สถาบันหงส์ฟ้า
เขตศิษย์นอกที่หอพักสตรี
ในห้องหนึ่งมีเงาชายหญิงกำลังยืนกอดกันอยู่
“เหม่ยเย่ ใยเ้าช่างงดงามนัก” บุรุษหนุ่มหน้าตาหล่อเหลาเอื้อนเอ่ยกับสตรีในอ้อมกอดนิ้วมือลูบไล้ใบหน้าของหญิงสาว
“คุณชายอย่าได้ล้อเล่นเช่นนี้” นางนั้นรู้สึกอายไม่กล้าสบสายตากับบุรุษหนุ่ม ทันใดนั้นชายหนุ่มพลันใช้นิ้วเชยคางของนางขึ้นมา
หลิวซิงประทับริมฝีปากประกบโดนพลัน มือนึงโอบเอวบางๆเอาไว้ไม่ให้นางดิ้นหลุดไปได้
“อ๊า ไม่ได้นะคุณชาย” เหม่ยเย่โดนจูบทีเผลอทำเอานางไม่ทันตั้งตัวได้ทันพลันสะบัดหน้าหนีก้มลงด้วยความเอียงอาย นางพยายามใช้สองมือผละดันที่หน้าอกชายหนุ่มเพื่อจะผลักออกไป แต่ด้วยร่างกายที่สมชายชาตรีของหลิวซิงทำให้แรงอันน้อยนิดของนางไม่อาจที่จะขัดขืนดิ้นหลุดจากอ้อมกอดของชายหนุ่มได้
เฉินเหม่ยเย่หัวใจเต้นระรัวนางไม่เคยได้ัักับบุรุษคนใดแบบไกล้ชิดขนาดนี้มาก่อนเลย หลิวซิงราวกับถูกกระตุ้นเมื่อเห็นอาการเขินอายของนางพลันปลุกสัญชาติญาณชายหนุ่มให้พุ่งทะยานขึ้นไปอีกระดับ มือนึงเริ่มรุกเร้าลูบไล้เรือนกายแหวกว่ายมุดไซร้เข้าใต้ร่มผ้าของนาง
หลิวซิงรุกซุกซอกคอนาง ทำให้เฉินเหม่ยเย่รู้สึกไร้เรี่ยวแรงขัดขืน
“อ๊า” ไม่นานนักหลิวซิงพลันร้องออกมา มีดสั้นเฉียดผ่านแก้มเขาไป และรู้สึกว่ามีมีดค่อคออยู่ จากทางด้านหลัง เขาเหลียวหันหน้าไป เห็นเงาสตรีรูปงามอย่างเลือนรางไม่อาจเห็นใบหน้าของนางได้ชัดเจน
จากนั้นก็เหมือนมีมือมากดหัวของเขาอย่างแรง อำนาจแรงนั้นทำเอาหลิวซิงมิอาจต่อต้าน เขารู้สึกหายใจไม่ออกตอนนี้เขากำลังโดนกดหัวให้จมอยู่ในน้ำ “มันเกิดอะไรขึ้น อั่ก” เขารู้สึกเหมือนกำลังจะขาดใจตาย
“อ่า แฮ่กๆๆ” ชายหนุ่มตื่นขึ้นพบว่าตัวเองกำลังแช่น้ำอยู่ “นี่ข้าหลับไปรึ?” เขานอนหลับจนจมน้ำที่กำลังแช่อยู่ หลังจากฝึกติดต่อกันมายาวนานสามวันไม่หลับไม่นอน เมื่อได้มาแช่น้ำร้อนพลางจิบสุราทำให้ร่างกายผ่อนคลายและเผลอหลับไป
หลิวซิงถูกจมูกของเขาและยิ้มกรุ้มกริ่ม เขาอดไม่ได้ที่จะนึกภาพในความฝันนั้นขึ้นมาก่อนรอยยิ้มนั้นจะเปลี่ยนเป็ปั้นยากยบิดเบี้ยว และเอามือลูบคอเบาๆชายหนุ่มอดไม่ได้เมื่อนึกถึงฝันแล้วความรู้สึกค้างคาที่เหมือนโดนมีดจ่อคอของเขายังหลงเหลืออยู่
“หืย เป็เพราะแม่สาวแอสซาซินแท้ๆแม้แต่ในฝันก็ยังมาหลอกหลอนกันได้” หลิวซึงอดเคืองไม่ได้ที่หญิงสาวลึที่มาข่มเขาไว้ในหลายคืนก่อน
หลิวซิงออกลุกออกจากหม้อแช่น้ำในใหญ่และสวมเสื้อผ้าอย่างรวดเร็ว ในโลกใบเดิมหลิวซิงต้องตั้งตาเรียนและทำงานเก็บเงินอยู่ตลอดเวลาพอรู้ตัวอีกทีก็อายุเยอะขึ้นๆ เขาได้ใช้ชีวิตใน่วัยรุ่นไปกับการเรียนและทำงานไม่เหมือนวัยรุ่นคนอื่นๆ
ประสบการณ์เื่ความรักในวัยหนุ่มสาวนับว่าเป็ศูนย์ ในตอนทำงานนั่นก็ไม่มีเวลาเที่ยวสนุกเหมือนกับคนอื่น การทำงานในครัวนั้นงานหนักมากในตอนที่เป็ลูกจ้างของร้านอาหาร พอเลิกงานเสร็จก็หมดแรงไม่มีเวลาไปทำอย่างอื่นเลย ไหนจะต้องตั้งใจเรียนให้ดีเพื่อที่จะได้มีสิทธิ์กู้ทุนยืมเรียนอีก
ชีวิตของเขาช่างลำบากมามากมายนัก ตอนนี้เมื่อได้มาอยู่ในอีกโลกนึงแล้วเขาตัดสินใจที่จะหาความสุขใส่ตัวบ้าง หลิวซิงเดินเล่นไปรอบๆป่าบริเวรหลังหอสตรีเขาแหงนหน้ามองขึ้นฟ้ามองดูดวงดาวยามค่ำคืนสีหน้าเขาเหมือนคิดอะไรบางอย่าง
“ข้าคือคุณชายหลิว ฮืม.. สถานะของข้าคงพอมีหน้ามีตาบ้าง แต่คุณชายหลิวในโลกนี้คนเดิมเขาน่าสงสารยิ่ง สงสัยวันๆเอาแต่หมกตัวอยู่บ้าน หากเป็ข้านั้นก็คงไม่อยากออกจากบ้านเช่นกัน ไร้พลัง โดนกลั่นแกล้ง โดนเหยียดหยามเยาะเย้ย ดังนั้นในเมื่อข้าที่ได้มายังโลกใบนี้และมีใบหน้าเหมือนเ้าแล้ว ข้าที่ได้สวมรอยโดยตัวตนของเ้าข้าจะกอบกู้ชื่อเสียงของเ้ากลับคืนไม่ให้ใครมาดูถูกเหยียดหยามเ้าได้อีก” หลิวซิงได้ให้สัญญากับตัวเองกับคุณชายหลิวของโลกนี้
“อาจารย์บอกไว้ว่าความแข็งแกร่งคือทุกสิ่ง คนที่มีความแข็งแกร่งกว่าเท่านั้นในโลกนี้ที่มีสิทธิ์มีเสียงเหนือสิ่งอื่นใด ข้านั้นยังอยู่ในระดับต่ำที่สุดกำเนิดลมปราณ สงสัยต้องรีบหาหินิญญาเพื่อที่จะได้นำมาบ่มเพาะ อืมพรุ่งนี้ข้าคงต้องไปทำภารกิจ”
“หืม เกิดอะไรขึ้นที่หอพัก?” หลิวซิงอยู่ที่ป่าหลังหอพักไม่ไกลเท่าไหร่เขาได้ยินเสียงอึกทึกครึกโคมดังมาแถบที่พักของเขา
หอสตรีที่พักหลิวซิง
ปั้ง....โครมม
ประตูห้องหลิวซิงพังลง มีชายร่างใหญ่เข้ามา เขาะโคำรามออกมาอย่างเกรี้ยวกราด “ไอ้คุณชายหลิวบัดซบโผล่หัวออกมาซะ”
หลายวันก่อนที่ หลิวซิงได้เอาชนะ หลิวมู่เยี่ยน เพียงหนึ่งกระบวนท่า ข่าวนี้ก็ได้แพร่กระจายออกไปไวปานไฟลามทุ่ง ตัวตนของหลิวซิงถูกเรียกขานกันว่านายน้อยหลิวก็ได้กลายเป็หัวข้อสนทนาหลักๆของศิษย์สายนอกในสำนักทันที
ก่อนหน้านี้เมื่อยามเช้าของวัน ณ ที่เขตศิษย์นอก
มีกลุ่มศิษย์นั่งพูดคุยกันอยู่
“ตอนนั้นข้าได้ยืนดูการประลองนั่น ออร่าพลังของเขาอยู่เพียงแค่ระดับกำเนิดลมปราณขั้นแรก
กลับล้มหลิวมู่เยี่ยนที่อยู่ถึงขั้นสี่ได้หนึ่งกระบวนท่าคุณชายหลิวช่างแข็งแกร่งนัก”
“นายน้อยหลิวผู้ที่ทุกคนรู้เพียงว่าไร้พลังยุทธ แต่ตอนนี้เขามีพลังยุทธแล้ว แต่ก็ไม่ได้โอ้อวดตนเหมือนดั่งหลิวมู่เยี่ยนผู้น่าอนาถคนนั้นทุกคนต่างก็รู้ว่าเขาชอบข่มเหงคนที่อ่อนแอกว่าตัวเขา”
“นายน้อยหลิวคนนั้นน่าชื่นชมอย่างยิ่ง ข้าควรเอาเขาเป็แบบอย่าง”
“ใช่เขาแข็งแกร่งมาก ข้าเห็นประกายสายฟ้าทมิฬออกมาตอนเขาโจมตีด้วย”
“ข้าว่าเขาคงใช้ทักษะระดับสามแน่พลังทำลายรุนแรงมาก”
“ข้าไม่เคยเห็นทักษะที่มีประกายสายฟ้าสีดำมาก่อนเลย”
“หลังจากจบการประลองข้าไม่เคยเห็นเขาในสำนักเลย เขาพักอยู่ที่ไหนในสำนักพวกเ้ามีใครรู้บ้าง?”
“นั่นสิ ข้าเองก็ไม่เคยเห็นเขาที่หอชายเลย”
“เหมือนข้าจะเคยเห็นมาที่โรงอาหารตอนนั้นเขาเดินมาทางทิศของหอสตรีนะ”
“ ..... “
ระหว่างที่พวกเขากำลังสนทนากันอยู่ได้มีชายร่างใหญ่คนหนึ่งกำลังนั่งอยู่ไกล้ๆพอที่จะได้ยินสิ่งที่พวกเขาพูดคุยกันอยู่อย่างชัดเจน ชายคนนั้นได้กำหมัดแน่นจนขาวซีดและลุกออกไปซึ่งชายคนนี้ก็ได้ออกตามหาคุณชายหลิวมาสองวันแล้วแต่ก็ไร้วี่แวว เขาคือหลิวมู่เหยียนนั่นเองเป็พี่ชายของหลิวมู่เยี่ยน
เมื่อได้ข่าวว่าน้องชายบากเจ็บเขาก็ออกจากเขตกลางมายังเขตนอกเพื่อมาดูอาการของน้องชายเขา และได้ตามหาตัวหลิวซิงไปทั่วทั้งเขตศิษย์นอก เขาค้นหาทั่วทั้งหอพักบุรุษแล้วแต่ก็ไม่พบ ส่งข่าวไปถามคนในตระกูลหลิวแล้วก็ไม่มีวี่แววของคุณชายหลิวอยู่ที่ตระกูลแต่อย่างใด และวันนี้เขาดันบังเอิญมาได้ยินบทสนทนาของศิษย์เหล่านี้ขึ้นมาพอดี..
เขาจึงไม่ลังเลที่จะมาบุกที่หอพักสตรี หลิวมู่เหยียนไม่เกรงกลัวใดๆทั้งสิ้นเพราะว่าเขาคือศิษย์สายในที่อยู่เขตกลางมีอำนาจมากกว่าและศิษย์สายนอกพวกนี้ต้องหวาดกลัวตัวตนของเขา
“สวะอย่างแกบังอาจมาทำร้ายมู่เยี่ยนน้องข้า วันนี้เ้าต้องชดใช้ โผล่หัวออกมารับความตายจากข้าหลิวมู่เหยียนคนนี้ซะดีๆ!”
โครม โครม
หลิวมู่เหยียนพังเตียงนอนและข้าวของภายในห้องของหลิวซิง
ตอนนี้หลิวมู่เหยียนได้กลายเป็จุดสนใจของผู้คน เหล่าศิษย์ที่หอต่างพากันมุงดูชะโงกมองหน้าห้องของหลิวซิง หอสตรีเป็เขตที่ผู้ชายห้ามเข้าอย่างเด็ดขาดแต่ในตอนนี้ไม่มีใครกล้าเข้าไปห้ามหลิวมู่เหยียนที่กำลังทำลายข้าวของภายในห้องของหลิวซิงเลย ในตอนนั้นมีร่างนึงทะยานไปที่ห้องหลิวซิง
"หยุด ถึงเ้าจะมาจากส่วนกลางเ้าก็ไม่มีสิทธิเข้ามาอาละวาดที่นี่" เฉินเหม่ยเย่เข้ามาห้ามหลิวมู่เหยียน
"ฮ่าๆๆๆ เ้ากล้าห้ามข้างั้นรึ?"
มู่เหยียนกำหมัดแน่นออัดพลังปราณลงไปและชกออกไปหาเฉินเหม่ยเย่
วูมม
เฉินเหม่ยเย่นางเอากระบี่ออกมาตั้งรับไว้ นางมีพลังอยู่ในระดับกำเนิดลมปราณขั้นที่ห้า ไม่สามารถที่จะต้านรับแรงดันจาก ระดับััิญญาได้
"อ้าา"
กระบี่ของนางหลุดมือและตัวกระเด็นออกจากห้องไป สามสิบเมตร พร้อมกระอักเืออกมา กำลังภายในแตกซ่านอวัยวะภายในได้รับความเสียหาย ศิษย์คนอื่นที่เห็นต่างพากันเข้ามาประคองร่างของนาง
หลิวมู่เหยียนเดินออกมาจากห้องและชี้หน้าของเฉินเหม่ยเย่ พร้อมกับปล่อยออร่าระดับััิญญาขั้นสามกระจายออกมารอบๆ ทำให้ศิษย์สตีทั้งหลายต่างหวาดกลัวก้มหน้าลงไม่กล้ามองหน้าของหลิวมู่เหยียน
“ฮ่าๆๆ พวกเ้าดูนางเป็ตัวอย่างและจำไว้เป็บทเรียน อย่าได้บังอาจมาห้ามข้าอีก มิเช่นนั้นพวกเ้าจะเป็แบบนังนี่ ฮ่าๆๆ” เขาหัวเราะเยาะและทำสีหน้าเหยียดหยามมองดูศิษย์สตรีเบื้องหน้าทั้งหมด
“ถ้าพวกเ้าคนใดพบเห็นคุณชายไร้ค่านั่น ให้มาแจ้งข่าวกับข้าคนนี้ ข้าจะให้หินิญญาเป็สิ่งตอบแทนอย่างงาม แต่ใครช่วยเหลือและให้ที่ซ่อนกับมันอย่ามาหาว่าข้าไม่เตือน” หลิวมู่เหยียนวางท่าและข่มขู่เหล่าศิษย์สตรีเขตนอกอย่าหน้าไม่อายและตอนนี้เขากำลังเดินมาไกล้เฉินเหม่ยเย่ที่กำลังได้รับาเ็
“วันนี้ข้าจะตบสั่งสอนนั่งนี่ พวกเ้าจงดูเอาไว้เป็บทเรียน” หลิวมู่เหยียนเข้าไปกระชากแขนนางลุกขึ้นมาและเตรียมจะตบไปยังใบหน้าของเฉินเหม่ยเย่อย่างไร้ความปราณี
“หืม เ้ากล้า?” ทันใดนั้นมีเสียงเอ่ยขึ้นมา ที่ทำให้หลิวมู่เหยียนต้องชะงัก และหันไปยังทิศทางน้ำเสียงนั้น สายตาของเ้าของเสียงนั้นยังจ้องมาด้วยจิตสังหาร
ปล.(ฉบับรีไรท์ใหม่นะครับ)