ความมืด... มันไม่ใช่สีดำ แต่มันคือความว่างเปล่าที่ไร้น้ำหนัก ไร้กาลเวลา
ในห้วงลึกที่จิตสำนึกของอคินลอยคว้างอยู่นั้น จู่ๆ แรงดึงดูดมหาศาลก็กระชากเขากลับขึ้นมา
ราวกับนักประดาน้ำที่ถูกดึงสายออกซิเจนขึ้นสู่ผิวน้ำอย่างรวดเร็ว
ติ๊ง!
เสียงสัญญาณที่คุ้นเคยดังขึ้นในความเงียบงัน ก้องกังวานไปทั่วกะโหลกศีรษะ
พร้อมกับหน้าต่างสีฟ้าโปร่งใสที่สว่างวาบขึ้นกลางความมืด
[ระยะเวลาเชื่อมต่อ: 07:59:59]
[ขณะนี้เวลา 19:00 น. ของวันที่ 25 กุมภาพันธ์]
เฮือก!
อคินสูดลมหายใจเข้าปอดอย่างแรงจนเจ็บหน้าอก ร่างกายดีดตัวขึ้นนั่งบนเตียงโดยอัตโนมัติ
เหงื่อไหลซึมตามขมับ ความรู้สึกหนักอึ้งกดทับไปทั่วสรรพางค์กายราวกับเขากำลังสวมชุดเกราะเหล็กที่มองไม่เห็น
มันไม่ใช่ความหนักจากความเหนื่อยล้า... แต่มันคือความรู้สึก 'แปลกแยก' ชั่ววูบที่เกิดขึ้นทุกครั้งที่เขาตื่นขึ้นมา
ราวกับว่าร่างนี้ไม่ใช่ของเขา... หรืออาจจะเป็เพราะเขาเพิ่งกลับมาจากความตายในความฝันอันยาวนาน
"แฮ่ก... แฮ่ก..."
ชายหนุ่มยกมือขึ้นลูบหน้า พยายามขับไล่ความมึนงง นิ้วมือััได้ถึงความชื้นเหนียวเหนอะหนะของอากาศ
คืนนี้... บรรยากาศมันผิดปกติ
กลิ่นเค็มปร่าของทะเลที่ลอยเข้ามาทางหน้าต่างมันเข้มข้นจนฉุนจมูก
ผสมปนเปไปกับกลิ่นเหม็นเน่าของซากศพและ... กลิ่นคาวเืสดๆ
โฮ่ง! โฮ่ง! บรู๊วววว!
เสียงเห่ากระโชกและเสียงหอนด้วยความหวาดระแวงของ 'โบ้' ดังมาจากริมหน้าต่าง
ทำให้อคินหลุดจากภวังค์ สัญชาตญาณ 'นักรบ' ที่ระบบมอบให้ตื่นตัวขึ้นทันที
เขาคว้าขวานด้ามยาวคู่ใจที่วางอยู่ข้างเตียง กระชับมือแน่นจนข้อต่อนิ้วซีดขาว
ก่อนจะพุ่งตัวไปที่หน้าต่าง กดลำตัวหมอบต่ำลงแนบกับขอบปูนอย่างระมัดระวัง
ภาพที่ปรากฏแก่สายตา ทำให้ลมหายใจของเขาชะงักค้าง
ทะเลจันทบุรีที่เคยสะท้อนแสงจันทร์เป็ประกายระยิบระยับ
บัดนี้กลายเป็สีดำทะมึนและเดือดพล่าน ผิวน้ำแตกกระจายฟองฟูฟ่องราวกับน้ำในหม้อต้มที่กำลังเดือดจัด
เงาสีดำขนาดมหึมานับร้อย... ไม่สิ... นับพัน กำลังแหวกว่ายทวนกระแสน้ำจากปากอ่าว
มุ่งหน้าเข้าสู่แม่น้ำจันทบุรี แสงจันทร์สาดส่องกระทบเกล็ดเปียกลื่นที่สะท้อนแสงวาววับน่าขนลุก
พวกมันเคลื่อนที่ด้วยความเร็วและความบ้าคลั่ง ทยอยคลานขึ้นฝั่งที่ชายหาดไม่ไกลจากโรงแรมที่เขาใช้ซ่อนตัว
ติ๊ง!
[ตรวจพบสัญญาณชีพศัตรูระดับสูงจำนวนมาก!]
[พื้นที่นี้อันตรายเกินระดับรับมือ... หนีไป! ต้องหนีเดี๋ยวนี้!]
ข้อความบรรทัดสุดท้ายดูแตกต่างจากภาษาเครื่องจักรปกติเล็กน้อย มันมีความเร่งรีบ ร้อนรน ราวกับว่าระบบกำลัง 'กลัว' แทนเขา
"รู้แล้ว... ฉันเห็นแล้ว"
อคินกัดฟันกระซิบตอบโต้กับอากาศ เขาหันขวับกลับมาหาฝูงหมาทั้งสามตัวที่ยืนตัวสั่นหางจุกก้น
แววตาของพวกมันเต็มไปด้วยความหวาดกลัวต่อแรงกดดันที่แผ่ออกมาจากทะเล
"เราจะไม่อยู่ที่นี่"
อคินประกาศเสียงเข้ม พยายามข่มความสั่นเครือในน้ำเสียงเพื่อให้ลูกสมุนทั้งสามอุ่นใจ
"ที่นี่ไม่ปลอดภัยอีกต่อไป เราต้องอพยพ... ไปให้ไกลจากชายหาด... ไกลจากแม่น้ำ... และไกลจากสระว่ายน้ำบบ้านั่น!"
มือของเขาคว้าแผนที่เมืองจันทบุรีที่ยับยู่ยี่ขึ้นมากางบนพื้นห้อง
แสงสลัวจากดวงจันทร์ส่องให้เห็นเส้นทางสีแดงที่เขาขีดฆ่าไว้มากมาย นิ้วของเขาไล่ไปตามเส้นสายของแม่น้ำ
"เราจะใช้เส้นทางเลียบแม่น้ำ่สั้นๆ เพื่อตัดเข้าสู่ตัวเมืองชั้นใน..."
เขาพึมพำวางแผนกับตัวเอง สมองประมวลผลอย่างรวดเร็ว
"เราต้องหาตึกที่โครงสร้างแข็งแรงกว่านี้... ตึกที่พวกฟร็อกเกอร์พังเข้ามาไม่ได้ง่ายๆ"
อคินไม่รอช้า เขากวาดทุกอย่างที่คว้าได้ลงกระเป๋าเป้ ขนมขบเคี้ยวซองสุดท้าย ถั่วกระป๋อง และขวดน้ำดื่ม
แม้ใจอยากจะขนเสื้อผ้าหรืออุปกรณ์ยังชีพอื่นๆ ไปด้วย
แต่สัญชาตญาณร้องบอกเขาว่า 'ความคล่องตัว' คือสิ่งที่จะตัดสินความเป็ความตายในคืนนี้
"ไป! เร็วเข้า!"
ชายหนุ่มและฝูงสุนัขรีบวิ่งออกจากห้องพัก วิ่งลงบันไดหนีไฟอย่างเงียบเชียบที่สุดเท่าที่จะทำได้
ทันทีที่ก้าวเท้าออกจากตัวอาคาร ความจริงของโลกภายนอกก็กระแทกเข้าใส่หน้า
ลมทะเลพัดกระโชกแรง หอบเอากลิ่นคาวที่รุนแรงกว่าเดิมหลายเท่ามาปะทะจมูก
มันไม่ใช่แค่กลิ่นคาวปลา
แต่มันคือกลิ่นคาวสนิมเหล็ก... กลิ่นเืที่เข้มข้นจนทำให้อคินต้องยกแขนเสื้อขึ้นมาปิดจมูกเพื่อกลั้นความสะอิดสะเอียน
ฝูงหมาส่งเสียงครางหงิงๆ ในลำคอ ขนหลังลุกชันตลอดเวลา
อคินย่อตัวลงต่ำ เคลื่อนที่ไปตามซากปรักหักพังของกำแพงและรถยนต์ที่จอดทิ้งร้าง
ประสาทััของเขาตื่นตัวถึงขีดสุด หูคอยดักฟังเสียงผิดปกติ
เขาหวาดระแวงเสียง 'บ๋อม' ของน้ำที่กระเพื่อมไหว หรือเสียง 'ฟิ่ว' ที่แหวกอากาศของะุน้ำมรณะ
แต่สิ่งที่เขาได้ยินกลับไม่ใช่สิ่งที่คาดคิด
เสียงโห่ร้อง...
มันดังแว่วมาตามสายลม
เสียงคำรามแหบพร่าดุจสัตว์ร้ายนับหมื่นนับแสนที่กำลังกรีดร้องด้วยความโกรธแค้น
ผสานกับเสียงคลื่นกระแทกฝั่งและเสียงะเิของน้ำที่ดัง โครมคราม ต่อเนื่อง
"หมอบลง!"
อคินกระซิบสั่งเสียงลอดไรฟันพร้อมกดมือลงต่ำ
ร่างของเขาแนบสนิทไปกับพื้นดินที่เต็มไปด้วยเศษกระจกและหินกรวด
เขาค่อยๆ คลานขึ้นไปบนเนินดินเตี้ยๆ ที่มีพงหญ้ารกทึบบังสายตา เพื่อมองไปยังทิศทางของต้นเสียง... ปากแม่น้ำ
และภาพที่ปรากฏเบื้องหน้า ก็ทำให้หัวใจของเขาหยุดเต้นไปชั่วขณะ
โลกหมุนคว้าง ราวกับเขาเป็เพียงมดตัวเล็กๆ ที่หลงเข้ามาในสนามรบของั์
ณ ปากแม่น้ำที่บัดนี้ระดับน้ำสูงขึ้นจนดูเหมือนทะเลสาบขนาดใหญ่... า กำลังปะทุขึ้น
มันไม่ใช่การล่าเหยื่อเพื่ออาหาร... แต่มันคือการห้ำหั่นเพื่อแย่งชิงอาณาเขตของสองเผ่าพันธุ์อสูร!
จากฝั่งทะเล... กองทัพอสูรที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อน กำลังยกพลขึ้นบกอย่างบ้าคลั่ง
พวกมันมีรูปร่างคล้ายมนุษย์ที่ถูกหลอมรวมเข้ากับปลาทะเลลึก
เกล็ดสีเงินเข้มมันวาวสะท้อนแสงจันทร์เป็ประกายวิบวับไปทั่วหาดทราย
ดวงตาโปนโตของพวกมันเรืองแสงสีเหลืองขุ่นในความมืด กรงเล็บยาวโง้งและหอกที่ทำจากปะการังแหลมคมถูกชูขึ้นฟ้า
ติ๊ง!
[กองทัพเมิร์ก จำนวนมหาศาล กำลังปะทะกับฟร็อกเกอร์]
"เมิร์ก..." อคินทวนชื่อนั้นในใจ
พวกมันมีจำนวนมหาศาลจนนับไม่ถ้วน คลื่นสีดำของกองทัพเมิร์กถาโถมเข้าใส่ฝั่งระลอกแล้วระลอกเล่า
ไม่สนใจความตายหรือความเ็ป
และผู้ที่ตั้งรับอยู่บนชายฝั่ง... คือศัตรูเก่าที่อคินรู้จักดี
"พวกฟร็อกเกอร์"
แต่ครั้งนี้ไม่ใช่แค่หน่วยลาดตระเวน 3-4 ตัวที่เขาเคยเผชิญหน้า
พวกมันมากันเป็กองทัพ! ยืนเรียงหน้ากระดานซ้อนกันสามแถวอย่างเป็ระเบียบวินัยบนตลิ่ง
ราวกับทหารที่ผ่านการฝึกฝนมาอย่างดี ิัลื่นเมือกสีเขียวคล้ำของพวกมันดูน่าเกรงขามกว่าทุกครั้ง
"พระเ้าช่วย... นี่มันบ้าอะไรกันเนี่ย"
อคินมือสั่นระริก ไม่ใช่เพราะความกลัวตาย แต่เพราะความตระหนักรู้ถึงความต่ำต้อยของตนเอง
ภาพตรงหน้ามันชัดเจนและยิ่งใหญ่ราวกับฉากในภาพยนตร์าฟอร์มั์ที่เขาเคยดู
ที่แนวหลังของทัพฟร็อกเกอร์ บนโขดหินสูงตระหง่าน มีฟร็อกเกอร์ตัวหนึ่งที่โดดเด่นกว่าใครเพื่อน
ร่างกายของมันใหญ่โตกว่าปกติเกือบสองเท่า สวมเครื่องประดับที่ทำจากกระดูกปลาและเปลือกหอย
ในมือถือคทาที่ทำจากกรามของสัตว์ทะเลขนาดใหญ่ มันชูคทาขึ้นฟ้าและส่งเสียงร้องที่ฟังดูเหมือนบทสวดประหลาด
โอ๊บ... อ๊บ... วูมมมม!
สิ้นเสียงนั้น... มวลน้ำในแม่น้ำก็เริ่มหมุนวนและยกตัวขึ้น
เหล่าฟร็อกเกอร์แถวหลังสุดประสานเสียงคำราม พร้อมใจกันยื่นมือไปข้างหน้า
ตูม! ตูม! ตูม!
'ะุน้ำ' นับร้อยนัดถูกยิงออกมาพร้อมกันดุจห่าฝนเหล็ก
พุ่งเข้าใส่กองทัพเมิร์กที่กำลังดาหน้าเข้ามา ร่างของพวกเมิร์กฉีกขาดกระจุยเป็ชิ้นเนื้อ
เืสีเขียวคล้ำสาดกระเซ็นย้อมผืนทรายและน้ำทะเล
ยังไม่จบแค่นั้น มวลน้ำขนาดใหญ่ถูกบิดเกลียวขึ้นเป็ 'แส้น้ำ' ขนาดั์ ฟาดเปรี้ยงลงไปกลางวงล้อมของพวกเมิร์ก
แรงกระแทกของมันรุนแรงจนพื้นดินสั่นะเื บดขยี้ร่างของอสูรปลาให้แหลกเหลวคาพื้น
มันคือการสังหารหมู่... ที่มีแบบแผน มีกลยุทธ์ และทรงพลัง
อคินจ้องมองภาพการทำลายล้างนั้นด้วยดวงตาเบิกโพลง
ขวานในมือของเขาที่เคยคิดว่าเป็อาวุธชั้นดี...
บัดนี้กลับดูเหมือนของเล่นเด็กเมื่อเทียบกับพลังเวทมนตร์ที่ธรรมชาติสร้างขึ้น
สกิล 'นักรบ' ของเขา... พละกำลังที่เขามั่นใจ... มันช่างไร้ความหมายเมื่ออยู่ต่อหน้าพลังอำนาจระดับนี้
ติ๊ง!
[อย่ามัวแต่ดู! นี่ไม่ใช่ที่ของนาย! ถอยออกมาเดี๋ยวนี้!]
ข้อความแจ้งเตือนเด้งขึ้นมาบดบังภาพา อคินสะดุ้งเฮือก เหมือนถูกตบหน้าเรียกสติ
"ใช่... ระบบพูดถูก"
เขาพึมพำเสียงสั่น
"เราต้องอพยพอีกครั้ง... ที่นี่คือสนามรบของสัตว์ประหลาด เราเป็แค่คนดู... และคนดูที่อยู่ใกล้เกินไปมักจะตายเป็ศพแรก"
เขาค่อยๆ ถอยหลังกลับลงมาจากเนินดินอย่างเงียบเชียบที่สุด หัวใจยังคงเต้นรัวแรงกระแทกซี่โครง
สมองของเขาเริ่มทำงานอย่างบ้าคลั่งภายใต้ความกดดัน
หนี... ต้องหนี... แต่จะไปทางไหน?
"ถ้าหนีเข้าเมือง...อาจจะเจอค่ายออร์ค"
เขาคิดภาพตาม
"แล้วเราอาจจะไปเจอกองหนุนของพวกฟร็อกเกอร์ที่ยึดอยู่ที่ชื้นแฉะ... พวกมันฉลาด พวกมันมีเวทมนตร์... ถ้าเจอพวกมันรุมยิงะุน้ำใส่ เราไม่รอดแน่"
"แต่ถ้าหนีย้อนกลับไปทางทะเล..."
เขาเหลือบมองไปทางชายหาดที่เต็มไปด้วยฝูงเมิร์ก
"เราก็จะเจอกับพวกบ้าเืนั่น... จำนวนเป็พันๆ ตัวที่พร้อมจะฉีกทึ้งเราเป็ชิ้นๆ"
ตรรกะของเขาเริ่มตีกันยุ่งเหยิง ความกลัวเริ่มกัดกินสติ
ภาพแส้น้ำที่ฟาดลงมาจนหินแตกละเอียด ภาพะุน้ำที่เจาะทะลุร่างพวกเมิร์กวนเวียนอยู่ในหัว
"ไม่..."
เขาส่ายหัวแรงๆ ตบหน้าตัวเองเบาๆ
"ตั้งสติสิอคิน! นายคือนักรบ... นายต้องรอด"
"เราจะหนีจากพวกมันทั้งคู่"
ดวงตาของเขาวาวโรจน์ขึ้นด้วยการตัดสินใจ
"เราจะทิ้งเส้นทางแม่น้ำ... เราจะไม่เฉียดใกล้แหล่งน้ำใดๆ ทั้งสิ้น เราจะตัดเข้ากลางเมือง ลัดเลาะไปตามซอกตึก รกทึบแค่ไหนก็ต้องไป... อ้อมไปในทิศที่ไกลจากทั้งแม่น้ำและชายหาดที่สุด"
อคินหันไปส่งสัญญาณมือให้สุนัขทั้งสาม พวกมันดูจะเข้าใจและพร้อมปฏิบัติตามทันที
การเดินทางครั้งใหม่เริ่มต้นขึ้นท่ามกลางเสียงะเิตูมตามที่ยังคงดังแว่วมาจากปากแม่น้ำ
...
..
.
เวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ไม่รู้ อคินพาตัวเองและสุนัขมาหยุดอยู่ที่ซากอาคารพาณิชย์แห่งหนึ่งที่ห่างไกลจากโซนปะทะพอสมควร
เขาต้องใช้แรงเฮือกสุดท้ายในการเหวี่ยงขวานจามหัวซอมบี้ตัวแห้งๆ ที่เฝ้าบันได แ
ละไล่กระทืบหนูท่อตัวเท่าแมวที่พยายามจะเข้ามากัดขา
หลังจากเคลียร์พื้นที่ชั้นสองเสร็จสิ้น
อคินรีบดันตู้ไม้เก่าๆ และชั้นวางของล้มระเนระนาดมาขวางทางเข้าบันได
สร้างป้อมปราการชั่วคราวที่แ่าที่สุดเท่าที่จะทำได้
เขาทรุดตัวลงนั่งพิงกำแพงอย่างหมดแรง
เสียงลมหายใจหอบถี่ประสานกับเสียงหัวใจที่ยังไม่ยอมสงบ
ข้างนอกนั่น... ายังคงดำเนินต่อไป แสงวาบสีฟ้าจากการะเิของพลังเวทมนตร์ยังคงสว่างวาบขึ้นเป็ระยะที่เส้นขอบฟ้า
อคินหยิบซากหนูตัวใหญ่ที่เขาเพิ่งฆ่าได้ขึ้นมามองด้วยสายตาว่างเปล่า
ก่อนจะลงมือชำแหละมันด้วยมีดทำครัวอย่างคล่องแคล่วเกินกว่าที่พนักงานออฟฟิศทั่วไปจะทำได้
เขาจุดไฟเล็กๆ ด้วยเศษกระดาษ ย่างเนื้อหนูจนสุกพอประทังชีวิต
แบ่งส่วนที่ดีที่สุดให้กับสุนัขทั้งสามที่ร่วมเป็ร่วมตายกับเขา
หลังจากมื้ออาหารที่แสนฝืดคอผ่านพ้นไป
อคินก็พาตัวเอง และสุนัขสามตัวเข้าไปขดตัวอยู่ในมุมห้องที่ปลอดภัยที่สุด กอดเข่าแน่น จ้องมองหน้าต่างระบบที่ลอยเด่นอยู่ตรงหน้า
[ระยะเวลาเชื่อมต่อ: 00:05:20]
"ระบบ..."
เขาพึมพำกับความมืด
ดวงตาจับจ้องไปที่ข้อความแจ้งเตือนระวังภัยที่ยังคงค้างอยู่บนหน้าจอ
รู้สึกอบอุ่นใจอย่างประหลาดที่อย่างน้อยในโลกที่บ้าคลั่งนี้... เขาก็ไม่ได้อยู่ตัวคนเดียว
"โลกนี้มันกำลังจะเละเทะกันไปใหญ่แล้ว"
อคินถอนหายใจยาว เอนศีรษะพิงผนังปูนเย็นเฉียบ
"แต่นายไม่ต้องห่วงนะ... ไม่ว่าพวกมันจะเป็ตัวอะไร จะมีเวทมนตร์บ้าบอแค่ไหน... ฉันก็จะไม่ยอมแพ้"
เขากำหมัดแน่น แววตาที่เคยตื่นกลัวเมื่อครู่เปลี่ยนเป็มุ่งมั่น
"ฉันต้องรอด... ฉันต้องเก่งขึ้นกว่านี้... ฉันต้องตามหา 'แต้ม' ให้เจอให้ได้"
หน้าต่างระบบกะพริบเบาๆ หนึ่งครั้ง ราวกับกำลังรับรู้คำสัญญานั้น
และในความเงียบงันของค่ำคืนที่มีเพียงเสียงาแว่วมาไกลๆ
อคินหลับตาลงพักผ่อน รอคอยเวลาที่ระบบจะตัดการเชื่อมต่อ... เพื่อให้เขาได้กลับไปพักผ่อน และกลับมาสู้ใหม่ในคืนพรุ่งนี้