ถุงมือฟ้าประทาน

    ตอนที่27 ย้ายออก

    วันที่ 3 หลังจากเจมส์แอบติดสิ่งอัปมงคลไว้ในร้านศรีอัมพร ชายวัยกลางคนมีขอบตาคล้ำ คล้ายกับช่วงสองวันก่อนไม่ได้นอน พักผ่อนไม่เพียงพอ ส่วนแฟนสาววัย 20 ปีมีสภาพไม่ต่างกันเท่าไหร่ แถมยังมือไม้สั่นไปหมดหนิงยังนึกถึงภาพติดตาเมื่อคืนไม่หาย ชายพิการที่นอนราบอยู่บนแผ่นไม้ แสยะยิ้มให้หน้าประตูห้องนอนชั้นบน อีกทั้งในปากยังคาบก้นบุหรี่ที่ตนโยนออกไปหน้าบ้านภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นราวกับความฝัน ถึงแม้ตื่นขึ้นมาทุกอย่างยังดูเป็นเรื่องปกติ แต่หนิงค่อนข้างหวาดกลัว ไม่กล้าแม้แต่จะนอนหลับในช่วงกลางวัน“เถ้าแก่ พี่สาว เป็นอะไรกันเหรอครับ หรือกังวลเกี่ยวกับยอดขายร้าน ถ้ายังไงให้พวกผมไปจัดการทุบทำลายข้าวของร้านฝั่งตรงข้ามอีกไหมครับ” เจษเห็นเจ้าของร้านมีท่าทางไม่ค่อยดี เลยคิดว่าเป็นเพราะร้านฝั่งตรงข้าม ร้านหมูกระทะนายเจมส์เข้ามาแย่งลูกค้านึกถึงของที่ได้จากร้านฝั่งตรงข้าม เจษอดไม่ได้ต้องเลียริมฝีปาก ถึงเพิ่งจะขโมยได้เพียงสองหน แต่เขาค่อนข้างติดใจรสชาติของที่ได้มันมาง่ายๆ มันช่างเป็นความรู้สึกอันหอมหวาน และอยากจะขโมยอีกสักหลายครั้ง“ร้านฝั่งตรงข้ามเรอะ...” สินชัยผู้มีดวงตาหมองคล้ำ เอ่ยด้วยน้ำเสียงไม่ค่อยมีแรงเจษผงกศีรษะ “ใช่ครับ ตอนนี้พวกมันคงได้ใจที่ร้านไม่เกิดปัญหา ถึงได้กล้าเปิดร้านทุกวัน ทำอย่างกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น สงสัยคงต้องเข้าไปทุบทำลายข้าวของอีกสักครั้งสองครั้ง พวกมันจะได้รู้สึกว่าไม่ควรกลับมาเปิดร้านอีก”“อ่า...” สินชัยไม่คิดเกี่ยวกับร้านฝั่งตรงข้ามอีกเลย ตั้งแต่เห็นผู้หญิงผมดำ สวมชุดขาว เท้าเปลือยเปล่า ตั้งแต่นั้นดูเขาค่อนข้างเฉื่อยชา ไม่อยากรับรู้อะไรทั้งสิ้น แม้แต่ลุกขึ้นไปทำกิจวัตรประจำวันอย่างการจ่ายตลาดตอนเช้ายังให้ลูกน้องไปแทนเลย“เอ่อ...ยังไงเหรอครับเถ้าแก่” เจษถามย้ำ เพราะใจอยากไปขโมยของจนคันมือ“ยังก่อน นี่ยังไม่ครบหนึ่งสัปดาห์เลย”“หา...แต่แล้วยังไงละครับ ในเมื่อมันกล้าเปิดทุกวันแย่งลูกค้าเรา ถ้าหากไม่จัดการตอนนี้มันยิ่งได้ใจนะครับ”“ยังก่อน...ไม่ต้องรีบ เอาเป็นว่าวันนี้แกไม่ต้องกลับห้อง นอนอยู่ที่นี่กับไอ้ปิงที่ชั้นล่าง”“เอ๋...จะให้พวกผมสองคนเฝ้าร้านเหรอครับ?”“ใช่ พวกแกสามารถกินอะไรก็ได้ในร้าน แค่นอนอยู่ชั้นล่างพอ”แม้จะสงสัยว่าทำไมเถ้าแก่ถึงได้พูดจาแบบนั้นออกมา ทั้งที่ปกติตระหนี่จะตาย แต่เจษยอมตกลงไปอย่างว่าง่ายคืนนี้จะได้กินของในตู้แช่ไม่อั้นกับไอ้ปิง ไม่ตอบตกลงก็โง่แล้ว.......เที่ยงคืนวันนั้น เจษและปิงอาบน้ำอาบท่าเรียบร้อย แต่ยังไม่เข้านอน พวกเขาสองคนเปิดตู้แช่ นำเบียร์และหมูสดๆ มาหั่นกินกับน้ำจิ้ม“ไอ้ปิง มึงมัวเหม่ออะไรอยู่วะ กินๆ ไปสิวะ”“แต่..มันจะดีเหรอวะ ถ้าหากเถ้าแก่ลงมาเห็นเข้า มึงกับกูคงโดนดุ ดีไม่ดีแม่งโดนไล่ออก”“ไม่ต้องกลัวเว้ยเพื่อน เถ้าแก่อนุญาตแล้ว กูรับรองเลยว่าไม่มีปัญหาตามมาแน่ คืนนี้ดื่มให้เต็มที่ หมูหมดก็แค่เปิดตู้แช่ หยิบขึ้นมาหั่นใหม่ ไม่ต้องกลัวว่าจะหมด”“ถ้ามึงว่างั้นละก็...”ทั้งสองดื่มกินจนถึงตีหนึ่งกว่าๆ หมูที่หั่นบนเขียงหมด ปิงต้องลุกจากเก้าอี้พลาสติก เดินไปเปิดตู้แช่นำหมูชิ้นใหม่มาหั่นเป็นกับแกล้มตู้แช่เก็บหมูเป็นแบบบานเลื่อน ไม่ใช่ตู้กระจกวางแนวตั้งอย่างแช่น้ำในร้านสะดวกซื้อ ตู้นี้เวลาจะเอาของต้องโน้มตัวลงไปแล้วหยิบขึ้นมาปิงเปิดตู้แช่ มองหาเนื้อหมูในถุงพลาสติกนำมาทำกับแกล้ม ทว่าในระหว่างที่กำลังควานหาเนื้อในตู้ ตรงมุมสุดถุงชิ้นหนึ่งส่งเสียง'ฟืด...ฟาด...ฟืด...ฟาด'คล้ายกับเสียงบางกำลังอย่างหายใจด้วยความง่วงปนเมาแทบไม่ได้สติ ปิงไม่คิดอะไรมากเพียงหยิบถุงดังกล่าวขึ้นมาดู ว่ามันเป็นถุงอะไรกันแน่ทำไมถึงได้ส่งเสียงแปลกๆ คล้ายกับมีบางคนกำลังหายใจอยู่ข้างในเมื่อถุงถูกหยิบออกมาจากมุมตู้ มันค่อนข้างหนักและมีขนาดกลม ด้านบนมีขนสีดำและเลือดสดไหลริน ถัดมาเป็นดวงตากลอกกลิ้งกำลังจ้องเขม็งมาที่ปิง ด้านล่างเป็นริมฝีปากครึ่งหนึ่งที่ถูกฉีกจนเห็นลำคอด้านในนี่เป็นศีรษะของมนุษย์ แถมยังไม่ตาย!ปิงโยนถุงพลาสติกที่อยู่ในมือทิ้งด้วยท่าทางหวาดผวาสุดขีด เซถอยหลังล้มก้นจ้ำเบ้าด้วยแข้งขาสั่นเทา เป้ากางเกงมีน้ำสีเหลืองเจิ่งนอง“เป็นห่าอะไรของมึงวะไอ้ปิง กูให้มึงไปหยิบเนื้อหมูในตู้มา ไม่ใช่ให้มึงมาโยนทิ้งแบบนี้ไอ้เหี้ย ดูสิเนี่ยต้องให้กูไปล้างน้ำอีก ต้องเสียเวลาทำความสะอาด” เจษหาวหวอดๆ ใบหน้าแดงก่ำ หยิบถุงพลาสติกที่ตกอยู่บนพื้นแล้วเดินไปที่ซิงค์น้ำ เปิดก๊อกนำหัวที่อยู่ในถุงออกมาล้างปิงอยากจะพูดอะไรบางอย่างแต่ปากไม่สามารถขยับได้ เพราะมือขาวซีดคู่หนึ่งได้ปิดปากของเขาไว้ และถ้าหากมองดูดีๆ จะพบว่ามีร่างไร้ศีรษะอยู่ด้านหลังในสภาพสวมเสื้อนักศึกษา กางเกงขายาวสีดำ ร่างกายเปียกปอน ทั้งยังส่งกลิ่นเหม็นเน่าฟุ้งจนแทบจะอาเจียนล้างศีรษะเสร็จเจษกลับมานั่งที่ หันไปมองเพื่อนที่เอาแต่นั่งโง่ๆ อยู่บนพื้น พึมพำว่า “ไอ้ห่าเอ้ย กินแค่ไม่กี่ขวดเองมึงเมาแล้วเหรอวะ นี่ไอ้ปิงมึงโง่หรือเปล่าเนี่ยของฟรีๆ แบบนี้มีให้กินเสือกไม่กิน ชอบโง่ไปซื้อข้างนอกนะมึง”กล่าวจบเจษเริ่มหั่น จากนั้นนำเข้าปาก เคี้ยวกร้วมๆ ทั้งยังดื่มเบียร์ตามไปด้วย“กูเห็นมึงแล้วสงสารว่ะ งั้นกูจะให้มึงกินกับแกล้มไปก่อนแล้วกัน เผื่อจะดีขึ้นบ้าง”ปิงพยายามที่จะขัดขืนเพื่อน แต่ให้ตายมือคู่นี้จากร่างไร้ศีรษะด้านหลังกำลังง้างปากให้เขาอ้า ราวกับว่ามันต้องการให้เขากินสิ่งที่เจษกำลังป้อน และมันคือ'ลูกตา'ที่กำลังจ้องเขม็ง!“เป็นไงอร่อยใช่ไหมละมึง”เจษเลียริมฝีปากพลางกลับมานั่งที่ ดื่มเบียร์จนหมดแก้ว สายตาเริ่มพร่ามัวเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์ ใจอยากจะหยิบกับแกล้มขึ้นมากินอีกครั้งสองครั้ง แต่มันกับถูกหยิบฉวยโดยมือขาวซีดที่อยู่ๆ ก็เข้ามาขโมยอาหารบนโต๊ะเจษอยากจะก่นด่าคนที่กล้าเข้ามาแย่งของบนโต๊ะทั้งที่เขายังกินอยู่ แต่หัวใจต้องเต้นระส่ำเพราะนอกจากมือคู่นั้นแล้ว ยังมีมือคู่อื่นๆ อีกหลายสิบมือ ยื้อแย่งกินกับแกล้มอย่างเอาเป็นเอาตายและทันทีที่เจษเห็นมือเหล่านั้น ดวงตาหลายสิบคู่ก็จ้องเขม็งมาที่เขาโดยพร้อมเพรียง ทั้งหมดทั้งมวลนั่งอยู่รอบๆ โต๊ะที่เจษกินดื่มกับปิง และยังมีส่วนหนึ่งห้อยหัวลงมาจากเพดาน!..................หลายคืนผ่านพ้นไปตั้งแต่เจมส์แอบใส่สิ่งอัปมงคลในร้านศรีอัมพร ทุกคืนวันตื่นเช้าขึ้นมาสินชัยจะมีท่าทางสั่นกลัว หนิงเองก็ตาคล้ำ ผมเผ้าชี้ฟู ส่วนเจษและปิงแทบกลายเป็นบ้า โดยเฉพาะคืนวันที่พวกเขาดื่มเบียร์ กลายเป็นภาพติดตาที่ไม่สามารถลบเลือนได้วันนี้เจมส์เข้าแจ้งจับนายสินชัยกับลูกน้อง ด้วยหลักฐานจากกล้องวงจรปิดของ'ทอย'ที่ได้บันทึก ทำให้พวกเขาถูกนำตัวมาที่ สน.“หลักฐานทั้งหมดชี้ว่านายเจษ นายปิง ทำตามคำสั่งของคุณ คุณสินชัยคุณมีข้อแก้ตัวไหม” นายตำรวจถาม“อ่า...ใช่ผมเป็นคนสั่งพวกมันเอง” สินชัยตอบอย่างไร้เรี่ยวแรง“ทำไมคุณถึงสั่งให้พวกเขาทำแบบนั้น คุณมีความขัดแย้งกันมาก่อนหน้านั้นเหรอ”“เปล่าครับ แค่ร้านเขาขายดีกว่าเท่านั้น ผมเลยทนไม่ได้”“เข้าใจแล้วครับ” นายตำรวจไม่ซักถามอะไรเพิ่มเติม เพราะเรื่องในทำนองนี้ใช่ว่าจะไม่เคยเกิดขึ้น “คุณมีเงินจ่ายค่าปรับใช่ไหม ถ้าหากไม่มีก็คงต้อง...”“อย่าบอกนะว่าผมต้องติดคุก!”“ทำนองนั้น ยกเว้นแต่ว่าคุณจะตกลงกับคู่กรณีขอไกล่เกลี่ยจำนวนเงิน”“อ่า...” สินชัยที่คอตกแทบไม่อยากจะคิดสิ่งใด เพราะเวลานี้สมองของเขานึกถึงเพียงเรื่องร้านหมูกระทะ ทว่าพอนึกย้อนกลับไปถึงเรื่องน่ากลัวที่เพิ่งเกิดขึ้นไม่ให้หยุดพักหายใจ การเปิดกิจการดิ้นรนในซอยกระถินคงไม่ใช่ทางเลือกที่ฉลาดสุดท้ายจึงยอมชดใช้ค่าเสียหายอุปกรณ์ภายในร้านนายเจมส์ ส่วนเรื่องเจษและปิงสินชัยขี้คร้านจะไปสนใจ เพราะลำพังจ่ายค่าเสียหายภายในร้านเจมส์ก็แทบหมดตัว ไม่มีเงินไปช่วยไอ้สองคนนั้นหรอก............วันต่อมาดาวเห็นร้านศรีอัมพรฝั่งตรงข้ามติดป้ายขายบ้านพร้อมที่ดิน แนบเบอร์ติดต่อแผ่นใหญ่“เกิดอะไรขึ้น ทำไมอยู่ๆ ถึงขายบ้านปุบปับจัง” ดาวค่อนข้างสงสัย จะอย่างไรร้านศรีอัมพรอยู่มานานก่อนมีร้านจ่าอี๊ด ไม่คิดเลยว่าอยู่ๆ จะเลิกกิจการ ขายบ้านพร้อมที่ดินไปทั้งแบบนี้“ฮ่าฮ่า ไม่เห็นต้องแปลกใจเลยนี่ดาว มันคงรู้ตัวว่าสู้ร้านหมูกระทะของเราไม่ได้ ถึงได้รีบปิดกิจการ ไม่กล้าสู้หน้าเพราะไม่มีคนเข้าร้าน” ทอยยืนกอดอกหัวเราะ“ก็คงจะอย่างที่ทอยพูดนั่นแหละ แต่แบบนี้ก็ดีเหมือนกัน คนจะได้ไม่ต้องเลือกร้าน มาถึงเห็นป้ายก็เลี้ยวเข้าร้านเราเลย” เจมส์เสริม ในขณะที่มือถือ'สิ่งอัปมงคล'เก็บกู้มาจากตู้จดหมายร้านฝั่งตรงข้ามเมื่อเช้านี้สิ่งที่อยู่ในมือมีขนาดเล็กไม่ต่างจากสร้อยข้อมือ ทำจากวัสดุเส้นผมมนุษย์'สร้อยเรียกวิญญาณ เมื่อสิ่งนี้อยู่ที่บ้านหลังใดจะเรียกวิญญาณมาชุมนุม ความร้ายแรงจะเพิ่มขึ้นตั้งแต่วันแรกที่สร้อยอาศัยอยู่ โดยจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ถึงขั้นมีผู้เสียชีวิต''ผลเสียด้านลบ สร้อยจะแสดงผลก็ต่อเมื่อเวลาเที่ยงคืน กระทั่งถึงหกโมงเช้า'