King of world ราชันแห่งพิภพ

    ความต้องการ

    สงครามเปรียบเสมือนเทศกาลขนาดใหญ่ มันเป็นเทศกาลเต็มไปด้วยการนองเลือด
    แต่ใช่ว่าทุกคนจะเกลียดชังสงครามไปเสมอ
    ยังมีคนจำพวกหนึ่งที่ชื่นชอบในสงคราม
    พวกเขาคือทหารรับจ้าง
    ขึ้นชื่อว่าทหารรับจ้างพวกเขาก็จะต้องมีความสามารถในการต่อสู้ระดับหนึ่ง แต่ก็ใช่ว่าทหารรับจ้างทุกคนจะชอบสงครามเพราะว่าสงครามคือดินแดนแห่งความวุ่นวายที่อะไรก็เกิดขึ้นได้ต่อให้เป็นทหารรับจ้างที่แข็งแกร่งก็สามารถตายตกได้หากประมาท
    มีเฉพาะทหารรับจ้างที่กล้าหาญและบ้าบิ่นระดับหนึ่งเท่านั้นจึงจะกล้ารับงานที่เกี่ยวข้องกับสงคราม
    โดยเฉพาะสงครามระหว่างเผ่าพันธุ์
    ดินแดนทะเลใบไม้สีแดง เงียบสงบทว่าด้านใต้นั้นกลับต่างกัน คลื่นกองทัพมนุษย์แมงมุมกำลังไปรวมตัวกันที่ใจกลางป่าอันมืดมิด ถนนใหญ่สีขาวคับคั่งไปด้วยมนุษย์แมงมุมจำนวนหลายแสนคน แต่ละคนมีสีหน้าเย็นชาจนถึงที่สุด
    ทหารมนุษย์แมงมุมสวมเกราะที่ถักทอมาจากใยสีขาวและแผ่นเหล็กสีดำปกปิดจุดสำคัญ ซึ่งถึงแม้เกราะที่พวกเขาสวมใส่อยู่จะมีพลังป้องกันที่ต่ำแต่ก็แลกมาด้วยความเหนียวและความยืดหยุ่นที่สูงแทน
    แต่เอกลักษณ์เด่นของชุดเกราะพวกเขาคือเกราะขาทั้ง 8 ที่ส่องแสงแวววาว ความคมของมันเพียงพอที่จะตัดเนื้อศัตรูได้เป็นชิ้นๆ
    ที่ปลายขาคือหมุดแหลมที่ติดตั้งไว้เพื่อเจาะทะลวงร่างกายของศัตรู
    ด้วยความอันตรายของเกราะขาทั้ง 8 นี้ ทำให้ศัตรูที่ต่อกรกับทหารมนุษย์แมงมุมรู้สึกเสียเปรียบมากเพราะเสมือนต้องสู้กับหลายคนพร้อมกัน
    ที่เหนือศีรษะของพวกเขานั้น มีรังไหมสีขาวที่ขนาดพอๆกับห้องใหญ่ๆห้องหนึ่งห้อยลงมาจากกิ่งไม้หนา ด้านในนั้นราชินีมนุษย์แมงมุมกำลังเฝ้ามองดูพวกเขาอยู่
    ราชินีมนุษย์แมงมุมด้วยความสงบนิ่ง พอเห็นว่าได้เวลาอันสมควรแล้ว เธอก็เอ่ยออกมาด้วยเสียงอันดังว่า
    “ออกเดินทาง!”
    ตึง! ตึง! ตึง!
    กลองศึกดังเป็นจังหวะส่งสัญญาณว่าถึงเวลาเดินทัพแล้ว
    กองทัพมนุษย์แมงมุมออกเดินทัพอย่างเป็นระเบียบ เสียงขาทั้ง 8 กระทบพื้นดังถี่ยิบต่อเนื่องทำให้ราวกับมีสัตว์ที่มีขานับหมื่นกำลังเดินอยู่ในป่า
    ราชินีมนุษย์แมงมุมที่อยู่ในรังไหมคือผู้ที่อยู่ใจกลางกองทัพ
    เธอผิวปากขึ้นคราหนึ่ง
    ทันใดนั้นกิ่งไม้ใหญ่ที่ห้อยรังไหมอยู่ก็สั่นไหวอย่างรุนแรงก่อนจะขยับตัว
    ความจริงแล้วมันไม่ใช่กิ่งไม้ แต่มันคือขาของมอนเตอร์แมงมุมยักษ์ตัวหนึ่ง เพียงแค่มันยืนขึ้นจนสุดตัวก็ทำให้ร่างกายของมันโผล่พ้นขึ้นไปบนทะเลใบไม้สีแดง เกิดเป็นรูโหว่ทำให้แสงสว่างส่องลงมาในป่าที่มืดมิด
    กี๊ซซซซซ!
    มอนเตอร์แมงมุมยักษ์ส่งเสียงร้องแหลมบาดหูคราหนึ่งและสะบัดศีรษะด้วยความไม่คุ้นชินกับแสงแดดจ้า ก่อนที่มันจะนำรังไหมขึ้นไปอยู่ที่บนแผ่นหลังของมันและออกเดินตามกองทัพมนุษย์แมงมุมไป
    กองทัพมนุษย์แมงมุมใช้เวลาถึง3วันกว่าที่จะออกจากดินแดนของพวกเขาได้บ่งบอกว่ามันกว้างขวางแค่ไหน
    เพียงแค่ออกมาจากดินแดนของเผ่าพันธุ์สเวนเซอร์ กองทัพมนุษย์แมงมุมก็ได้มาอยู่ที่ทุ่งหญ้ากว้างใหญ่
    สายลมเอื่อยๆพัดมาเป็นระยะๆ ต้นหญ้าสูงลู่ไปตามลมทำให้เกิดทัศนียภาพที่ชวนให้ผ่อนคลาย
    แต่ไม่มีใครในกองทัพมนุษย์แมงมุมที่จะสนใจดื่มด่ำกับบรรยากาศเพราะตรงหน้าของพวกเขามีอีกกองทัพหนึ่งตั้งทัพรอพวกเขาอยู่
    ซึ่งกองทัพอีกฝั่งก็สังเกตเห็นกองทัพมนุษย์แมงมุมเช่นกัน
    จากนั้นก็มีคน 2 คนเดินออกมาจากกองทัพของพวกเขา หนึ่งคือมนุษย์ที่มีร่างกายครึ่งล่างเป็นตะขาบ อีกคนคือมนุษย์ที่มีดวงตากลมโตสีเขียวเหมือนดวงตาแมลงและมีปีกแมลงโปร่งใสอยู่ด้านหลัง
    “เจ้ามาช้านะกีชาร่า!”มนุษย์ตะขาบเป็นผู้เอ่ยขึ้นมาเป็นคนแรก เสียงที่เปล่งออกมาดูแปร่งๆน่าขนลุก
    ส่วนมนุษย์ผู้มีปีกแมลงไม่ได้เอ่ยคำใด แต่ท่าทางของเขาก็บ่งบอกว่ากำลังไม่พอใจเช่นกัน
    มอนเตอร์แมงมุมยักษ์เดินหน้าไปหาทั้งคู่ ก่อนจะก้มตัวลง
    ราชินีมนุษย์แมงมุมโผล่หน้าออกมาจากรังไหมก่อนจะยิ้มให้ทั้งคู่
    “ขออภัยด้วยเบกก์ ชากี้ ที่ข้าสายเพราะข้ากำลังจัดการธุระบางอย่างอยู่”
    “ธุระอะไร?”มนุษย์ตะขาบหรือเบกก์ถามเสียงขุ่น โดยมีมนุษย์ปีกแมลงชื่อว่าชากี้รอฟังอยู่ข้างๆ
    “ก็หากำลังเสริมไปช่วยพวกเราทำสงครามไงละ”ราชินีมนุษย์แมงมุมกีชาร่าเหลือบมองไปด้านหลัง
    ร่างในชุดคลุมเดินออกมาจากรังไหม ปรากฏกายให้เบกก์และชากี้เห็น
    “นี่คือ....?”
    “เขาคือวูล์ฟ ทหารรับจ้างที่ข้าจ้างมาร่วมสงครามและเขาเป็นนักรบกลายพันธุ์ขั้นแรกเหมือนพวกเรา”วาสพยักหน้าเงียบๆ วูล์ฟคือชื่อปลอมในฐานะทหารรับจ้างของเขา
    “ทหารรับจ้าง?”เบกก์เอียงคอ ก่อนจะถามเสียงดังว่า
    “เจ้าแน่ใจหรือว่าไว้ใจเขาได้”การทำสงครามขึ้นชื่อเรื่องความอันตรายอยู่แล้วดังนั้นการจะหาใครสักคนมาช่วยทำสงครามจะต้องคัดกรองให้ดี ไม่เช่นนั้นอาจจะชักจูงสายลับของศัตรูเข้ามาได้ซึ่งมันจะทำให้ผลลัพธ์ของสงครามพลิกลับได้ง่ายๆ
    “ข้าตรวจดูประวัติภารกิจของเขาแล้ว เขาไว้ใจได้”ราชินีมนุษย์แมงมุมพูดอย่างมั่นใจถึงแม้ว่าใจของเธอจะมีความหวาดระแวงวาสอยู่
    “แต่...”เบกก์ยังมีท่าทางลังเล
    “เราไม่มีทางเลือกเบกก์! ฝ่ายตรงข้ามมีนักรบกลายพันธุ์ 5 คน แต่เรามีแค่ 3 คน เรามีโอกาสแพ้มากกว่าชนะ และเจ้าก็รู้ว่าสงครามครั้งนี้เราแพ้ไม่ได้ ไม่เช่นนั้นท่านผู้นั้น....”ราชินีมนุษย์แมงมุมหยุดปาก เธอลืมว่าที่นี่มีคนนอกอยู่ด้วย จึงไม่สามารถพูดอะไรได้มาก
    ราชินีมนุษย์แมงมุมสงบใจครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยต่อว่า
    “ไม่ต้องห่วง! ท่านวูล์ฟแข็งแกร่งมากเขาสามารถฆ่านักรบกลายพันธุ์ได้ถึง 2 คน เขาจะช่วยเราได้มากในสงครามครั้งนี้”
    ‘ยิ่งแข็งแกร่งก็ยิ่งน่าระแวงไม่ใช่หรือไง!’เบกก์บ่นอุบอิบคนเดียวในใจ
    ชากี้ที่เป็นคนเดียวที่เงียบอยู่ตลอดคล้ายครุ่นคิดบางอย่างตลอดเวลา เขาเป็นคนแรกที่ผงกศีรษะเป็นเชิงยอมรับความคิดของราชินีมนุษย์แมงมุม
    “เจ้าเห็นด้วยงั้นหรอชากี้!”เบกก์เอ่ยขึ้นอย่างตื่นตระหนก!
    ท้ายที่สุดจึงเหลือแค่เบกก์คนเดียว
    อันที่จริงเขาไม่มีทางเลือกอื่นแล้วนอกจากยอมรับมัน
    ราชินีมนุษย์แมงมุมที่พบว่าพันธมิตรของเธอยอมรับเรื่องนี้ได้แล้วก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก
    “เอาละ! ในเมื่อตกลงกันได้แล้วก็มาพูดถึงเรื่องต่อไปเถอะ พวกเจ้านำทหารมาเท่าไหร่กัน?”
    “ข้า 80,000 คน ชากี้ 120,000 คน รวมเป็น 200,000 คน”เบกก์เป็นผู้พูดตามเคย ส่วนชากี้ยังนิ่งเงียบจนวาสสงสัยว่าเขาเป็นใบ้ไปแล้ว
    “ถ้านับ กองทัพมนุษย์แมงมุมของข้าที่มี 300,000 คน รวมเป็น 500,000 คน แต่ฝั่งศัตรู...”
    “จากที่ข้าสืบมาพวกมันมีทหารและคนที่สู้รบได้ราวๆ 500,000 คนและพวกชาวบ้านอีกราวๆ 600,000 คนซึ่งถ้าเราจะกวาดล้างพวกมันให้หมดก็เท่ากับว่าเรามีศัตรูมากกว่า 1 ล้านคน!”เบกก์พูดเสียงเครียด
    จริงอยู่ที่พวกเขาเป็นนักรบกลายพันธุ์ซึ่งนับว่าอยู่คนละโลกกับทหารทั่วไป
    แต่ในสงครามถ้าระหว่างพวกเขากำลังสู้กับนักรบกลายพันธุ์ของฝ่ายศัตรูอยู่และถูกรุมด้วยทหารจำนวนมหาศาลพวกเขาก็มีโอกาสตายได้มากเช่นกัน
    จำนวนของกองทัพของทั้งสองฝ่ายต่างกันเป็นเท่าตัว!
    “ช่างโยนงานที่ยากลำบากมาให้พวกเราจริงๆ!”เป็นเบกก์ที่สบถออกมาอย่างอดไม่ไหว
    นักรบกลายพันธุ์ทั้ง3ที่อยู่ในชะตาเดียวกันตกอยู่ในความเงียบ ก่อนที่ชากี้จะขยับ เขายกนิ้วที่เหมือนนิ้วมือแมลงสีเขียวไปที่ร่างในชุดคลุม
    ทั้งราชินีมนุษย์แมงมุมและเบกก์หันไปมองวาสเป็นตาเดียว
    “มีอะไรงั้นหรอชากี้?”เบกก์ยังคงสงสัยในท่าทางของชากี้ แต่จู่ๆราชินีมนุษย์แมงมุมก็โพล่งขึ้นมาว่า

    “จริงสิ! ท่านวูล์ฟเป็นทหารรับจ้างนี่นา! และท่านก็มีกลุ่มทหารรับจ้างเป็นของตัวเองด้วย! ไม่ทราบว่าท่านสามารถสั่งให้พวกเขามาร่วมในสงครามด้วยได้หรือเปล่า”ราชินีมนุษย์แมงมุมถามด้วยความคาดหวัง
    กองกำลังของทหารรับจ้างไม่สามารถมองข้ามได้ สำหรับกลุ่มทหารรับจ้างที่แข็งแกร่งและมีชื่อเสียง การที่จะมีทหารรับจ้างในสังกัดอย่างน้อยสัก 1 ล้านคนก็ไม่ใช่เรื่องแปลก!
    “นั่นไม่อยู่ในข้อตกลงของพวกเรา”เสียงทุ้มถูกเปล่งออกมาจากในชุดคลุมทำให้ราชินีมนุษย์แมงมุมหน้าเสีย
    จริงอย่างที่วาสว่าข้อตกลงของพวกเขาก็คือให้วาสจัดการกับนักรบกลายพันธุ์ของอีกฝ่าย 2 คนเป็นอย่างน้อยโดยมีรูปีสีเขียวเป็นค่าจ้าง
    “เหอะ! เจ้าต้องการจะเรียกร้องค่าตอบแทนเพิ่มสินะ บอกมาว่าต้องการเท่าไหร่ ถ้าไม่มากเกินไปพวกเราก็พร้อมจ่ายให้ ขอแค่เจ้าสามารถหาคนมาเพิ่มให้พวกเราได้!”เบกก์พูดด้วยความหงุดหงิด
    ร่างในชุดคลุมใช้เวลาคิดไม่นานก็ตอบออกมาว่า
    “ฉันต้องการศพ”
    “ศพ!”
    “ใช่! ทุกศพในสงครามจะต้องเป็นของฉันทั้งหมด”
    ข้อเรียกร้องของวาสถือว่าแปลกอย่างมาก พวกเขาไม่เคยได้ยินใครอยากได้ศพเป็นค่าจ้าง
    ทุกครั้งที่เกิดสงคราม สิ่งที่ตามมาคือซากศพที่กองพะเนิน
    ซากศพเหล่านี้นับเป็นปัญหาอย่างมาก เพราะถ้าไม่กำจัดให้ถูกวิธีอาจเกิดปัญหาได้ ทั้งด้านสภาพแวดล้อมหรือโรคระบาด
    ดังนั้นหลายครั้งจงมีภารกิจแปลกๆโผล่มาในสมาคมทหารรับจ้างนั้นคือการกำจัดศพ
    ซึ่งก็มีทหารรับจ้างกลุ่มหนึ่งที่ชอบรับภารกิจอย่างนี้จนมีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วในหมู่ทหารรับจ้าง
    กลุ่มทหารรับจ้างนี้มีชื่อว่า กลุ่มทหารรับจ้างนักขนศพ !
    “เจ้าเป็นคนของกลุ่มทหารรับจ้างนักขนศพ!!”เบกก์ถามเสียงดัง เขาไม่คิดว่าจะมีพวกแปลกๆอยู่ที่นี่
    ร่างในชุดคลุมยอมรับอย่างไม่ปิดบัง ทำเอาราชินีมนุษย์แมงมุมที่ยืนอยูข้างๆผงะไปเล็กน้อย แววตาแฝงไปด้วยความขยะแขยงและรังเกียจนิดๆ เพราะว่ากลุ่มทหารรับจ้างนักขนศพมีข่าวลือที่ไม่ค่อยดีนัก
    บางคนว่า พวกเขาชอบนำซากศพไปเป็นเครื่องประดับตกแต่งบ้านบางข่าวว่า พวกเขาชอบกินซากศพเป็นอาหารเหมือนมอนเตอร์บางชนิดและที่แย่ที่สุด มีบางคนบอกว่าพวกเขาเป็นพวกวิปริตชอบมีเพศสัมพันธ์กับศพ!
    ราชินีมนุษย์แมงมุม เบกก์ และชากี้ลอบมองหน้ากัน
    พวกเขาไม่มีใครอยากให้ซากศพของเพื่อนร่วมเผ่าพันธุ์ตกไปอยู่ในมือของพวกจิตใจไม่ปกติ แต่พวกเขาไม่มีทางเลือกแล้ว
    ดีที่พวกเขามาพูดคุยกันเป็นส่วนตัว ถ้าทหารของพวกเขารู้ว่าเมื่อตายไปศพของพวกเขาต้องตกไปอยู่ในมือของพวกวิปริตคงไม่มีใครมีกะจิตกะใจต่อสู้ทำสงครามแน่ คงจะต้องระวังไม่ให้ตัวเองพลาดท่าตกตายลูกเดียว

    “พวกข้ายอมรับ แต่ท่านจะต้องหาคนมาให้ได้อย่างน้อย 3 แสนคน!”เงื่อนไขนี้นับว่ายากที่จะปฏิบัติตามได้ พวกเขาจงใจโก่งจำนวนให้สูงเพื่อต่อรองกับวาส ให้เขานำไปได้เพียงศพของศัตรูเท่านั้นและละเว้นศพของเผ่าพันธุ์พวกเขา

    “ไม่มีปัญหา! รอสักครู่!”การตอบรับง่ายๆของวาสทำให้นักรบกลายพันธุ์ทั้ง 3 อ้าปากค้าง
    ประตูวาร์ปผุดขึ้นมาด้านหน้าวาส พร้อมกับที่เขาเดินหายเข้าไป
    ‘ผู้ใช้มิติ!’นักรบกลายพันธุ์ทั้ง 3 คิดในใจด้วยความยินดี การมีผู้ใช้มิติอยู่ฝ่ายเดียวกันสามารถช่วยได้มาก ทั้งการเดินทางไปและกลับ หรือการลอบโจมตีต่างๆ
    เวลาผ่านไป 2 ชั่วโมง วาสก็กลับมา พร้อมกับร่างในชุดคลุมจำนวน 300,000 ไม่ขาดไม่เกิน
    เพียงพวกขาปรากฏตัวออกมาก็ทำให้ทุกคนย่นหน้าด้วยความรังเกียจและขยะแขยง
    กลิ่นอายความตายและซากศพล้วนลอยวนเวียนอยู่รอบพวกเขา กระทั่งชุดคลุมบางคนยังมีคราบเลือดและเศษเนื้อติดอยู่ด้วยซ้ำจนทำให้ผู้มองอดคาดเดาไปต่างๆนานๆไม่ได้
    น่าเสียหายที่ทุกคนอยู่ในชุดคลุมปกปิดใบหน้าจึงทำให้ไม่สามารถมองเห็นได้ว่าพวกเขามีหน้าตาเช่นใด
    นักรบกลายพันธุ์ทั้ง 3ที่เห็นวาสสามารถพาทหารนับแสนมาได้จริงก็ลอบประเมินกลุ่มทหารรับจ้างนักขนศพใหม่ ดูท่าพวกเขาจะไม่ธรรมดาอย่างที่คิด
    ในที่สุดพวกเขาตอนนี้พวกเขาก็มีทหารทั้งสิ้น 800,000 คน ไม่นับว่าเสียเปรียบกว่าเท่าใดนักเพราะถึงอย่างไรคนอีกฝ่ายจำนวนมากก็เป็นแค่ชาวบ้านธรรมดา ฝีมือการสู้รบย่อมต่างจากทหารของพวกเขา
    “ถึงเวลาแล้ว! เตรียมตัวทำสงคราม!”