เสียงฝีเท้าของกองทหารองครักษ์ที่ย่ำลงบนหิมะเย็นเฉียบดังก้องกังวานราวกับเสียงมัจจุราชที่กำลังนับถอยหลัง แสงคบไฟวูบวาบจากภายนอกตำหนักลอดผ่านช่องหน้าต่างไม้ฉลุ สะท้อนให้เห็นใบหน้าที่ซีดเผือดทว่าดวงตายังคงวาวโรจน์ของ ไป๋หลิน ในนาทีที่ความตายมาจ่อประชิดประตูห้องบรรทม สมองของนางกลับทำงานรวดเร็วปานประกายไฟ นางมองดูบุรุษสองคนที่ยืนอยู่เบื้องหน้า... มู่เฉิน นักรบผู้มีเกียรติที่เพิ่งร่วมเริงร่าบนร่างกายของนาง และ อาเฉิง ทาสชายผู้ภักดีที่ยืนสั่นสะท้านด้วยความริษยาและหวาดกลัว
“บุกเข้าไป! หากใครขัดขวางจงฆ่าให้หมด!” เสียงของ ชินอ๋อง ดังสนั่นหวั่นไหวอยู่เื้ับานประตูไม้หนาหนัก
ไป๋หลินรู้ดีว่าหากชินอ๋องก้าวเข้ามาเห็นภาพนี้ ทุกอย่างจะจบสิ้น นางจะถูกปะาด้วยข้อหาคบชู้ และตระกูลไป๋จะไม่มีวันได้รับการล้างมลทิน ทว่าในหัวใจของนางไม่มีความขลาดกลัว มีเพียงความแค้นที่สุมอกและความ้าที่จะเป็ผู้ชนะในเกมกามอัปยศนี้
“พี่มู่เฉิน... ท่านรีบหนีไปทางหน้าต่าง เดี๋ยวนี้!” ไป๋หลินกระซิบเสียงเฉียบพลันพลางคว้าเศษอาภรณ์ที่ขาดวิ่นขึ้นมาคลุมกาย แววตาของนางกดข่มให้นักรบผู้กล้าต้องยอมจำนน
“แต่ข้าจะทิ้งเ้าไว้ที่นี่ได้อย่างไร!” มู่เฉินกำด้าบดาบแน่น ไอสังหารแผ่ออกมาจนอากาศรอบข้างเริ่มสั่นไหว
“หากท่านอยู่ เราตายทั้งคู่! จงหนีไปซ่อนตัวที่สวนหลิว แล้วรอฟังสัญญาณจากเซี่ยวเหอ” นางผลักไสมู่เฉินอย่างไม่ใยดี ก่อนจะหันมามองหมากตัวสำคัญที่สุดในคืนนี้... อาเฉิง
มู่เฉินจ้องมองใบหน้าของสตรีที่เขาเคยรักเป็ครั้งสุดท้าย ก่อนจะใช้วรยุทธ์อันเหนือชั้นะโหายลับไปในความมืดของราตรี ทิ้งไว้เพียงกลิ่นอายคาวราคะที่ยังไม่จางหาย
บัดนี้ ในห้องเหลือเพียงนางและอาเฉิง ทาสชายที่บัดนี้ดูเหมือนสัตว์ป่าที่ได้รับาเ็ ไป๋หลินก้าวเข้าไปหาเขาช้าๆ แสงเทียนสลัวสะท้อนผิวขาวผ่องที่เต็มไปด้วยรอยมลทินสีกุหลาบที่มู่เฉินทิ้งไว้ นางเอื้อมมือไปลูบแก้มที่กร้านแดดของเขาอย่างนุ่มนวล ทว่าแววตากลับเย็นเยียบดุจน้ำแข็ง
“อาเฉิง... เ้าบอกว่ายอมตายเพื่อข้าได้ใช่ไหม?”
อาเฉิงมองดูรอยช้ำบนอกอิ่มของพระนางด้วยใจที่แตกสลายทว่าเสพติดในอำนาจของนางอย่างถอนตัวไม่ขึ้น “กระหม่อม... ยอมรับใช้พระนางด้วยชีวิตขอรับ”
“ดี... ถ้าเช่นนั้น เ้าจงทำตามที่ข้าบอก” ไป๋หลินหยักยิ้มที่มุมปากอย่างเืเย็น นางหยิบกรรไกรคมกริบที่วางอยู่บนโต๊ะเครื่องแป้งขึ้นมา ก่อนจะจงใจกรีดลงบนแขนของตัวเองจนเืสีแดงฉานไหลรินออกมา!
เปรี้ยง!
ประตูห้องบรรทมถูกถีบจนเปิดออกอย่างรุนแรง ชินอ๋องก้าวเข้ามาในห้องพร้อมกับองครักษ์นับสิบนาย ดาบในมือของเขาสะท้อนแสงเทียนจนดูหน้าเกรงขาม ทว่าภาพที่เขาเห็นกลับทำให้เขากับทหารทุกคนต้องหยุดชะงัก
ไป๋หลินนอนจมกองเือยู่บนพื้นห้อง ชุดอาภรณ์หลุดรุ่ยเผยให้เห็นไหล่นวลที่เต็มไปด้วยรอยขีดข่วนและรอยแดง ซึ่งนางแสร้งทำให้ดูเหมือนรอยจากการต่อสู้ ส่วนอาเฉิงยืนถือปิ่นหยกที่แหลมคมอยู่อีกมุมห้อง ใบหน้าของเขามอมแมมและดูบ้าคลั่งดุจโจรป่าที่ลอบเข้ามาทำร้ายสตรี
“ท่านอ๋อง... ช่วย... ช่วยหม่อมฉันด้วย...” ไป๋หลินคร่ำครวญเสียงสั่นเครือ หยาดน้ำตาปีศาจไหลรินออกมาอย่างถูกจังหวะ นางพยายามพยุงกายที่ "บอบช้ำ" ขึ้นมาอย่างยากลำบาก
ชินอ๋องใจกระตุกวูบ ความโกรธแค้นจากการถูกทรยศที่เขาสงสัยมาตลอดถูกแทนที่ด้วยความใเมื่อเห็นชายาเอกอยู่ในสภาพใกล้ตาย เขารีบพุ่งเข้าไปรวบตัวนางไว้ในอ้อมกอด โดยไม่ได้สังเกตเลยว่ากลิ่นที่ติดอยู่บนตัวนางนั้นมิใช่กลิ่นของอาเฉิง แต่เป็กลิ่นกายของมู่เฉินที่เพิ่งจากไป
“ไป๋หลิน! เกิดอะไรขึ้น!” เขากล่าวเสียงพร่า พลางจ้องเขม็งไปที่อาเฉิง “เ้าทาสชั้นต่ำ! เ้ากล้าลอบเข้าตำหนักและทำร้ายชายาเอกของข้าหรือ!”
อาเฉิงทรุดเข่าลงกับพื้น แววตาของเขาสื่อสารกับไป๋หลินเป็ครั้งสุดท้าย เขาเห็นแววตาที่ว่างเปล่าของนาง... แววตาของนกยูงที่สละขนหางที่เปื้อนโคลนเพื่อให้ตัวเองยังคงงดงาม เขาเข้าใจแล้วว่านี่คือ "งานสุดท้าย" ที่นางมอบให้เขา
“กระหม่อม... กระหม่อมเห็นพระนางงดงามเกินกว่าที่ทาสอย่างกระหม่อมจะหักใจไหว... กระหม่อมจึง... กระหม่อมจึงลอบเข้ามาเพื่อจะนาง!” อาเฉิงะโกึกก้องด้วยน้ำเสียงที่ยอมรับผิดทุกประการ
“ไอ้สุนัขรับใช้!” ชินอ๋องคำรามด้วยความโกรธจัด เขาเหวี่ยงดาบในมือเข้าหาอาเฉิงทันที ทว่าไป๋หลินกลับแสร้งกรีดร้องและกอดรั้งแขนของสามีไว้
“อย่าเพิ่งฆ่าเขาเพคะท่านพี่! เขายังมีเพื่อนร่วมสาบานที่แอบซ่อนอยู่ในจวน... เขาแอบอ้างว่ามีคนสั่งให้เขามาทำลายชื่อเสียงของหม่อมฉัน!” นางจงใจทิ้งปมไว้เพื่อจะโยนบาปไปให้เหล่าอนุภรรยาที่นางชิงชัง
ทหารองครักษ์กรูกันเข้าไปล็อกตัวอาเฉิงไว้ ชินอ๋องหันมามองไป๋หลินด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความสงสัยทว่าก็ระคนไปด้วยความสงสาร เขาเห็นรอยรักบนลำคอระหงของนาง แต่ในบริบทนี้ เขาคิดว่ามันคือรอยจากการที่นางถูกทาสชายยื้อยุดฉุดกระชาก ความรู้สึกผิดที่เคยสงสัยนางก่อนหน้านี้เริ่มกัดกินใจของเขา
“พานางไปหาหมอหลวง! ส่วนเ้าทาสนี่... นำตัวมันไปขังที่คุกใต้ดิน ตอกตะปูผ่านมือและเท้าของมันจนกว่ามันจะยอมเปิดปากว่าใครคือผู้สมรู้ร่วมคิด!” ชินอ๋องสั่งเสียงเหี้ยมดุจประกาศิตจากนรก
ท่ามกลางความวุ่นวาย ไป๋หลินถูกอุ้มหายไปในความมืด ทิ้งให้อาเฉิงถูกลากตัวออกไปท่ามกลางเสียงด่าทอของทหาร ทาสชายผู้นั้นไม่ได้ปริปากร้องขอชีวิตแม้แต่น้อย เขายังคงกำเศษปิ่นหยกหักชิ้นเดิมไว้แน่น... สิ่งเดียวที่เป็เครื่องยืนยันว่าครั้งหนึ่งเขาเคยได้ "ดอกบัวขาว" ที่แปดเปื้อนผู้นี้
หลายวันต่อมา ในตำหนักเหมยฮวาที่กลับมาเงียบสงบอีกครั้ง ไป๋หลินนั่งอยู่ริมระเบียงพลางจิบน้ำชาอย่างใจเย็น าแที่แขนของนางเริ่มตกสะเก็ด ทว่าสิ่งที่นางได้กลับคืนมานั้นคุ้มค่ากว่าหลายเท่านัก
ชินอ๋องกลับมาปรนนิบัตินางด้วยความรู้สึกผิด เขาประทานเครื่องประดับและผ้าไหมล้ำค่ามาให้นางอย่างไม่ขาดสาย เพื่อเป็การขอขมาที่เขา "ละเลย" จนทำให้นางต้องถูกทาสทำร้าย นางใช้โอกาสนี้กำจัดอนุเย่ว์เอ๋อร์และนางกำนัลชุ่ยจูให้พ้นทางไปได้อย่างถาวร โดยอ้างว่าพวกนางเป็ผู้อยู่เื้ัการว่าจ้างอาเฉิง
“พระชายาเพคะ... มู่เฉินส่งข่าวมาว่าเขาซ่อนตัวอยู่นอกเมืองอย่างปลอดภัยแล้วเพคะ” เซี่ยวเหอกระซิบรายงานพลางรินน้ำชาให้นางด้วยมือที่ยังสั่นน้อยๆ
ไป๋หลินหยักยิ้มที่มุมปาก แววตาของนางที่มองไปยังท้องฟ้ากว้างนั้นดูราวกับนางมารร้ายที่เพิ่งตื่นจากการหลับใหล นางไม่ได้รู้สึกเสียใจที่อาเฉิงต้องทนทุกข์อยู่ในคุกใต้ดิน และไม่ได้รู้สึกซาบซึ้งในความภักดีของมู่เฉิน
‘บุรุษ... ก็เป็เพียงเครื่องมือที่มีชีวิต’ นางคิดในใจ ‘อาเฉิงคือโล่ที่ใช้กันคมดาบ มู่เฉินคือดาบที่ใช้สังหารศัตรู ส่วนชินอ๋อง... คือบังลังก์ที่ข้าต้องขึ้นไปนั่งให้ได้’
ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าของนางกำนัลคนหนึ่งดังขึ้นที่หน้าประตูตำหนัก “พระชายาเพคะ! ท่านโหวจากตระกูลหลิว ผู้เป็พระเชษฐาของฮองเฮา เสด็จมาเยี่ยมเยียนท่านอ๋อง และประสงค์จะเข้าพบพระนางเพื่อมอบของขวัญปลอบขวัญเพคะ!”
ไป๋หลินวางถ้วยชาลงอย่างเชื่องช้า ดวงตาคู่สวยเปล่งประกายขึ้นทันทีเมื่อได้ยินชื่อของ "ท่านโหว" ผู้มีอำนาจล้นฟ้าและขึ้นชื่อเื่ความเ้าชู้ประตูดิน
“ท่านโหวหรือ...” นางพึมพำพลางเอื้อมมือไปลูบไล้ที่ลำคอของตนเอง ซึ่งบัดนี้ไม่มีร่องรอยมลทินเหลืออยู่แล้ว “รีบเชิญท่านโหวเข้ามาเถิด... ข้าอยากจะรู้นักว่า ‘รางวัล’ ชิ้นใหม่นี้ จะมีรสชาติหอมหวานเพียงใด”
นางลุกขึ้นยืนช้าๆ พลางจัดแจงอาภรณ์ให้ดู "บริสุทธิ์และน่าเวทนา" ที่สุดเท่าที่จะทำได้ หน้ากากดอกบัวขาวถูกสวมทับใบหน้าปีศาจอีกครั้ง เกมกามครั้งใหม่ที่เดิมพันด้วยบัลลังก์วังหลวงกำลังจะเริ่มต้นขึ้น และคราวนี้... เหยื่อของนางจะไม่ใช่เพียงทาสหรือองครักษ์ แต่คือผู้ที่อยู่เหนือคนนับหมื่น!