ยุทธจักรเทพยุทธ์ (แปลจบแล้ว)

    เล่มที่ 3 ตอนที่ 62 การเคลื่อนไหวลับ

            “เหลียงชิง เจ้าเองแพ้ให้กับตู้เซ่าฝู่ด้วยกระบวนท่าเดียวใช่หรือไม่?” วัยรุ่นคนหนึ่งอายุราวๆ ยี่สิบปีเอ่ยถามวัยรุ่นอีกคน

            “รายงานท่านชายน้อย ตู้เซ่าฝู่คนนั้น ว่ากันว่าเขาแกล้งทึ่มมาเป็นสิบปีนึกไม่ถึงว่าจะมีพละกำลังที่แข็งแกร่งถึงเพียงนี้”

            ชายหนุ่มคนนี้ได้รับความเคารพและเกรงใจมากสีหน้าของเขาซีดเล็กน้อย หากตู้เซ่าฝู่เห็นชายคนนี้ ต้องจำได้แน่เขาก็คืออัศวินประจำแคว้นที่ถูกอัดจนน่วมที่บ้านสกุลตู้วันนั้นหรือก็คือญาติผู้พี่ของตู้เฮ่านั่นเอง

            “บอกแล้วไง เวลาออกจากบ้านห้ามเรียกข้าว่าท่านชายน้อยตอนนี้ข้าเป็นแค่หัวหน้ากลุ่มของพวกเจ้าเท่านั้น” ชายหนุ่มยิ้มบางๆหุ่นกำยำสูงเพรียวทำให้ใบหน้าคมคายของเขายิ่งดูหล่อเหลา มองแล้วรู้สึกสบายตา

            “ขอรับ หัวหน้ากลุ่ม แล้วตอนนี้พวกเราควรทำอย่างไรดี?” เหลียงชิงโค้งคำนับเล็กน้อยพร้อมกับพยักหน้าแววตาท่าทางดูเกรงกลัวชายคนนี้มาก

            “บ้านสกุลเยี่ยไม่ยอมร่วมมือด้วย บ้านสกุลอั้นเจ้าเล่ห์อุบายเยอะมากส่วนนางหนูของบ้านสกุลไป๋คนนั้นดูไม่เลว ไม่ได้ด้อยไปกว่าเยี่ยจื่อจินเลยเพียงแต่เสียดายกุหลาบดอกนี้มีหนาม ต้องค่อยๆ ใช้เวลาขัดเกลา ทว่าเพื่อให้สำเร็จโดยเร็วดูท่าคงต้องไปหาบ้านสกุลฉินแล้วล่ะ”

            ชายหนุ่มมองไปที่ฉินเสี่ยวลู่ที่อยู่ในฝูงชนสายตาดูมีเลศนัย กล่าวว่า “เด็กสาวของบ้านสกุลฉินคนนี้ไม่เลว อย่างน้อยดูแล้วก็พอฉลาดบ้างเมื่อถึงเวลานั้นแล้วไม่ว่าผู้หญิงของบ้านสกุลเยี่ยคนนั้นหรือผู้หญิงบ้านสกุลฉินคนนั้นพวกเขาจะหนีไปไหนได้อีก”

            “ครั้งนี้หัวหน้ากลุ่มออกมาด้วยตัวเอง ต้องคว้ามันกลับไปได้แน่เสียดายที่บ้านสกุลเยี่ยไม่เห็นคุณค่าของความหวังดีที่เสนอให้ บ้านสกุลตู้เองก็ไม่เห็นดีเห็นงามด้วย”

            เหลียงชิงสีหน้าเคร่งเครียดที่จริงที่เขาไปบ้านสกุลตู้เพราะมีภารกิจ หากเขาทำภารกิจนี้ให้สำเร็จได้จะต้องได้รับการชมเชยและความสำคัญจากท่านชายน้อยที่อยู่ด้านหน้าเขาตอนนี้แน่เสียดายว่าถูกตู้เซ่าฝู่ขัดแข้งขัดขาเสียก่อน เขานำเรื่องนั้นไปเสนอกับท่านลุงของเขาแล้วทว่าถูกปฏิเสธในทันที หากในตอนนั้นเขาสามารถจัดการตู้เซ่าฝู่ได้เรื่องก็คงไม่กลายมาเป็นดั่งตอนนี้

            “พวกเราไปเถิด ยังมีบางเรื่องที่จำเป็นต้องเตรียมตัว”

            ชายหนุ่มคนนั้นยิ้มเล็กน้อยเขานำหมวกที่ติดกับชุดคลุมยาวคลุมศีรษะเพื่อปกปิดใบหน้าและเดินออกไปจากตรงนั้นไปอย่างเงียบๆมีกลุ่มคนสวมชุดคลุมศีรษะจำนวนนิดหน่อยติดตามหลังไปด้วย

            ...

            ในหุบเขาที่เขาหลังบ้านสกุลตู้ตู้เซ่าฝู่นำของทั้งหมดที่อยู่ในถุงหยินหยางสองใบที่แย่งชิงมาได้มาเรียงเต็มพื้นไปหมดเขาคิ้วขมวด สีหน้าผิดหวัง หลังจากตรวจสอบของทั้งหมดในถุง กล่าวว่า “ถุงหยินหยางของเจ้าสองคนนั้นไม่มีอะไรมีมูลค่าสูงๆบ้างเลย”

            “ชาติที่แล้วเจ้าเป็นอะไรน่ะ เห็นอะไรก็โกยไว้หมดแม้แต่ขนเส้นเดียวก็ไม่เว้นขนาดถุงหยินหยางของผู้ฝึกฌานขั้นเบิกนภาสองคนเจ้าก็ยังไม่เว้นหากเรื่องนี้แพร่งพรายออกไป ข้าจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน” ร่างเงาของเจินชิงฉุนกำลังจ้องตู้เซ่าฝู่ตาเขม็งการกระทำของเด็กหนุ่มคนนี้ทำให้เขาพูดไม่ออกเห็นได้ชัดว่าเป็นโจรที่เห็นอะไรก็เอาหมด

            “ไม่เจอกับตัวเองก็คงไม่รู้หรอกยาที่เจ้าให้ข้าซื้อแพงแบบสุดแสนจะไม่ธรรมดา หากข้าไม่ได้สมบัติมาจากเทือกเขาอสุรกายข้าก็คงซื้อไม่ไหว ตอนนี้หากไม่คิดหาวิธีไว้ ต่อไปเจ้าให้ข้าซื้ออะไรอีกข้าคงต้องไปปล้นชิงคนอื่นเขามาแล้ว”

            ตู้เซ่าฝู่มองบนใส่เจินชิงฉุนเพราะเขาต้องดึงของที่ตัวเองมีมาใช้อยู่ตลอดจะอย่างไรก็ควรหาวิธีสร้างรายได้ให้กับตัวเองถึงจะถูก เพียงแต่ถุงหยินหยางที่อยู่ในตัวไป๋เทียนหมิงกับเสี่ยวลู่เทียบกับของโซ่วหู่ที่เป็นหัวหน้ากลุ่มล่าอสูรเสือดาวขาวและจอมยุทธสาวที่เจอบนเทือกเขาอสุรกายไม่ติดเลยทว่าอย่างน้อยถุงหยินหยางสองใบนี้ก็ยังพอมีราคาอยู่บ้าง

            “เจ้าอยากซื้อก็ซื้อ ก็เอาไว้ให้เจ้าฝึกฌานไม่ได้เอาไว้ให้ข้าฝึกสักกะหน่อย”

            เจินชิงฉุนมองตู้เซ่าฝู่อย่างเหนื่อยหน่ายเขาตั้งมั่นกับตัวเองไว้ พอเขาฟื้นฟูได้แล้ว จะรีบหนีห่างจากเจ้าหนุ่มคนนี้ไปยิ่งไกลยิ่งดี ไม่อย่างนั้นชื่อเสียงอันดีงามของเขาคงป่นปี้หมด

            ตู้เซ่าฝู่เก็บถุงหยินหยางสองใบนั้นเข้าไปในเสื้อตรงอกอย่างคล่องแคล่วยิ้มให้กับเจินชิงฉุน พลันกล่าวว่า “เมื่อข้าแข็งแกร่ง เจ้าถึงจะฟื้นฟูได้ไวอย่าเอาแต่พูดเหมือนว่าทำเพื่อข้าเพียงคนเดียวสิและยิ่งไปกว่านั้นตอนนี้เจ้าเป็นพี่ใหญ่ของข้าแล้ว เจ้ามีหน้าที่ดูแลข้า ปกป้องข้าเจ้าจะทำผิดคำสาบานงั้นหรือ?”

            “เอายาวิเศษที่ข้าบอกออกมา วันนี้ข้าจะสอนเจ้าสกัดยา”

            เจินชิงฉุนไม่อยากเอาแต่พูดพิรี้พิไรกับตู้เซ่าฝู่เขาไม่อยากคุยอะไรนอกเหนือความจำเป็นกับเด็กคนนี้แม้แต่ประโยคเดียวเพื่อจะได้หลีกเลี่ยงไม่ให้เขาต้องถูกทำให้เสียความรู้สึก

            “เตรียมพร้อมหมดแล้ว”

            ตู้เซ่าฝู่หัวเราะคิกคักอารมณ์ดีหยิบวัตถุดิบที่เตรียมมาไว้นานแล้วออกมาจากถุงหยินหยางเขารู้สึกตื่นเต้นกับการที่จะได้ฝึกอะไรใหม่ๆ เขามองไปที่เจินชิงฉุน เอ่ยถามว่า“พี่ชิงฉุน เมื่อไรพี่จะสอนค่ายกลยันต์กับข้าแล้วสร้างอาวุธพี่พอทำเป็นบ้างหรือไม่ ข้าอยากลองสร้างสักหน่อย”

            “อย่าคิดโลภให้มากนัก เจ้ายังต้องฝึกฌานอีก อย่าให้ตัวเองเป็นทุกอย่างแต่ไม่รู้ลึกซึ้งอะไรสักอย่างล่ะ ไม่รู้ว่ามีคนเก่งมากมายแค่ไหนที่คิดลำพองใจอยากได้นู่นอยากเป็นนี่ สุดท้ายแล้วทำให้ดีไม่ได้สักอย่าง ไม่มีความถนัดสักด้านเลยกลับกันมันจะกลายเป็นทำร้ายตัวเองแทน” เจินชิงฉุนบอกกับตู้เซ่าฝู่ด้วยสีหน้าจริงจัง

            ตู้เซ่าฝู่ได้ยินก็ทำสีหน้าจริงจังขึ้นมา กล่าวว่า “ข้าเข้าใจ เรื่องนี้ข้าพอรู้ดี”

            “อือ รู้ก็ดีแล้ว หากเจ้าสกัดยาสำเร็จ ผ่านเกณฑ์ที่ข้าตั้งไว้เดี๋ยวข้าก็สอนเจ้าสร้างค่ายกลเอง จะได้ความรู้ไปจากข้ามากแค่ไหนสุดท้ายอยู่ที่ความสามารถของเจ้าแล้ว” เจินชิงฉุนกล่าว

            “ข้ากลัวแค่เจ้าจะมีไม่พอให้สอนข้า” ตู้เซ่าฝู่หัวเราะ

            “เฮอะ อย่ามายั่วโมโหข้า หากเจ้าเจ๋งพอก็เรียนให้หมดแล้วกันข้าสอนเจ้าไปทั้งหมดแล้วเจ้าจะรับไหวหรือ”

            เจินชิงฉุนมองบนใส่ตู้เซ่าฝู่พร้อมกับเบ้ปาก กล่าวว่า “เดี๋ยวข้าจะเริ่มสอนความรู้เรื่องการสกัดยาและวิธีสกัดยาข้าที่เป็นพี่ของเจ้าแม้จะบอกว่าฝึกค่ายกลยันต์เป็นหลักและสกัดยาเป็นรองแต่ในการสกัดยา แม้ไม่อาจพูดได้ว่าเป็นผู้ที่เชี่ยวชาญในระดับสุดยอดของยุทธจักรได้ทว่าก็เหนือกว่านักเวทยาทั่วๆ ไปอยู่ สำหรับการสกัดยาสิ่งที่สำคัญที่สุดคือการควบคุมกระถางเตาแห่งวิญญาณและพลังจิตส่วนความรู้ความเข้าใจเรื่องวัตถุดิบทำยาก็สำคัญเช่นกันทั้งสองอย่างไม่อาจขาดไปได้...”

            ท่ามกลางหุบเขามีร่างเงาของคนคนหนึ่งและชายหนุ่มสวมชุดม่วงกำลังนั่งขัดสมาธิ ตู้เซ่าฝู่กำลังตั้งใจฟังคำบรรยายของเจินชิงฉุนเขาพยักหน้าเป็นระยะ คนหนึ่งสอน คนหนึ่งฟังอย่างจดจ่อ และเวลาของพวกเขาก็ค่อยๆผ่านไปแบบนั้น

            ในที่ไม่ห่างไปจากตรงนั้นก็มีอสูรราชาพยัคฆ์กิเลนหมอบอยู่บนหิน สีหน้าของมันสะลึมสะลือมองชายหนุ่มสองคนที่อยู่ในหุบเขาตาปรือ สุดท้ายมันก็นอนหลับไป

            ละอองและสายฝนตกลงมายังทะเลสาบเมื่อหยาดฝนกระทบผิวน้ำก็เกิดเป็นวงคลื่นบางๆมีลมฝนโปรยปรายในยามโพล้เพล้ก่อนมืดค่ำ

            ศาลาด้านข้างทะเลสาบมีหญิงสาวคนหนึ่งกำลังเคลื่อนไหวช้าๆ ใบหน้าของนางงดงามวิจิตรมาก ท่าทางอ่อนช้อยอายุราวๆ สิบแปดสิบเก้าปี นางสวมชุดกระโปรงสีม่วงอ่อนเมื่อสาวงามคนนี้อยู่ในฉากทิวทัศน์ทะเลสาบยามมีฝนโปรยบางๆดูแล้วให้ความรู้สึกเหมือนกำลังมองดูเทพธิดา สุนทรีย์ใจอย่างยวดยิ่ง

            “น้องสาว เจ้าต้องแก้แค้นให้ข้านะ ตู้เซ่าฝู่รังแกกันมากเกินไปแล้วเขาไม่เห็นข้าอยู่ในสายตาเลย” มีคนอยู่ที่ด้านหลังเด็กสาวคนนั้นไม่ไกลเขาคือไป๋เทียนหมิงที่มีสีหน้าซีดเผือดเขาบอกกันเด็กสาวคนนี้ด้วยสีหน้าท่าทางคับอกคับใจ

            ไป๋ไฉ่อีหันหน้าไปหาดวงตาสุกใสของนางจ้องมองไปที่ไป๋เทียนหมิง มุมปากโค้งขึ้นเกิดเป็นรอยยิ้มบางๆนางถอนหายใจเล็กน้อย จากนั้นกล่าวว่า “พี่ใหญ่ พี่ดูไม่ออกหรือพี่ถูกฉินเสี่ยวลู่หลอกใช้ ในใจของฉินเสี่ยวลู่ก็มีแต่อั้นหลงมาตลอดสตรีแบบนั้นไม่เหมาะสมกับท่าน หากท่านมีความสามารถพอก็ไปตามจีบเยี่ยจื่อจินโน่น หากพี่ทำให้นางสนใจได้ตอนนี้บ้านสกุลไป๋ของพวกเราก็คงไม่ต้องเป็นฝ่ายรับเช่นนี้หรอก”

            ไป๋เทียนหมิงแสดงสีหน้าคับแค้นใจเขามองไปที่ไป๋ไฉ่อี ตอบไปอย่างไม่พอใจว่า “น้องสาวหรือว่าพวกเราจะปล่อยเจ้าตู้เซ่าฝู่ไปแบบนี้หากเรื่องแพร่ออกไปว่าบ้านสกุลไป๋ถูกมันทำร้ายแล้วไม่ทำอะไรตอกกลับไปบ้างเลยคนอื่นจะมองว่าบ้านสกุลไป๋กลัวบ้านสกุลตู้ แล้วจะเป็นผลเสียต่อชื่อเสียงของบ้านสกุลไป๋ของพวกเรานะ”

            “มีคนอยากให้พวกเราทำแบบนั้น อยากให้พวกเราออกหน้า”

            ดวงตาสดใสเป็นประกายของไป๋ไฉ่อีจ้องมองไปที่ผิวน้ำบนทะเลสาบที่ถูกฝนกระทบนางยิ้มเล็กน้อย กล่าวเบาๆ ว่า “ผู้ที่ชนะคนสุดท้ายถึงจะได้รับความชอบธรรมที่สุดการแพ้ชนะแค่ครั้งคราวไม่เกี่ยวอะไรด้วยเลย”

            “น้องสาว เจ้าจงใจอยากทำให้เสี่ยวลู่ไม่สบายใจถึงไม่ยอมลงมือใช่หรือไม่ถ้าอย่างนั้นข้าไปหาท่านพ่อแล้วกัน” ไป๋เทียนหมิงเห็นน้องสาวไม่ทำอะไรก็สะบัดชุดเดินจากไป ในใจเขารู้สึกไม่อยากยอมแพ้

            “เฮ่อ...”

            ไป๋ไฉ่อีถอนหายใจเบาๆจากนั้นก็หันไปจ้องมองผิวน้ำบนทะเลสาบที่ถูกฝนกระทบต่อไป จากนั้นนางก็บ่นพึมพำกับตัวเองว่า “ตู้เซ่าฝู่แห่งบ้านสกุลตู้จงใจปิดบังความสามารถมาถึงสิบปีหรือว่าบ้านสกุลตู้จงใจซ่อนไว้เอง หรือว่าช่วงนี้เกิดการเปลี่ยนแปลงอะไรขึ้นนะไม่รู้ว่าหากสู้กับอั้นหลงแล้วจะเป็นอย่างไร? ดูท่าการประลองฝีมือครั้งนี้คงครึกครื้นเป็นพิเศษกว่าครั้งไหนๆ”

            …

            ท่ามกลางสายฝนที่โปรยปรายฟ้าก็เริ่มมืดครึ้มลง เสียงสายฝนที่กระทบหลังคาเป็นทำนองเพลงนำโลกเข้าสู่ยามรัตติกาล

            “อั้นหลงแห่งบ้านสกุลอั้น ไป๋ไฉ่อีแห่งบ้านสกุลไป๋เด็กวัยรุ่นสองคนนี้ซ่อนตัวไว้ได้อย่างดีเลย”

            ในทางเดินของเรือนๆหนึ่ง มีเงาของคนคนหนึ่งที่สวมชุดกระโปรงยาวเงาที่สะท้อนกับพื้นเป็นลักษณะโค้งเว้าที่เป็นเอกลักษณ์ของหญิงสาวทรวดทรงและท่าทางอรชรบ่งบอกถึงความอ่อนเยาว์ของเจ้าของเงาเงานี้

    คล้ายกับเรื่องยุทธจักรเทพยุทธ์ (แปลจบแล้ว) ที่คุณอ่าน

    บันทึกสงครามวอร์เทนเนีย (Wortenia Senki)

    บันทึกสงครามวอร์เทนเนีย (Wortenia Senki)

    นิยาย แฟนตาซี
    64K 246
    เทพสงครามสายเลือดมังกร

    เทพสงครามสายเลือดมังกร

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    854K 4500
    จงเรียกข้าว่าจอมราชัน

    จงเรียกข้าว่าจอมราชัน

    นิยาย แฟนตาซี
    146K 253
    บุตรอสูรบรรพกาล

    บุตรอสูรบรรพกาล

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    553K 714
    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    3.72M 1271
    ก็แค่ตาลุงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่บังเอิญได้รับพรจากพระเจ้าแล้วถูกส่งไปยังต่างโลก

    ก็แค่ตาลุงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่บังเอิญได้รับพรจากพระเจ้าแล้วถูกส่งไปยังต่างโลก

    นิยาย แฟนตาซี
    161K 179
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734
    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.21M 577
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    ปรมาจารย์นักหลอมอาวุธ

    ปรมาจารย์นักหลอมอาวุธ

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    971K 2377