ตำนานสามภพ ภาค พลิกชะตายุทธภพ จบแล้ว(มีE-Book)

    บทที่1 ตอนที่ 18 แย่งชิงดอกพุดโศกา 1/2

    ในระหว่างที่กำลังรอให้คนที่เข้ามาปรากฏตัว จงหมิ่นที่กำลังคิดอะไรบางก็ถามอูหลินเฟิงบางอย่าง

    ‘ในนิยายที่เจ้าอ่าน…เจ้าบอกว่าอูหมินจิงจะบาดเจ็บสาหัสก่อนเหตุการณ์ฆ่าล้างตระกูลอู แล้วเจ้ารู้หรือไม่ว่าเกิดเหตุการณ์อะไร’ จงหมินถามอูหลินเฟิงผ่านยันต์ส่วนตัว ในระหว่างที่กำลังรอดูว่ากลุ่มคนที่เข้ามา มาเพื่อผ่านไปหรือว่าจะมาเพื่อแย่งชิงดอกพุดโศกาสีน้ำเงินที่พวกเขาพบก่อน

    ‘ข้าเองก็ไม่รู้’ อูหลินเฟิงตอบ

    ‘ในนิยายไม่ได้บอกไว้หรือ’

    ‘ถ้าจะโทษก็โทษความไม่สนใจใครของเจ้า นิยายจะเขียนแต่เพียงในมุมที่เจ้าเห็นหรือพบเท่านั้น ทุกเรื่องที่เจ้ารู้หรือรับรู้จะถูกเขียนลงในนิยาย แต่ว่าเจ้าในนิยายสนใจแต่เรื่องแก้แค้นเท่านั้น เจ้าสืบแค่การฆ่าล้างสี่ตระกูลเกี่ยวข้องกันแต่ว่า ไม่ได้สืบลึกถึงขนาดที่ว่าในงานวันนี้มีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้นบาง เจ้ารับรู้เพียงแค่ว่ามีเหตุการณ์ร้ายแรงที่ทำให้มีบุตรหลานของตระกูลระดับกลางและสูงหลายคนเสียชีวิต และบาดเจ็บ แต่เจ้าคิดว่าไม่เกี่ยวกับการฆ่าล้างตระกูลจง จึงไม่สืบเรื่องในงานประลอง ทำให้ข้าเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าในงานครั้งนี้จะเกิดอะไรขึ้นบ้าง’ อูหลินเฟิงอธิบาย แต่ก่อนที่อูหลินเฟิงจะได้พูดต่อ กลุ่มคนที่ฮุยฮุยส่งเสียงเตือนก็ได้เข้ามาใกล้บริเวณที่ทั้งหมดได้อยู่แล้ว

    "ใกล้เข้ามาแล้ว เตรียมตัวให้พร้อม"อูหลินเฟิงบอกกับทุกคน

    "หืออ มีกลุ่มอื่นอยู่แถวนี้ด้วยยังหรือ"เสียงของกลุ่มอื่นดังใกล้เข้ามา เพียงไม่นานก็สามารถเห็นกลุ่มที่ใกล้เข้ามาได้ เมื่อได้เห็นกลุ่มที่ใกล้เข้ามา มีทั้งหมดเจ็ดคน คนในกลุ่มนั้นมีคนที่อูหลินเฟิงรู้จักอยู่ด้วยคือ ชุนฟง คุณชายใหญ่ของตระกูลชุนหนึ่งในสามตระกูลระดับกลางของเมืองล่องเมฆา

    ‘พวกผู้เยาว์ของตระกูลชุน ตระกูลหม่า ตระกูลชิง ตระกูลซี แล้วยังมีตระกูลอื่นที่ข้าไม่รู้จัก’ อูหลินเฟิงบอกกับในกลุ่มผ่านยันต์ หลังจากที่เขารู้เรื่องการร่วมมือของบรรดาตระกูลระดับกลางเขาได้ให้อูจางช่วยเขาสืบหาภาพเหมือนของผู้เยาว์หลายๆ คนของทั้งสี่ตระกูล ทำเขารู้จักหน้าตาคุณหนูหรือคุณชายของตระกูลทั้งสี่

    ‘อีกสามคนคือคนจากตระกูลระดับกลาง ตระกูลอี๋ และตระกูลระดับสูง ตระกูลจ้งและตระกูลกัน’ กวนซ่างซีกล่าว ในกลุ่มของทั้งเจ็ดคนด้านหน้านั้น มีห้าคนที่มีลมปราณระดับสี่ขั้นสูงอีก สองคนมีระดับห้าขั้นกลาง คือคุณชายตระกูลจ้งและคุณหนูตระกูลกัน

    ‘พวกเจ้ารู้จักกันงั้นหรือ’ จงหมิ่นถาม

    ‘ข้ากับถงต้าเหวยอยู่ในสถาบันเทพพยัคฆ์ ส่วนพวกนั้นทั้งเจ็ดคนอยู่ในสถาบันเมฆาอัคคี พวกข้าสองสถาบันมักจะมีเรื่องทะเลาะวิวาทกันบ่อย ข้าจึงจำพวกมันได้’ กวนซ่างซีตอบ ทำตอบนั้นทำให้อูหลินเฟิงมองไปยังกลุ่มที่กำลังเดินใกล้เข้ามาอีกครั้ง

    ‘หรือว่า…ไม่ได้มีแค่สี่ตระกูลที่ร่วมมือกัน อาจมีตระกูลอื่นร่วมมือด้วยโดยอาศัยความร่วมมือระหว่างตระกูล ผ่านผู้เยาว์ที่เป็นศิษย์ในสถาบันเมฆาอัคคี’ อูหลินเฟิงคิดในใจ เรื่องที่สี่ตระกูลระดับกลางได้ส่งลูกหลานไปยังสถาบันเมฆาอัคคี ไม่ใช้ข้อมูลใหม่ที่อูหลินเฟิงได้รับรู้ ... เรื่องนี้ทางผู้อาวุโสตระกูลอูได้สืบจุดร่วมของสี่ตระกูลทราบมาตั้งแต่ตอนที่รู้ว่าสี่ตระกูลร่วมมือกันแล้ว

    “โห เป็นพวกเจ้างั้นหรือ” คุณหนูตระกูลกันเป็นผู้พูดออกมา ในกลุ่มข้างหน้านาง นางรู้จักเพียง อูหมินจิงอัจฉริยะตระกูลอู ลี่เจียง และ ถงต้าเหวยเท่านั้น ส่วนเสวี่ยหานเอ๋อร์กับอูหลินเฟิง นางไม่รู้จัก ส่วนกู่ซือเอินนั้นแม้จะมีชื่อเสียงไม่น้อย แต่ว่านางมักออกล่าแต่อสูรไม่ร่วมงานประลองระหว่างผู้เยาว์ หากไม่เคยพบหน้าของกู่ซือเอินบางคนก็อาจไม่รู้ว่านี้คือศิษย์สืบทอดของปราชญ์พิษ อีกทั้งกู่ซือเอินยังจงใจกดระดับลมปราณเหลือเพียงระดับห้าขั้นต้น จงหมิ่นเองก็ถูกยันต์มายาทำให้ใบหน้าของเขาไม่เหมือนเดิมทำให้คนตระกูลซีจำเขาไม่ได้ ส่วนกวนซ่างซีแยกออกไปก่อนทำให้คุณหนูตระกูลกันไม่รู้ถึงจำนวนจริงๆ ของกลุ่มตรงหน้า

    ในตอนที่หาสมาชิกกลุ่ม อูหลินเฟิงไม่เห็นพวกของตระกูลชุน เพราะอาณาเขตที่กว้างและจำนวนคนเข้าร่วมที่เยอะ ทำให้ตอนนั้นเขาไม่รู้ว่าตระกูลชุนจับกลุ่มกับตระกูลใดบ้าง ทางตระกูลชุนเองก็ไม่รู้ว่าตระกูลอูร่วมมือกันตระกูลใดเหมือนกัน

    อูหมินจิง ถงต้าเหวยคือหนึ่งในเป้าหมายภารกิจที่ศิษย์ของสำนักเมฆาอัคคีต้องทำให้อีกฝ้ายบาดเจ็บให้ได้ในระหว่างการประลองล่าสัตว์อสูร

    “ศิษย์พี่ดูนั่น!!!…ดอกพุดโศกาสีน้ำเงิน” หนึ่งในกลุ่มสังเกตเห็นดอกพุดโศกา เมื่อมีหนึ่งในคนกลุ่มนั้นพูดขึ้นมาคนทั้งกลุ่มจึงหันตามไป เมื่อได้เห็นดอกพุดโศกาแววตาแห่งความโลภก็แสดงออกมาจากทั้งเจ็ดอย่างพร้อมเพรียง

    "เจอทั้งตระกูลอูและตระกูลถง อีกทั้งยังเจอดอกพุดโศกาสีน้ำเงินอีก ถือว่าพวกเราโชคดีจริงๆ"คุณชายจ้งกล่าว

    "เจ้าพูดว่ากับว่าตระกูลอู กับ ตระกูลถง คือเป้าหมายของพวกเจ้า…เจ้าต้องการอะไรจากพวกเรา"อูหลินเฟิงกล่าวสวนคำพูดของคุณชายจ้ง

    "ลมปราณระดับสามขั้นสูง?? สวะอย่างเจ้ายังสามารถเข้าร่วมงานนี้ได้ เจ้าคือใครกัน"คุณชายจ้งถาม

    "ข้าคุณชายใหญ่ตระกูลอู อูหลินเฟิง"

    "หือ คุณชายใหญ่ตระกูลอู?? …งั้นเจ้าก็จะเป็นเป้าหมายของพวกข้าเช่นกัน" เพราะภารกิจที่ได้ไม่ว่าใครในตระกูลอู ถง กวน คือเป้าหมายของพวกเขาทุกคน

    "โหห เจ้าคิดว่าจะทำอะไรข้าได้งั้นหรือ"อูหลินเฟิงกล่าว

    "สวะลมปราณระดับสามอย่างเจ้า เพียงนิ้วเดียวของข้าก็ทำให้เจ้าตายได้แล้ว"ชุนฟง กล่าวออกมาจากนั้นก็ไม่รอคำสั่งจากคุณชายจ้งที่แข็งแกร่งที่สุดในกลุ่ม ชักดาบผนึกลมปราณพุ่งมายังอูหลินเฟิงที่ยืนอยู่หน้าสุดทันที

    ปราณวารี ดาบวารีตระกูลชุน อสรพิษวารี

    "คิดว่าจะทำอะไรสหายข้าได้อย่างนั้นหรือ ชุนฟง" ลี่เจียงกล่าว ทันทีที่ชุนฟงพุ่งเข้าหาอูหลินเฟิง ลี่เจียงที่เตรียมพร้อมอยู่แล้วก็พุ่งตัวออกมาขว้างด้านหน้าพร้อมแปลงเป็นยักษ์ศิลาทันที

    ปราณปฐพี กายศิลากระบวนท่าที่หนึ่ง แปลงกายยักษ์ศิลา

    ตึง!!! ตึง!! เสียงการปะทะของดาบวารีและหมัดยักษ์ศิลาดังอย่างต่อเนื่อง ลี่เจียงและชุนฟงที่ปะทะกันบ่อยครั้ง ทำให้ทั้งสองไม่สามารถล้มอีกฝ่ายได้เพราะระดับลมปราณของทั้งสองเท่ากัน และ ทั้งสองยังรู้ถึงกระบวนท่าของอีกฝ่ายอย่างดี ลี่เจียงที่เด่นเรื่องการป้องกัน ส่วนชุนฟงเด่นเรื่องการโจมตีแต่ว่าชุนฟงไม่อาจเจาะการป้องกันของลี่เจียง ส่วนลี่เจียงก็ไม่อาจสร้างการโจมตีที่มีพลังมากพอจะทำให้ชุนฟงบาดเจ็บได้ แต่ว่าหลังจากได้ลองฝึกการประสานพลังจิตลงไปให้เพลงหมัดทำให้พลังโจมตีและความเร็วของยักษ์ศิลาเพิ่มขึ้น

    “อะไรกัน!!!!…พลังหมัดรุนแรงกว่าเดิม ได้ยังไงกัน??” เมื่อได้ปะทะกันเพียงกระบวนท่าแรกชุนฟงก็รับรู้ได้ถึงความเปลี่ยนแปลงของคู่แข่ง แรงสะท้อนของหมัดเมื่อกี้ยังทิ้งความชาไว้ยังมือที่กุมดาบ

    ‘ไม่ดีแล้ว ปะทะตรงๆ ไม่ได้’ ชุนฟงคิด กระโดดออกห่าง แล้วเปลี่ยนมาใช้ท่าโจมตีระยะไกล เข้าโจมตียักษ์ศิลาแทน เป็นท่าที่รุนแรงที่สุดของเขาทั้งยังเป็นกระบวนท่าที่เคยเกือบทำลายยักษ์ศิลาของลี่เจียงมาแล้วครั้งหนึ่ง

    ปราณวารี ดาบวารีตระกูลชุน คลื่นดาบอสรพิษวารี

    คลื่นดาบวารีตรงเข้าโจมตียักษ์ศิลาแต่ว่ากลับไม่สามารถสร้างรอยแผลไว้บนยักษ์ศิลาได้เลย

    “อะไรกัน!!!...พลังป้องกันก็เพิ่มขึ้นงั้นหรือ” ชุนฟงตะลึงปกติแล้วกระบวนท่านี้ต่อให้ไม่อาจชนะได้แต่ว่ายักษ์ศิลาก็จะได้รับความเสียหายจนไม่อาจขยับต่อได้

    “ไม่ใช่แค่พลังป้องกันหรอก” ลี่เจียงกล่าวพร้อมเร่งลมปราณที่เท้าของยักษ์ศิลาพุ่งตัวออกไปหาชุนฟง ความเร็วของยักษ์ศิลาเองก็เพิ่มขึ้น ชุนฟงที่เคยชินกับความเร็วที่ผ่านมาของยักษ์ศิลาจึงไม่อาจหลบหนีจากยักษ์ศิลาจึงตัดสินใจสร้างเกาะปราณวารีขึ้นมาแทน

    หมัดของยักษ์ศิลาชกไปยังชุนฟง ชุนฟงได้ยกดาบที่ประสานปราณวารีสร้างกำแพงวารีป้องกันเหมือนทุกครั้งที่ปะทะกัน แต่ว่ากำแพงวารีที่เคยป้องกันหมักของยักษ์ศิลาได้ทุกครั้งแต่ว่าครั้งนี้หมัดของยักษ์ศิลากลับทะลุกำแพงวารีของชุนฟง

    "อะไรกัน!!! บ้าน่า…พลังขนาดนี้!!"ชุนฟงตกใจกับพลังหมัดที่เพิ่มขึ้นมาของลี่เจียง ได้ยกดาบเพื่อกันหมัดที่ชกมา จนชุนฟงกระเด็นลอยกลับไป ครั้งนี้ลี่เจียงใส่กำลังทั้งหมดลงในการโจมตีครั้งนี้

    "อ๊อค"เสียงกระอักเลือดของชุนฟงดังขึ้น

    "หมัดของเจ้า…ไม่น่าจะแข็งแกร่งขนาดนี้"ชุนฟงกล่าวพร้อมมองไปยังลี่เจียงอย่างไม่เชื่อสายตา เขาพยายามจะลุกขึ้นแต่ว่าเพียงการชกครั้งเดียวทำให้เขาถึงกับซี่โครงหักและยังบาดเจ็บภายในส่วนอื่นอีกเพียงแค่ขยับนิดเดียวก็อาจไม่ไหวแล้ว

    “ข้าได้สหายที่ดี...ไม่เหมือนกับเจ้าที่ต้องคอยประจบเป็นลูกน้องของบุตรหลานตระกูลอื่น” ลี่เจียงกล่าวพร้อมกับมองไปยังชุนฟงที่พยายามโคจรลมปราณวารีรักษาคนเอง จากนั้นก็มองไปยังคุณชายตระกูลจ้งและคุณหนูตระกูลกัน สองคนที่เหมือนกับเป็นหัวหน้าของกลุ่ม จากระดับลมปราณที่มากที่สุด

    “คิดว่าตนเองแน่มากหรือไง ชุนฟงอ่อนแอที่สุดในพวกข้า… ได้...พวกข้าจะสอนให้เห็นว่าสถาบันเมฆาอัคคีแข็งแกร่งแค่ไหน ไปสั่งสอนพวกมันซะ” คุณชายตระกูลจ้งออกคำสั่ง คุณชายของตระกูลหม่า ตระกูลชิง ตระกูลซี ตระกูลอี๋ จึงตรงเข้าหาลี่เจียงทันที เหลือเพียงคุณหนูตระกูลกันที่ยังไม่ยอมออกมาสู้

    “ลืมพวกข้าไปแล้วหรือไง” ถงต้าเหวยเมื่อเห็นสหายกำลังจะโดนรุมจึงเร่งลมปราณ กระโดดเข้าหาคุณชายตระกูลหม่าผู้ใช้ดาบและปราณอัคคี เนื่องจากตระกูลถงและตระกูลหม่าตั้งอยู่ในเมืองปีกเพลิงเหมือนกัน ถงต้าเหวยและคุณชายตระกูลหม่าก็เหมือนกับ ลี่เจียงและชุนฟง เป็นคู่แข่งที่ไม่เคยชนะกันจริงๆ สักครั้ง ครั้งนี้ถงต้าเหวยถึงกับนำนวมเหล็กอาวุธประจำตัวมาสวมใส่

    ปราณเพลิง เพลงหมัดตระกูลถง หมัดตรงกัมปนาท

    ปราณเพลิง ทวนตระกูลหม่า ปราบอาชา

    ตูม!! ตูม!! ตูม!! เสียงของหมัดระเบิดเพลิงของถงต้าเหวยและทวนของคุณชายตระกูลหม่าดังสนั่น ทั้งตระกูลถงและตระกูลหม่าเป็นตระกูลที่ใส่ปราณเพลิงเหมือนกันต่างกันเพียงอาวุธเท่านั้น การปะทะของทั้งสอง คือการรุกรับที่ดุเดือดเพราะว่าพลังของทั้งสองเท่ากันทุกด้าน ไม่ว่าจะพละกำลัง ความเร็ว กระบวนท่า

    “ข้าก็ขอร่วมด้วย” อูหมินจิงเองก็เร่งลมปราณอัสนีของตนใส่กระบี่พุ่งเข้าหา คุณชายตระกูลชิงผู้ใช้หอกวายุ

    “ได้…ข้าจะสั่งสอนเจ้าเอง” คุณชายชิง เมื่อเห็นความว่ามีคนมาขวาง จึงโมโหและตรงเข้าโจมตีอูหมินจิงแทน

    ปราณวายุ ท่าเท้าเหยียบสายลม / ปราณวายุ เพลงหอกตระกูลขิง วายุกระหน่ำแทง

    คุณชายชิงใช้ท่าเท้าเร่งความเร็วและออกท่าโจมตีที่รุนแรงพร้อมกัน คิดจะจบการต่อสู้ในกระบวนท่าเดียวแต่ว่า

    ก้าวย่างอัสนีม่วง ย่นระยะสิบลี้ / ปราณอัสนีม่วง กระบวนท่าที่หนึ่ง วาดกระบี่อัสนี

    อูหมินจิงเองก็ถนัดเรื่องความเร็วเช่นกัน คุณชายชิงจึงไม่อาจจบการต่อสู้ได้อย่างรวดเร็ว ศึกของอูหมินจิงและคุณชายชิงก็เป็นศึกปะทะกันด้วยความเร็ว

    เคร่ง!! เคร่ง!! ทั้งสองพุ่งปะทะไปมาด้วยความเร็วสูง แสงอัสนีสีม่วงอ่อนและสายลมสีเขียวพุ่งสลับกันไปมาอย่างรวดเร็ว

    “งั้นข้าจะสู้กับเจ้าเอง” อูหลินเฟิงเข้ามาขวางคุณชายตระกูลซี อดีตคนที่คิดว่าตนเองเป็นคู่แข่งของจงหมิ่น ทั้งๆ ที่ความสามารถตนเองมีไม่ถึงครึ่งของจงหมิ่นด้วยซ้ำ

    ‘เจ้าอยู่เฉยๆ หรือไม่ก็ไปรับมือกับคนจากตระกูลอี๋ ส่วนเจ้านี่...ข้าจัดการเอง หากให้เจ้าจัดการมีหวังมันตายจริงๆ แน่’ อูหลินเฟิงกล่าวกับจงหมิ่น

    ‘ก็ได้’ แม้จะขัดใจแต่ว่าจงหมิ่นไม่ใช่คนไร้เหตุผล อูหลินเฟิงคิดถูกหากเขาสู้กับซีซาน มันได้ตายคาคมดาบของเขาแน่นอน

    “สวะลมปราณระดับสามขั้นสูงจะสู้กับลมปราณระดับสี่ขั้นสูงอย่างข้า ไม่เจียมตัวจริงๆ” ซีซานกล่าวดูน้ำเสียงดูถูก ภายในแววตาเผยความดูแคลนอย่างชัดเจน

    “โห หวังว่าฝีมือเจ้าจะดีเหมือนกับปากนะ” อูหลินเฟิงตอบกลับพร้อมกับตั้งท่ากระบี่ของตน จากนั้นก็พุ่งเข้าหาซีซานที่ไม่ยอมขยับรอเพียงให้อูหลินเฟิงเข้ามาหา อูหลินเฟิงได้แทงกระบี่ไปยังซีซาน

    “เหอะ..กระบวนท่ากระบี่อ่อนแอและไร้กำลัง…ยังกล้ามาท้าทายข้า” น้ำเสียงของซีซานแฝงด้วยการดูแคลนอย่างชัดเจน มือของเขาจับไปยังกระบี่ของตนเอง ตวัดกระบี่เข้าหากระบี่ของอูหลินเฟิง

    เคร้ง!!! เพียงการปะทะแรกกระบี่ของอูหลินเฟิงก็หลุดมือลอยขึ้นไปบนฟ้า ด้วยแรงของนักสู้ระดับสามอย่างอูหลินเฟิงไม่อาจต้านทานพลังของนักสู้ระดับสี่ได้เลย

    “เหอะ!!! เศษสวะ ข้าจะตัดแขนสั่งสอนของเจ้า ให้เจ้ารู้จักเจียมตัว” ซีซานตวัดกระบี่ลงมา คิดจะตัดแขนที่เคยกุมกระบี่ของอูหลินเฟิง แต่ว่าก่อนที่กระบี่จะตัดผ่านแขนของอูหลินเฟิง ได้มียันต์สีฟ้าปรากฏขึ้นมาป้องกันกระบี่ของซีซานเอาไว้

    “อะไรกัน!!...ยันต์งั้นเหรอ” ซีซานตะลึงกับยันต์สีฟ้าที่อยู่ๆ ก็ออกมาป้องกันแขนของอูหลินเฟิง

    “ข้ามีอะไรให้เจ้าตะลึงกว่านี้อีก” อูหลินเฟิงกล่าวกับซีซานในระยะใกล้ ยกยิ้มขึ้นมาอย่างน่าขนลุก

    “อะไรนะ??” ซีซานที่เห็นรอยยิ้มของอูหลินเฟิง ก็ขนลุกไปทั้งตัว

    จิตกระบี่ ควบคุมกระบี่

    กระบี่บนฟ้าที่เคยหลุดมือของอูหลินเฟิง ที่กำลังกระเด็นออกไปอยู่ก็หยุดกลางอากาศ กลับหยุดนิ่งกลางอากาศ ปลายกระบี่เปลี่ยนทิศทางพุ่งตรงเข้าหาแขนของซีซาน

    “ซีซานระวัง!!!” คุณชายจ้งตะโกนเตือน ซีซานเมื่อเห็นกระบี่ของอูหลินเฟิงที่ควรจะกระเด็นไปไกลพุ่งกลับเข้ามาหาซีซาน แต่ว่าคำเตือนนั้นช้าเกินไป

    “อ๊ากกกกกก แขน แขนของข้า!!” แขนของซีซานได้ถูกตัดขาด แทนที่จะเป็นแขนของอูหลินเฟิง ซีซานทรุดลงกับพื้นกุมบริเวณแขนที่ถูกตัดออกไป

    “เป็นอย่างไรบ้าง โดนเศษสวะอย่างข้าตัดแขน” อูหลินเฟิงกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชา

    “นั่นมัน!!..จิตแห่งกระบี่!!!” คุณหนูตระกูลกันที่เห็นทุกอย่างพูดออกมาอย่างไม่เชื่อสายตา ชายตรงหน้ามีลมปราณระดับสามขั้นสูงแต่ว่ากลับสามารถบรรลุจิตแห่งกระบี่ได้แล้ว ทั้งๆ ที่นางมีลมปราณระดับห้าขั้นกลางยังอยู่เพียงขั้นเชี่ยวชาญกระบี่อยู่เลย

     

    คล้ายกับเรื่องตำนานสามภพ ภาค พลิกชะตายุทธภพ จบแล้ว(มีE-Book) ที่คุณอ่าน