เมื่อทั้งสองมาถึงร้านชาบูหน้ามหาวิทยาลัยสถานที่นัดหมายกับ โชติ
พีท ก้าวเข้ามาในร้านชาบูพร้อมด้วยร่างบางของอันนาท่วงท่าอันสง่างามและร่างสูงโปร่งของเขา ดึงดูดทุกสายตาราวกับมีแรงดึงดูดบางอย่างที่ไม่อาจต้านทานได้
ใบหน้าคมคายรับกับหน้าคมเข้มสมส่วนดวงตาคมลึกเปล่งประกายความมั่นใจ เพียงแค่เขาก้าวเท้าเข้ามาบรรยากาศในร้านก็ดูจะเปลี่ยนไปเล็กน้อยเสียงพูดคุยที่เคยจอแจพลันแ่ลงแทบจะพร้อมกันอย่างน่าประหลาด
สาว ๆหลายคนเหลือบมองเขาด้วยแววตาตื่นเต้นบางคนกระซิบกระซาบกับเพื่อนราวกับไม่อยากเชื่อว่าได้เจอเดือนมหาวิทยาลัยคนหล่อ ในสถานที่แห่งนี้จริงๆ พนักงานต้อนรับถึงกับชะงักไปชั่วขณะ ก่อนจะรีบส่งยิ้มต้อนรับพร้อมนำทางไปยังโต๊ะ
ชายหนุ่มไม่ได้สนใจสายตาที่จับจ้องมาที่ตนเขาเดินไปอย่างมั่นคง ทุกจังหวะก้าวเต็มไปด้วยความมั่นใจราวกับไม่เคยหวั่นไหวต่อสิ่งรอบข้าง ถ้าใครเห็นคงต้องบอกว่า นายคนนี้….ขี้เก๊กเป็ที่สุด
เขารู้สึกถึงบรรยากาศที่แตกต่างออกไปจากสิ่งที่เขาคุ้นเคยโดยสิ้นเชิงกลิ่นน้ำซุปร้อน ๆ ลอยคลุ้งเสียงพูดคุยจอแจของกลุ่มนักศึกษาดังปะปนกับเสียงน้ำเดือดปุด ๆและเสียงตะเกียบกระทบหม้อ ทุกอย่างดูเป็กันเองและคึกคัก แต่สำหรับเขาแล้วมันแปลกใหม่เกินไป
เขาแทบไม่เคยมาใช้เวลานั่งกินอะไรแบบนี้มาก่อนส่วนใหญ่แล้ว ชายหนุ่มจะกลับไปทานข้าวที่บ้านกับครอบครัวซึ่งมักเป็มื้ออาหารที่จัดเตรียมไว้อย่างเรียบร้อย
หากไม่ได้กลับบ้านเขาก็มักจะไปทานข้าวข้างนอกกับกลุ่มของกวินและมีเพื่อนผู้ชายพร้อมผู้หญิงของแต่ละคนที่มาด้วยซึ่งจะต้องพาเขาไปร้านหรูหราระดับพรีเมียม ที่นั่นมีแสงไฟนวลอบอุ่นเสียงเพลงคลอเบา ๆ และมีกลุ่มผู้หญิงที่รายล้อมตัวเขาเสมอ
แต่ที่นี่… กลับไม่มีอะไรแบบนั้นเลย
พีท มองไปรอบ ๆด้วยความรู้สึกที่บอกไม่ถูก โต๊ะไม้ธรรมดา หม้อชาบูกลางโต๊ะเครื่องดื่มที่เสิร์ฟมาในแก้วพลาสติกทุกอย่างดูเรียบง่ายและเป็กันเองกว่าที่เขาเคยเจอมา
เขาเหลือบมองหญิงสาวดวงตากลมโตภายใต้แว่นตาพยายามไม่สบตาของเขา เธอยังคงหน้าแดงอยู่แก้มของเธอยังอมสีชมพูจาง ๆ จากเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ เธอเดินหลบๆ ห่างๆ เขาเพื่อไม่ให้ตกเป็เป้าสายตาว่าเธอนั้นมากับพีท
“อันนา! พีท! ทางนี้!”
เสียงของ โชติ ดังขึ้นจากมุมในสุดของร้านเขานั่งอยู่ที่โต๊ะที่จองไว้ มือข้างหนึ่งถือโทรศัพท์ส่วนอีกมือกำลังคีบเนื้อลงในหม้ออย่างใจเย็น เมื่อเห็นพวกเขาเดินเข้ามา โชติ หรี่ตามองพวกเขาด้วยแววตาคมกริบ
หญิงสาว หยุดชะงักไปเล็กน้อยเมื่อสายตาของโชติ จับจ้องมาที่เธอ ก่อนที่รอยยิ้มเ้าเล่ห์จะปรากฏขึ้นที่มุมปากของเขา
“ทำไมหน้าแดงขนาดนั้นล่ะ อันนา ไปทำอะไรมา?” โชติเอ่ยเสียงเรียบแต่แฝงไปด้วยความนัย
อันนา สะดุ้ง รู้สึกเหมือนโดนจับได้เธอรีบยกมือขึ้นแตะแก้มตัวเองโดยอัตโนมัติ ก่อนจะหลุบตาลงแล้วรีบหาข้อแก้ตัว“เปล่าสักหน่อย… ร้อนน่ะ”
โชติ หัวเราะในลำคอดวงตาคมกริบกวาดมองเธอ แล้วตวัดสายตาไปทาง พีท ที่เพิ่งนั่งลงข้าง ๆ อันนา
ชายหนุ่มเ้าของใบหน้าหล่อเหลานั่งเอนหลังพิงพนักเก้าอี้อย่างสบายๆ แต่มือข้างหนึ่งกลับวางอยู่บนโต๊ะ ใกล้กับมือของอันนาเสียจนเกือบจะัักัน
พีท ไม่ได้แสดงท่าทีมีพิรุธใด ๆเขาเพียงแค่เหลือบตามอง โชติ แวบหนึ่ง ก่อนจะเอ่ยถามเสียงเรียบ “คุณมาทานที่นี่กับอันนาบ่อยหรอเห็นอันนาเล่าให้ผมฟัง?”
โชติ หัวเราะเบา ๆทันทีที่ได้ยินคำถามของพีทแววตาของเขาฉายชัดว่าเจอเป้าหมายในการหยอกล้อเข้าให้แล้ว
“โห พูดซะเป็ทางการเลยนะครับ เรียก โชติเฉยๆ ก็ได้ครับ” เขาลากเสียงเย้า ก่อนจะยกแก้วน้ำขึ้นจิบพลางเหลือบตามองพีท อย่างรู้ทัน“จะบอกว่าผมมากินกับอันนาบ่อยไหม ก็…ก็บ่อยอยู่นะ จริงไหม อันนา?”
พีท ถึงกับทำหน้าไม่สบอารมณ์เขามองมาที่หญิงสาว เธอรู้สึกได้ถึงสายตาทั้งสองคู่ที่จับจ้องมาที่เธอ
“อะ…อือ ก็มากับเพื่อน ๆ บ้าง” เธอตอบตะกุกตะกักพลางหยิบเห็ดใส่หม้อไปเรื่อย ๆ เพื่อไม่ให้ต้องสบตากับใคร
พีท พยักหน้าเบา ๆ “งั้นเหรอ…”เขาพึมพำเสียงเรียบ ไม่ได้แสดงท่าทีอะไรเป็พิเศษแต่ดวงตาคมกริบของเขากลับจ้องมองโชติอย่างอ่านไม่ออก
โชติ ยิ้มมุมปาก ก่อนจะใช้ตะเกียบคีบเนื้อขึ้นมาจุ่มในน้ำซุปช้าๆ “ว่าแต่…พีทล่ะ เป็ยังไงบ้างทำโครงการวิจัยกับอันนาวันนี้ สนุกไหม อันนา เค้าค่อนข้างจริงจังและดุมากเลยนะครับจริงไหมอันนา?”
อันนา พยายามปฏิเสธ “ไม่ขนาดนั้นหรอกโชติเองก็รู้นี่นาว่าอันนาเป็คนยังไง คบกันมาตั้งนานจนใกล้จะจบแล้วนะ”
“หือ…คบกันจนรู้กันหมดไส้หมดพุงเลยรึยัยแว่น” พีท คิดในใจและเริ่มไม่พอใจ
“โอเค ๆ เข้าใจแล้วคร้าบ…คุณอันนา คนน่ารักของผม” โชติ พูดต่อด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะรอยยิ้มพึงพอใจประดับอยู่บนใบหน้า
ขณะที่ดวงตาของพีท ยิ่งขมวดแน่นขึ้นกว่าเดิมคำพูดของโชติมันช่างดูสนิทสนมกันเกินไปสำหรับเขา
“เท่าที่ทำงานโครงการวิจัยร่วมกันมาผมว่าเพื่อนของโชติ คนนี้ไม่ดุเลย…..การทำโครงวิจัยของเราก็กำลังเข้มข้นเลยละผลัดกันให้ข้อมูลรายละเอียดที่ไม่เคยทำให้อีกฝ่ายได้รู้และเป็ประโยชน์มาก….จนบางครั้งตั้งตัวไม่ทันเลย”
พีท พูดต่อด้วยเสียงเรียบแต่แฝงด้วยความหมายเ้าเล่ห์บางอย่างก่อนจะหันไปมองอันนาที่ก้มหน้าหลบตาเขาอยู่
หญิงสาวหน้าแดงมาก เธอกลัวพีทจะพูดถึงเื่ที่เกิดขึ้นกับเธอและเขาจึงรีบยกแก้วน้ำขึ้นจิบอย่างรวดเร็ว
โชติ สังเกตุพฤติกรรมก็รู้แล้วว่าชายหนุ่มหน้าตาหล่อเหลาที่ดึงดูดสายตาของคนที่ได้พบเห็นคนนี้กำลังมีความสนใจ ในตัว อันนา จริง ๆ และ เขาเหมือนจะรู้ถึงอาการหึงหวงของชายหนุ่มหน้าตาดีคนนี้ที่มีต่ออันนา
.ทำไมชายหนุ่มผู้มีรูปลักษณ์อันหล่อเหลา ดูดีราวกับพระเอกละครแถมยังมีทีท่าว่าเป็ลูกหลานผู้ดีมีฐานะ ถึงได้ให้ความสนใจในตัวสาวน้อยธรรมดา ๆคนหนึ่ง?
สาวน้อยที่มีดวงตากลมโตซ่อนอยู่หลังกรอบแว่นใบหน้าขาวใสที่ดูจริงจังเสมอ ราวกับโลกทั้งใบไม่อาจทำให้เธอหวั่นไหวได้ท่าทางดุดันและสงวนท่าทีของเธอไม่ได้มีแม้แต่เงาของความประทับใจแรกพบที่มีต่อเขา
แล้วอะไรล่ะที่ทำให้ชายหนุ่มผู้สมบูรณ์แบบในสายตาใครต่อใคร เลือกจะทุ่มเทความสนใจให้กับเธอ? โชติครุ่นคิดอยู่ภายในใจ เขาแอบอมยิ้มอยู่เพียงคนเดียวค่ำคืนนี้ดูจะน่าสนใจขึ้นมาอีกหน่อยแล้วล่ะ!
“กินชาบูกันเถอะ วันนี้ โชติ เลี้ยงเองทั้งอันนาทั้งพีท และยินดีที่ได้รู้จักพีทมากขึ้น" โชติ เอ่ยชวนขึ้น น้ำเสียงสบาย ๆแต่ก็แฝงความจริงจังอยู่ในที
เมื่อ พีท มองหม้อชาบูตรงหน้าด้วยสีหน้าที่อ่านไม่ออกเขาเคยกินอาหารที่มีเชฟเสิร์ฟให้ เคยไปร้านที่มีพนักงานจัดทุกอย่างให้เรียบร้อยแต่กับหม้อชาบูเดือด ๆ ที่ต้องลวกเอง หยิบเอง ตักน้ำจิ้มเองแบบนี้… มันต้องเริ่มจากตรงไหนก่อน?
โชติ แอบเหลือบมองแล้วยิ้ม
ขณะที่ อันนา เองก็กำลังยุ่งอยู่กับการใส่ผักและเนื้อลงหม้อ เธอเริ่มผ่อนคลายลงอาจจะด้วยความหิวด้วยทำให้เธอไม่ได้นึกถึงสิ่งที่เพิ่งเกิดขึ้นก่อนหน้าระหว่างเธอกับพีท
พีท นั่งนิ่งไปหลายวินาทีเหมือนคนไม่รู้จะเริ่มต้นยังไง
“เอ่อ… แล้วต้องทำไงก่อน?” เขาถามเสียงเบาแต่หน้าหล่อๆ ของเขา ยังนิ่งอยู่เหมือนไม่ใช่ปัญหาใหญ่
โชติ แทบหลุดขำออกมา
ส่วนอันนา เธอชะงักไปนิดหนึ่ง ก่อนจะหันหน้าไปมองเขาแล้วหัวเราะเบาๆ
หญิงสาว มองมาที่พีทยังคงนั่งนิ่งเหมือนคนไม่รู้จะเริ่มต้นยังไงแล้วหลุดยิ้มออกมาอย่างห้ามไม่อยู่
หน้าของ อันนา เวลายิ้มดูน่ารักขึ้นอย่างน่าประหลาดรอยยิ้มของเธอทำให้บรรยากาศรอบตัวดูสดใสขึ้นโดยไม่รู้ตัวฟันขาวเรียงตัวสวยรับกับริมฝีปากอิ่มได้รูป
ทุกครั้งที่เธอหัวเราะเบา ๆมันเหมือนเสียงระฆังใส ๆ ที่ดังก้องอยู่ในความคิดของคนที่มอง
“… นี่อย่าบอกนะว่านายไม่เคยกินชาบู”เธอลืมความเ้าเล่ห์และเสน่ห์อันร้อนแรงของชายหนุ่มไปและถูกแทนที่ด้วยความเก้ ๆ กัง ๆ ไม่ถนัดในท่าทางของเขาที่นั่งอยู่ข้าง ๆ อันนา
เธอสังเกตเห็นได้ทันทีจากวิธีที่เขาถือตะเกียบ—นิ้วเรียวยาวกลับจับมันแบบไม่มั่นคงนักคล้ายไม่คุ้นเคยกับการใช้มันเสียเท่าไร และเมื่อเขาพยายามคีบเนื้อบาง ๆ ลงไปในหม้อน้ำซุปร้อน ๆ ก็เดือดพล่านขึ้นมา ทำให้เขาชะงักไปเล็กน้อย
อันนามองภาพนั้นด้วยความขบขันรอยยิ้มแตะแต้มบนริมฝีปากโดยไม่รู้ตัวนี่หรือคือชายหนุ่มเ้าเสน่ห์ที่มักจะดูนิ่งขรึมและเต็มไปด้วยความมั่นใจ?เสียงหวานของเธอเจือไปด้วยความขบขันเล็กๆ ดวงตากลมโตจับจ้องใบหน้าคมของเขาอย่างพิจารณา ไม่ใช่แค่เพราะประหลาดใจแต่เพราะเธอเพิ่งค้นพบอีกมุมหนึ่งของชายหนุ่ม —มุมที่ไม่ได้เต็มไปด้วยความเ้าเสน่ห์หรือความก่อกวนเหมือนที่เธอเคยเจอแต่มันเป็มุมที่… ตลกและน่ารักอย่างน่าประหลาด
เขากระแอมเบา ๆก่อนจะเลื่อนสายตามามองเธอด้วยแววตาที่เหมือนจะปฏิเสธแต่สุดท้ายก็ยอมรับมันอย่างเสียไม่ได้
“ไม่ใช่ว่าไม่เคย…ฉันแค่ไม่ค่อยได้กิน” เสียงทุ้มมีเสน่ห์ของเขาดังขึ้นทว่ากลับฟังดูติดขัดไปเล็กน้อย ราวกับไม่แน่ใจในคำตอบของตัวเองดวงตาคมกริบจ้องมองหม้อชาบูที่เดือดพล่านอยู่ตรงหน้าคล้ายกำลังประเมินสถานการณ์อย่างเงียบ ๆ
อันนา แอบอมยิ้มกับท่าทางของเขาแม้จะพยายามทำเป็ไม่รู้สึกอะไรแต่แววตาที่ลังเลอยู่ตรงหน้าหม้อซุปมันบอกชัดเจนว่าพีทไม่ได้มีความมั่นใจในสถานการณ์นี้เลย
“งั้นฉันสอนให้นะ”เธอพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน ก่อนจะคีบเนื้อบาง ๆ ให้ดูเป็ตัวอย่าง“นายต้องเอาเนื้อลงจุ่มในน้ำซุปก่อนนะ แค่พอสุก ไม่ต้องแช่นานไม่งั้นเนื้อจะแข็งเกินไป”
หญิงสาว เผลอหัวเราะออกมาเบา ๆนี่เป็ครั้งแรกที่เธอเห็นพีทในมุมที่ไม่สมบูรณ์แบบ—เขาดูเงอะ ๆ งะ ๆและหลุดจากภาพลักษณ์ของเดือนมหาวิทยาลัยสุดเท่ห์หล่อเหลาและอยู่ในสังคมของหนุ่มเพลย์บอย ที่ทุกคนรู้จัก’ ไปโดยสิ้นเชิง
พีท พยักหน้ารับช้า ๆ ค่อย ๆจุ่มเนื้อลงในหม้อตามที่เธอสอนอย่างตั้งใจแต่ดันเผลอปล่อยตะเกียบหลุดลงไปในหม้อด้วย
“อ้าว…”
“ฮ่า ๆ ๆ พีท นายทำตะเกียบหล่นแล้ว!”อันนา หัวเราะออกมาอย่างกลั้นไม่อยู่ ก่อนจะหยิบตะเกียบใหม่ยื่นให้เขา“เอานี่ไปใช้ก่อน”
พีท รับมันมาอย่างเสียไม่ได้ก่อนจะถอนหายใจเบา ๆ แม้เขาจะยังคงรักษาสีหน้าสงบนิ่งเอาไว้แต่ภายในใจกลับรู้สึกบางอย่างที่อธิบายไม่ถูก
บางที… แค่ได้นั่งอยู่ตรงนี้กับอันนาได้เห็นรอยยิ้มของเธอ ได้ยินเสียงหัวเราะของเธอแบบนี้มันก็ดีกว่าทุกมื้ออาหารหรูที่เขาเคยกินมาแล้ว
“งั้น… ฉันลองใหม่”
คราวนี้ พีท หยิบเนื้อบาง ๆ ใส่หม้ออย่างระมัดระวังตามที่อันนา สอน แต่เขาดันปล่อยตะเกียบลงไปในหม้ออีกครั้ง ทำให้ต้องรีบควานหามันกลับมา
โชติ หัวเราะลั่น “โอ้โห พีท!!นี่กินไปเล่นน้ำไปเลยสินะ!”
อันนา เผลอหัวเราะตามไปด้วยก่อนจะหยิบตะเกียบให้ เขา ใหม่
พีท ถอนหายใจเบา ๆก่อนจะรับมันมาอย่างเสียไม่ได้ แม้จะดูเงอะ ๆ งะ ๆแต่เขาก็ไม่ได้รู้สึกหงุดหงิดหรือรำคาญ กลับกัน…เขารู้สึกว่าโต๊ะอาหารมื้อนี้มันอบอุ่นและสนุกดีแปลก ๆ
โชติมองนาฬิกาข้อมือตัวเองแล้วพูดขึ้น
“รออีกแป๊บ เดี๋ยวจะมีคนมาสมทบด้วย”
อันนา ที่กำลังคีบเนื้ออยู่ถึงกับชะงักมองโชติด้วยดวงตากลมโต และตื่นเต้น “ใช่ๆ ลืมอีกคนสำคัญไปเลยนะโชติ…มิน่าถึงว่าทำไมโต๊ะดูโล่งๆจัง?”
โชติ ยิ้มมุมปาก “เค้ากำลังจะมาถึงแล้วละ”
พีท ถือตะเกียบค้างไว้กลางอากาศหันไปมองโชติอย่างไม่อยากจะเชื่อหูตัวเอง หน้าหล่อขมวดคิ้ว
โชติ หัวเราะเบา ๆ พลางเฉลยให้ พีทได้ทราบ “อ๋อ แฟนโชติ เองครับกำลังมา”
พีท ยังคงอึ้ง ถามเสียงหลง “นายมีแฟนแล้ว?”
“ใช่ แล้วก็กำลังจะมาที่นี่ด้วย”
เขาไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าทำไมถึงรู้สึกโล่งใจอย่างบอกไม่ถูกเมื่อได้รู้ว่าโชติมีแฟนแล้ว
มันเป็ความรู้สึกที่เกิดขึ้นทันทีโดยไม่ต้องใช้เหตุผลไม่ต้องหาเหตุผลมารองรับ พีท เพิ่งตระหนักว่า… เขาไม่ต้องคอยระแวงสายตาหรือความใกล้ชิดระหว่างอันนากับโชติอีกต่อไป
แล้วนี่เขาเป็อะไรไปกันแน่?
เขาหึงอันนาอย่างนั้นเหรอ?
แค่คิดแบบนั้นหัวใจของเขาก็เต้นผิดจังหวะขึ้นมา เขารู้สึกหวงเวลาที่รู้ว่า อันนา ออกไปไหนกับ โชติ
แต่พอได้รู้ความจริงว่าสุดท้ายแล้ว โชติไม่ได้มีอะไรที่เขาต้องเป็ห่วงกับอันนาความหนักอึ้งที่แบกไว้ในใจกลับคลายลงอย่างน่าประหลาด
เขาหันไปมองหญิงสาวอย่างเงียบ ๆเธอกำลังพูดและหัวเราะไปกับโชติอย่างเป็ธรรมชาติ ดวงตาใสซื่อเต็มไปด้วยความสดใสเหมือนเธอกำลังลืมเหตุการณ์ที่เร่าร้อนเหมือนไม่ได้เกิดขึ้นหรือเธอพยายามกลบเกลื่อนมัน
แต่ก่อนที่เขาจะได้คิดอะไรไปมากกว่านั้นเสียงกริ่งประตูร้านก็ดังขึ้น และคนที่พีทไม่รู้จักเดินเข้ามา
หมอธีร์---แฟนหนุ่มของ โชติ ก็มาถึงร้าน
“พี่หมอธีร์!คะ สวัสดีคะ” อันนา เรียกชื่อหมอหนุ่มด้วยน้ำเสียงสดใสก่อนจะลุกขึ้นไหว้และต้อนรับอย่างเป็กันเอง
พีท หันไปมองก่อนจะพบกับชายหนุ่มใบหน้าคมเข้ม ดูภูมิฐานและสุขุมใส่เสื้อเชิ้ตสีอ่อนกับกางเกงสแล็คอย่างเรียบร้อย เขามีรอยยิ้มอบอุ่นที่ดูเป็มิตรและแววตาที่ฉายความฉลาดเฉียบคม ซึ่ง พีท เดาได้ทันทีว่า นี่แหละ…แฟนโชติ
หมอธีร์ เดินเข้ามานั่งข้าง โชติก่อนจะหันไปมองอันนาด้วยรอยยิ้มอบอุ่น
"ไง อันนา่นี้ไม่ได้เจอกันเลยนะ" เขาทักทายด้วยน้ำเสียงเป็กันเอง "เห็น โชติ บอกว่าอันนา ติดทำโครงการวิจัย แถมตอนเย็นยังต้องไปทำงานพาร์ทไทม์ที่ร้านกาแฟอีก่นี้คงยุ่งน่าดูใช่ไหม?"
" ่นี้ยุ่งจริง ๆ ค่ะงานโครงการก็ต้องเร่งให้เสร็จตามกำหนด เวลาว่างเลยแทบไม่มีค่ะพี่หมอ"
เธอถอนหายใจเบา ๆแต่ดวงตายังคงเป็ประกายสดใสตามแบบฉบับของเธอ
หมอธีร์ พยักหน้ารับรู้ ก่อนจะหันไปมองพีท อย่างสนใจ เขาเป็ชายหนุ่มที่มีเสน่ห์ดึงดูดั้แ่แรกเห็น ใบหน้าคมชัดราวกับสลักจากหินอ่อนคิ้วเข้มเรียงตัวสวยอย่างเป็ธรรมชาติ เติมเต็มดวงตาที่เฉียบคมและลึกซึ้งจมูกโด่งเป็สันอย่างสมบูรณ์แบบ เสริมให้ใบหน้าดูโดดเด่นทุกมุมมอง
มันไม่ได้มีเพียงความหล่อเหลาที่ตรึงสายตาแต่ยังแฝงไปด้วยเสน่ห์ที่ทำให้ใครต่อใครต้องตกหลุมรัก
รอยยิ้มของหมอธีร์ ยังคงเป็มิตรเช่นเดิม
"สวัสดีครับ นี่คงเป็ พีท คนที่ อันนาเล่าให้ฟังเื่ทำโครงการวิจัยด้วยกัน อันนา นี่ช่างโชคดีจริงๆ ได้ทำงานกับหนุ่มวิศวะสุดฮอตเดือนมหาวิทยาลัย แถมหล่อแบบไม่เกรงใจใครเลย"
คำพูดของ หมอธีร์ ทำให้ พีท ชะงักไปเล็กน้อยดวงตาคมเหลือบมอง อันนา โดยอัตโนมัติขณะที่เธอก็รีบก้มหน้าลงไปคีบลูกชิ้นเข้าหม้อคล้ายพยายามทำตัวให้เป็ธรรมชาติ
พีท หรี่ตามองเธอเล็กน้อยก่อนจะหันกลับไปสบตากับหมอธีร์
"สวัสดีครับ ผม..พีท ยินดีที่ได้รู้จักครับ"เขาตอบเสียงเรียบ แต่แววตาแฝงไปด้วยความสงสัยที่แม้แต่ตัวเองก็อธิบายไม่ได้
“พี่เป็คุณหมอหรอครับ?” พีท เอ่ยถามด้วยความอยากรู้
“ใช่ครับ... พี่ เป็หมอที่โรงพยาบาลของมหาวิทยาลัย”หมอธีร์ ตอบด้วยน้ำเสียงสบาย ๆ ดวงตาทอประกายอ่อนโยนแต่ก็แฝงไปด้วยความจริงจังของคนที่ผ่านประสบการณ์มากมาย
“โชติ กับ อันนา เขาสนิทกันั้แ่ปีหนึ่งแล้ว”หมอธีร์เล่าพลางยิ้ม
“พวกเขาชอบไปกินชาบูกันบ่อย ๆ บางทีพี่ติดงานพวกเขาก็ไปมากันเองสองคน... แถมสนุกกันใหญ่เลย ไม่มีใครคอยห้ามเื่กินเยอะ”
หมอธีร์ มองเขานิ่ง ๆ ก่อนจะยิ้มบาง ๆแล้วเอ่ยขึ้นว่า "ได้เจอตัวจริงแล้ว สมกับที่อันนาเล่าให้ฟังจริง ๆ"
คำพูดนั้นทำให้ พีท ยิ่งรู้สึกแปลก ๆขึ้นไปอีก…
"เหรอครับ?"เขาตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งแต่ภายในใจกลับรู้สึกประหลาด
อันนา เล่า อะไรเกี่ยวกับเขากันแน่?
เขาเหลือบไปมอง อันนา เธอยังตั้งหน้าตั้งตาจุ่มลูกชิ้นลงหม้ออย่างจริงจังเกินเหตุแก้มใสขึ้นสีจาง ๆ คล้ายพยายามหลีกเลี่ยงสายตาของเขา
"เล่ายังไงบ้างครับ? ผมชักอยากรู้แล้วสิ?" พีท ลอบมองต่ำไปที่อันนาอีกครั้ง
หญิงสาวไม่สบสายตาเขา เธอนั่งไม่ติดลุกรี้ลุกรน ราวกับกลัวคำตอบของพี่หมอธีร์ที่จะเอื้อนเอ่ยออกมาหัวใจเต้นระรัวจนแทบจะทะลุออกจากอก มือเรียวกำชายกระโปรงแน่นดวงตาคู่สวยฉายแววลังเลระคนวิตก
หมอธีร์ หัวเราะเบา ๆก่อนจะหยิบตะเกียบขึ้นมา คีบเนื้อลงในหม้อชาบูอย่างคล่องแคล่ว
"ก็เล่าว่าเป็คนทะเล้น และชอบกวนใจเวลาทำงานเอาเสนห์มาล่อหลอกให้เธอไม่มีสมาธิ…จริงไหมอันนา?"
หมอธีร์พูดทีเล่นทีจริงให้หญิงสาวที่กำลังนั่งหลบตาเขาสะดุ้งเฮือก!!!และได้ตอบสนองแบบรวดเร็ว
"พี่หมอธีร์! อย่าขายกันสิคะ"อันนาทำตาโตอย่างใ
"ว่าแล้วเชียว พี่หมอธีร์ " อันนา นึกในใจ
"คือ….คือหนูไม่ได้ตั้งใจพูดแบบนั้นสักหน่อย!"เธอพยายามแก้ตัวแต่ก็แทบไร้ผล
"แล้วก็…" หมอธีร์ เว้นจังหวะเล็กน้อยก่อนจะยิ้มมุมปากดวงตาฉายแววล้อเลียนจาง ๆ และอยากแกล้งหญิงสาวหน้าตาจิ้มลิ้มคนนี้
เพราะหมอธีร์มองออกแต่แรกแล้วว่าทั้งสองน่าจะกำลังสนใจกันเพียงแต่ไม่เปิดเผยออกมา
"อันนา เล่าว่า บางทีชายหนุ่มคนที่ทำโครงการวิจัยด้วยก็ชอบโปรยเสน่ห์เกินไปจนเธอเกือบจะไขว้เขว" หมอธีร์ ใส่ไข่ในคำพูดของตัวเอง
"พี่หมอธีร์! คะ…คือ…คือไม่ใช่นะคะ" เธออ้าปากค้างพูดอะไรแทบไม่ได้มาก หูร้อนผ่าว มาถึงหน้าที่กำลังแดงระเรื่อ ใครๆดูก็รู้ว่าเธอกำลังเขินอายอย่างมาก
โชติ หัวเราะเสียงดัง"โอ๊ยๆ อันนา ทำไมอยู่ดี ๆ ลนลานแบบนี้ล่ะ? มีความน่าสงสัยนะ? พูดติดๆขัดๆ ไม่เหมือนอันนาคนเดิมเลย"
พีท มองท่าทางของอันนาอย่างพินิจริมฝีปากของเขายกขึ้นเล็กน้อยราวกับพอใจอะไรบางอย่าง
"ฉันกวนใจเธอขนาดนั้นเลยเหรอ?"หน้าหล่อของเขาหันมาถามหญิงสาวด้วยเสียงเรียบแต่แววตากลับฉายความสนุกที่ซ่อนอยู่
เธอ เม้มปากแน่นก่อนจะหันไปค้อนหมอธีร์
"พี่หมอธีร์อ่ะ พูดเกินจริงไปแล้ว!"
หมอธีร์หัวเราะในลำคอ"อ้าวพี่ก็พูดตามที่เธอบ่นให้ฟังนะ อันนา"
อันนา แทบอยากจะมุดลงไปในหม้อชาบู
พีท ยกคิ้วขึ้นเล็กน้อย
"คราวหน้าถ้ารู้สึกว่าฉันกวนใจ ก็บอกตรงๆ ก็ได้ ฉันพร้อมจะลดระดับความแรงลงมาให้นุ่มนวลลง" เขาพูดขึ้นมาอย่างเรียบง่ายเอียงหน้ามามองอันนา สายตาแฝงความหมายบางอย่างไว้
เธอ กะพริบตาปริบ ๆหัวใจเต้นแรงขึ้นมาอย่างไม่มีเหตุผล
คำพูดของเขาฟังดู… แปลก ๆ อีกแล้วนะ…