[EP.2/2]
ไม่ใช่เลยกลับกันร่องรอยความรักที่เกรย์สันเคยแสดงให้เห็น แม้เสี้ยวหนึ่งก็ไม่มีััไม่ได้เลย
ก็เหมือนกับตอนที่เขาเคยบอกว่า‘ไม่รัก’ ให้เธอได้ยินมะปรางเพิ่งตระหนักได้ว่าก่อนหน้านั้นเขาแค่เสแสร้งว่ารักเธอเท่านั้น
กระทั่งตอนนี้พบกันอีกครั้งเธอดีใจแค่ไหนเขาน่าจะรับรู้ได้ แต่เ้าตัวก็ไม่ได้สนใจไม่ถามไถ่ด้วยซ้ำว่าเธอสบายดีไหม
“ไม่มีทางพี่เขาไม่สนใจฉันหรอก”
“รู้ตัวด้วยเหรอ”
แต่ละประโยคของยัยเพื่อนฟังดูแทงใจดำแต่คือความจริงที่มะปรางต้องยอมรับ เธอต้องเข้มแข็ง ต่อให้เจอกันอีกก็จะไม่แสดงความอ่อนแอให้อีกฝ่ายเห็นง่ายๆ
“แกจะไม่พูดอะไรดีๆบ้างรึไง”
“ฉันก็อยากแต่ดูแกสิ ยังเหม่อลอยถึงเขาขนาดนั้น ฉันกลัวว่าแกจะเสียใจเหมือนตอนนั้นอีก”
มันก็จริงยอมรับว่าเวลานี้หัวใจอ่อนแอเกินกว่าจะห้ามปราม หากเกรย์สันเหมือนผู้ชายคนอื่นที่ชอบใช้คำหวานทั้งที่เลิกไปนานแล้ว เธอคงใจอ่อนอย่างควบคุมตัวเองไม่ได้
ทว่าเขาไม่ใช่หลังจากที่ห่างกันไป คำพูดหวานๆ ที่เคยได้ฟังจากปากคนตัวสูง เธอก็ไม่ได้ยินมันอีกเลย
ราวกับความฝันอันสวยงามที่พอตื่นขึ้นมาก็พบว่าไม่ใช่ความจริง ต่อให้นึกเสียดายอยากหลับต่อก็ไม่ฝันถึงเื่เดิมอีก
เธอกับเกรย์สันคงเดินบนทางเส้นคู่ขนานที่ไม่อาจมากัน…
“ฉันรู้ว่าแกหวังดี”
“รู้ก็ดีละถ้าแกคิดสั้นกลับไปเปลืองตัวให้เขา น้ำตาเช็ดหัวเข่า ฉันไม่ปลอบนะบอกเลย”
“อือ…ไม่มีวันนั้นหรอก”
แม้บอกไปแบบนั้นแต่มะปรางไม่มั่นใจเลยว่าจะสามารถทำอย่างนั้นได้ไหมเพราะเมื่อคืนกว่าจะเลิกร้องไห้ก็เวลาตีสี่
พอตื่นมาตาก็บวมอย่างที่เห็นเธอพยายามแต่งหน้ากลบทับไม่ให้เห็นร่องรอย แต่หากสังเกตดีๆย่อมรู้ว่าดวงตาคู่นี้เสียน้ำตาไปเท่าไร
“ขอให้จริงฉันอยากให้แกเข้มแข็ง”
“ขอบใจนะ”
“เข้มแข็งเื่อะไร”
คนที่วิ่งเข้าคลาสเรียนเป็คนสุดท้ายก่อนอาจารย์เข้าสอนเอ่ยถามขึ้นมินดานั่งลงด้วยอาการเหนื่อยหอบ เหงื่อเม็ดเล็กๆ ผลุบโผล่ตามผิวเนียนใสให้เห็น
“ดูที่คอยัยปรางเอาเอง”
แพรไหมบุ้ยปากให้อีกฝ่ายทำให้มะปรางต้องเอามือมาปกปิดรอยแผลเอาไว้ ก่อนจะล้วงเข้าไปในกระเป๋า หยิบปลาสเตอร์อันใหม่ขึ้นมาติดรอยเขี้ยวของเกรย์สัน
“หุย…รอยเขี้ยวลึกมากอะ ใครทำเนี่ย”
“จะใครล่ะแฟนเก่ายัยนี่ไง”
“ห๊ะ!!”
แพรไหมตอบแทนเ้าของคนที่นั่งเอียงคอฟังถึงกับผงะไปสักครู่ ก่อนจะจ้องเขม็งมาที่มะปรางอีกครั้ง
“ก็ว่าอยู่เมื่อคืนฉันไลน์หาไม่ยอมตอบ”
“อยู่กับพี่เกรย์สันจะตอบได้ไง”
ยัยเพื่อนสองคนคุยกันเองราวกับอยู่ในเหตุการณ์ด้วย แต่พวกเธอไม่รู้หรอกว่าเมื่อคืนมะปรางเจอเื่อันตรายแค่ไหน
หากไม่ได้เกรย์สันช่วยเอาไว้ป่านนี้เธอคงถูกเด็กแว้นพวกนั้นย่ำยีไปนานแล้วแต่ก็ไม่อาจบอกเพื่อนถึงสถานการณ์อันตราย กลัวว่าพวกเธอจะเป็ห่วง
ต่อไปคงต้องระวังตัวกว่านี้ไม่กลับบ้านดึกดื่น หรือไม่ไปรอรถในที่เปลี่ยวอีกแล้ว เพราะเหตุการณ์เมื่อคืนทำให้มะปรางกลัวสุดขีดหากเกิดขึ้นอีกครั้งเธออาจไม่โชคดีอย่างนี้อีก
“ยัยปรางแกเหม่อแบบนี้โดนพี่เขาเอามาใช่ไหม”
มินดาสังเกตสีหน้าไม่สู้ดีของมะปรางไม่เข้าใจว่าทำไมยัยเพื่อนจึงหวนวนกลับไปจุดเดิม ไปสนใจคนที่เคยทำร้ายด้วย
“เปล่าไม่ใช่อย่างที่แกคิดหรอก”
“ฉันรู้นะว่า่นี้แกช็อตเื่เงิน ไม่มีตังค์จ่ายค่าหอ แต่แกจะคิดสั้นไม่ได้นะมีอะไรก็มาคุยกันได้ ถ้าฉันมีเงินจะให้ยืม”
“ขอบใจนะยัยมิน”
บ้านมะปรางกับมินดาอยู่อยุธยาอีกทั้งยังอยู่ติดกัน ไม่แปลกที่เพื่อนจะรู้ว่าเธอกำลังเดือดร้อนเื่เงิน
ป้าแพงพวยคงไปบ่นให้แม่มินดาฟังเธอจึงได้ข่าวจากตรงนั้นมาอีกที มะปรางพยายามเก็บเื่พวกนี้เอาไว้คนเดียวไม่เล่าให้ใครฟังถึงชีวิตที่กำลังลำบาก
เธอรู้ดีว่ามินดาก็ไม่มีเงินพอจะแบ่งมาให้ยืมจึงไม่ได้ขอยืมจากเพื่อน ส่วนแพรไหมก็ไม่มีเหมือนกัน
พี่น้องในครอบครัวแพรไหมกำลังเรียนทั้งสามคนพ่อแม่คงวุ่นหาเงินมาให้ไม่พอใช้ มะปรางเข้าใจข้อนี้ดีจึงไม่เอ่ยอะไรให้เพื่อนลำบากใจ
“ถ้าเดือดร้อนก็บอกสิจะได้คิดหาทางแก้ปัญหากัน อย่าเก็บไว้คนเดียว”
มะปรางรู้สึกซึ้งน้ำใจของแพรไหมกับมินดาที่คอยเป็ห่วงกันตลอดมา เธอรู้ว่าถ้าเอ่ยปากขอ เพื่อนต้องหาทางช่วยแต่ไม่อยากทำแบบนั้น เพราะแค่นี้ก็เกรงใจจะแย่แล้ว
“เอาไว้ฉันไม่มีจริงๆ จะขอยืมพวกแกเอง ตอนนี้ยังพอมีเงินใช้จ่ายอยู่”