ตอนที่ 1: ผู้เล่นเกมซ่อนหา
เปลือกตาของนัวร์เปิดขึ้นสู่ความมืดที่ไม่คุ้นเคย
ััแรกที่ร่างกายรับรู้คือความเย็นเฉียบ พื้นไม้แข็งที่เต็มไปด้วยเสี้ยนเล็กๆ และความเหนียวเหนอะหนะบางอย่าง เสียดแทงผ่านเนื้อผ้าของเสื้อยืดและกางเกงยีนส์ที่เขาสวมอยู่ กลิ่นที่รุนแรงกว่านั้นคือกลิ่นอับชื้นของไม้ที่กำลังผุพัง, กลิ่นฝุ่นที่สะสมตัวหนาเตอะจนกลายเป็กลิ่นดิน, และที่น่ารำคาญใจที่สุดคือกลิ่นหอมจางๆ ของธูปที่ดับไปนานแล้ว ผสมกับกลิ่นคาวสนิมจางๆ
เขาไม่ได้อยู่บนเตียงนอนนุ่มๆ ในห้องของตัวเองอย่างที่ควรจะเป็
นัวร์ชันตัวลุกขึ้นนั่งอย่างเชื่องช้าและเงียบเชียบที่สุด การเคลื่อนไหวของเขาราบรื่นและไร้เสียงจนน่าประหลาด ไม่มีความตื่นตระหนกแม้แต่น้อย มีเพียงความสงสัยที่เยือกเย็นราวกับน้ำแข็งในขั้วโลกเหนือ สมองของเขาเริ่มทำงาน วิเคราะห์ทุกตัวแปรตรงหน้าด้วยความเร็วสูงสุด
ดวงตาที่ปรับเข้ากับความมืดได้อย่างรวดเร็ว กวาดมองไปรอบๆ แสงจันทร์สีซีดที่สาดส่องผ่านรอยฉีกขาดของประตูโชจิ (ประตูเลื่อนกระดาษ) เผยให้เห็นภาพของห้องโถงกว้างขนาดประมาณแปดเสื่อทาทามิ มันเคยเป็ห้องรับแขกที่โอ่อ่า แต่บัดนี้กลับตกอยู่ในสภาพเสื่อมโทรม บนพื้นมีคราบดำที่ดูเหมือนรอยไหม้หรือเืเก่าที่แห้งกรัง ผนังกระดาษมีรอยด่างจากความชื้นและรอยขีดข่วนเหมือนกรงเล็บสัตว์ มุมหนึ่งของห้องมีตู้ไม้บานใหญ่ตั้งอยู่ ประตูตู้แง้มออกเล็กน้อย เผยให้เห็นความมืดที่ดำสนิทอยู่ภายใน
ห้องโถงนี้เชื่อมต่อกับทางเดินยาว (เอนกาวะ) ที่ทอดยาวไปในความมืดทางด้านขวา นัวร์ประเมินว่าทางเดินนั้นน่าจะยาวไม่ต่ำกว่าสิบเมตร และน่าจะนำไปสู่ส่วนอื่นๆ ของบ้าน เขาจดจำแผนผังคร่าวๆ ของพื้นที่ทันที: ห้องโถงกลาง, ตู้เสื้อผ้าขนาดใหญ่ (ที่ซ่อนชั้นดี แต่ก็โจ่งแจ้ง) , ทางเดินยาว (เส้นทางเคลื่อนที่หลัก) , และเงามืดตามมุมห้อง (จุดสังเกตการณ์)
และเขาก็ไม่ได้อยู่คนเดียว
เสียงครางแ่ๆ ดังขึ้นจากอีกฟากของห้องโถง ชายวัยกลางคนในชุดเสื้อเชิ้ตทำงานที่ยับยู่ยี่ลนลานคลำหาแว่นตา เขาสวมมันอย่างลวกๆ แล้วมองไปรอบๆ ด้วยแววตาสั่นระริก "ที่ไหน... นี่มันที่ไหนกัน? ผม... ผมจำได้ว่ากำลังจะกลับบ้าน..."
ถัดไปไม่ไกล เด็กสาวในชุดนักเรียนมัธยมปลายกำลังกอดเข่าตัวเองแน่น ตัวสั่นเทาราวกับลูกนกที่เปียกฝน
และคนสุดท้าย ชายร่างกำยำที่นัวร์ประเมินว่าอยู่ห่างจากเขาไปราวห้าเมตร กำลังลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แขนเสื้อของเขาถูกพับขึ้นเผยให้เห็นมัดกล้ามที่แข็งแกร่ง เขากวาดสายตามองไปรอบห้องด้วยความฉุนเฉียวและไม่เชื่อสายตา ก่อนจะสบถออกมาเสียงดังลั่น "เชี่ยไรวะเนี่ย! ใครแม่งเล่นตลกเหี้ยๆ แบบนี้วะ! ออกมานะโว้ย!" เสียงของเขาก้องสะท้อนในความเงียบ ทำให้ฝุ่นบนคานไม้ร่วงลงมาเล็กน้อย ชายร่างกำยำเดินกระทืบเท้าไปสำรวจประตูหน้าบ้านที่ปิดตาย แล้วลองกระชากลูกบิดอย่างรุนแรงแต่ก็ไร้ผล
นัวร์ยังคงนิ่งเงียบราวกับเป็ส่วนหนึ่งของเงามืด การวิเคราะห์จบลงแล้ว นี่ไม่ใช่การลักพาตัวธรรมดา การจัดฉากมันสมบูรณ์แบบเกินไป
ทันใดนั้นเอง อากาศเบื้องหน้าของทุกคนก็บิดเบือนราวกับไอร้อนบนพื้นถนน ปรากฏเป็ตัวอักษรสีแดงสดเหมือนเืที่ยังไม่แห้ง มันลอยนิ่งอยู่กลางอากาศ ส่องแสงสีแดงจางๆ อาบไล้ใบหน้าที่ซีดเผือดของทุกคน
──────────────
【...ตื่นได้แล้ว เหล่าเศษซากที่โลกลืม...】
【นาฬิกาชีวิตของพวกเ้าเริ่มเดินแล้ว】
【ท่านมีเวลา 10 นาทีในการเริ่มพิธีกรรม หากหมดเวลา... ทุกคนจะถูกกำจัด】
──────────────
"อะไรนะ!" ชายวัยกลางคนร้องเสียงหลงพร้อมกับชี้ไปที่ตัวเลขนับถอยหลังสีเืที่ปรากฏขึ้นกลางอากาศทันที 09:59... 09:58...
──────────────
【เกมในค่ำคืนนี้: ฮิโตริ คาคุเร็นโบะ】
【กฎการเล่น】
【1. หาตุ๊กตา ตั้งชื่อให้มัน แล้วยัดข้าวสารกับเศษเล็บของผู้เริ่มพิธีลงไป】
【2. เย็บมันด้วยด้ายแดง แล้วเอาไปวางในอ่างน้ำ】
【3. ผู้เริ่มพิธีต้องไปแทงตุ๊กตาแล้วพูดว่า "ฉันเป็โอนิคนแรก!" จากนั้นให้ซ่อนตัวทันที】
【4. ผู้เล่นคนอื่นคือ "ผู้ซ่อน"】
【5. วิธีชนะ: หาตุ๊กตาให้เจอ เอาน้ำเกลือในขวดราดใส่ แล้วพูดว่า "ฉันชนะแล้ว"】
【คำใบ้จากผู้คุมเกม: ดวงตาของผู้ล่า... เฉียบแหลมยิ่งนัก จงหาที่ซ่อนที่ดีที่สุดล่ะ】
──────────────
สิ้นเสียงในหัว อุปกรณ์ทั้งหมดก็ปรากฏขึ้นบนพื้นกลางห้องโถง เวลาเดินไปไม่หยุด 08:47...
"ดวงตาของผู้ล่าเฉียบแหลม"... คำโกหกที่จงใจชี้นำ นัวร์คิดในใจทันที ระบบกำลังจงใจชี้นำให้เราคิดว่ามันตามล่าด้วยสายตา เพื่อให้เรามัวแต่หาที่ซ่อนที่มิดชิดที่สุด แต่มันอาจจะตามล่าด้วยเสียง... หรือความร้อน... หรือแย่กว่านั้น มันอาจจะรู้ตำแหน่งของเราอยู่แล้วั้แ่แรก
"เื่บ้าอะไรวะเนี่ย!" ชายร่างกำยำะโ แต่แววตาของเขาฉายแววหวาดหวั่นเมื่อเห็นตัวเลขลดลงเรื่อยๆ
เวลากำลังบีบคั้นอย่างโหดร้าย นัวร์รู้ว่าไม่มีโอกาสให้ลังเล เขาต้องหาคนเริ่มเกมให้เร็วที่สุด
เขาใช้ความรู้เื่พิธีกรรมที่เขามีอธิบายขั้นตอนให้ทุกคนฟังอย่างรวดเร็วและชัดเจน เสียงของเขาแม้จะเรียบเรื่อย แต่ก็แทรกซึมผ่านความตื่นตระหนกของทุกคนได้อย่างน่าประหลาดใจ
"ใครจะเป็คนทำพิธี?" ชายวัยกลางคนถามเสียงสั่น "ใครจะยอมเป็โอนิ?"
ไม่มีใครกล้าตอบ ทุกคนมองหน้ากันด้วยความหวาดกลัว เด็กสาวร้องไห้สะอึกสะอื้น
นัวร์หันไปสบตากับชายร่างกำยำ แววตาของเขาเ็าแต่เต็มไปด้วยความมั่นใจ ชายร่างกำยำเองก็จ้องกลับด้วยความไม่พอใจและพร้อมจะปะทะ เขาคงคิดว่านัวร์จะมาสั่งสอนเขาเหมือนคนอื่น
"คุณ" นัวร์พูดเสียงเรียบ แต่ทุกถ้อยคำคมกริบราวกับใบมีด "คุณดูแข็งแกร่งที่สุดในที่นี้ ผมว่าคุณคงเคยผ่านอะไรมามากพอที่จะไม่กลัวตุ๊กตาตัวหนึ่ง"
ชายร่างกำยำกำหมัดแน่น "แล้วไงวะ! คิดว่าจะมาสั่งฉันเหรอ! ให้ฉันไปเสี่ยงตายคนเดียวน่ะเหรอ!"
"ไม่เลย" นัวร์ตอบอย่างเยือกเย็น "ผมไม่ได้สั่ง แต่ผมกำลังชี้ทางรอดเดียวให้เราทุกคน คุณลองคิดดูนะ ตอนนี้เราทุกคนอยู่ในบ้านนี้ ซึ่งเป็ 'สนามรบ' ของเกมนี้ และคุณคือคนที่แข็งแกร่งที่สุด คุณจะยอมให้เราทุกคนตายเพราะไม่มีใครกล้าเริ่มเกมงั้นหรือ? ถ้าทุกคนตาย เกมก็จบ และคุณก็ตายไปด้วย... แต่ถ้ามีคนเริ่มเกม เราทุกคนยังมีโอกาสรอด"
เขายิ่งเร่งเร้าด้วยการชี้ไปที่เวลานับถอยหลังที่เหลือเพียง 04:20...
"และที่สำคัญ" นัวร์ลดเสียงลงเล็กน้อย แต่ทุกคำพูดกระแทกกระทั้นเข้าสู่ความคิดของชายร่างกำยำโดยตรง "คุณคิดว่าคนที่อ่อนแอและขี้ขลาดอย่างพวกเขาสองคน (เขาเหลือบมองชายวัยกลางคนและเด็กสาว) จะกล้าแทงตุ๊กตาแล้วไปซ่อนตัวได้จริงเหรอ? หรือคุณอยากให้คนพวกนี้ทำพิธีแล้วพลาด ทำให้เราตายกันหมดั้แ่ยังไม่เริ่มเกม? ถ้าคุณไม่เริ่ม... ผมรับรองได้เลยว่าคนอื่นก็ไม่กล้า และพวกเราก็จะตายกันหมดภายในไม่กี่นาทีนี้... ไม่มีใครรอด"
ประโยคสุดท้ายนั้นเฉียบคมราวกับดาบที่แทงทะลุความอวดดีของชายร่างกำยำออกไป เขาเป็คนหัวรุนแรงก็จริง แต่เขาก็ฉลาดพอที่จะเข้าใจตรรกะที่โหดร้ายของนัวร์ เขาไม่อยากตาย... และเขาไม่เชื่อมั่นในความสามารถของคนอื่นเลยแม้แต่น้อย หากมีใครต้องเริ่มเกม ก็มีเพียงเขาเท่านั้นที่ "กล้าพอ" ที่จะทำมันให้สำเร็จได้
ชายร่างกำยำกัดฟันกรอด ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความขุ่นเคืองแต่ก็ไร้ทางเลือกอื่น
"เออ! ก็ได้วะ! ดีกว่ามานั่งรอความตาย!" ชายร่างกำยำพูดออกมาในที่สุด น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความไม่พอใจ แต่เขาก็ยอมจำนนต่อสถานการณ์และตรรกะของนัวร์
เขาก้าวไปที่อุปกรณ์ ทำตามขั้นตอนอย่างลนลาน ตั้งชื่อตุ๊กตาว่า "ไอ้จิ๋ว" จากนั้นก็เดินกระทืบเท้าไปตามทางเดินยาวที่มืดมิด เสียงฝีเท้าของเขาดังสะท้อนจนน่ารำคาญ นัวร์นับก้าวในใจ... ประมาณสิบห้าก้าว ชายร่างกำยำก็หายลับไปในความมืดที่ปลายทางเดิน ซึ่งน่าจะเป็ที่ตั้งของห้องน้ำ
ไม่นาน เขาก็วิ่งหน้าตาตื่นกลับมาแล้วพุ่งเข้าไปซ่อนตัวในตู้เสื้อผ้าบานใหญ่กลางห้องโถง ปิดประตูดัง ปัง! ทันทีที่เขาเข้าไปซ่อน ตัวเลขบนอากาศก็สลายหายไป
เกมได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว
พรึ่บ! แสงจันทร์ที่เคยสาดส่องเข้ามาพลันมืดลงราวกับมีเมฆมาบดบัง ทำให้บ้านทั้งหลังตกอยู่ในความมืดเกือบจะสมบูรณ์แบบ เหลือเพียงแสงสลัวๆ ที่เล็ดรอดเข้ามาจากประตูที่ฉีกขาด ทำให้เกิดเงามืดทอดยาวเป็หย่อมๆ
คิก... คิก... เสียงหัวเราะของเด็กดังแว่วมาจากปลายทางเดินยาว... ที่ที่ห้องน้ำตั้งอยู่
แปะ... แปะ... แปะ...
เสียงฝีเท้าเล็กๆ ที่เปียกน้ำดังขึ้น มันกำลังเดิน... ค่อยๆ เดินมาตามทางเดินไม้ที่ยาวเหยียด เสียงฝีเท้าแต่ละก้าวฟังดูเชื่องช้าและหนักหน่วงผิดปกติ มันใกล้เข้ามาเรื่อยๆ ... จนมาหยุดอยู่ที่หน้าห้องโถง
"เจอแล้ว..." เสียงกระซิบเย็นเยียบราวกับน้ำแข็งดังขึ้นที่หน้าตู้เสื้อผ้า
"อ๊ากกกกกกก!!!"
เสียงกรีดร้องที่เต็มไปด้วยความเ็ปดังลั่นออกมาจากในตู้ ตามมาด้วยเสียง กร๊อบแกร๊บ ที่น่าสยดสยองเหมือนกิ่งไม้ใหญ่ถูกหัก และเสียง แคว่ก เหมือนผ้าหนาๆ ถูกฉีกกระชากอย่างรุนแรง ทุกอย่างเงียบลงกะทันหัน เหลือเพียงเสียงของเหลวอุ่นๆ ที่ไหลซึมออกมาจากใต้ประตูตู้
เด็กสาวมัธยมกรีดร้องออกมาอย่างสุดเสียง เธอพยายามวิ่งหนี แต่ความมืดและความกลัวทำให้เธอล้มลง ชายวัยกลางคนตัวสั่นจนแทบยืนไม่อยู่ เขาตัดสินใจก้มตัวหลบอยู่ใต้โต๊ะญี่ปุ่นเตี้ยๆ ที่วางอยู่มุมห้องอย่างสิ้นหวัง ส่วนเด็กสาวคลานไปซ่อนตัวอยู่หลังตู้เก็บของเก่าๆ ที่พังๆ เสียงสะอื้นของเธอดังแ่ๆ แม้จะพยายามกลั้นไว้แล้วก็ตาม
นัวร์รู้ทันทีว่าเสียงร้องไห้และเสียงเคลื่อนไหวของทั้งสองคนเป็เหมือนการปักธงบอกตำแหน่งให้ผีรู้ เขากระซิบกับชายวัยกลางคนที่อยู่ใกล้ที่สุด "อยากรอดไหม? งั้นทิ้งเด็กนั่นซะ แล้วแยกกันหนี" (นัวร์พูดด้วยความหวังว่าชายคนนี้จะฉลาดพอที่จะคิดแผนสำรอง)
ไม่รอคำตอบ นัวร์ใช้เสียงกรีดร้องและเสียงครางของอีกสองคนเป็ม่านกำบังเสียงฝีเท้าของตัวเอง เขา ใช้ทักษะการเคลื่อนไหวที่นิ่งสงบและเชี่ยวชาญจากการฝึกฝน เคลื่อนตัวเข้าสู่ เงามืดที่ลึกที่สุด บริเวณทางเข้าห้องครัวที่อยู่สุดทางเดินที่มืดมิด เขาหลอมรวมเป็หนึ่งเดียวกับความมืดและผนังสีดำที่ขึ้นรา โดยอาศัยหลักการที่ว่า "ดวงตาของผู้ล่า" ที่ระบบพูดถึง อาจจะไม่ได้มองเห็นในที่มืดสนิท หรืออาจจะมองหาในที่สว่างกว่า หรืออาจจะอาศัย 'เสียง' เป็หลัก ซึ่งตุ๊กตาไม่ได้ตรงเข้ามาหาเขาในทันที เป็การยืนยันทฤษฎีนี้บางส่วน
ไม่นาน... เสียงกรีดร้องอีกสองครั้งก็ดังตามมา ตอนนี้... เหลือเพียงเขาคนเดียว
นัวร์ซ่อนตัวอยู่ในห้องครัวที่อยู่สุดทางเดิน มันเป็ห้องเล็กๆ ที่มีเตาไฟโบราณและตู้กับข้าวไม้ผุๆ เขากำลังใช้ความคิดอย่างหนักเพื่อหาทางออกจากเกมที่เป็ไปไม่ได้นี้
การซ่อนเป็แค่การประวิงเวลา ทางรอดเดียวคือทำตามเงื่อนไขชัยชนะ... "หาตุ๊กตาให้เจอ แล้วเอาน้ำเกลือราดใส่"... แต่การเดินออกไปหาตุ๊กตาที่กำลังไล่ล่าเราอยู่กลางโถงกว้างนั้นเท่ากับการฆ่าตัวตายชัดเจน
ไม่... ต้องมีทางสิ... นัวร์ทบทวนประโยคนั้นซ้ำๆ ในหัว "เอาน้ำเกลือในขวดราดใส่"
แล้วความคิดหนึ่งก็สว่างวาบขึ้นในหัว "ราดน้ำเกลือใส่"... ระบบไม่ได้ระบุว่า ใคร ต้องเป็คนราด! แค่ให้น้ำเกลือัักับตุ๊กตาก็พอ...
แผนการสุดวิปริตได้ก่อตัวขึ้น นัวร์รู้ว่าเขาต้องทำอะไร เขา้าเวที และนักแสดงจำเป็
เขาเคลื่อนตัวออกจากห้องครัวอย่างเงียบเชียบ ย่องกลับไปยังห้องโถง ที่นั่น... ร่างของชายร่างกำยำยังคงอยู่ในสภาพที่น่าสยดสยอง แต่สามารถจำได้ว่าเป็เขา แม้จะไม่เหลือเค้าเดิมก็ตาม
นัวร์ไม่ได้รู้สึกสยดสยอง เขาก้มลงทำงานที่น่าขยะแขยงที่สุด เขาออกแรงลากศพที่หนักอึ้งและเย็นชืดนั้นมายังกลางห้องโถงที่โล่งแจ้ง เสียงศพที่ครูดไปกับพื้นไม้ดังเสียดประสาท แต่เขาไม่มีทางเลือก เขาจัดท่าทางของศพให้นอนหงายเหมือนคนที่กำลังหลับอย่างสงบ
จากนั้น เขาหยิบขวดน้ำเกลือแก้วเล็กๆ ที่ตกอยู่ใกล้ๆ ขึ้นมา มันคือขวดสุดท้าย... โอกาสสุดท้ายของเขา เขาวางขวดแก้วนั้นลงบนหน้าอกของศพอย่างเบามือและแม่นยำ... ตรงตำแหน่งของหัวใจพอดี
ตอนนี้... เหลือแค่การล่อ นัวร์วิ่งกลับไปที่ปากทางเดินที่เชื่อมกับห้องครัว เขาหยิบเศษกระเบื้องแตกขึ้นมาแล้วขว้างใส่ผนังอีกด้านของห้องโถงเต็มแรง!
เพล้ง!
เสียงดังลั่นก้องไปทั่วบ้านที่เงียบสงัด
เขาซ่อนตัวในเงามืดของปากทางเดิน กลั้นหายใจ รอคอย...
แปะ... แปะ... แปะ... เสียงฝีเท้าเปียกน้ำดังใกล้เข้ามา มันไม่ได้มาจากทางเดิน แต่มาจากมุมมืดอีกฟากของห้องโถง... มันกำลังตรงมายัง "เหยื่อล่อ" ที่นอนนิ่งอยู่
ร่างเล็กๆ ของตุ๊กตา "ไอ้จิ๋ว" ปรากฏขึ้นในแสงจันทร์สลัวๆ ที่เล็ดรอดจากประตูที่ฉีกขาด มันเดินมาหยุดอยู่ข้างศพของชายร่างกำยำ มีดทำครัวในมือของมันสะท้อนแสงแวววาว
"เจอแล้ว..." เสียงกระซิบเย็นเยียบราวกับน้ำแข็งดังขึ้นข้างศพ
ตุ๊กตายกมีดขึ้นสูง... เล็งไปที่กลางอก... ตรงตำแหน่งที่ขวดน้ำเกลือวางอยู่พอดิบพอดี
ฉึก!
มีดแทงทะลุขวดแก้วที่เปราะบางแตกละเอียด! น้ำเกลือที่อยู่ข้างในสาดกระจายชะโลมไปทั่วร่างของตุ๊กตา!
"กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด!"
เสียงกรีดร้องแหลมสูงจนบาดแก้วหูดังออกมาจากตุ๊กตา ควันสีดำพวยพุ่งออกมาจากร่างของมันราวกับถูกน้ำมนต์ศักดิ์สิทธิ์สาดใส่ ร่างของมันสั่นกระตุกอย่างรุนแรงก่อนจะล้มลงและแน่นิ่งไป
ความเงียบที่แท้จริงกลับคืนมาอีกครั้ง
ไฟในบ้านสว่างวาบขึ้น ข้อความสีแดงปรากฏขึ้นตรงหน้าเขา
──────────────
【ด่านที่ 1 สิ้นสุด】
【ผู้เล่น: นัวร์】
【ผู้รอดชีวิต: 1/4】
【ท่านได้รับรางวัล: [ฝีเท้าไร้เสียง] - สามารถเคลื่อนไหวโดยไม่มีเสียงเป็เวลา 10 วินาที (ใช้งานได้ 1 ครั้งต่อ 1 ด่าน) 】
──────────────
ประตูหน้าบ้านบานใหญ่ที่เคยปิดตาย บัดนี้เปิดออกเองอย่างช้าๆ เผยให้เห็นทางเดินที่ทอดยาวไปสู่แสงสว่างสีขาวโพลนจนแสบตา
นัวร์มองผลงานของตัวเอง... ศพที่ถูกใช้เป็เครื่องมือ และความเงียบที่ซื้อมาด้วยชีวิตของคนอื่น ในแววตาของเขาไม่มีความรู้สึกผิดบาปแม้แต่น้อย มีเพียงความพึงพอใจในสติปัญญาของตนเอง
เขาเดินผ่านประตูนั้นไปโดยไม่หันกลับมามองอีกเลย
เกมต่อไป... กำลังรอเขาอยู่