ในบ่ายวันหนึ่ง ขณะที่ร่างระหงในชุดสีชมพูอ่อนกำลังเดินถือถาดน้ำชากับขนมไปยังเรือนพำนักของท่านอ๋องระหว่างทางเดินสวนกับสาวใช้สองนางพอดี ซึ่งมีนางหนึ่งยื่นเท้าออกมาขัดขาของฉินซู่ ทำให้นางล้มคะมำไปข้างหน้าจนของที่อยู่ในถาดหล่นกระจาย
“โอ๊ย!”
“อุ๊ย! เ้าเดินอย่างไรกันฉินซู่ ทำไมถึงได้ซุ่มซ่ามนักเล่า”สาวใช้หน้าตาดีนามว่าถงเจินเสแสร้งพูด ทั้งที่ความจริงแล้วนางเป็คนขัดขาฉินซู่เองก่อนที่สาวใช้อีกนางหนึ่งที่เป็เพื่อนสนิทกับถงเจินจะกล่าวต่อว่า
“ใช่ ดูสิ ของว่างของท่านอ๋องหกหมดเลย”
“ขนมดีๆ เสียหายหมด ช่างน่าเสียดายนักดีที่เป็ฉินซู่ทำนะเพราะหากเป็เ้าหรือว่าข้าทำหล่นคงต้องถูกโบยเป็แน่แท้เชียว”
“นั่นสิต้องโทษที่เ้ากับข้าไร้วาสนาได้เป็คนโปรดของท่านอ๋อง”
กล่าวจบสองนางก็เดินจากไปด้วยรอยยิ้มสะใจทิ้งให้หยางฉินซู่นั่งเก็บของที่ตกใส่ถาดเพียงลำพัง ซึ่งพอเก็บหมดแล้วหญิงสาวก็ยกของกลับไปที่ห้องครัวตามเดิมเพื่อขอของใหม่แทน
และแน่นอนว่านางโดนแม่ครัวบ่นใส่เล็กน้อยก่อนจะได้ขนมและน้ำชาชุดใหม่ไปให้จวิ้นอ๋องที่ห้อง ซึ่งเขาก็ได้ชวนนางให้นั่งดื่มชาเป็เพื่อนกันแต่นางปฏิเสธและรีบเดินจากมา
“เฮ้อ...” หยางฉินซู่ปลีกตัวมานั่งหลบผู้คนอยู่ที่ท้ายจวนนางเปิดชายกระโปรงขึ้นดูหัวเข่าที่เขียวช้ำจากการหกล้มเมื่อครู่นี้ แล้วก็ถอนหายใจออกมาอีกครั้งด้วยความเบื่อหน่ายกับความอิจฉาริษยาของผู้คน
นี่เป็เพียงหนึ่งเหตุการณ์ที่นางต้องเจอซ้ำๆ อยู่เรื่อยหลังจากที่นางกลายเป็คนโปรดของจวิ้นอ๋องบุรุษรูปงามที่เป็ที่หมายปองของเหล่าสาวใช้ในเรือนที่หวังจะได้เป็สาวใช้คนโปรดหรือถูกเลือกให้เป็อนุภรรยาในอนาคต
ฉินซู่ไม่เคยปรารถนาในตำแหน่งนี้เลยสักนิดเดียวนางหลีกเลี่ยงมาตลอด แต่เป็เพราะเต๋อหยวนให้ความสนิทสนมกับนางนางจึงกลายเป็เป้าหมายของเหล่าสาวใช้จอมริษยาจึงถูกกลั่นแกล้งเรื่อยมา
หยางฉินซู่ไม่อยากมีความรักสำหรับนางแล้วความรักเป็ยาพิษที่คร่าชีวิตของคน นางเห็นมารดาต้องเ็ปและตรอมใจตายเพราะบิดาของนางมีชู้และหนีไปกับสตรีอื่นปล่อยให้นางกับแม่ต้องตกระกำลำบากอยู่หลายปี
นอกจากนั้นนางยังเห็นสาวใช้คนอื่นๆ ที่แย่งชิงความรักจากนายท่านและคุณชายใหญ่กันอีกด้วยซึ่งบางคนก็สมหวัง แต่ก็มีบางคนที่ผิดหวังเสียใจจนผูกคอตาย เหตุการณ์เหล่านี้นางเห็นจนไม่อยากเห็นและรับรู้อีกแล้ว
ดังนั้นนางจึงเลือกที่จะละชีวิตทางโลกด้วยการคิดบวชชีตลอดชีวิตในวันที่ท่านยายของนางได้จากโลกนี้ไปแล้ว
หยางฉินซู่นั่งเซ็งอยู่ที่ท้ายจวนพักใหญ่ก็เดินกลับไปหาท่านยายของนางที่แก่ชรามากแล้วหลี่ฮูหยินจึงมอบหน้าที่ให้นางคอยดูแลท่านยายเท่านั้น แต่เพิ่งจะมี่หลังๆมานี่ที่นางมีหน้าที่ดูแลรับใช้หลี่เต๋อหยวนเพิ่มเข้ามาด้วย
“ซู่ซู่! เ้าไปอยู่ที่ไหนมา ข้าเดินตามหาเ้าตั้งนานแน่ะ”อี้จิ่น สาวใช้ที่เป็เพื่อนสนิทเพียงคนเดียวของนางวิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาหาฉินซู่
“เ้าตามหาข้าทำไมหรืออี้จิ่น”
“ข้ามีข่าวดีจะมาบอกเ้าน่ะสิ”
“ข่าวดีอะไรหรือ”
“ข้าแอบได้ยินฮูหยินใหญ่กับป้าจางคุยกันเื่ที่จวิ้นอ๋องมาขอเ้าเป็อนุของเขายังไงล่ะ”
“อะไรนะ!” หยางฉินซู่ใก่อนจะนึกโกรธเต๋อหยวนที่ทำจริงตามที่พูดกับนางไว้ ทั้งที่นางก็ปฏิเสธเขาไปแล้วแท้ๆ“แล้วฮูหยินใหญ่ว่าอย่างไรบ้าง” นางถามด้วยความหวังว่าหลี่ฮูหยินจะไม่ตอบตกลงทว่านางกลับคิดผิด
“ฮูหยินใหญ่ก็ต้องตกลงน่ะสิเ้าก็รู้ว่านางรักและตามใจท่านอ๋องมากแค่ไหน โอ๊ย...ข้าล่ะดีใจกับเ้าด้วยจริงๆ นะซู่ซู่เ้ามีวาสนาดีเช่นนี้ก็อย่าลืมข้านะ ให้ข้าไปเป็สาวใช้ส่วนตัวของเ้านะซู่ซู่”
ในขณะที่อี้จิ่นตื่นเต้นดีใจแทนเพื่อนรักนั้นหยางฉินซู่กลับรู้สึกร้อนใจจนทนอยู่เฉยไม่ได้ นางจึงรีบไปหาหลี่เต๋อหยวนเพื่อขอร้องให้เขาหยุดทำเื่บ้าๆแบบนี้เสียที
“ท่านอ๋อง! ท่านจะทำเช่นนี้กับข้าไม่ได้นะ!”หญิงสาวบุกไปหาจวิ้นอ๋องถึงห้องนอน เปิดประตูผัวะเข้าไปอย่างถือวิสาสะด้วยความร้อนใจก่อนจะหยุดชะงักและเบิกตากว้างขึ้นเมื่อเข้ามาเห็นภาพไม่เหมาะสมเข้าพอดี “ว้าย! เหตุใดท่านจึงไม่สวมเสื้อเ้าคะ” นางร้องถามพร้อมกับยืนหันหลังให้เขา ใบหน้านวลร้อนผ่าวขึ้นมาทันทีด้วยความขัดเขิน
จวิ้นอ๋องที่ยืนงุนงงอยู่ในตอนแรกอมยิ้มนิดๆดวงตามีแววขบขัน ไม่มีอาการเขินอายสักนิดที่จู่ๆก็มีสาวงามบุกเข้ามาขณะที่เขากำลังถอดเสื้อผ้าเพื่อเตรียมจะอาบน้ำ
“ก็เพราะข้ากำลังจะอาบน้ำน่ะสิ” ชายหนุ่มกล่าวพลางเดินเข้ามาหยุดยืนอยู่ใกล้ๆกับร่างบาง จนได้กลิ่นกายหอมละมุนของนาง “แล้วเ้าล่ะซู่ซู่ เหตุใดถึงบุกเข้ามาหาข้าถึงในห้องนอนหรือว่าเ้าอยากมาอาบน้ำให้ข้า”
“ไม่ใช่นะ! ข้าไม่ได้คิดทำเช่นนั้น”นางรีบหันหน้ามาปฏิเสธเสียงหลงแต่พอเห็นแผ่นอกกำยำเปลือยเปล่าของอีกฝ่ายเข้าก็รีบหันหน้ากลับไปทันที
จวิ้นอ๋องหัวเราะอยู่ในลำคอด้วยความเอ็นดูมองสตรีที่อยู่ในใจของเขามาตลอดด้วยสายตาอ่อนโยน
“แล้วเ้าเข้ามาหาข้าด้วยเหตุใดกันเล่า”
“เอ่อ...ข้าว่าท่านอ๋องไปแต่งกายให้เรียบร้อยก่อนเถิดแล้วเราค่อยออกไปคุยกันที่ด้านนอก”
“ไม่ล่ะ”
คำปฏิเสธของเต๋อหยวนเกือบทำให้ฉินซู่หันไปแหวใส่อย่างเหลืออด
“ได้โปรดเถิดท่านอ๋องข้ามีเื่ร้อนใจอยากพูดกับท่านเ้าค่ะ” นางระงับอารมณ์เอาไว้แล้วเอ่ยวิงวอนเสียงอ่อนหวาน
“เ้ามีเื่อะไรก็ว่ามาสิ ข้าไม่มีเวลาสนทนากับเ้ามากนักหรอกเพราะข้าต้องรีบอาบน้ำแต่งตัวไปหาท่านอาจารย์โจวที่บ้าน”
วันนี้หลี่เต๋อหยวนมีนัดกับอาจารย์โจวซึ่งเป็ผู้สั่งสอนวิชาทั้งด้านบุ๋นและบู๊ให้แก่เขามาั้แ่ยังเด็กเขาจึงรักและเคารพท่านมาก
“ข้า...ข้าอยากพูดกับท่านเื่ที่ท่านไปขอให้ฮูหยินใหญ่รับข้าเข้ามาเป็อนุภรรยาของท่านเ้าค่ะ”
“อ๋อ...เื่นี้เองหรือ” คุณชายเล็กแห่งสกุลหลี่ยิ้มกริ่มเมื่อได้รู้ถึงเื่ที่นางร้อนใจซึ่งเขาก็คิดเอาไว้แล้วว่านางต้องมาหาเขาแน่หากรู้เื่นี้เข้า
“เหตุใดท่านอ๋องต้องฝืนใจข้าด้วยเ้าคะในเมื่อข้าบอกท่านไปแล้วว่าข้าไม่ปรารถนาเป็อนุของท่าน”
“แต่ข้าปรารถนาให้เ้ามาเป็อนุของข้ายิ่งนักซู่ซู่”เขากล่าวพร้อมกับเดินเข้าไปประชิดร่างของนางตามเสียงหัวใจเรียกร้องมากขึ้นทำเอาฉินซู่ยืนตัวแข็งทื่อ หัวใจเต้นแรงด้วยความประหม่า
“หากท่านบังคับข้าข้าจะหนีไปบวชชีที่วัดในคืนนี้เลย”
“เ้าจะทิ้งยายที่แก่ชราของเ้าได้ลงคอรึซู่ซู่”
เขารู้จุดอ่อนของนางดี! ว่านางรักท่านยายมากแค่ไหนถึงได้ยกเื่นี้มาใช้ทัดทานนางหยางฉินซู่โกรธที่ถูกจี้จุดอ่อนอีกแล้ว ด้วยความลืมตัวนางจึงหันกลับไปเผชิญหน้ากับบุรุษจอมดื้อรั้นผู้เอาแต่ใจ
“ท่าน...” หญิงสาวตั้งใจจะต่อว่าแต่ใบหน้ากลับชนเข้ากับอกกว้างเต็มๆจนนางใเอนตัวหนีอย่างแรง เป็เหตุให้ร่างของนางหงายหลังจะล้มลงจวิ้นอ๋องจึงโน้มตัวตามพลางตวัดแขนรับร่างระหงเอาไว้ ทว่าไม่อาจทรงตัวยืนไว้ได้จึงล้มตามนางไป
“กรี๊ด!!” หยางฉินซู่กรีดร้องออกมาพร้อมหลับตาปี๋คิดในใจว่าต้องเจ็บตัวแน่ๆ แต่สุดท้ายก็ไม่ได้เป็อย่างที่หญิงสาวคิด เนื่องจากหลี่เต๋อหยวนพลิกตัวเอาร่างของตัวเองรองรับแรงกระแทกแทนนางไว้
“อ๊ะ” ชายหนุ่มร้องครางเบาๆ ด้วยความเจ็บสองแขนยังกอดรัดร่างบางไว้อย่างปกป้องฉินซู่ที่หายใแล้วรีบผงกศีรษะขึ้นมามองหน้าจวิ้นอ๋องทันทีแล้วร้องถามด้วยความเป็ห่วง
“ท่านอ๋อง! ท่านเป็อย่างไรบ้างเ้าคะ”
“ข้าไม่เป็ไร” เขายิ้มให้นาง ก่อนถามนางกลับ“แล้วเ้าล่ะ เจ็บตรงไหนบ้างหรือไม่”
“ข้าไม่ได้าเ็ตรงไหนเลยเ้าค่ะ”
ทั้งสองซักถามด้วยความห่วงใยกันโดยที่ยังนอนทับตัวกันอยู่บนพื้นและก่อนที่ทั้งคู่จะทันได้ทำอะไรต่อก็มีบุคคลที่สามและสี่เดินเข้ามาในห้องพอดี
“ว้าย!”สาวใช้สองคนที่นำอาภรณ์ชุดใหม่มาให้จวิ้นอ๋องถึงกับร้องอุทานออกมาด้วยความใเมื่อเข้ามาเห็นภาพล่อแหลมเข้าเต็มตาก่อนที่นางทั้งคู่จะรีบวิ่งออกจากห้องไปอย่างรวดเร็ว
“เดี๋ยวก่อนสิ! พวกเ้าอย่าเพิ่งไป มันไม่ใช่อย่างที่พวกเ้าเห็นนะ”หยางฉินซู่ร้องเรียกพร้อมรีบตะเกียกตะกายลุกออกจากตัวของจวิ้นอ๋องทว่าก็ไม่ทันเสียแล้วหญิงสาวจึงยืนหน้าเสียเหมือนจะร้องไห้เพราะรู้ชะตากรรมของตัวเองดีว่าจะเป็เช่นไรต่อไป