บทที่ 48 จากลบกลายเป็นบวก
หลังจากพูดจบเขาก็ตบไหล่หยินเหวินกั๋ว
“น้องชาย! ฟังพี่ชายคนนี้ของนายนะ ต่อไปต้องปฏิบัติต่อภรรยาให้ดี! การเชื่อฟังภรรยาถือว่าลาภอันประเสริฐ นายอาจจะไม่รู้ พี่สะใภ้ของนาย… เธอกับฉัน… ”
“โอ้! หยุดๆ ดื่มฉี่แมวเข้าไปรึไงพูดมั่วซั่วไปหมดแล้ว!”พี่สะใภ้จางขัดจังหวะสามีของตัวเอง และช่วยพยุงเขานอนลงบนคัง
“บอกแล้วไง สะใภ้…”
เหล่าจางยังอยากพูดต่อ ดังนั้นพี่สะใภ้จางจึงผลักเขาให้นอนลงแล้วคลุมด้วยผ้านวม
“พูดอะไร?! ไปนอนได้แล้ว!”
หลังจากนั้นไม่นาน เหล่าจางก็หลับไปแล้วกรนออกมา
“หัวหน้าหยิน เสี่ยวหู ทำให้ทั้งสองคนต้องเห็นเรื่องตลกเข้าแล้ว ดูสิเขาดื่มเยอะเกินจนพูดอะไรไม่รู้ออกมาเยอะแยะไปหมด!”
“ไม่ต้องๆ ไม่ต้องทำอะไรวางมือจากจานเดี๋ยวนี้ทั้งคู่เลย ฉันจะทำเอง หัวหน้าหยินตอนนี้ดึกแล้วนายควรไปส่งเสี่ยวหูที่หอพัก”
หลังจากนางจางพูดจบเธอก็ดันทั้งคู่ไปส่งที่ประตู
ทั้งสองก้าวพ้นประตูนางจางก็ปิดประตูทันที บรรยากาศจึงค่อนข้างอึดอัดอยู่ชั่วครู่
“เอ่อ… หัวหน้าหยิน ฉันกลับเองได้นะคะ มันก็ไม่ไกลเท่าไหร่กลับไปพักเถอะค่ะ”
หลังจากหูชื่อเหวินพูดจบเธอก็หันหลังเดินจากไป
“ฉันจะไปส่งเธอ กลับดึกแบบนี้มันไม่ปลอดภัยสำหรับผู้หญิง” หยินเหวินกั๋วเดินตามหูชื่อเหวิน
“ไม่จำเป็นค่ะ ในไร่แบบนี้จะไม่ปลอดภัยได้ไง”
“ไม่เป็นไร ฉันพึ่งดื่มมาอยากเดินผ่อนคลายพอดี” หยินเหวินกั๋วพูดพร้อมกับเดินตรงไปข้างหน้า
หูชื่อเหวินไม่มีทางเลือกจึงเดินตามไปเงียบๆ
ไม่รู้ว่าเป็นเพราะดื่มเหล้าองุ่นหรือเปล่า แต่ร่างกายของเขารู้สึกร้อนอบอ้าวมากจนอยากออกมารับลมเย็นๆ
สภาพอากาศในภูมิภาคนี้ของจีนช่วงปลายเดือนกันยายนนั้นหนาวเย็นตลอดทั้งคืน
เมื่อหูชื่อเหวินเดินออกมาจากห้องอุ่นๆ เธอจึงรู้สึกหนาวสะท้านขึ้นมาชั่วขณะ หญิงสาวจึงใช้มือลูบไหล่ตัวเองเพื่อคลายหนาว
หยินเหวินกั๋วเห็นเข้าจึงถอดเสื้อเชิ้ตสีขาวของตัวเองคลุมให้กับเธอทันที ส่วนตัวเองเหลือเพียงเสื้อคลุมฤดูใบไม้ร่วงลายทางสีน้ำเงินขาวอยู่บนตัวเท่านั้น
“หัวหน้าไม่จำเป็นต้อง…”
“คืนนี้อากาศเย็น ใส่ไปเถอะ”
หูชื่อเหวินมองหยินเหวินกั๋วแล้วไม่ปฏิเสธอีก เธอไม่ชอบอากาศหนาวแบบนี้จริงๆ
บนเสื้อของเขาไม่มีกลิ่นควันหรือกลิ่นเหงื่อเลย มีแค่กลิ่นสบู่หอมอ่อนๆ เท่านั้น
แม้เสื้อจะดูบางแต่ก็ทำให้หูชื่อเหวินอบอุ่นขึ้นมาก
ทั้งสองเดินเคียงข้างกันในยามค่ำคืน ดูโรแมนติกไม่น้อย แต่กลับไม่มีใครพูดอะไรออกมาเลยสักคำ หยินเหวินกั๋วเองก็ไม่เอ่ยปากอะไรออกมา
หูชื่อเหวินก็ไม่รู้จะพูดอะไรเพื่อทำลายบรรยากาศแบบนี้
“นาย…”
“เธอ…”
พวกเขาสองคนเงียบไปนาน จากนั้นพวกเขาก็พูดพร้อมกันโดยปริยาย
“เธอพูดก่อน!”หยินเหวินกั๋วรู้สึกว่าบรรยากาศค่อนข้างกระอักกระอ่วน เขาไม่มีอะไรจะพูด ดังนั้นจึงให้หูชื่อเหวินพูดก่อน
หูชื่อเหวินจำได้ว่าตัวเองมีบางอย่างต้องการจะถามหยินเหวินกั๋วอยู่พอดี
“คุณรู้มาก่อนแล้วใช่ไหมว่าจางหมิงเยี่ยนกับจ้าวหย่วนขุยคบกันอยู่?”
“ตอนจางหมิงเยี่ยนบาดเจ็บก็เป็นจ้าวหย่วนขุยที่ขอให้ฉันส่งยาให้แทนเขา”
หยินเหวินกั๋วไม่ได้บอกเรื่องที่เขาเห็นจากอนาคตของจางหมิงเยี่ยน
“แล้วทำไมถึงไม่บอกฉัน…” น้ำเสียงของหูชื่อเหวินมีความกังวลออกมาเล็กน้อย
“เธอไม่เคยถามฉัน ส่วนฉันก็คิดว่าเธอรู้อยู่แล้ว”
คำนี่อีกแล้ว ‘นึกว่ารู้แล้ว’ !
ใครบอกว่าเธอรู้? ถ้ารู้เธอจะรีบร้อนจับคู่ให้แม่หรือ?
“นอกจากนี้ฉันก็เตือนเธอแล้วว่าอย่าทำตัวเป็นแม่สื่อจอมวุ่น” หยินเหวินกั๋วโกรธเมื่อพูดคำนี้ออกมา เขาคิดว่าเธอน่าจะเข้าใจตั้งแต่ตอนที่เขาเตือนครั้งแรกแล้ว แต่กลายเป็นว่าครั้งที่สองเธอก็ยังเข้าใจผิดอีก
เขาไม่น่าให้สมองไก่กับเธอเลย เธอยังเด็กเกินไป สมควรจะกินสมองหมูเพื่อชดเชยส่วนที่ขาดหายมากกว่า!
“ก็ฉัน…” หูชื่อเหวินรู้สึกผิดนิดหน่อย เธอหยิ่งเกินไปจนเสียสติ ไม่น่าไปโทษผู้ชายคนนี้ทุกอย่างเลย
“ช่างมันเถอะ ในเมื่อรู้แล้วต่อไปเธอคิดวางแผนจะทำอะไร ?”
“ฉันคิดว่าจะ… แล้วทำไมฉันต้องบอกนายด้วย?” หูชื่อเหวินแปลกใจ ทำไมเขาถึงคิดว่าเธอมีแผน?
หยินเหวินกั๋วหัวเราะหึไม่ถามอีก
เมื่อครู่นี้จู่ๆ เขาก็อยากรู้ว่าเธอวางแผนอะไรไว้ แม้ไม่รู้ว่าเป้าหมายของเธอคืออะไรที่ชัดเจนแต่เธอมีแผนการที่คิดเอาไว้แล้วอย่างแน่นอน
ตอนฟังเหล่าจางพูดวันนี้ เขาดันเกิดจินตนาการถึงการอยู่ร่วมกันกับเธอขึ้นมาจริงๆ
หัวของเขาจะต้องฟาดกับอะไรสักอย่างจนเป็นตะคริวแน่ๆ ไม่อย่างนั้นจะมีความคิดแบบนี้ผุดขึ้นมาได้อย่างไร?
เขาไม่มีความคิดที่จะแต่งงานในชีวิตนี้ นี่คงจะเป็นผลกระทบจากภาพครอบครัวของเหล่าจาง จนทำให้เกิดภาพฝันบ้านอันแสนอบอุ่นขึ้นมา
แล้วทำไมต้องเป็นผู้หญิงคนนี้? อาจจะเป็นเพราะเธอดูเหมาะสมกับเขาเป็นอันดับต้นๆ
ขณะเดียวกันหูชื่อเหวินเองก็นึกถึงเหล่าจางและพี่สะใภ้จางเช่นเดียวกัน
ดูเหมือนว่าพี่สะใภ้จางจะแข็งแกร่งมากจนเหล่าจางไม่กล้าพูดอะไร แต่จริงๆ แล้วเธอห่วงใยสามีมาก ความเข้าใจและความรักใคร่สะท้อนออกมาให้เห็นในทุกๆ การกระทำของพวกเขา
อาจเป็นเพราะทั้งคู่ไม่มีลูก พอไม่มีเด็กทั้งคู่จึงดูแลกันเองและหวงแหนช่วงเวลาที่อยู่ด้วยกันมากกว่าปกติ
ในบางครอบครัวความสัมพันธ์ระหว่างสามีและภรรยาอาจใกล้ชิดกันมากขึ้นเพราะการเลี้ยงลูก แต่ในบางครอบครัวก็ทะเลาะกันเองเพราะเลี้ยงลูกได้เหมือนกัน
บางทีอาจเพราะคนเราแตกต่างกัน
อยู่คนเดียวออกจะดี ไม่ต้องมานั่งง้อใครแล้วก็ไม่ต้องมานั่งเอาใจใคร ทำอะไรตามใจก็ได้!
ชีวิตของทั้งคู่ตอนนี้ไม่คาดคิดว่าจะเหมือนกัน สุดท้ายแล้วจากความคิดลบก็กลายเป็นบวก พึ่งพากันได้ไปเสียอย่างนั้น
อาจเพราะบทสนทนาก่อนหน้านี้ของทั้งคู่ไม่สร้างความประทับใจสักเท่าไหร่ หรือไม่ก็มัวแต่กังวลบางอย่างในใจเงียบๆ จึงไม่มีใครอ้าปากพูดออกมาอีกเลย
เมื่อมาถึงประตูหอพักทั้งคู่ก็หยุดเดินพร้อมกัน
“ขอบคุณหัวหน้ามากนะคะ นี่เสื้อค่ะ”
หูชื่อเหวินถอดเสื้อออกจากไหล่ตัวเองแล้วส่งคืนให้หยินเหวินกั๋ว
พอถอดเสื้อออกเธอก็รู็สึกได้ถึงลมเย็นๆ ที่พัดมาโดนไหล่ หูชื่อเหวินจึงอดไม่ได้ที่จะลูบไหล่ตัวเองอีกครั้ง
หยินเหวินกั๋วรับเสื้อคืนและมองไปที่หูชื่อเหวิน
“พักผ่อนเถอะ!”
“ค่ะ” หูชื่อเหวินหันหลังเดินเข้าหอพัก
หยินเหวินกั๋วมองตามแผ่นหลังหูชื่อเหวินที่หายเข้าไปทางประตู จากนั้นเขาก็สวมเสื้อที่พึ่งได้คืนมากลับอย่างสบายๆ
เสื้อยังมีอุณหภูมิจากร่างกายของหญิงสาว มันอบอุ่นและมีกลิ่นของลาเวนเดอร์
หยินเหวินกั๋วเคยได้กลิ่นแบบนี้มาก่อนมันเป็นกลิ่นแบบเดียวกับกระดาษรูปแมวที่เก็บได้ก่อนหน้านี้
เขาไม่รู้ว่ามันคืออะไร
เมื่อหยินเหวินกั๋วหันหลังกลับ เขารู้สึกขำขึ้นในใจ เมื่อกี้ตอนเห็นผู้หญิงคนนั้นกลับหอพักเขาดูเหมือนผู้ชายที่มาส่งคนรักอย่างไรอย่างนั้น
จ้าวหย่วนขุยกับจางหมิงเยี่ยนก็น่ารู้สึกแบบนี้ ทุกครั้งหลังออกไปเจอกัน ชายหนุ่มก็เดินมาส่งหญิงสาวแบบนี้แล้วจากไปแบบเงียบๆ
ปล่อยให้ความอ้างว้างเกิดขึ้นกับตัวเอง
หยินเหวินกั๋วคิดว่ามันไร้สาระนิดหน่อย ชาติก่อนเขามีชีวิตอยู่ถึง 48 ปีและไม่เคยจริงจังกับใครด้วยซ้ำ ใครจะเชื่อล่ะ?