บรรยากาศโดยรอบหยุดนิ่ง แต่ละคนไม่กล้าหายใจแรงเลยด้วยซ้ำ ชาวบ้านที่มาช่วยบ้านเถียนคิดในใจว่าพวกเขาไม่ควรเสนอหน้าเข้ามาข้องเกี่ยวเื่นี้ั้แ่แรก แต่เมื่อถลำตัวมาแล้วก็ต้องรับผิดชอบกล่าวขอโทษขอโพยหนิงเฟิ่ง
“ข้าไม่้าคำขอโทษอย่างเดียว ข้า้าการชดใช้”
เ้าหนูโก่วเซิ่งใช้สองมือโอบรอบลำคอแม่ของเขา พลางส่งสายตากวนๆ ไปให้เถียนจื่อที่มองมาอย่างเคียดแค้นแสดงความเยาะเย้ย แม่เขาไม่เห็นสนใจเถียนจื่อสักนิด แม่เขารักเขายิ่งกว่าใครซะอีก จะคิดมีพ่อใหม่ให้เขาทั้งที่เขาไม่ยินยอมได้อย่างไรล่ะ
“พวกท่านคิดว่าที่ทำมันถูกต้องรึ อยากจะมาบีบคั้นเด็กคนหนึ่งเพียงเพราะไม่เปิดประตูให้ ไม่อายรึที่ทำตัวเป็ฝูงกับเด็กแค่คนเดียว” ถ้อยคำเจ็บแสบยังออกมาจากปากของหนิงเฟิ่งไม่หยุด
“ขะ ข้าขอโทษ จะให้ชดใช้อะไรเ้าก็พูดมาเถอะ” ชายผู้หนึ่งแสดงการรู้สึกผิดออกมา ในใจคิดว่าหากหนิงเฟิ่งจะด่าเขาขนาดนี้ก็เอาก้อนหินมาทุบหัวกันเลยดีกว่า
“1 ตำลึง! พวกท่านไปรวบรวมเงินมาให้ได้ 1 ตำลึง แล้วข้าจะไม่เอาความอันใดต่อ” ชาวบ้านทั้งสามต่างพยักหน้าอย่างเซื่องซึม 1 ตำลึงไม่ใช่น้อยๆ แต่เขาก็รู้ว่าเื่วันนี้สามารถเอาไปฟ้องร้องกับทางการได้ หากเป็แบบนั้นจะยุ่งยากกว่าเดิม ยอมควักเงินมาให้หนิงเฟิ่งั้แ่ตอนนี้เสียดีกว่า
ยายเฒ่าเถียนได้ฟังก็เืขึ้นหน้า นางจะยอมเสียเงินโดยที่ไม่ได้ประโยชน์อะไรได้เช่นไร เงินหนึ่งตำลึงสามารถซื้อเนื้อได้กี่ชั่ง ซื้อธัญพืชมาไว้กินได้นานเป็เดือนๆ จะให้เอามาให้แก่นังแพศยาผู้หนึ่งนางย่อมยอมรับไม่ได้ “ได้อย่างไร! หนิงเฟิ่ง เ้าจะเอาเปรียบเกินไปแล้ว!”
ยายแก่ในตอนนี้ดูมีเรี่ยวมีแรงพร้อมประจันหน้ากับหนิงเฟิ่งแล้ว นางก้าวขาออกมาเอามือสองข้างเท้าเอว ใบหน้าบูดบึ้งเหลือกตามองหญิงสาวด้วยความหยามเหยียด
แม้จะรู้สึกว่ายายเฒ่าเถียนเป็ผีร้ายหน้าตาน่าเกลียดทำตัวคล้ายจะมาเอาชีวิตตน แต่หนิงเฟิ่งก็ไม่ได้รู้สึกอันใด “เอาเปรียบยังไง?”
“1 ตำลึง! เ้าคิดจะขูดเืขูดเนื้อผู้อื่นรึ ประตูบ้านเ้าพังแล้วรึไง ลูกเ้าเป็อะไรไปแล้วรึ มีหน้าอะไรจะมาเรียกค่าเสียหายกับคนอื่น!”
“ทีอย่างนี้แล้วยกเหตุผลมา ทำไมไม่ใช้สมองคิดให้ดีๆ ั้แ่แรกล่ะ”
ท่ามกลางอาการหวาดผวาของชาวบ้านคนอื่น ยายเฒ่าเถียนยังยืนยันที่จะไม่จ่ายเงินให้แก่หนิงเฟิ่งลูกเดียว หนิงเฟิ่งที่เพิ่งกลับออกมาจากป่าเหนื่อยๆ พอเจอเหตุการณ์น่ารำคาญแบบนี้เธอก็แสดงอาการหงุดหงิดออกมา
“ท่านไม่อยากจ่ายใช่ไหม?” หนิงเฟิ่งถามเสียงเข้ม
“ใช่! บ้านเ้าไม่มีอะไรเสียหายซะหน่อย ทำไมข้าจะต้องจ่าย” ยายเฒ่าเถียนกล่าวอย่างลอยหน้าลอยตา
“ได้! ถ้าไม่อยากจ่ายก็ทำให้มันเท่าๆ กัน ลูกชายท่านถีบประตูบ้านข้าไปกี่ที ข้าจะถีบประตูบ้านท่านไปเท่านั้น เท่านี้ก็จบกัน ดีไหมยายเถียน...”
ข้อเสนอดีๆ แบบนี้ยายเถียนจะไม่รับได้อย่างไร ขนาดประตูบ้านหนิงเฟิ่งผู้ชายตั้ง 5 คน ช่วยกันถีบยังแทบไม่กระดิก หนิงเฟิ่งคิดว่าตนแรงเยอะจะอาศัยกำลังตัวเองคนเดียวมาพังบ้านนางอย่างนั้นหรือ จะประเมินตัวเองสูงเกินไปหรือไม่!
“ได้ ข้าตกลง!”
หนิงเฟิ่งยิ้มเหี้ยม หันไปคุยกับชาวบ้านที่มุงอยู่ “พวกท่านจำช่วยข้าด้วย เื่นี้เป็การตกลงทั้งสองฝ่าย อย่าคิดว่าข้าไปรังแกคนเสียล่ะ”
“แม่ ข้าเดินเองก็ได้นะ” ระหว่างไปบ้านของยายเถียน หนิงเฟิ่งที่ร่างกายมอมแมมยังอุ้มลูกชายอยู่ไม่ปล่อย แม้จะชอบที่แม่อุ้ม แต่หนิงโก่วเซิ่งก็กลัวว่าแม่จะเหนื่อยเหมือนกัน
“แม่อุ้มนี่แหละ” กล่าวพลางกระชับตัวบุตรชายไปในที “ตอนแม่ไม่อยู่กลัวหรือไม่?”
เ้าหนูน้อยพยักหน้า “กลัวสิ! แต่ตอนนั้นกงต๋าจะร้องไห้แล้ว ข้าต้องเข้มแข็งไม่ให้กงต๋าใจเสีย”
ฟังไปหนิงเฟิ่งก็ภูมิใจตัวลูกชายมากขึ้น เด็กวัยนี้จะบอกว่าไม่กลัวก็คงไม่ใช่ เ้าหนูที่เสียเปรียบทั้งจำนวนคนและพละกำลังยังยืนหยัดไม่ร้องไห้ออกมาสักแอะก็ถือว่าเก่งแล้ว
“เ้าเก่งมาก!” แม่ชมเ้าหนูก็ยิ้มกว้าง หนิงโก่วเซิ่งคิดว่าตัวเองเป็คนที่มีความสุขมากที่สุดในโลกเลยล่ะ พอคิดไปถึงเื่เถียนจื่อ หนูน้อยก็แค่นเสียงออกมา แค่อยู่กับแม่เขาก็มีความสุขแล้ว ไม่ต้องมีพ่อหรอก!
มาถึงบ้านเถียนหนิงเฟิ่งก็ไม่พูดพร่ำอันใด เธอฝากเ้าหนูไว้กับกงไห่ที่เดินตามมาสมทบ เดินปรี่เข้าไปถีบประตูไม้บ้านยายเถียนจนเสียงดังสนั่น ชาวบ้านที่เดินตามมาได้แต่อ้าปากค้างมองตาถลนแทบจะหลุดออกจากเบ้า หนิงเฟิ่งใช้แรงถีบแค่ 2 ที ประตูบ้านยายเถียนก็ล้มครืนลง
“อ้า! ประตุบ้านข้า!” หนิงเฟิ่งหันมาเหยียดยิ้มใส่ยายเฒ่า ยายเถียนตอนนี้ประหนึ่งตัวมดที่ดีดดิ้นอยู่บนหม้อเหล็กร้อนๆ นางหันไปบอกให้ลูกชายทำอะไรสักอย่าง แต่จนใจเพราะตอนนี้ทั้งเถียนต้าและเถียนจื่อต่างก็มองเหตุการณ์ที่เกิดตาค้างตัวแข็งทื่อ แค่พยุงตัวเองให้ยืนได้ไม่ล้มลงไปก็ยากแล้ว อย่าคิดไปถึงการจัดการหนิงเฟิ่งเลยเถอะ!
“แค่ 2 ครั้งประตูก็พังแล้ว ทำอย่างไรดีล่ะ บ้านเถียนถีบประตูบ้านข้าไปกี่ครั้งนะ” หนิงเฟิ่งทำทีหันไปถามชาวบ้าน ชาวบ้านผู้นั้น้าเอาใจหนิงเฟิ่งหรือเพราะเหตุใดก็ไม่ทราบ เขาชูมือทั้งสองข้างให้กับหนิงเฟิ่ง นิ้วทั้งสิบเหยียดตั้งตรงไม่หุบลงสักนิ้ว
ยายเฒ่าเถียนมองแล้วจะเป็ลม 10 ครั้ง! อีก 8 ครั้งหนิงเฟิ่งจะไม่พังบ้านนางเลยหรือไง!
หนิงเฟิ่งไม่คิดจะมีความปรานีอันใด ความเมตตาของเธอมอบให้ไปแล้วแต่กลับถูกมองว่าเป็คนขี้เอาเปรียบ ตางามเฉี่ยวสอดส่องเข้าไปในบ้าน พอเห็นเป้าหมายแล้วก็ตรงไปถีบประตูบ้านของยายเถียนจนหักเป็ 2 ท่อน
“พอแล้ว! พอแล้ว!” ยายเถียนร้องห้ามจนเสียงแหบแห้ง บ้านของนางตอนนี้ไม่มีประตูเหลือสักบาน หากว่าไม่ครบจำนวน 10 ครั้งก่อน เกรงว่าหนิงเฟิ่งคงจะทำลายหน้าต่างไปด้วย
หนิงเฟิ่งหันหน้ากลับมาก็เห็นยายเถียนล้มฟุบลงไป ปากหนาๆ ของนางร้องครวญครางออกมาไม่หยุด ดีที่มีลูกสะใภ้ประคองไว้ ใบหน้าของนางจึงไม่กระแทกพื้น “เงินที่ต้องชดใช้ข้า ก็เอาไปซ่อมประตูบ้านตัวเองซะเถอะ!”
ก่อนเดินออกมาหนิงเฟิ่งก็จ้องหน้าเถียนจื่ออย่างเอาเื่ สายตาที่น่ากลัวบวกกับคราบเืที่เปรอะเปรื้อนเสื้อผ้าหน้าผมยิ่งเพิ่มความสยดสยองให้แก่ผู้มองอีกหลายเท่า เถียนจื่อเผลอก้าวถอยหลังอย่างไม่รู้ตัว
ั้แ่มาอยู่ที่นี่ หนิงเฟิ่งมีแต่เื่ให้รำคาญใจ คนพวกนี้ว่างกันหนักหรือไง ถึงหาแต่เื่ไร้สาระมาทำกันไม่เว้นวัน!
พอออกมาเ้าหนูน้อยที่อยู่กับกงไห่ก็วิ่งเข้ามาดึงแขนเสื้อพร้อมยิ้มหวานส่งมาให้ “แม่ ท่านยอดเยี่ยมมากเลยนะ”
“อือ อย่าทำตามล่ะ”
กลับมาถึงบ้านไม่นานชาวบ้านทั้ง 3 คนก็รวบรวมเงินมาให้ พวกเขาไม่อิดออดเช่นยายเถียนอีกต่อไป หากหนิงเฟิ่งไม่พอใจแล้วไปพังประตูบ้านพวกเขาจะทำอย่างไรล่ะ ทั้งสามรวบรวมเงินมาได้ 600 อีแปะ เอามาให้หนิงเฟิ่งถึงบ้าน
“ทั้งเนื้อทั้งตัวข้าไปหามาได้เท่านี้ มันพอหรือไม่” ชายผู้นั้นถามหนิงเฟิ่งด้วยความหวาดเกรง
หนิงเฟิ่งพยักหน้า “อือ ท่านวางเงินไว้แล้วกลับไปเถอะ”
ชายผู้กล่าวก่อนหน้าพยักหน้ายิกๆ พอพ้นประตูบ้านของหนิงเฟิ่งมาพวกเขาก็รัวเท้าวิ่งออกไปจนฝุ่นตลบ หนิงโก่วเซิ่งมองตามอย่างสงสัย “แม่ ทำไมเขาทำอย่างกับเห็นผีเลยล่ะ”
“ไม่รู้เหมือนกัน”
“อื้อ!” ตากลมโตของหนูน้อยคอยเหลือบมาสังเกตแม่ของตนเป็ระยะ สภาพแม่ดูแทบไม่ได้ หากเขาไม่ได้เป็ลูกแม่ก็คงวิ่งหนีเหมือนคนพวกนั้นไปแล้ว นี่แม่ไปทำอะไรมานะ “แม่ ท่านไปต่อสู้กับปีศาจมารึไง”
“หือ” หนิงเฟิ่งทำหน้าสงสัย ก่อนจะนึกขึ้นได้ว่าเนื้อตัวของตัวเองเปื้อนเือยู่ “อือ แม่ไปจับปีศาจมา จะได้เอาไปขายเอาเงินมาซื้อข้าวให้ลูกชายกิน”
“ข้าไม่ได้กินเยอะซะหน่อย” เ้าหนูกล่าวอย่างเง้างอน “ว่าแต่ท่านไปจับปีศาจอะไรมาหรือ?”
“ปีศาจหมี”