ยามเยี่ยซางััหอกเหล็กดำเขาก็รู้สึกปั่นป่วนใจเป็อย่างมาก เขาไม่้าจะเปลี่ยนหอกเหล็กดำเลยแต่ด้วยการฝึกฝนและความแข็งแกร่งที่เพิ่มขึ้นเช่นนี้ก็คงจะต้องเปลี่ยนหอกเหล็กดำไม่ช้าก็เร็ว
“เพราะรักมากจึงฝึกฝนได้ดีสินะประโยคนี้เป็เื่ธรรมดาสำหรับนักรบ เ้าเข้าใจอาวุธในมืออย่างถ่องแท้เพราะอย่างไรมันก็เป็คู่หูที่ซื่อสัตย์ที่สุดของเ้าถ้าอย่างนั้นเ้ามอบหอกเล่มนี้ให้เปิ่นจั้วแล้วกันเปิ่นจั้วจะหาใครสักคนช่วยเพิ่มวัตถุดิบแล้วสร้างใหม่ให้ เ้า้าอะไรเพิ่มเติมอื่นๆหรือไม่? เ้าเองได้ทำประโยชน์ให้กับสำนักเป็อย่างมากแม้เ้าจะไม่สามารถส่งคัมภีร์หม้อโอสถศักดิ์สิทธิ์ได้ในขณะนี้แต่เปิ่นจั้วสามารถมอบบางอย่างให้เ้าได้นะ”หลิ่วหยางอวี่มองเยี่ยซางด้วยความชื่นชม
“ศิษย์ไม่มีข้อเพิ่มเติมใดๆ สำหรับเื่นี้ขอรับ”เยี่ยซางส่ายหัวขณะกล่าว
“เ้าไม่จำเป็ต้องฝึกทักษะการต่อสู้หลายอย่างให้มากนักเมื่อเ้าไปถึงระดับจวี้หยวน เ้าสามารถฝึกหัตถ์เขย่า์แบบเปิ่นจั้วได้กงเสวียนและคนอื่นๆ ร่างกายไม่แข็งแรงพอ แต่เ้าน่าจะทำได้” หลิ่วหยางอวี่กล่าว
“ขอบคุณท่านประมุขที่ดูแลศิษย์เช่นนั้นศิษย์จะมอบของขวัญที่ยิ่งใหญ่อีกชิ้นให้ท่านขอรับ”เยี่ยซางสอดมือเข้าไปในแขนเสื้อของเขาและหยิบคัมภีร์หัตถ์คลุม์ออกมาแล้วยื่นให้หลิ่วหยางอวี่
ใบหน้าของหลิ่วหยางอวี่กลายเป็สีแดงขณะที่มือของเขาสั่นเล็กน้อย
“์ทรงโปรดเถิด! หัตถ์เขย่า์ของข้ายามนี้ก็มาถึงขีดจำกัดแล้วแต่ตอนนี้ข้ากลับได้รับคัมภีร์หัตถ์คลุม์ เยี่ยซางเอ๋ยข้าหลิ่วหยางอวี่เป็หนี้บุญเ้าแล้ว” หลิ่วหยางอวี่มองเยี่ยซางด้วยสายตาหนักแน่น
“ท่านประมุขกล่าวหนักเกินไปแล้วขอรับ” เยี่ยซางสงบมากเขาท่องจำทั้งคัมภีร์หม้อโอสถศักดิ์สิทธิ์และคัมภีร์หัตถ์คลุม์ได้จนขึ้นใจแล้วคัมภีร์หม้อโอสถศักดิ์สิทธิ์จะต้องนำส่งกลับไปยังหุบเขาโอสถแต่คัมภีร์หัตถ์คลุม์นั้นสามารถเก็บไว้เป็ความลับได้ทว่าหลังจากเยี่ยซางเห็นความซื่อสัตย์และจริงใจของหลิ่วหยางอวี่ก็ทำให้เขาเต็มใจที่จะมอบคัมภีร์หัตถ์คลุม์ให้กับอีกฝ่าย
“เอาละ เ้าตั้งใจฝึกฝนเถิด” หลิ่วหยางอวี่เก็บคัมภีร์
เมื่อเห็นหลิ่วหยางอวี่เก็บคัมภีร์เยี่ยซางจึงพบว่าอีกฝ่ายกำลังใช้แหวนมิติ
พอหลิ่วหยางอวี่จะเดินออกไปเยี่ยซางจึงเดินไปส่งที่ประตู
“จริงสิ จำไว้ว่าไม่ควรเปิดเผยของมีค่าต่างๆ ในอนาคตการไม่โอ้อวดความร่ำรวยนั้นเป็วิถีของผู้ยิ่งใหญ่”หลิ่วหยางอวี่ซึ่งเดินไปได้ไม่กี่ก้าวหันกลับมากล่าวกับเยี่ยซางอีกครั้ง
เมื่อหลิ่วหยางอวี่จากไปเยี่ยซางก็กินเม็ดยาและฝึกฝนต่อไป
หลังจากหลิ่วหยางอวี่มาถึงที่พักของกงเสวียนเขาก็เรียกกงเสวียนให้นำเหล้าออกมา
“ท่านอาจารย์ ท่านดูมีความสุขมากเพราะสิบสามน้อยฝึกฝนได้ดีมากใช่หรือไม่?” กงเสวียนหยิบขวดเหล้าออกมาเปิดขวดและเทใส่ชามให้หลิ่วหยางอวี่
“ดีมากไม่ง่ายเลยที่จะฝึกฝนทักษะการต่อสู้ระดับสองให้สำเร็จด้วยการบ่มเพาะเลี่ยนชี่ขั้นห้าของเขาสัตว์อสูรของเขาก็ไม่ธรรมดาจริงๆ ถ่ายทอดคำสั่งไท่เสวียนให้ผู้คุมกฎในหอมาดูแลความปลอดภัยของเยี่ยซางด้วย”หลังจากดื่มเหล้าไปชามหนึ่งหลิ่วหยางอวี่ก็กล่าวขึ้น
“คำสั่งไท่เสวียน! ท่านอาจารย์นี่เป็เื่ร้ายแรงหรือไม่?” กงเสวียนกล่าวด้วยความประหลาดใจ
“ไม่มีอะไรร้ายแรง เ้าจะได้รู้ในภายหลัง”หลิ่วหยางอวี่กล่าว
“ถ้าอย่างนั้น ศิษย์จะจัดการให้ขอรับ”หลังจากฟังคำพูดของหลิ่วหยางอวี่ กงเสวียนก็หยุดถามเขาไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าหลิ่วหยางอวี่จะให้ความสำคัญกับเยี่ยซางมากขนาดนี้
กงเสวียนเป็ศิษย์คนโตของยอดเขาไท่เสวียนโดยปกติแล้วเขาสามารถตัดสินใจทุกอย่างเกี่ยวกับยอดเขาไท่เสวียนได้แต่มีที่แห่งหนึ่งที่เขาทำไม่ได้ นั่นคือหอบังคับกฎไท่เสวียนที่หอบังคับกฎไท่เสวียนจะฟังเฉพาะคำสั่งของประมุขและจะปฏิบัติตามคำสั่งไท่เสวียนของประมุขยอดเขาเท่านั้น
“สามคนที่มอบให้เ้าล้วนเป็ต้นกล้าชั้นดีเ้าควรรับถังเทียนและฉู่หนิงไว้เป็ศิษย์ของเ้า” หลิ่วหยางอวี่กล่าว
“ท่านอาจารย์ อย่างนั้นสิบสามน้อยจะมอบให้ใคร? ศิษย์ก็อยากได้เขาเหมือนกัน”หลังจากได้ยินคำพูดของหลิ่วหยางอวี่ กงเสวียนก็รู้สึกกังวลเขารู้ว่าเยี่ยซางมีศักยภาพสูงสุดในกลุ่มศิษย์รุ่นนี้ เขาไม่้าโดนศิษย์น้องชายหญิงปล้นศิษย์ที่ดีแบบนี้ไป
“เ้าไม่ต้องคิดเื่นี้เขาสามารถฝึกหัตถ์เขย่า์ได้ เ้าสอนเขาได้หรือไม่?” หลิ่วหยางอวี่ถามกงเสวียนโดยพลัน
“โอ้? อย่างนั้นศิษย์คนนี้จะมีศิษย์น้องอีกหนึ่งคนสินะขอรับ”หลังจากฟังคำพูดของหลิ่วหยางอวี่กงเสวียนก็เข้าใจว่าเป็หลิ่วหยางอวี่ที่จะเป็ผู้สอนให้เยี่ยซางด้วยตนเอง
“เื่นี้ไว้ค่อยคุยกันภายหลัง เื่ของเยี่ยซางเ้าแค่ปล่อยให้เขาบ่มเพาะอย่างอิสระ ไม่ต้องกังวล มันจะดีกว่าหากต้นกล้าดีๆอย่างเขาสามารถฝึกฝนได้อย่างอิสระ” หลังจากอธิบายอีกครั้ง หลิ่วหยางอวี่ก็จากไป
กงเสวียนรู้สึกหดหู่เล็กน้อยก่อนหน้านี้เขายังวางแผนที่จะรับเยี่ยซาง ฉู่หนิงและถังเทียนไว้เป็ศิษย์ของเขาแต่ตอนนี้เขาไม่อาจรับเยี่ยซางไว้ได้แล้วอย่างไรก็ตามกงเสวียนก็ยังพอใจกับฉู่หนิงและถังเทียนอยู่
พอหลิ่วหยางอวี่จากไปแล้วเยี่ยซางจึงเริ่มฝึกหลังจากกินยาจิงเซวี่ยเขาไม่ได้ฝึกฝนคัมภีร์หม้อโอสถศักดิ์สิทธิ์แต่เขาฝึกฝนคัมภีร์หมื่นวิถีจนถึงจุดสูงสุดของขอบเขตเลี่ยนเซวี่ยขั้นที่สองเขา้าจะทะลวงขั้นที่สามภายในวันนี้
ด้วยประสิทธิภาพของยาจิงเซวี่ยเืในกายของเยี่ยซางไหลเวียนไปทั่วร่างอย่างรวดเร็ว หลังจากถึงขีดจำกัดพลังปราณในเืจะเข้าสู่กล้ามเนื้อเยี่ยซางจึงควบคุมการไหลของปราณในกล้ามเนื้อให้มันพุ่งไปที่ด้านหลังของกล้ามเนื้อคอ
เกิดเสียงแ่ๆ ดังขึ้นขณะที่กล้ามเนื้อคอของเยี่ยซางสั่นสองครั้ง จากนั้นกล้ามเนื้อที่เต็มไปด้วยพลังปราณก็เคลื่อนไหวในคัมภีร์หมื่นวิถีบริเวณนี้เรียกว่าสร้อยคอัการฝึกฝนที่นี่เป็สัญลักษณ์ของเลี่ยนเซวี่ยขั้นที่สาม
เมื่อสร้อยคอัถูกเปิดออกเยี่ยซางก็รู้สึกยินดีอยู่ในใจ เขาทะลวงขั้นที่สามของเลี่ยนเซวี่ยแล้วความแข็งแกร่งทางร่างกายของเขาจะดีขึ้นอีกครั้ง
หลังจากฝึกอีกครึ่งชั่วยามเยี่ยซางก็หยุดและเดินออกจากบ้านไม้ไผ่ตอนนี้เยี่ยซาง้าฝึกหอกไล่ลมอย่างถึงที่สุดแต่เขาไม่มีหอกอยู่ในมือดังนั้นเขาจึงทำได้เพียงฝึกต่อยเท่านั้น
เยี่ยซางเดินไปยังต้นสนที่มีความหนาเท่าศีรษะมนุษย์นอกสนามก่อนจะต่อยมันอย่างแรง
กร๊อบ!
ด้วยการต่อยของเยี่ยซางตรงกลางต้นสนก็หักลง
เยี่ยซางถอนหมัดออกแล้วถ่มน้ำลายออกมาครั้งหนึ่งเขารู้สึกว่าหมัดของตนเองมีความแข็งแกร่งอย่างน้อยสามพันจินได้จากนั้นเยี่ยซางก็ต่อยและเตะต้นสนจนมันล้มลงในที่สุดแม้กระทั่งตอไม้ก็ถูกเยี่ยซางทำลายหมดสิ้น
เยี่ยซางครุ่นคิดอยู่ในใจคัมภีร์หัตถ์คลุม์เป็ทักษะการต่อสู้ระดับสองแต่ร่างกายของเขามีความแข็งแกร่งเพียงพอจะลองฝึกได้หรือไม่? หอกไล่ลมก็เป็ทักษะการต่อสู้ระดับสองเช่นกันเขายังสามารถฝึกได้เลย
ด้วยความคิดนี้เยี่ยซางก็เริ่มนึกถึงวิธีการฝึกฝนคัมภีร์หัตถ์คลุม์
ขั้นแรกของหัตถ์คลุม์คือหัตถ์ผลักภูผาจุดหลักของการฝึกฝนคือการส่งปราณแท้จริงในตันเถียนไปไว้ที่มือแล้วสร้างลมพายุขึ้นมาด้วยวิธีนี้การตบจะสร้างแรงกดดันอย่างมากให้กับคู่ต่อสู้พลังโจมตีก็จะเพิ่มขึ้นมากเช่นกัน
ความยากลำบากและกุญแจสำคัญในการฝึกฝนคือความแข็งแกร่งของร่างกายหากความแข็งแกร่งทางร่างกายมีไม่เพียงพอ มือกับแขนจะไม่สามารถรับพลังปราณที่แท้จริงได้มากนักทั้งยังไม่สามารถก่อตัวเป็ลมพายุได้
เยี่ยซางนั่งขัดสมาธิในสนามแล้วโคจรปราณแท้จริงในตันเถียนของเขาก่อนจะส่งไปที่แขนทั้งสองข้าง
พลังปราณในตันเถียนของเยี่ยซางทั้งหมดไหลเข้าสู่แขนจากนั้นจึงส่งไปที่มือทั้งสองข้าง
ทว่าก็มีสถานการณ์ที่ไม่ได้บันทึกไว้ในคัมภีร์จากที่กล่าวว่ากุญแจสำคัญในการฝึกฝนที่บันทึกไว้ในคัมภีร์คือความแข็งแกร่งของแขนและมือแต่หากแขนและมือไม่สามารถต้านทานปราณแท้จริงในตันเถียนได้อาจทำให้ร่างกายะเิอย่างไรก็ตามเมื่อเยี่ยซางส่งปราณแท้จริงก็ไม่ปรากฏขึ้น
เยี่ยซางชักนำปราณแท้จริงกลับไปที่ตันเถียนและยืนขึ้นเขาเดินไปมาในลานขณะใช้ความคิดหลังจากนั้นเยี่ยซางก็ได้ข้อสรุปว่าความยากลำบากสำหรับผู้อื่นในการฝึกฝนหัตถ์คลุม์คือความแข็งแกร่งของร่างกายไม่เพียงพอแต่สถานการณ์ในปัจจุบันของเขาควรจะเป็ความแข็งแกร่งของร่างกายเพียงพอแต่ปราณแท้จริงในตันเถียนต่างหากที่ไม่เพียงพอ
หลังจากหยุดยืนนิ่งเยี่ยซางก็ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งและตัดสินใจลองฝึกมือเดียวก่อนถ้าใช้สองมือแล้วพลังปราณไม่พอ เช่นนั้นใช้มือเดียวก็น่าจะพอไม่ใช่หรือ?
ด้วยการตัดสินใจนี้เยี่ยซางจึงนั่งขัดสมาธิก่อนจะยกมือซ้ายขึ้นไว้บนหน้าอกของเขาครู่หนึ่งแล้วยืดออกนี่เป็ขั้นตอนการสะสมพลังปราณ
เยี่ยซางตัดสินใจที่จะใช้มือขวาถืออาวุธดังนั้นจึงฝึกฝนหัตถ์คลุม์ด้วยมือซ้าย
เมื่อปราณแท้จริงของเขาไหลเข้าสู่มือซ้ายปราณนั้นก็หมุนวนอย่างรวดเร็ว ยามนี้มันกำลังหมุนเองโดยที่เขาไม่ได้ควบคุมเลยแม้แต่น้อย