เมื่อมีบ้าน ต่อไปก็ต้องซื้อของเข้าบ้าน เพื่อความเนียนเื่เฟอร์นิเจอร์ จะต้องวาดภาพและสั่งช่างไม้ทำสัก 3-4ชิ้น เพื่อตบตาฟางหยาง อยู่บ้านมาเกือบเดือน ของในบ้านมีน้อยมาก
"หยางเอ๋อ เ้าจะไปตลาดกับแม่หรือไม่"
"ไปขอรับ ข้าอยากกินแอปเปิล" สองเดือนผ่านไป ตอนนี้ฟางหยางไม่ใช่เด็กหัวโต ตัวผอมซีดอีกต่อไป เขากลายเป็เด็กสมบูรณ์ไปแล้ว ช่างน่ารักน่าหลงเหลือเกินลูกจ๋า
"แม่คิดว่า ลูกไม่ได้อยากกินแค่แอปเปิลหรอก แต่ลูกอยากกินทุกสิ่งที่มันกินได้มากกว่า"
"ท่านแม่ข้ารู้สึกร่างกายของข้าขยายขึ้นอย่างไรไม่รู้"
"เสื้อผ้าเริ่มแน่นใช่ไหม"
"ขอรับ ข้ารู้สึกเสื้อผ้ายิ่งซักยิ่งหดลง จนบางตัวใส่ไม่ได้ หรือน้ำเสียขอรับ เสื้อผ้าเลยเสียหายหดเล็ก"
"ฮ่าฮ่าฮ่า น้ำปกติ เสื้อผ้าเท่าเดิม เพียงแต่หยางเอ๋อกำลังอ้วนแข่งกับเ้าหมูในคอก"
"ถึงข้าอ้วนแค่ไหน ท่านแม่ก็ยังรักข้าเหมือนเดิมแน่นอน"
"ถูกต้อง เพราะหยางเอ๋อก็คือหยางเอ๋อ ลูกชายที่แม่รักที่สุด"
"ข้าก็รักท่านแม่ที่สุดขอรับ"
เมื่อบอกรักกันพอ ก็ถึงเวลาเดินจูงมือกันไปตลาด หากคราวนี้ต่างจากคราวก่อนอย่างมาก ทั้งตลาดเงียบงัน ทุกสายตาดูตกตะลึง
'นั่นใครหรือ คนหรือเทพธิดา ช่างงามยิ่งนัก'
'เด็กคนนั้นหน้าตาคล้ายเ้าหนูเหลียนฟางหยาง แต่ทำไมแก้มถึงกลมดังซาลาเป่า'
'ถ้าเด็กคนนั้นคือเหลียนฟางหยาง สตรีนางนั้นคงเป็ ลี่ไป่หลัน โอ้ มันเป็ไปได้หรือ'
'ข้ารู้สึกโง่งมยิ่งนัก นางจะเปลี่ยนไปได้ขนาดนี้เลยหรือ เพียงเวลาไม่นาน'
'ข้าชักอิจฉาเหลียนฟางหรงจริงๆ บุตรชายก็ขาวผ่องน่ารัก ภรรยาก็ช่างงดงามดั่งเทพธิดา'
'พวกเ้าคงไม่รู้ นางสร้างบ้านใหม่ รั้วสูงจนสุดตา ท่าทางนางจะร่ำรวย'
'ไม่น่าเชื่อ นางจะใช่สตรีผีแห้งคราวก่อนจริงหรือ'
'เห็นว่ายามนั้นที่นางเมาจนขาดสติ ได้สะดุดไหที่สกุลเหลียนฝังไว้ จนมีเงินทองมั่งคั่งยามนี้'
เสียงพูดคุยเปลี่ยนไปจากคราวก่อนอย่างชัดเจน
ฮ่าฮ่าฮ่า ่เวลาที่รอบ้านเสร็จ เราสองแม่ลูก กินและก็นอน และก็กิน แถมเจ้แหวนยังขนครีมต่างๆออกมาใช้ทาให้ตัวเองและฟางหยาง ก่อนมาก็แต่งหน้าเบาๆ ไม่สวยให้มันรู้ไป จากรูปร่างที่ผอมแห้ง เส้นผมหยาบกระด้าง เบ้าตาลึกดำคล้ำ แก้มตอบโหนกสูง ตอนนี้ได้เปลี่ยนไปแล้ว ร่างกายผอมบางแต่ไม่ผอมแห้ง เส้นผมอ่อนนุ่มดังรังไหม ดวงตาสดใสไร้รอยตีนกาและไม่ดำคล้ำอีกต่อไป รับรองถ้าสามีกลับมาต้องหลงจนโงหัวไม่ขึ้นแน่นอน จุดประสงค์ของการดูแลตัวเอง ก็เพื่อสุขภาพและความงาม แต่จุดประสงค์หลักก็เพื่อมัดใจสามี ฮ่าฮ่าฮ่า มีลูกก็ต้องมีผัวถึงจะเรียกว่า สมบูรณ์แบบ
"คนพวกนี้แปลกยิ่งนัก ไม่ว่าท่านแม่จะสวยแบบศพแห้งหรือสวยดั่งเทพธิดา ก็ล้วนถูกพูดถึงอยู่ดี เอาเวลามาสนใจอาหารยังจะดีซะกว่า ท่านแม่ขอรับ ข้าอยากกินอะไรดี มันน่ากินหมดทุกอย่างเลย"
"เดินกินองุ่นมาตลอดทาง หยางเอ๋อยังมีที่ว่างในท้องอีกหรือ" หมันเคี้ยวแก้มยุ้ยๆแดงๆซะจริง ขอบีบหน่อยเถอะ
"พอเดินเรื่อยๆ มันก็ย่อย ข้าก็เริ่มหิวอีกแล้ว"
"เ้ามันหมูน้อยจะกละ"
"ส่วนท่านแม่ก็ปีศาจขี้บ่น"
"แม่บ่นลูกตอนไหน"
"ตอนข้าอาบน้ำช้า รดน้ำต้นไม้บ่อยไป ให้อาหารหมูมากไป เก็บไข่ไก่ช้า กินเยอะ ถอดเสื้อผ้าไม่เป็ระเบียบ เคี้ยวข้าวเสียงดัง แถมท่านแม่ยังบ่นไก่ในเล้า คุ้ยฟางไม่เป็ระเบียบเละเทะ ออกไข่ใบเล็กเกินไปบ้าง ออกไข่มาน้อยเกินไปบ้าง ส่วนเ้าหมูก็ี้เีเอาแต่กินและก็นอน สารพัดที่ท่านแม่หามาบ่น"
"....."
"เมื่อเช้ายังบ่น ข้าไม่น่าสร้างบ้านใหญ่โตเลยจริงๆ เดินก็ไกล วันๆหนึ่งหมดไปกับการทำความสะอาด ดูแลบ้าน ถอนหญ้า ปลูกผัก ดักปลา เตรียมอาหาร ซักผ้า พับผ้า ไหนจะต้องทาผิว หมักผม เหนื่อยจริงๆ สำหรับข้า ท่านแม่น่าจะบ่นจนเหนื่อยมากกว่าขอรับ"
"......" น่าหมั่นไส้จริงๆกับการจีบปากจีบคอพูด มีเท้าเอว บีบเสียง เลียนแบบนางอีก เ้าลูกคนนี้
"ทำไปบ่นไป ทำไมท่านไม่หาคนมาช่วยดูแลล่ะ"
"นั่นสินะ หยางเอ๋อเ้าช่างฉลาดจริงๆ"
"ถ้าเป็บุรุษข้าขอหน้าตาธรรมดา ไม่ต้องหล่อเหลา ส่วนสตรี ข้าขอแบบมีอายุนะขอรับ"
"เ้าไม่ชอบสาวงามหรือ"
"ข้าไม่อยากมีแม่เพิ่ม หากเลือกแต่สตรีงดงามมา สักวันท่านพ่ออาจจะพลาดท่าหลงกลพวกนาง"
"โอ้ นี่ลูกชายแม่ ฉลาดล้ำเหลือเกิน คิดการณ์ไกลนัก แม่ควรส่งเสริมให้เ้าเข้าเรียนในเมืองเสียแล้ว"
เมื่อเห็นความฉลาดของลูก แม่ที่ดีควรส่งเสริม แต่ใจนึงก็อาวรณ์อยู่ด้วยกันไม่ทันถึงปี หากส่งเข้าเรียนในสำนัก อีกกี่เดือนจะเจอกันครั้งหนึ่ง คนเป็แม่คงขาดใจตายพอดี โรคติดลูกคงกำเริบจนตายแน่ๆ
"รออีกสักสองปีสิขอรับ ข้ายังอยากอยู่กับท่านแม่ ยังไม่พร้อมแยกจากไปเร็วนัก"
"โถ ลูกรักของแม่"
"ข้ายังกินมาม่าใส่ไข่ไม่พอเลย จะจากไปก็อาวรณ์มันเหลือเกิน ไหนจะขนมหน้าตาสวยงาม รสหวานอร่อยที่ท่านแม่ทำให้กินอีก ข้าไม่พร้อมจะจากของเ่าั้เลย"
"ตกลงลูกห่วงแม่ หรือห่วงกินมากกว่ากัน"
"ห่วงท่านแม่มากกว่าขอรับ หากไม่มีท่านแม่ก็ไม่มีของเ่าั้ให้กิน"
"......" น้ำตาจะไหล ลูกชายเปลี่ยนไป รักแม่น้อยกว่าของกิน
ขณะที่กำลังเดินเลือกสินค้าอยู่ ก็มีคนจากทางการมาประกาศข่าวเกี่ยวกับการศึก ซึ่งจบลงแล้ว อีกสิบสี่วัน เหล่าคนหนุ่มที่ถูกเกณฑ์ไปออกศึก ก็จะได้กลับสู่อ้อมกอดครอบครัวอีกครั้ง ผู้คนในตลาดต่างโห่ร้องด้วยความดีใจ บางคนถึงกลับร้องไห้ด้วยความยินดี
"หยางเอ๋อ ทำไมยืนนิ่งแบบนี้ล่ะลูก อยากได้อะไรหรือ"
"ท่านพ่อกำลังกลับมาใช่ไหมขอรับ ข้าไม่ได้ฟังผิดใช่ไหม"
"ใช่ลูก อีกสิบสี่วัน พวกเราสองแม่ลูกมารอรับท่านพ่อของเ้าที่นี่ดีไหม"
"ดีที่สุดขอรับ เย่ๆ ท่านพ่อกำลังกลับมาแล้ว" แต่หลังจากะโดีใจไม่นาน อยู่ๆฟางหยางก็นิ่งอีกครั้ง พร้อมกับคิ้วที่ขมวดอย่างคนคิดไม่ตก
"คิดอะไรเครียดขนาดนั้นลูก"
"ท่านแม่คิดว่า ท่านพ่อจะนำขนมหรือของกินกลับมาฝากข้าหรือไม่"
"......."
"หากท่านพ่อกลับมามือเปล่า ท่านแม่ห้ามให้ท่านพ่อนอนกับพวกเรานะขอรับ โทษฐานที่ไม่มีของฝากให้ข้า"
"......." ไม่รู้ควรดีใจหรือร้องไห้ดี นับวันฟางหยางแสบขึ้นทุกวัน เหลียนฟางหรง เจ้แหวนภาวนาให้หยิบอะไรติดมือกลับมาสักชิ้นเถอะ ไม่งั้นเ้าลูกชายตัวแสบไม่ให้เข้าห้องแน่นอน ไปออกรบก็ลำบากแย่แล้ว ชีวิตอยู่บนเส้นด้าย เ้าตัวแสบยังห่วงของฝากอีก!!!!
"ท่านแม่ต้องเข้าใจข้านะ วัยกำลังโต ข้าจึงเห็นความสำคัญของอาหาร"
"...!!!..."
__________________________________________