอง โทษของเจ้าคือความตาย” เดอไลล่าพูดด้วยน้ำเสียงหยิ่งผยองเมื่อพูดจบเธอก็ใช้ทักษะลมเพลมพัดที่ทำให้ยอดไม้ใบหญ้าลอยขึ้นในอากาศออกมาทันที ซึ่งจำนวนของเศษซากที่ลอยขึ้นมานั้นมีมากกว่าครั้งที่แล้วเป็นหลายเท่าตัว มองดูเหมือนกับฝูงผึ้งจำนวนมากที่เกือบจะปิดกั้นการส่องลงมาของแสงอาทิตย์“พูดได้เหรอเนี่ย! ” ดูเหมือนว่าผมจะไม่ได้ตกใจกับทักษะกระสุนใบไม้ของเธอสักเท่าไร แต่กลับแปลกใจที่เธอสามารถพูดได้เสียมากกว่า“ตายซะ! ” เธอกล่าวพร้อมกับชี้นิ้วมาทางผม ก่อนที่กระสุนเกลียวนับรอบที่ทยอยพุ่งลงมาราวกับกระสุนปืนกลนับพันถึงแม้ว่าการเปลี่ยนร่างของมอนสเตอร์ตรงหน้าจะทำให้มันดูเก่งขึ้น แต่ผมก็ไม่กลัวหรอก เพราะผมเพิ่งจะคิดวิธีที่จะเอาชนะมอนสเตอร์ตรงหน้านี้ด้วยหนังสือเด็กเลี้ยงแกะได้แล้วทักษะสเตรชีพถูกผมเรียกใช้งาน ทำให้มีแกะสิบตัวซึ่งเป็นจำนวนที่รายละเอียดทักษะระบุเอาไว้ถูกเรียกออกมาอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งในครั้งนี้ซัมมอนที่ออกมาดันเป็นแกะดำทั้งหมดคำสั่งการ์ดพอยท์ถูกเรียกใช้ในลำดับถัดมา แกะดำทั้งหมดพลันถูกดูดเข้ามาและขยายตัวขึ้นเพื่อปกป้องผู้เป็นนาย‘อย่างน้อยก็ขอให้รอดการโจมตีระลอกนี้ไปได้ก่อน ผมจึงจะมีโอกาสสวนกลับ’ก่อนที่ผมจะเริ่มร่ายทักษะเพื่อเสริมความแข็งแกร่งของโล่แกะ โดยที่ทักษะดังกล่าวจะเพิ่มพลังป้องกันและพลังชีวิตสูงสุดให้กับซัมมอนก้อนขนได้ถึงห้าสิบเปอร์เซ็นต์ทักษะชีพอินเดอะเรนที่มีคูลดาวน์เพียงสิบห้าวินาทีก็ได้ถูกร่ายขึ้นอีกครั้ง ดวงแสงพลันออกมาจากหนังสือแล้วพุ่งผ่านทะลุตัวแกะออกไปบนท้องฟ้าถึงแม้จะมองไม่เห็นด้านนอกก็สามารถรู้ได้ว่าผลของทักษะได้ทำงานแล้ว โดยสังเกตจากขนแกะที่เปียกปอนและหยดน้ำที่ไหลลงมาเมื่อการโจมตีระลอกดังกล่าวจบลง ผมจึงใช้คำสั่งเปลี่ยนซัมมอนแกะให้เป็นรูปแบบวอริเออร์พอยท์ และต่อด้วยการเสริมพลังด้วยทักษะเบลสซิ่งกลาสที่จะทำให้ค่าสถานะต่างๆ ของแกะที่กินหญ้าอำนวยพรเข้าไปเพิ่มขึ้นมากถึงห้าสิบเปอร์เซ็นต์ นอกจากนี้ทักษะเบลสซิ่งกลาสยังให้ผลพิเศษที่ทำให้ซัมมอนแกะวอริเออร์สามารถใช้ทักษะพิเศษเอนชานเท็ดไฟร์อีรัปชั่นได้ก่อนที่จะเรียกใช้ทักษะหนึ่งที่เพิ่งบรรลุเงื่อนไขการใช้งานออกมา และเป็นทักษะที่สามารถใช้ได้เพียงครั้งเดียวในการต่อสู้“เหล่าวิญญาณแกะผู้วายชนม์ จงหวนคืนสู่สมรภูมิอีกครา... ชีพอารีน่า(Sheep Arena)” ทักษะ: ชีพอารีน่า(Sheep Arena) ขั้น 10ประเภท: เรียกใช้งานเงื่อนไขการใช้งาน: ใช้ทักษะชีพอะบอมบ์ 2/2 ครั้ง(บรรลุเงื่อนไขแล้ว) มีแกะดำในการครอบครอง 10/3 ตัว(บรรลุเงื่อนไขแล้ว)เวลาแสดงผล: จนกว่าเป้าหมายจะทำภารกิจสำเร็จคำร่าย: เหล่าวิญญาณแกะผู้วายชนม์ จงหวนคืนสู่สมรภูมิอีกครารายละเอียด: ศึกแห่งศักดิ์ศรีของอาณาจักรแกะได้เริ่มขึ้นแล้ว เรียกคอกแกะขึ้นมากักขังเป้าหมายและซัมมอนแกะโดยสมบูรณ์แบบ พร้อมมอบภารกิจ ‘การท้าทายของเด็กเลี้ยงแกะ’ ให้กับเป้าหมายหากเป้าหมายสามารถทำภารกิจได้สำเร็จ จะทำให้ค่าสถานะต่างๆ ของเป้าหมายเพิ่มขึ้น 20% ต่อซัมมอนแกะหนึ่งตัวที่เข้าร่วมชีพอารีน่า พร้อมกับฟื้นพลังชีวิต พลังเวทและพลังงานให้กับเป้าหมายให้กลับมาจนเต็ม*ผู้เล่นและมอนสเตอร์ที่ไม่เกี่ยวข้องจะถูกวาร์ปออกจากคอกแกะทันที การโจมตีและทักษะใดๆ ที่ถูกใช้จากภายนอกจะถูกทำให้ไร้ผล*ผู้ใช้จะสูญเสียความสามารถในการควบคุมซัมมอนแกะและไม่สามารถเรียกซัมมอนแกะหลงทางออกมาได้อีก(ข้อจำกัดนี้จะถูกรีเซตหลังจบการต่อสู้)*ผลของทักษะเบลสซิ่งกลาสจะยังคงอยู่จนกว่าทักษะชีพอารีน่าจะสิ้นสุด*สามารถใช้ได้เพียงหนึ่งครั้งในหนึ่งการต่อสู้ เมื่อทักษะเริ่มทำงาน ก็พลันมีคอกไม้สี่เหลี่ยมปรากฏขึ้นรอบเดอไลล่าลามะที่รายล้อมไปด้วยวิญญาณโปร่งแสงของแกะที่มาเป็นพยานในการรับชมด้วยเช่นกัน‘เดอไลล่าพลาดเองที่ดูดกลืนพลังกองทัพลามะเข้าไป ทำให้เธอกลายเป็นมอนสเตอร์ที่เหลืออยู่เพียงตัวเดียวในศึกครั้งนี้’ไม่นานนักก็มีหน้าต่างข้อความหนึ่งเด้งขึ้นมาภารกิจ: การท้าทายของเด็กเลี้ยงแกะ(เดอไลล่า)ทำการดวลเฮดบัท(Headbutt)กับซัมมอนแกะเป็นจำนวน (0/10) ตัวเมื่อกดตกลงข้อความดังกล่าวก็ได้หายไปจากนั้นผมก็มองดูการประลองตรงหน้าด้วยจิตใจที่แจ่มใส พลางเอามือป้องปากส่งเสียงเชียร์เหล่าพันธมิตรสี่ขา“สู้สู้! ”จู่ๆ ก็เกิดความสงสัยขึ้นมาว่า แล้วจะบังคับเดอไลล่าโขกหัวกับแกะได้ยังไงพลันทุกอย่างก็กระจ่างชัดเมื่อเห็นผู้เข้าร่วมประลองถูกด้ายบางอย่างโยงเอาไว้ตามส่วนต่างๆ ของร่างกายซึ่งมีขนาดเล็กมากจนแทบมองไม่เห็น และเมื่อมองขึ้นไปก็เหนือศีรษะของเดอไลล่าก็เห็นเป็นไม้ที่ไขว้กันเป็นรูปกากบาทจำนวนมากลอยอยู่ผมพยายามนึกคำจำกัดความของสิ่งที่เห็นอยู่ครู่หนึ่ง จนนึกขึ้นได้ในที่สุด“อ๋อใช่… มันคือหุ่นชักใย! ”ซึ่งนอกจากนี้แล้ว สายระโยงระยางจากไม้รูปกากบาทที่ว่ามานี้ยังถูกโยงไปที่ปากของวิญญาณแกะแต่ละตัวที่อยู่รอบคอกอารีน่าอีกด้วย สรุปว่ามันไม่ใช่หุ่นชักใยตามที่ผมเข้าใจ แต่มันคือ ‘แกะชักใย’ ต่างหากเล่า… ตึ่งโป๊ะ“ยิ่งถ้าป๊อปคอร์นนะ… อาหร่อย”หลังจากนั้นไม่นานการดวลก็ได้เริ่มขึ้นเดอไลล่าลามะในร่างหญิงสาวยืนเผชิญหน้ากับนักรบแกะที่อยู่ฝั่งตรงข้ามของสนาม พลันเสียงร้องของแกะของฝูงแกะก็ได้ดังขึ้นเป็นสัญญาณแบะ แบะ แบะ แบะ....เดอไลล่าและชีพวอริเออร์ต่างเริ่มวิ่งเข้าหากัน เดอไลล่าถูกชักใยให้ใช้ท่าวิ่งแบบนินจาที่เป็นการโน้มตัวไปข้างหน้า หลังตรง โดยเอาสองมือไปด้านหลังส่วนซัมมอนแกะก็ใช้การวิ่งแบบควบสี่ขาเข้ามาแล้วกระโดดเทคตัว ก่อนที่ทั้งสองจะใช้หัวโขกกันเกิดเสียงกระทบกันของกระโหลกทั้งสองดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วทุ่ง หลังจากนั้นเพียงเสี้ยววินาทีผลจากทักษะเอนชานเท็ดไฟร์อีรัปชั่นของแกะก็ได้ปะทุขึ้นแรงระเบิดจากเปลวเพลิงสีฟ้าได้ส่งร่างของเดอไลล่าให้กระเด็นออกไปชนเข้ากับบาเรียโปร่งแสงที่เป็นเขตแดนของคอกอย่างรุนแรง พร้อมกับจุดเพลิงครามให้ลุกไหม้ตัวเธออยู่ครู่หนึ่งก่อนจะดับไป‘นี่เป็นทักษะที่โหดที่สุดที่หนังสือเด็กเลี้ยงแกะเล่มนี้มีแล้วในความคิดของผม’ ซึ่งหากเดอไลล่าสามารถทนต่อค่าความเสียหายที่เกิดขึ้นทั้งสิบครั้งได้ เธอจะถูกบัฟให้เก่งขึ้นกว่าเก่าอีกสองเท่าเลยทีเดียว ในขณะที่ผมจะถูกทำให้ไม่สามารถเรียกซัมมอนแกะออกมาในการต่อสู้ครั้งนี้ได้อีก‘นั่นก็ไม่ต่างอะไรกับการที่ให้ผมต่อสู้กับหมีด้วยมือเปล่า’การประลองดำเนินไปอีกหลายยก... จนผมไม่แน่ใจว่าเป็นยกที่สามหรือยกที่สี่นี่แหละ  ด้วยความอยากรู้จึงพยายามนึกถึงจำนวนแกะที่ได้ดวลโขกหัวไปแล้ว… แต่จู่ๆ ก็เกิดอาการงัวเงียขึ้นมาอย่างเฉียบพลัน‘อะไรกันเนี่ย’ ผมไม่ได้นับแกะในสนามเสียหน่อย…‘เดี๋ยวนะ’ แค่นึกถึงจำนวนแกะที่สู้ไปแล้วก็ไม่ได้เหรอ...และนั่นเป็นห้วงความคิดสุดท้ายก่อนที่ผมจะเข้าสู่นิทราด้วยผลของทักษะตัวเองอีกครา... ========================== เพิ่มอรรถรสหลังอ่านจบตอน  คลิบชีพอะบอมบ์:https://www.youtube.com/watch?v=e1EYqDOHIYoคลิบแกะสอนวัวให้เป็นนักรบแกะ:https://www.youtube.com/watch?v=D02F9HeSQbg *ปล. ช่วยกันตอบคอมเม้นหน่อยนะครับว่าทำไมถึงอ่านจนมาถึงตอนนี้?