ฮุ่ยซุนพุ่งออกไปเร็วรวดราวดาวหางดึงดูดสายตาทุกคู่จับจ้องไปยังทิศทางที่มันมุ่งหน้าไป “ พื้นที่ดินแดนว่างเปล่า ”
“ หลิ่งอี้หวังว่าเ้ายังคงปลอดภัยนะ ” มันะเิพลังปราณรีบเร่งฝีเท้าเพิ่มความเร็วไปอีกขั้นไม่ถึงสี่สิบนาทีมันถึงพื้นที่ดินแดนว่างเปล่า ยามเฟยซุนไปถึงมันใกับพื้นที่ดังกล่าว“ ที่นี้มันไม่สมควรเรียกพื้นที่ดินแดนว่างเปล่าได้เลย มันมีบ้านไม้สามหลังสภาพดูดีกว่า ที่พักที่หอัพฤกษาจัดเตรียมไว้ให้ ” มันหันมองหาหลิ่งอี้โดยรอบ ทว่ามันไม่พบสิ่งมีชีวิตใดๆเลยมันเดินตรงไปเข้าไปในบ้านไม้สามหลัง มันก็ไม่พบใครเช่นเดิม มันยืนครุ่นคิดอยู่กลางลานของพื้นที่ดินแดนว่างเปล่า“ หลิ่งอี้มันไปอยู่ที่ไหนของมันของมันกันแน่น
ทว่ากลับมีเสียงดังมาจากด้านหลัง “ เ้าบ้าซุน เ้ากลับมาแล้วเหรอรู้ไหมข้าต้องลำบากเพราะเ้าขนาดไหน ” มันหันกลับไปมองอย่างรวดเร็วสำรวจร่างกายหลิ่งอี้ด้วยสายตาทว่าร่างกายมันกลับไม่เป็อะไรเลย มันขมวดคิ้วเอ่ยออกไปด้วยความสงสัย “ ข้าได้ยินมา เ้าถูกรวมตัวขับไล่เพราะข้า ข้าไม่สบายใจเลยเร่งรีบออกมาตามหาเ้าเ้าไม่เป็อะไรเลยเหรอ เื่ราวมันเป็มายังไง เล่าให้ข้าฟ้งบ้างสิ ” เฟยซุนนั่งลงนั่งฟังเื่ราวของหลิ่งอี้ “ เื่ทั้งหมดมันก็เกิดเพราะเ้าจริงๆข้าอยู่เฉยๆเงียบๆของข้า พวกมันส่งคนมาหาเื่ข้าตลอดเวลา พวกมันคงคิดว่าข้าเคี้ยวง่ายๆละสิข้าอัดมันไปจนนวม ฮี่ ฮี่ ” เฟยซุนเลิกคิ้วมองหลิ่งอี้อย่างประหลาดใจ “ เ้านี้ไม่ธรรมดาจริงๆ ”
“ หลิ่งอี้แล้วเหตุใดเ้าถึงมายังพื้นที่ดินแดนว่างเปล่าแห่งนี้ ” มันถามด้วยความสงสัยข้าเบื่อที่จะต้องประลองกับพวกมัน ข้าเลยตัดสินใจมาที่นี้ ข้าอยากอยู่อย่างสงบๆ ั้แ่ที่ข้ามาถึงพบบ้านไม้สามหลังนี้ข้าเองก็ใ จนข้ามาพบจดหมายในบ้าน” มันเกิดความสงสัยอย่างมาก“ จดหมายอะไร” หลิ่งอี้หยิบจมหมายขึ้นมาจากในเสื้อของมัน
“ตัวข้าชื่อมู่หลงเจี้ยน อายุสิบสามปีข้าเป็ศิษย์รุ่นที่เก้าสิบเจ็ด ข้าถูกกลั่นแกล้งจึงถูกขับไล่ออกจากกลุ่มจนข้าต้องมาอยู่อาศัยที่นี้บ้านสามหลังนี้ข้าเป็คนสร้างมันขึ้นมาด้วยตัวคนเดียว ถ้าพวกเ้าอ่านจมหมายฉบับนี้ พวกเ้าคงเป็พวกอ่อนแอเช่นข้าแต่เมื่อพวกเ้าสามารถเข้าเป็ศิษย์หลักของสำนักได้ พวกเ้าจงถือจดหมายฉบับนี้มาพบข้าได้ข้าจะแข็งแกร่งจนสามารถปกป้องพวกเ้าได้ ” ยามที่หลิ่งอี้เอ่ยจบ มันมองตรงไปหลิ่งอี้
“ เ้าเคยได้ยินชื่อมันไหม ” หลิ่งอี้ส่ายหน้า
“ หลิ่งอี้ตอนนี้เราอยู่รุ่นที่เท่าไรแล้ว”
“ หนึ่งร้อยสาม ”
“ ห่างกันหกปีตอนนี้มู่หลงเจี้ยง มันคงอายุสิบเก้าปี เ้าคิดว่าตอนนี้นิสัยคนเราจะเปลี่ยนไปไหม ”
“ พ่อเคยบอกกับข้า ตอนก่อนออกจากหมู่บ้าน จงอย่าไว้ใจใครง่ายๆ”
“ ท่านย่าของข้าก็เตือนก่อนออกจากหมู่บ้าน เช่นกัน อย่าไว้ใจใครง่ายๆ อย่าวางใจคน! แต่เมื่อเราเข้าเป็ศิษย์หลักข้าคิดว่าจะลองไปพบหน้ามันสักครั้งหลิ่งอี้เ้าจะไปด้วยกันกับข้าไหม ”
“ เื่อะไรที่ข้าจะไม่ไปล่ะ ถ้ามันเป็พวกเ้าเล่ห์กลิ้งกลอก เป็ข้าจะอัดมันให้น่วมเลย ”
“ จริงเหรอ เ้าเก่งขนาดนั้นเชี่ยว”
หลิ่งอี้มองหน้าซุนอย่างไม่พอใจ“ เ้าไม่เชื่อข้าอย่างงั้นเหรอ เรามาแลกเปลี่ยนกันสักสองสามกระบวนท่ากันไหมละที่นี้ไม่มีใครอยู่ด้วย ฮี่ ฮี่ ” หลิ่งอี้ยิ้มให้มันอย่างเ้าเล่ห์ “ ก็ดีเหมือนกัน ข้ากำลังคันไม้คันมือ อยากลองวิชาใหม่ ” เฟยซุนยิ้มให้หลิ่งอี้อย่างท้าทาย
เฟยซุนะโลงกลางลานกว้างพร้อมกวักมือเรียกหลิ่งอี้อย่างท้าทาย “ ซุนเ้าอยู่แค่ลมปราณก่อตั้งขั้นที่สอง แต่เ้ามาท้าทายลมปราณก่อตั้งขั้นที่สี่นี้น่ะ ” เฟยซุนเผยรอยยิ้มอย่างเ้าเล่ห์ “ เ้าแน่นใจอย่างงั้นเหรอ ลองดูข้าอีกที่ไหม ” เฟยซุนะเิพลังปราณห่อหุ้มร่างกาย “ นะ…นี้มันพลังลมปราณก่อตั้งขั้นที่สี่ นี้เ้าปกปิดพลังปราณไว้อย่างนั้นเหรอ เ้าหายไปเพียงคืนเดียว พลังปราณของเ้าขึ้นมาถึงสองขั้นเลยเ้าทำได้อย่างไร ” หลิ่งอี้เอ่ยอย่างใทว่ามันรีบเปลี่ยนสีหน้าอย่างรวดเร็ว “ เ้าคิดว่ามีพลังปราณก่อตั้งขั้นที่สี่ เท่ากับข้าแล้ว จะสู้ข้าได้ยังนั้นเหรอ”หลิ่งอี้ะโลงมายืนประชันหน้ากับมัน
“ ไม่ลอง ก็ไม่รู้ ” สิ้นเสียงเฟยซุน มันพุ่งเข้าหาหลิ่งอี้ก่อนพลันปล่อยหมัดผสานปราณ “ รับหมัดผสานปราณของข้าซะ ” หลิ่งอี้มีปฎิกริยาตอบสนองอย่างว่องไว มันยกมือผสานกันก่อนแยกฝ่ามือออกปรากฏตะข่ายปราณที่ฝ่ามือ “ ทักษะตะข่ายปราณไก่ฟ้า ” ตะข่ายปราณ ปรากฏกำลังครอบคลุมทั่วร่างของมัน ทว่าเฟยซุนไม่รีรอปลดปล่อยจุดกักเก็บพลังปราณสามจุดรวบรวมพลังปราณไว้ที่แขนจุดเดียว หลิ่งอี้เป็คนรอบครอบ เห็นท่าทีไม่ดี มันปลดปล่อยปราณอย่างฉับพลัน “ ทักษะตะข่ายปราณไก่ฟ้าสองชั้น ”
เปรี้ยงงงง!
หมัดขวาของเฟยซุนพุ่งออกพลันะเิพลังปราณเข้าหักหาญปะทะกับตะข่ายปราณไก่ฟ้าเกิดเสียงดังลั่นสนั่นท้องฟ้าในระยะสิบลี้ แผ่นดินรอบตัวบังเกิดรอยปริแตกแยกออกจากกัน สาเหตุเกิดจากพลังสองสายที่หลุดจากการควบคุมของพวกมันในพริบตาตะข่ายปราณไก่ฟ้าชั้นแรกถูกหมัดประสานปราณของเฟยซุนฉีกตะข่ายขาดเป็ริ้วๆ แต่พลังหมัดผสานปราณของมันก็สลายหายไปเช่นกันทว่าตะข่ายปราณไก่ฟ้าชั้นที่สองกำลังตามมาติดๆตะข่ายปราณไก่ฟ้าก่อรูปแบบเปลี่ยนแปลงดั่งพญาไก่ฟ้าที่จุติลงจาก์พุ่งดิ่งลงจากฟากฟ้ามุ่งหามันราวกับดาวตก เฟยซุนพลิกฝ่ามือพลันเปลี่ยนเป็เปลิวไฟสีฟ้าห่อหุ้มร่างกายก่อนพลังอัคคีไหลมารวมที่ฝ่ามือด้านขวาของมันอย่างรวดเร็วยามนี้หลิ่งอี้เห็นภาพเบื้องหน้า พลันเปลี่ยนสีหน้าอย่างตื่นตระหนกสุดขีดม่านตาหดลีบแฝงไปด้วยความกังวล
“นี้เ้าใช้พลังปราณอัคคีได้ด้วยเหรอ ” เมื่อสิ้นเสียงหลิ่งอี้ เฟยซุนขยับกายดันฝ่ามือเตรียมเข้าหักล้างพลังปราณตะข่ายปราณไก่ฟ้าชั้นสุดท้าย“ ฝ่ามืออัคคี ” ยามฝ่ามืออัคคีปรากฏมันแผดเผาพญาไก่ฟ้าจะขาดวิ่นเป็รูปดาวทว่าพลังทำลายร้างยังไม่หมดสิ้น ฝ่ามืออัคคีกำลังทะลุทะลวงจวนถึงหลิ่งอี้ มันเร่งรีบขยับกายพลันใช้ทักษะลับประจำตระกูลดั่งคาดการไว้ล่วงหน้า“ ท่าร่างเงาสมิง ”
หลิ่งอี้พลันหายไปจากคลองจักษุของซุน พริบตาเดียวปรากฏลมหวนผุดขึ้นราวกับภูตผีหลิ่งอี้ปรากฏขึ้นด้านข้างของเฟยซุน มันมาพร้อมกับกรงเล็บปราณพยัคฆ์ร้าย ตวัดกรงเล็บส่งพลังปราณถาโถมใส่เฟยซุนไม่อาจทันรับมือ ทว่าว่ามันยังเก็บไพ่ตายท่าร่างไว้อีกหนึ่งอย่าง “ อสูรเร้นกาย ” กรงเล็บปราณพยัคฆ์ร้ายปะทะเข้ากับอากาศเกิดรอยแยกอากาศจนสามารถเห็นด้วยตาเปล่าหลิ่งอี้ตกตะลึงสุดขีดไม่ระงับ มันคิดว่าเฟยซุนไม่อาจหลบหลีกทักษะลับประจำตระกูลที่แสนภูมิใจของมันได้ในไม่ถึงอึดใจ เฟยซุนปรากฏกายเป็เงามืดโผล่ขึ้นทางด้านหลังหลิ่งอี้ มือขวาของ้ฟยซุนประทับอยู่ที่แผ่นหลังหลิ่งอี้จนไม่อาจขยับกาย เฟยซุนที่กำลังยืนหายใจรดต้นคอของมัน หลิ่งอี้ขนลุกชูชันไปทั่วร่าง มันพลันเอ่ยอย่างอย่างตื่นตระหนก“ จ…เ้าทำได้อย่างไรเ้านี้มันปีศาจชัดๆ ”
“ พอๆ ข้ายอมแพ้แล้วเ้ามีปราณสายธาตุอัคคีด้วยเหรอ และทักษะสุดท้ายเ้าทำได้อย่างไรอยู่ดีๆเ้าก็หายไปจากเบื้องหน้าของข้า ราวกับเ้าไม่เคยมีตัวตน ทั้งที่ไม่อีกอึดใจ เ้าก็อยู่เบื้องหน้าข้าแท้ๆแล้วเหตุใดเ้าจึงมาปรากฎกายข้างหลังข้าอย่างง่ายดาย ”
หลิ่งอี้ชี้ไปที่ท่อนแขน “ เ้าดูท่อนแขนข้า ขนข้าลุกไปหมดเลย ” หลิ่งอี้จ้องมองซุนราวกับ้าคำตอบ “ ความลับ ฮี่ ฮี่ ” เฟยซุนหันหลังและเดินเข้าบ้านไม้ ทิ้งหลิ่งอี้ยืนเจ็บใจอยู่เพียงลำพัง ทว่าหลิ่งอี้ไม่ยอมแพ้ค่อยตามมัน สอบถามถึงทักษะนั้นตลอดเวลาประหนึ่งลูกน้องกำลังเดินตามติดหัวหน้า
ค่ำคืนนี้ดวงจันทร์ส่องแสงนวลผ่องก่อเกิดความประทับใจให้กับทุกคนที่พานพบทว่าบรรยายกาศอันน่าหลงใหลถูกทำลายด้วยเสียงท้องร้องของชายหนุ่มที่อาศัยอยู่บ้านไม้
โครกกกกกกกกกก โครกกกกกกกกกก
“ หลิ่งอี้เสียงท้องของเ้าร้องไม่ใช่เหรอ ” เฟยซุนหันหน้าอย่างไม่ยอมรับ “ เ้าก็ท้องร้องไม่ต่างจากข้าไม่ใช่หรือไง ” หลิ่งอี้ก็หันหน้าไม่ยอมรับเช่นกัน “ หลิ่งอี้เ้าไม่มีอะไรกินเลยเหรอ ” เฟยซุนไม่อาจฝืนกลั้นความหิวได้ “ ตอนที่ข้ารีบออกมาลืมหยิบของกินติดมือมาด้วย ” มันทำหน้าครุ่นคิดอย่างหนัก “ ถ้าเราไม่หาอะไรลงท้อง ข้าคิดว่าพวกเราอาจจะต้องหิวตายก็ได้น่ะ ” หลิ่งอี้มองตามัน พลันเอ่ยออกมาพร้อมกัน “ ไปหาอะไรกินข้างนอกสำนักกัน ” ท่าทางของทั้งคู่ในยามนี้ ประหนึ่งเพื่อนสนิทที่คบหากันมาหลายปีจนรู้ใจกัน “ ข้ารู้จักร้านอร่อยๆ ”
เฟยซุนและหลิ่งอี้ใช้เวลาเกือบสามชั่วโมงกว่าจะถึงด้านหน้าสำนัก“ ซุนข้าคิดว่าบ้างที่สำนักของเราก็ใหญ่เกินไปนี้ขนาดเราอยู่แค่ส่วนหน้ายังใช้เวลาตั้งสามชั่วโมง ” เฟยซุนมองหลิ่งอี้ด้วยความคิดเห็นที่แตกต่าง “ ข้าคิดว่าถ้าเราแข็งแกร่งขึ้น บ้างที่ไม่กี่อึดใจก็ถึงส่วนลึกของสำนักได้เลยน่ะ ” หลิ่งอี้ไม่สนใจคำพูดของมันมุ่งหน้าไปตามกลิ่นของอาหารที่เย้ายวนใจ
เฟยซุนเอ่ยปากพลันเดินขึ้นไปนำอย่างเร่งรีบ“ ตามข้ามาเร็ว ” เฟยซุนเร่งฝีเท้าไปโรงเตี๊ยมชื่อดังย่านนี้มันและหลิ่งอี้ยืนอยู่หน้าโรงเตี๊ยมส่งกลิ่นหอมไม่อาจต้านทานพวกมันก้าวเท้าไปอย่างพร้อมเพียงดึงดูดทุกสายตายจับจ้องมาที่เด็กสองคน คนนึ่งตัวใหญ่โตมีกล้ามเป็มัดๆอีกคนตัวเท่ากันแต่มีรูปร่างไม่ใหญ่โตมีกล้ามขึ้นสมส่วนทั้งคู่สวมใส่อาภรณ์สีฟ้าอ่อนตรงกลางมีตราัสามเศียรเสี่ยวเอ้อยามเห็นเด็กหนุ่มทั้งสอง มันเร่งรีบเข้ามาตอนรับ “ นายน้อยทั้งสอง ้ารับอะไรดีขอรับ ” เฟยซุนประหลาดใจอย่างมากในยามแรกที่มันทดสอบก็เคยมาที่นี้ หนึ่งครั้งแต่ไม่อาจได้รับบริการต้อนรับเช่นนี้“ อาจเพราะชุดฝึกของสำนักของเราก็เป็ได้ เราถึงได้รับการต้อนรับดีเช่นนี้ ”เฟยซุนเอ่ยกระซิบกับหลิ่งอี้
“ เอาอาหารที่อร่อยๆที่สุดมาหนึ่งชุด ” หลิ่งอี้เอ่ยกับเสี่ยวเอ้ออย่างสง่าผ่าเผยประหนึ่งคุณชายจากตระกูลใหญ่ สร้างความเลื่อมใสให้กับผู้คนเป็จำนวนมากที่ผ่านมาพบเห็น “ เ้าจะทำตัวให้เด่นทำไม เดียวเราก็มีปัญหาตามาหรอก ” มันไม่อาจทนต่อไปได้ มันสะกิดหลิ่งอี้ให้หยุดการกระทำดั่งกล่าว“ ข้าขอโอ้อวดสักครู่ นานๆครั้งเดียวเรากินเสร็จ เราก็ต้องกลับสำนักแล้ว เ้าไม่ต้องกังวลหรอก ” มันจำต้องยอมหลิ่งอี้อย่างจำใจ
ผ่านไปสิบห้านาที
อาหารจานโตมาเสิร์ฟที่โต กลิ่นหอมของอาหารจานนี้ ส่งกลิ่นเย้ายวนใจผู้คนในโรงเตี๊ยมพลัดหันมามองที่โต๊ะมันทว่าหลิ่งอี้ไม่สนใจสายตาเ่าั้ มันลงมือกินอย่างหิวกระหาย เฟยซุนเห็นภาพเบื้องหน้ามัน หลิ่งอี้ลงมือกินอาหารประหนึ่งอดอยากมาแรมปี เฟยซุนไม่อาจฝืนทนความหิวมันกระโจนลงสู่สมรภูมิอาหารในเบื้องหน้าฉุดยื้อแย่ชิงอาหารกันอย่างดุเดือดทว่าภาพที่คนภายนอกมองมาเห็นเป็เด็กสองคนยื้อแย่งกันกินข้าวอย่างอดยากสลัดภาพคุณชายในความคิดของพวกมันจนหมดสิ้น
ผ่านไปสามสิบนาทีทั้งสองไม่อาจยัดอะไรลงท้องได้อีกต่อไป ได้แต่หยิบยื่นให้ฝ่ายตรงข้ามอย่างมีน้ำใจ “ ข้าอิ่มแล้วเ้ากินเถอะ ” หลิ่งอี้เอ่ยอย่างมีน้ำใจ “ เ้าตัวโตเ้าต้องกินเยอะๆนะข้าเป็ห่วงกลัวเ้าจะบ่นว่าหิวอีก ”
ทว่าการกระทำของทั้งคู่ ถูกสายตาสี่คู่จับจ้องมองจากชั้นสองั้แ่พวกมันเริ่มย่างก้าวเข้าโรงเตี๊ยม เป็หญิงสาวสามคนกับชายหนึ่งคนอายุราวสิบสี่ปีความงามของพวกนางยากที่จะให้ใครเปรียบในระแวกนี้ ส่วนฝ่ายชายมีรูปร่างหล่อเหลาสะอาดสะอ้านประหนึ่งคุณชายผู้สูงศักดิ์“ ศิษย์พี่เป้ย ให้ข้าลงไปจัดการสั่งสอนพวกมันไหมบังอาจทำให้สำนักของเราเสื่อมเสียชื่อเสียง ” หยางเหลี่ยนเอ่ยขึ้นด้วยความไม่พอใจ “ ใจเย็นๆศิษย์น้องดูท่าทีมันไปก่อน ศิษย์น้องอิง ศิษย์น้องเย่วศิษย์น้องเหลี่ยน พวกเ้ากินอาหารกันต่อเถิด วันนี้ข้าอุตส่าห์พาพวกเ้าออกมากินข้าวข้างนอกอย่าไปสนใจพวกมันเลย ”