อย่าลืมอ่านตอนที่ 8 ก่อนนะ-------ฟ่านเว่ยและหลงเปาเดินมายังเรือนของนายหญิงใหญ่ แต่สภาพเรือนนั้นดูดีน้อยกว่าเรือนของนายหญิงรองเสียอีก ถ้าเปรียบคงเรียบง่ายแต่สบายตา
สาวใช้ผู้หนึ่งเดินมาหยุด
"นี้คือเรือนของนายหญิงใหญ่ ไม่ทราบว่าท่านเป็นผู้ใดเจ้าคะ "ผู้เดินมาหยุดคือดุรณีสาวน่ารักผู้หนึ่ง
"ข้าเป็นใครหรือ ฮาฮา ข้าคือลูกสะใภ้ของนายหญิงใหญ่อย่างไรเล่า"ฟ่านเว่ยหลุดหัวเราะออกมา เผยให้เห็นเขี้ยวเล็กๆ
"คารวะฮูหยินสามเจ้าค่ะ" นางกล่าวอย่างนอบน้อม นึกถึงข่าวลือเมื่อวานนี้ทำให้นางรู้สึกเกรงไปทั่วตัว
"ข้ามาคารวะท่านแม่ ตั้งแต่ที่ล้มป่วยข้าก็นึกได้ว่าข้ายังไม่เคยมาเยี่ยมท่านแม่เลย"ฟ่านเว่ยยิ้มออกมา วาจาเปล่งเสียงนุ่ม จ้องมองสาวน้อย นางได้ยินเสียงที่นุ่มราวกับขนนกกับใบหน้าที่มีเสน่ห์นั้นก็อดหน้าแดงไม่ได้
ในตอนแรกนายหญิงใหญ่สั่งห้ามผู้ใดมารบกวน แต่เมื่อเห็นใบหน้านั้นนางก็เหมือนมีแรงบางอย่างให้ทำตามอย่างต้องมนต์ นางเดินเข้าไปอย่างเหม่อลอยก่อนที่สักครู่จะเดินออกมา
"นายหญิงใหญ่เชิญท่านเข้ามาเจ้าค่ะ"เสียงหวานแผ่วเบาออกมา ท่าทางของก้มเงยมองฟ่านเว่ยแล้วหน้าแดงก้ำ
ในเรือนมีกลิ่นของยาตลบอบอวนไปหมด หญิงผู้หนึ่งสภาพแห้งเหี่ยวอย่างกับคนแก่ ทรงหน้าซูบผอม ผมเผ้าเป็นแห้งกรอบ ผิวซีดเผือก นางไออย่างหมดแรง
หญิงผู้นี้ก็คือ ฉินผิง ว่ากันว่านางเป็นสาวงามจากเมืองทางใต้ แต่สภาพตอนนี้คงห่างไกลจากสาวงามนัก ทั้งที่อายุก็เทียบเท่าเฟยหลี่ แต่อย่างกับฟ้ากับเหว เฟยหลี่นางยังคงมีใบหน้าอ่อนเยาว์อย่างกับหญิงสาว 20ปีคนพบเห็นนึกว่านางเป็นพี่สาวของอี้เหลียน ส่วนนางนั้นเหมือนแม่ของสามีตน
"เว่ย คารวะท่านแม่"ฟ่านเว่ยเพียงแค่พูดออกมา ฉินผิงนางไม่สนใจท่าทางที่ยียวนนั้น
"ลูกสะใภ้ ข้าได้ยินมาว่าเจ้าล้มป่วยข้าไม่ได้ไปเยี่ยมเจ้าเลย สภาพข้าตอนนี้เองก็คงไปไม่ได้"นางไอออกมา แรงไอทำให้นางตัวสั่นอย่างแรง
"ไม่เป็นไรหรอกท่านแม่ ข้าเพียงแค่แวะเยี่ยมชมท่านเท่านั้นเอง พอดีข้ามีโสมดีๆมามอบให้ น้ำใจนี้ขอให้ท่านรับไว้"ฟ่านเว่ยยิ้มกว้างก่อนให้หลงเปาเอาโสมมามอบให้กับนายหญิงใหญ่
"ข้าขอดูอาการท่านสักครู่ได้หรือไม่"ฟ่านเว่ยมองฉินผิง นางเองก็มองฟ่านเว่ย
"ลูกสะใภ้กำลังเล่นตลกอะไรอยู่หรือ"เสียงของนางเย็น
"ป่าว ข้าไม่ได้เล่น"ฟ่านเว่ยทำตาโตส่ายหัวไปมา ก่อนฟ่านเว่ยพูดจบเขาจับมือของฉินผิง นางนิ่งค้างนางทั้งไอทั้งตกใจ คนผู้นี้คิดจะทำไรนาง ก่อนที่นางจะตั้งสติเพื่อเรียกคน เสียงของฟ่านเว่ยก็ขึ้นมาเสียก่อน
"หืม ท่านถูกวางยานิ"ฟ่านเว่ยพูดเสียงเรียบ ก่อนหรี่ตามองนาง พร้อมเย้ยหยันยิ้มออกมา
สิ้นคำพูดของฟ่านเว่ย นางก็ตกตะลึง เงียบปากค้างวางยางั้นรึ นางไม่อยากเชื่อคนผู้นี้ที่ขึ้นว่า คนโง่ แต่วินาทีที่คำพูดของฟ่านเว่ยเปล่งออกมาจะทำให้นางสั่นสะท้านไปทั่วตัว
"หืม ที่ท่านป่วยเพราะถูกวางยาตอนกำลังตั้งครรภ์เพราะฉะนั้นตอนที่คลอดเด็กเด็กก็เลยจากไปสินะ เอ๋ เอ๊ะ อาการป่วยของท่านมาจากพิษในตอนนั้นที่ค้างอยู่"ฟ่านเว่ยเอื้อมมือไปหยิบจอกขึ้นมาหนึ่งจอก เขาค่อยๆเทน้ำลงในจอกดวงตาเพ่งเล็งน้ำในจอกที่กำลังไหลทะลักออกมา รอยยิ้มที่สง่างาม มุมปากยกขึ้น
ฉินผิงได้ยินเช่นนั้นนางก็ตาโต หายใจแรงขึ้น ความลับที่เก็บมาช้านานในตอนนี้มันกำลังเปิดออก นางมือไม้สั่น เหม่อลอยขึ้น เหมือนมีมีดกรีดนางเรื่องที่แท้งเด็ก แต่เรื่องที่ว่าถูกวางยาเรื่องนี้นางพึ่งรู้ นางหลงคงคิดมาตลอดว่าสาเหตุที่ว่านางล้มป่วยแท้จริงเกิดจากแท้งบุตร หารู้ไม่ว่านางโดนวางยา ใคร ฝีมือใคร นางมีเหงื่อเย็นไปทั่วตัว
นางสีหน้าตื่นตระหนกก่อนที่จะหันไปมองฟ่านเว่ยที่กำลังยิ้มแย้มสดใสอยู่นั้น ลางบางอย่างบอกนางว่าคนผู้ต้องช่วยนางได้ นางก็เหมือนมีความหวังที่ฝุดขึ้น
"ท่านได้โปรดช่วยข้าด้วย ช่วยข้าด้วย ข้าอยากรู้ใครวางยาพิษข้าทำให้บุตรข้าต้องจากจ้าไป ได้โปรด"นางคุกเข่าโขกศีรษะลง น้ำตาไหลริน คนผู้นี้รู้ว่านางแท้งบุตรและเรื่องอาการป่วยเขาต้องช่วยตนได้แน่ๆ ศักดิ์ศรีในตอนนี้นางได้โยนทิ้งไปแล้ว
"เอ๋ เรื่องนั้น"ฟ่านเว่ยหรี่ตาลง ก่อนที่จะนำสองมือมาประสานที่คาง หรี่ตาลงมองฉินผิง ยกยิ้มขึ้นอย่างชั่วร้าย
"ได้โปรด ท่านอยากได้อะไรข้าให้ได้ ขอแค่รักษาข้าที"นางร้องไห้ออกมาอย่างสมเวชน้ำนองเต็มหน้า สาวใช้เมื่อเห็นได้ยินเสียงของนายก็จะวิ่งเข้ามา แต่ฉินผิงสั่งห้าม
"เอ๋ เอาไงดีนะ อืม งั้นก็ได้ แต่ว่าข้าอยากรู้เรื่องเรื่องนึง"ฟ่านเว่ยมองซ้ายมองขวา เหลือบตามองที่พื้น ฉินผิงเห็นเช่นนั้นก็ใจไม่ค่อยดี
"เรื่องอันใดหรือ ลูกสะใภ้ ท่านบอกข้าได้ ข้าบอกท่านได้ทุกอย่าง"นางยินดีมอบทุกอย่างให้
"ก็ ~ ในเมื่อเจ้าแท้งบุตร แล้ว"ฟ่านเว่ยหยุดพูด ก่อนลากเสียงออกมาอย่างเชื่องช้า เมื่อพูดถึงบุตรที่แท้งไปนางก็ใจสั่น
"แล้ว ~ อี้หลงเป็นลูกใคร"ฟ่านเว่ยหันกลับมาจ้องนางฉินผิง แสงเย็นในดวงตาวาบเจ้ามาในสายตาของนางนางตัวสั่น นางหายใจแรงขึ้นก่อนที่จะสงบสติตน หลับตาลงก่อนที่จะเปิดตาขึ้นมามองอีกครั้ง นางจึงตัดสินใจเล่าเรื่องของตน ยังไงซะก็ลงเรือลำเดียวกันแล้ว
"ในตอนนั้น ข้ากำลังท้องบุตรอยู่"นางว่าพลางจับท้องของตน ลูบอย่างแผ่วเบา ฟ่านเว่ยจ้องมองนางก่อนที่จะตัดสินใจหยิบขนมของฉินผิงขึ้นมากิน
"ท้องฟ้าแจ่มจ้า ข้าตัดสินกลับเมืองที่บ้านเกิด ใครจะรู้เล่าว่าท้องฟ้าจะเปลี่ยนเป็นพายุฝนเทกระหน่ำข้ามองออกไปนอกหน้าต่าง ในตอนนั้นเองข้าก็รู้สึกเจ็บท้องจนต้องแวะหมูบ้านใกล้ๆ น่าเศร้าลูกข้าจากไป พักฟื้นได้ไม่กี่วันพวกข้าก็ออกเดินทางต่อ ทันใดนั้นข้าก็เห็นหญิงสาวผู้หนึ่งวิ่งมาอย่างตื่นตระหนก นางเหมือนกำลังหลบซ่อนอะไรสักอย่างในอ้อมแขนของนางมีทารกอยู่ นางยื่นมอบเด็กมาให้ข้าก่อนที่จะวิ่งไปอีกทาง ข้าเฝ้ามองดูเด็กในอ้อมแขนของข้า ข่างเป็นเด็กที่น่ารักน่าชัง ข้าที่เสียบุตรไปได้ตัดสินใจเลี้ยงเด็กผู้นั้น"นางนึกถึงความหลังของตนก็ยิ้มออกมา
"เอ๋"ฟ่านเว่ยยิ้มเย็น เพราะเขาคิดอยู่แล้วว่า อี้หลงไม่เหมือนคนในสกุลอี้เลย เขาลอบยิ้มออกมา
"ตอนนั้นที่ตัวของอี้หลงมีป้ายหยกติดตัวรูปพยัคฆ์ขาว"ฉินผิงทำท่านึกก่อนที่จะเอยขึ้น ฟ่านเว่ยได้ยินก็หยุดขนมในปาก ก่อนที่จะหรี่ตา ครุ่นคิดบางอย่างรอยยิ้มฝุดขึ้นมา
"เอาละ เจ้าเอานี้ไปต้มทุกเช้า เที่ยง เย็น หลังอาหารทุกวันติดต่อกัน อาทิตย์นึง พิษในร่างกายท่านก็หายหมดไป ยาบำรุงร่างกายทำให้เกิดความอยากอาหารยิ่งขึ้น ตอนนี้เจ้าผอมแห้งอย่างกับกระดูก ข้าเห็นแล้วรังเกียจเอาไปซะ"ฟ่านเว่ยเอยเสร็จ เขาก็ลุกขึ้นยืนเดินออกไปจากเรือนนั้น
ฟ่านเว่ยเดินกลับเรือนของตนด้วยใบเรียบเฉยแต่หากสังเกตุดีๆจะมองเห็นมุมปากที่ยกขึ้น ดวงตาฉายไปด้วยรอยยิ้ม
ตอนนี้เขาละสนใจจริงๆ ตอนนี้มีแต่เรื่องน่าสนุกทั้งนั้น จะไม่ให้เขาอยู่ต่ออีกได้เยี่ยงไร