เกลียดยิ่งนัก องค์รัชทายาท ที่รักของข้า

    30

    เข่อซิงตื่นขึ้นมาล้างหน้าแต่งอาภรณ์เรียบร้อยก็รีบตรงไปที่ห้องของบุตรชายทันทีเปิดประตูเข้าไปเมื่อเห็นร่างเล็กนอนหลับอยู่ที่เตียงนางถอนหายใจด้วยความโล่งอกสองเท้าก้าวเดินไปหยุดมองบุตรชาย มือบางยกขึ้นมาลูกที่ศีรษะเบาๆหวังว่าพระองค์คงไม่มีแผนการที่จะนำลูกข้าหนีไปหรอกนะในใจนางกังวลเหลือเกินทำให้นอนไม่ค่อยหลับสนิทเลย

                “ท่านแม่”

    เด็กชายลืมตาตื่นขึ้นมาเห็นใบหน้าผู้เป็นแม่ เขาลุกขึ้นนั่งอย่างสะลึมสะลือ

                “ลูกง่วงก็นอนต่อเถิดแม่จะนั่งอยู่เป็นเพื่อน”

                “ไม่ขอรับลูกอยากไปหาท่านลุง”

                “ซีห่าวต่อไปนี้เมื่อเจอหน้าท่านลุงลูกต้องทำความเคารพหลังสิ้นสุดคำต้องลงด้วยพ่ะย่ะค่ะเข้าใจที่แม่บอกหรือไม่”

    เด็กชายพยักหน้ารับคำอย่างว่าง่าย

                “ท่านแม่ลูกหิวแล้ว”

                “พระชายา”สาวใช้หน้าตาตื่นวิ่งมาเสียงหอบดังด้วยความเหนื่อย

                “มีเรื่องอันใดกันเจ้าถึงเร่งรีบเช่นนี้”

                “หม่อม...เฮ้อ...หม่อมฉันคิดว่าพระชายากับองค์ชายน้อยหนีไปแล้วเพคะ”

    เพ่ยเพ่ยเจ้าคิดได้เช่นไร ณ ตอนนี้ข้ากับลูกจะหนีไปไหนได้ถ้าข้าตัวคนเดียวก็ว่าไปอย่าง

                “เจ้าไปให้คนเตรียมสำรับองค์ชายหิวแล้วเดี๋ยวข้าตามไป”

                “เพคะ”

    แต่งกายเสร็จทั้งสองเดินจูงมือกันไปที่ห้องสำรับพอไปถึงจางหมิ่นก็นั่งรออยู่ก่อนแล้วเด็กชายเมื่อเห็นเขาใบหน้าน้อยก็เผยรอยยิ้มดีใจออกมา

                “ท่านลุง”

                “อะฮึ้ม!”

                “ถวายบังคมเสด็จลุง”

    เด็กชายทำตามที่มารดาบอก จางหมิ่นเห็นแบบนี้ก็รู้ได้ทันทีว่าเข่อซิงขีดเส้นแบ่งให้แล้วเขามองไปยังหญิงสาวที่ตอนนี้ใบหน้าเฉยชายิ่งนัก เขาข่มอารมณ์ข้าต้องใจเย็นจะไม่ทะเลาะกับนางอีก ถึงนางจะทำอย่างไรข้าก็จะไม่ยอมแพ้

                “ซีห่าวมานั่งใกล้ๆ พ่อ”

    หญิงสาวได้ยินคำเรียกแทนตัวเขาเช่นนั้นก็ปลายหางตาไปมองนี่ข้าทำถึงขนาดนี้แล้วยังไม่เข้าใจอันใดอีกรึ เด็กชายยิ้มแล้วเดินไปนั่งใกล้เขาพร้อมหันไปเรียกมารดาเพราะกลัวนางจะโกรธ

                “ท่านแม่มานั่งเร็ว”

                “ลูกกินผักหรือไม่หรือชอบอันใดเป็นพิเศษพ่อจะให้คนนำมาให้”

                “พระองค์...ลูกชายหม่อมฉันทานได้ทุกอย่างไม่เลือกกิน ไม่มีสิ่งโปรดปราน ได้โปรดอย่าทำให้เขาต้องเลือกกินเพคะ”

                “อ๋อ! ข้ารู้แล้ว”

    เด็กชายได้ยินและเห็นใบหน้าหงอยแบบนั้น ข้าต้องพูดอันใดสักอย่างตอนนี้ท่านพ่อคงรู้สึกแย่ไม่น้อย

                “เสด็จลุงข้าชอบกินผักและข้าก็กินได้ทุกอย่างเลยพ่ะย่ะค่ะ”

    เด็กชายหยิบตะเกียบคีบผัดผักเข้าปากพร้อมข้าวสวยจางหมิ่นเห็นเช่นนั้นก็ยิ้มออกมา นี่เจ้ากำลังเอาใจข้าใช่หรือไม่

                “เจ้าใช้ตะเกียบเก่งนัก”

                “ท่านแม่สอนข้า”

                “ทานข้าวเสร็จแล้วออกไปขี่ม้ากับพ่อหรือไม่”

                “ไปๆ”

                “ไม่ได้ถ้าเจ้าตกจากหลังม้าแข้งขาหักแม่จักทำเช่นไรแล้วพระองค์ไม่ออกไปทรงงานด้านนอกหรอกรึเพคะ”

    จางหมิ่นจ้องไปที่เข่อซิงด้วยสายตาไม่ค่อยพอพระทัยเท่าไรนักอะไรกันข้าหัดขี่ม้าตั้งแต่จำความได้ด้วยซ้ำไม่เห็นจะเป็นอันใดลูกข้าฉลาดขนาดนี้จะเป็นอันใดไปได้ อีกอย่างก็มีข้าอยู่ดูแลใกล้ชิดเขาหงุดหงิดยิ่งนัก ลุกเดินออกจากโต๊ะสำรับไป เด็กชายมองตามร่างใหญ่ออกไปจนลับตาท่านพ่อโกรธแล้ว

     

                “แหล่งที่ข้าจะสร้างเตรียมกำลังคนพร้อมแล้วหรือไม่”

                “พร้อมแล้วพ่ะย่ะค่ะอีกสองวันจะเริ่มดำเนินการสร้างแล้ว”

                “อืม”

    เฟยเทียนสังเกตเห็นพระพักตร์พระองค์ทรงไม่ค่อยสดชื่นเลยต้องมีเรื่องไม่สบายใจเป็นแน่

                “พระองค์ทรงเป็นอันใดหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ”

                “ข้าแค่อยากใช้เวลากับลูกเจ้าว่าทำไมช่างเย็นนัก”

                “จะเอาชนะใจพระชายาได้ก่อนอื่นต้องเอาชนะใจองค์ชายน้อยก่อนพ่ะย่ะค่ะ”

                “เจ้าพูดมันง่ายข้าจะพาซีห่าวออกมาขี่ม้านางยังขัดขวาง แล้วจะเอาอะไรมาชนะใจได้”

                “อืม...กระหม่อมคิดว่าเราต้องหลอกล่อสักนิดพ่ะย่ะค่ะ”

     

    เริ่มแผนการวันที่ หนึ่ง ลานม้า

                เขาให้ทหารตั้งลานม้าที่ลานกว้างกลางตำหนักนำม้ามาขี่วนอยู่ เพ่งมองไปยังห้องเด็กชาย เข่อซิงสอนเด็กชายเขียนอักษรเมื่อซีห่าวได้ยินเสียงม้าก็วิ่งออกมาเกาะขอบประตูยืนมอง ข้าอยากลองขี่บ้างจังนางเมื่อเห็นก็เรียกบุตรชายกลับมานั่งเขียนอักษรตามเดิม

                “เอาออกๆ เก็บลานม้าออกไปให้หมดนางช่างใจร้ายเสียจริงไม่ยอมให้ซีห่าวออกมาหาข้าเลย”

                “พระองค์อย่าพึ่งท้อพ่ะย่ะค่ะพรุ่งนี้ยังมี”

     

    เริ่มแผนการวันที่ สอง ลานประลองยุทธ

                ลานกว้างถูกเปลี่ยนเป็นลานประลองยุทธเสียกระทบกันของดาบ ทำให้เด็กชายอดที่จะวิ่งออกมาเกาะขอบประตูมองไม่ได้

                “ซีห่าวเจ้ามานี่”

    เด็กชายเดินคอตกกลับไปนั่งที่เดิม เมื่อเห็นใบหน้าบุตรชายเป็นอย่างนั้นใจนางก็ทุกข์เช่นกันแต่จะให้ทำอย่างไร นางไม่อยากให้ทั้งสองสนิทกันมากเกินไปเพราะถึงตอนที่ต้องแยกจากกันแล้ว นางกลัว กลัวว่าลูกจะทำใจจากมิได้

                “ท่านแม่สอนต่อเลยขอรับ”

                “เจ้าอยากเรียนวรยุทธใช่หรือไม่ไว้เจ้าโตอีกหน่อยแม่จะสอนเจ้าเอง”

                “ขอรับ”

    จางหมิ่นเมื่อเห็นบุตรชายเดินกลับเข้าห้องไปก็หัวเสียขว้างกระบี่ลงพื้น เข่อซิงเจ้าจะใจแข็งไปถึงเมื่อใด

     

            หลังจากส่งบุตรชายเข้านอนเข่อซิงกำลังเดินกลับห้องของตนแต่ระหว่างทางนั้นต้องผ่านห้องของจางหมิ่นเสียก่อน

                “ว้าย!”

    เสียงร้องของหญิงสาวอุทานออกมาด้วยความตกใจ เมื่อถูกมือหนาคว้ากายหายเข้าไปให้ห้องประตูปิดลงนางขยับกายปัดมือหนาออกหันไปจ้องเขม็งชายหน้าตาคมตรงหน้า

                “ข้ามีเรื่องอยากคุยกับเจ้า”

                “พระองค์ทรงมีเรื่องอันใดไว้ค่อยพรุ่งนี้เถิดเพคะตอนนี้ก็ดึกแล้วหม่อมฉันขอตัว”

    เขาเดินไปขวางประตูเอาไว้เพื่อไม่ให้หญิงสาวออกไป

                “ไม่ข้าจะคุยวันนี้ตอนนี้”

    ทำไมพระองค์ถึงเป็นคนดื้อรั้นเอาแต่ใจตัวเช่นนี้จะขัดอย่างไรก็คงไม่ได้สินะ แต่จะให้คุยในห้องคงสุ่มเสี่ยงเกินไปเฮ้อ...นางถอนหายใจตอบรับส่งๆ

                “ได้แต่ต้องออกไปคุยที่ด้านนอกเพคะ”

    นางมองหน้าชายตรงหน้า สายตาที่เย็นชาไร้ความรู้สึกแบบนี้ทำให้เขาต้องยอมเปิดประตูแต่โดยดี

                “เข่อซิงข้าขอร้องเจ้าข้าแค่อยากได้ใช้เวลาอยู่กับซีห่าวบ้างเหตุใดเจ้าต้องคอยขัดขวาง”

                “พระองค์อย่าทำเช่นนี้เลยเพคะ”

                “เจ้าบอกว่าลูกจะเจ็บตัวข้าเข้าใจได้แต่เจ้าลืมไปหรือไม่ว่าข้าก็คือบิดาเขาเช่นกัน ข้าจะปล่อยให้ลูกมีอันตรายได้เช่นไร”

                “มันไม่ใช่แค่เรื่องของอันตรายเพคะสักวันหนึ่งพระองค์ก็ต้องไปจากที่นี้หม่อมฉันไม่อยากให้ลูกต้องเสียใจเมื่อพระองค์ไม่ได้อยู่กับเขาแล้วได้โปรดเข้าใจหม่อมฉันด้วย”

    เสียงสั่นเคลือที่เปล่งออกมาเพราะต้องขมอารมณ์เอาไว้ เขารับรู้ได้

                “เจ้ากับลูกยังคิดที่จะจากข้าไปอีกเยี่ยงนั้นรึตลอดห้าปีที่ผ่านมาข้าคิดว่าเจ้าตายไปแล้ว แต่ในใจของข้าเจ้ารู้หรือไม่ ข้าไม่อาจลืมเจ้าได้เลยบัดนี้เจ้ามาอยู่ต่อหน้าจะให้ข้าปล่อยเจ้าไปง่ายๆ เป็นไปไม่ได้ ข้าทำไม่ได้!”

    ดวงตาแดงกล่ำมองไปยังใบหน้าหญิงสาว ทำให้นางไม่อาจกลั้นน้ำใสเอาไว้ได้

                “พระองค์!...อย่าทำแบบนี้เลยเพคะหม่อมฉันไม่อยากให้ลูกต้องมาเสี่ยงอันตรายเหมือนกับห้าปีก่อน ฮึก!”

    นี้คือแผลในใจของนางที่ข้ายังไม่สามารถข้ามผ่านไปได้เข่อซิงข้าต้องทำเช่นไร

                “ข้าขอสาบานข้าจะปกป้องเจ้ากับลูกด้วยชีวิต”

                “พระองค์ไม่สามารถอยู่กับหม่อมฉันและลูกได้ตลอดอย่าสาบานอันใดเลยเพคะ”

    จางหมิ่นเดินไปหยุดตรงหน้าของนางใช้มือหนาสองข้างจับที่หัวไหล่นางแน่น

                “มองตาข้า...”

    เข่อซิงค่อยๆเงยขึ้นไปมองใบหน้าละมุนของคนตรงหน้าดวงตาเขาแดงมีน้ำใสไหลรินอย่างต่อเนื่อง

    นางสัมผัสได้แล้วว่าตลอดเวลาห้าปีที่ผ่านพระองค์คงทุกข์ไม่น้อยไปกว่านางเลยเมื่อเห็นนัยน์ตาที่เจ็บปวดของเขาแล้ว น้ำตานางพรั่งพรูออกมาไม่หยุด เสียงสะอึกสะอื้นดังที่ไม่อาจข่มเอาไว้ได้โผล่เข้าไปกอดร่างใหญ่แน่น จางหมิ่นได้รับไออุ่นจากกายนางก็ดีใจยิ่งนักโอบกอดร่างบางแน่นเช่นกันทั้งสองตอนนี้ไม่มีใครเอ่ยอันใดอีก มีแค่เสียงสะอื้นค่อยๆ แผ่วเบาลง

                จางหมิ่นยกมือหนาปาดน้ำตาให้ชายาแล้วเคลื่อนไปประคองแก้มสองข้างเลื่อนเข้าหาใบหน้าตนพร้อมก้มลงไปจูบเบาๆที่ริมฝีปากบางของหญิงสาว

            “เข่อซิงข้ารักเจ้า”

    ดวงตากลมโตเบิกกว้างใบหน้านางแดงระเรื่อด้วยความเขินอายหัวใจดวงน้อยกระตุกวาบเต้นแรง อะไรกันเมื่อกี้ท่านกับข้ายังทะเลาะกันอยู่เลยทำไมพาข้ามายังอารมณ์นี้ได้นะ

                “หม่อมฉันง่วงแล้วขอตัวเพคะ”

    นางก้มหน้าพร้อมอมยิ้มเดินไป แต่ก็ต้องหยุดชะงักเมื่อได้ยินเสียงนุ่มของชายหนุ่มบอก

                “ฝันดี”

    นางไม่ได้หันกลับมาหาเขา แต่รีบเดินจากไปไวกว่าเดิมเสียอีกจางหมิ่นมองตามตาไม่กระพริบใบหน้าเผยรอยยิ้ม ได้พูดออกมาแบบนี้ข้าโล่งใจยิ่งนักหวังว่าเจ้าจะเข้าใจในความรู้สึกที่จริงใจของข้าเปิดใจรับข้าให้ข้ามผ่านเส้นแบ่งในใจเจ้า

    คล้ายกับเรื่องเกลียดยิ่งนัก องค์รัชทายาท ที่รักของข้า ที่คุณอ่าน

    ทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】

    ทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】

    นิยาย รัก
    989K 1570
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    [จบแล้ว] คุณหนูสี่ สตรีเปื้อนเลือด

    [จบแล้ว] คุณหนูสี่ สตรีเปื้อนเลือด

    นิยาย รัก
    324K 1320
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    712K 1023
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    355K 668
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.52M 508
    ยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80

    ยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80

    นิยาย รัก
    627K 1276