ณ เบื้องบนใจกลางสนามที่มีจุดสนใจเพียงสิ่งเดียว ภายในกำแพงถ้ำบางส่วนที่แตกละเอียดจากแรกอัดกระแทกของร่างจิ้งจอก ภายในปรากฏร่างที่นอนทอดกายปล่อยตัวด้วยท่าทีที่เย้ายวลแม้ยามหมดสติภายใต้ 3 หางที่โผล่ขึ้นมาชั้นรับร่างของนางคู่นึงและขยายตัวเหมือนมีอีกชีวิตเป็ของตนแทนโล่ของนางและอีกหางที่รับพันกายร่างของเด็กหนุ่มไว้ เผยผิวกายขาวผ่องเริ่มมีสัญญาณขยับตัวเล็กน้อย แพขนตาขาวเริ่มกระพริบก่อนเปลือกตาตาค่อยๆลืมขึ้นมา ั์ตาที่เป็รูปเขี้ยวที่แหลมคมเริ่มลืมขึ้นมาจนสุด ก่อนนางจะค่อยๆชันมืองของนางขึ้นมาพร้อมหางที่เลื่อยตามแขนและสอดเข้าไปในฝ่ามือสภาพคว้ำลง ก่อนจะแข็งตัวเป็ที่รองให้นางได้ดันตัวขึ้นมา ปราณจิตประจำตัวแผ่กระจายออกตามสัญชาตญาณอีกครั้งเผื่อสำรวจสถานการณ์เบื้องล่าง ไม่กี่อึดใจ
งะ..ฮะ..ฮัดเช้ย! เสียงที่ดังกระทันหันของเด็กหนุ่มที่นอนกอดหางของนางเนื่องจากขนที่ฟูฟ่องหากแต่อยู่ในสภาพเป็นุ่นที่รับร่างตน ขนของมันต้องเข้าให้กับจมูกเด็กหนุ่ม ทำให้ร่างตนสั่นเคลือก่อนจะจามออกมาอย่างควบคุมไม่ไ้ด้ ดึงความสนใจของนางที่ยืนเหม่อมอง รับฟังการสนทนาผ่านจิตเสียงเฉพาะของเหล่าอสูรช้างที่ลงไปเบื้องล่างเพื่อตรวจสอบสิ่งแปลกปลอมขนามโออานี้กับอสูรทาก และนำสิ่งที่ตนได้รับรายงานมาบอกแก่นางให้ทราบอีกที
เด็กหนุ่มเริ่มรู้สึกถึงอาการเมื่อยล้าของกล้ามเนื้อได้อย่างชัดเจนจากการถูกเร่งปฏิกิริยารักษาสมานแผล กายที่เริ่มเหยียดตัวลุกขึ้นจากหางปุยนุ่นอย่างลำบาก เปลือกตาที่ยังลืมไม่สุดสภาพดั่งเด็กที่พึ่งลุกจากเตียงเตรียมตัว กินข้าว ทำกิจกรรม เข้าเรียนยามเช้าในสภาพที่ยังไม่พร้อมหากได้กลับไปหลับอีกครั้งคงเป็ความรู้สึกที่มีความสุขเป็ที่สุด
"โอ้....ตื่นแล้วเหรอเ้าหนู ดูท่าทางเ้าจะหิวแล้วข้าเองก็ไม่มีอาหารสำหรับมนุษย์สะด้วยสิ จะทำอย่างไรดีละหืม? นิ้วที่ชันขึ้นมาทำเป็ตะขอพยายามบิดม้วนคราบน้ำตาที่เริ่มแข็งตัว ที่เกาะติดหางตาออกได้ยินเสียงใสแจ่วก่อนจะเริ่มมองเห็นร่างอสูรจิ้งจอกเบื้องหน้า ทำเอาเด็กหนุ่มยืนเเข็งค้างตลึงกับความงดงามของหญิงสาวเบื้องหน้าที่ยืนท่าทีสบายพลางลูบไล้หางของตนที่เลื่อยชันตัวขึ้นมาเผยจุดโค้งเว้า เสน่ห์หาชัดเจนมากขึ้น
"ทะ..ท่านเป็ใครกัน..ร่างเด็กหนุ่มที่ตอนนี้ลืมตาขึ้นสนิท ทว่าด้วยอาการใที่จู่ก็เข้ามาแทรกท่าทีโงนเงนของตัวเองกลับก้าวถอยหลังไม่รู้ตัวก่อนจะััความนุ่มฟูที่ลอยขึ้นมารับร่างของตนก่อนจะดันร่างเด็กหนุ่มที่ร้องออกมาหวือหวา ให้ลอยเข้าหานางอย่างช้าๆ "พะ พี่สาวเอ้ย..ท่านอสูรผู้ยิ่งใหญ่ ข้าไม่ได้ทำอะไรผิดปล่อยข้าไปเถอะ ข้าสัญญาว่าหากออกไปแล้วท่านจะไม่เจอข้าอีกแน่นอ..อุ๊บ!
เด็กหนุ่มที่พูดไม่ทันจบก็มีนิ้วเรียวยาวออกมาปิดปากไว้ ก่อนร่างรหงเบื้องหน้าจะเดินเข้าหาพร้อมกายเด็กหนุ่มที่ลอยเข้าใกล้เรื่อยๆ ก่อนริมฝีปากที่อวบอิ่มจะเริ่มพูดใกล้ๆเด็กหนุ่มที่ตอนนี้เริ่มเกิดอาการเคอะเขินออกมาอย่างช่วยไม่ได้ "จุ๊ๆ เ้าหนูหากข้าปล่อยเ้าออกไปเพียงไม่กี่อึดใจเ้าจะเป็เพียงก้อนเนื้อน้อยที่รอเป็ที่ระบายความกระหายของอสูรเบื้องล่างก็เท่านั้น สู้เ้าอยู่รับใช้ข้าไม่ดีกว่าหรือ?นางพูดออกไปพร้อมเริ่มจับที่แก้มเด็กหนุ่มเบาๆ
"ข้าเสียดายความงาม ั์ตาคู่นั้นของเ้า คงเป็ที่เสียดายไม่น้อยหากต้องมาเห็นอัญมณีดวงใหม่นี้ต้องบุบสลายออกไป หากเ้าใคร่ปราถนาความตายข้าก็จะไม่ขืนห้ามเ้าไว้ เพียงแค่พี่สาวคนนี้จะดึงั์คู่นั้นของเ้าออกมาเก็บไว้เชยชมก็พอแม้ความสุกสกาวจะเสื่อมลงไปแต่ก็น่าจะอยู่ในระดับที่พอรับได้อยู่ หึหึ ข้อเสนอนี้ข้าก็พอจะยื่นให้เ้าได้เช่นกัน"
คำพูดที่ตัดสินดั่งบังเหียรชีวิตของเด็กหนุ่ม ทำให้ร่างน้อยเริ่มสั่นไหวด้วยความกลัว ใบหน้าที่ถูกบีบเบาๆเริ่มส่ายไปมาไม่ยินยอมต่อชะตากรรมนี้ สร้างความยินดีแก่อสูรเบื้องหน้าก่อนนางจะคลายมือที่บับออกช้าๆ "วางใจเถอะหนุ่มน้อย ภายใต้การเป็เด็กรับใช้ของข้าก็นับว่าเป็คนของข้าแล้วเช่นกัน ผู้ใดจะหาญกล้าทำร้ายเ้าก็ต้องสยบข้าผู้นี้เสียก่อนเอาหละๆ ข้าคงไม่วางสนทนากับเ้าทั้งวัน เ้ารู้ไหมอสูรมากมายยังไม่โชคดีเช่นเ้าเลยนะที่สามารถอยู่ใกล้และร่วมสนทนาร่วมกันได้นานถึงขนาดนี้นับว่าเ้าเป็คนแรก ดีใจหรือไม่โฮะๆ ว่าแล้วร่างของนางก็หายไปในพริบตาเหลือเพียงร่างน้อยที่จ้องมองออกไปภายนอกโพรงกำแพงที่ถึงแตกออกเป็หลุมถ้ำภายในขนาดเล็กทันที
"ไหนๆ เ้าสิ่งนี้คืออะไรอย่างนั้นหรือ เล่นทำให้ข้าอสูรจิ้งจอกผู้นี้ต้องเสียท่านอนหมดสติไปชั่วคราวเชียวนะ ไม่รู้ว่า่เวลานั้นพวกเ้าทำอะไรข้าไปแล้วบ้างหืม... ท่าทียั่วยวลเป็ธรรมชาติ เริ่มปั่นประสาทอสูรระดับแนวหน้าที่ตรวจสอบ กระถางที่ตั้งตระหงานนิ่งไม่ไหวติงที่สูงใหญ่เทียบบ้าน หลังนึงยังได้ "หึ่ม! เลิกเล่นได้แล้ว มาช่วยข้าตรวจสอบเ้าสิ่งนี้หน่อย อสูรปักษาเบื้องบนเป็เช่นไร? อสูรทากไม่อยากเสียเวลากับ่เวลาศึกษาสภาพของเหลวที่เปรอะป้วนไปด้วยพลังประหลาดบางอย่างที่ต้องอาศัยเวลาชั่วน้ำเดือดจึงจะเริ่มตรวจจับได้ ก่อนจะเริ่มเก็บไว้ศึกษาภายหลังและหันมาสนใจ ตัวกระถางนี้อย่างจริงจัง
"ภายในไม่พบสิ่งใดคงอยู่ไว้เลยแม้แต่น้อย ดั่งเช่นเ้าว่านี้เป็กระถางสำหรับปรุงโอสถจริงๆ เส้นทาง 6 สายเป็ขาตั้งหม้อที่จริงๆแล้วมีกลิ่นพลังปราณลึกลับมากมายเจือจางภายใน มารวมกันจุดเดียวที่ดูเหมือนจะเป็ส่วนสำหรับใช้เพลิงปราณโอสถในการหลอม ก่อนจะไปถึงชั้นที่เก็บถนอมตัวโอสถละรอเข้ากระบวณการหลอมจากส่วนผสมอีกที นี้เป็กระถางปรุงโอสถจริงๆ ว่าแต่สิ่งนี้ผู้ใดเป็เ้าของกันหากไม่ใช่เ้าหรือว่าจะเป็ของเ้า อสูรจิ้งจอก?....คิดไปคิดว่านางพญาที่วันๆ เที่ยวเตร่หาสิ่งแวววาว เช่นเ้าคงไม่น่าจะมีของเช่นนี้ปัดไปๆ เห้ยพวกเ้านี้เป็พลังปราณอัญเชิญของใครพูดออกมาสะที!
"หืมม... เ้ากำลังหาเื่ข้าหรือเ้าไก่อย่างถูกถอนขนมาแทนเป็ใบพัดของข้าไหม...ว่าแต่แล้วดวงปราณจิตของเ้านี่ ใครจะรับไปหละ?
สิ่งเดียวที่นางพูดออกมาสร้างความแตกตื่นแก่เหล่าอสูรทั้งหมดทันที การสูญเสียระดับหัวหน้าอสูรแม้จะพึ่งขึ้นระดับมาได้ไม่นานแต่ก็เป็กำลังสำคัญของทัพอสูรที่ใช้ไล่ล่า อสูรช้างที่เป็อสูรที่เถรตรงที่สุด ละยึดถือความจริงเป็ที่ตั้งเมื่อได้ยินสิ่งที่นางกล่าวก็อดฉุดคิดบางอย่างไม่ได้
"ใครจะรับ? มันตกตายแล้วอย่างนั้นหรือ...ข้าก็นึกว่ามันแบ่งปราณร่างของมันแยกออกมาอีกที ใครจะไปคิดว่าอสูรระดับหัวหน้าจะมาตกตายเพราะสิ่งของไร้ที่มาสิ่งนี้ทับใส่ รู้ถึงไหนอายถึงนั้น..........เดี้ยวนะถ้ามันตายไปจริงๆ ก็เท่ากับว่าผู้ใดที่สามารถผสานเข้ากับดวงจิตนี้ได้ก็คือ ฆาตกรนะสิไหนพวกเ้าไปยืนผสานให้ข้าดูหน่อย ไป!
ร่างใหญ่เริ่มออกคำสั่ง อสูรภายใต้อาณัติและอสูรระดับหัวหน้าที่ไม่อาจเทียบมันได้ให้จำยอมไปต่อแถวเรียง ผสานเข้ากับจิตของอสูรตั้กแตนทันที หากสัตว์อสูรมายาหรือสัตว์อสูรที่เป็ผู้ให้กำเนิดร่างมายาตกตายไป ต่างจะทิ้งสิ่งที่เรียกว่า ปราณจิตอสูรหากแต่สีและความเข้มข้นจะบ่งบอกถึงลักษณะ ธาตุ และความเข้ากันได้ของทักษะที่มีแต่จะมีเพียงผู้ที่สังหารเท่านั้นที่จะผสานรับผลประโยชน์นี้ได้ต่างจาก อสูรที่กินมนุษย์ต่อให้กลั่นเป็โอสถแล้วแบ่งกันเป็ส่วนๆ ล้วนได้รับผลประโยชน์จากลักษณะพลังปราณบริสุทธิ์ที่เหมือนๆกัน เพราะฉะนั้นหากการผสานไม่สมบูรณ์หรือถูกจิตอสูรปฏิเสธไปก็เท่ากับพ้นผิดไปโดยสิ้นเชิง