“ฉีเอ๋อร์... น้อง ๆ ของเ้ายังเด็กอยู่มาก เวลานี้เ้าตั้งใจจะสร้างบ้านจริง ๆ หรือ?”
ถังฟู่กุ้ยแสดงความกังวลพลางถอนหายใจ
หลังจากทราบข่าวจากถังโส่วเหริน เขาก็รีบมาทันทีหลังอาหารเย็น
“ใช่เ้าค่ะ ท่านปู่ผู้นำตระกูล ข้าพอมีเงินเหลืออยู่บ้าง”
ถังฉีหารือเื่นี้กับถังโส่วเหรินระหว่างทางกลับบ้าน เพราะท้ายที่สุดแล้ว การสร้างบ้านถือเป็เื่ใหญ่ และนางไม่แน่ใจว่าอิฐชนิดใดดีที่สุด แต่ผู้นำตระกูลผู้เป็ที่นับหน้าถือตาในเมืองนี้คงจะรู้อย่างแน่นอน
"ข้ารู้ว่าเ้าขายไข่มุกได้เงินมามาก แต่เ้าต้องเก็บเงินไว้เผื่อตอนที่น้องชายของเ้าแต่งงานด้วย"
ถังฟู่กุ้ยมองถังฉีด้วยความกังวล แม้จะรู้ว่าเด็กสาวคนนี้ยึดมั่นในความคิดของตนเองก็ตาม
"ท่านปู่ผู้นำตระกูล ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า ไข่มุกจากหอยกาบจะขายได้ในราคาดี อีกอย่างหนึ่ง ข้าทำข้อตกลงกับร้านเยว่ไหลเค่อในเมืองเรียบร้อยแล้ว ดังนั้นบ้านจะต้องสะอาดกว่านี้เ้าค่ะ"
ถังฉีเอ่ยด้วยความมั่นใจ ในใจตระหนักดีว่าผู้นำตระกูลาุโผู้นี้เป็ห่วงเป็ใยพวกตนพี่น้อง
"ร้านเยว่ไหลเค่อ? ดี ดี! ฉีเอ๋อร์ อายุยังน้อยแต่กลับมีความสามารถที่ยอดเยี่ยมเช่นนี้! แม่ที่อยู่บน์ของเ้าต้องยินดีมากแน่ ๆ!" ผู้นำตระกูลกล่าวอย่างพึงพอใจ เวลานี้เขารู้สึกมั่นใจกับคำกล่าวของถังฉี
“เ้าค่ะ ปีหน้าข้าจะส่งพวกน้อง ๆ ไปเรียนที่สำนักศึกษา”
ถังฉีเปิดเผยแผนการของตนกับผู้นำตระกูลชรา ไม่เช่นนั้น นางจะต้องอธิบายทุกอย่างเมื่อคนของฉีเซิ่งมาส่งมอบผลึกเกลือ
พวกน้องชายเพิ่งรู้ว่าพี่สาววางแผนจะสร้างบ้าน
"ข้ายังไม่มีโอกาสบอกพวกเ้า แต่ตอนนี้ผู้นำตระกูลอยู่ที่นี่แล้ว ข้าก็ไม่จำเป็ต้องเล่าซ้ำ"
ถังฉีวาดฝันว่าน้องชายของนางอาศัยอยู่ในบ้านที่สะอาดและกว้างขวาง ดวงตาของนางเป็ประกายเมื่อนึกถึงภาพนั้น
พวกน้องชายของนางยังคงรู้สึกเศร้าใจเมื่อทราบความจริงเื้ัการตายของมารดา จึงไม่ได้แสดงท่าทีตื่นเต้นดีใจกันมากนัก
ทว่าถังฉีไม่ได้ใส่ใจ
นางเพียงต้องทำหน้าที่ในฐานะพี่สาวคนโต
ถังเจียงก็แสดงสีหน้าดีใจเช่นกัน
เมื่อหารือในรายละเอียดกับผู้นำตระกูลแล้ว ถังฉีจึงมอบเงินสี่สิบตำลึงสำหรับอิฐ กระเบื้อง และค่าแรง
หลังจากอธิบายทุกอย่าง นางก็หยิบแบบบ้านออกมาและมอบให้ผู้นำตระกูล
"ยอดเยี่ยมมาก!"
ผู้นำตระกูลสูงวัยรู้สึกประหลาดใจกับการออกแบบ และตกตะลึงที่การขีดเขียนเพียงเล็กน้อยกลับสามารถสร้างรูปวาดให้ดูมีมิติราวกับตั้งอยู่ตรงหน้าเขา
"ท่านปู่ผู้นำตระกูล ข้าจะสร้างบ้านหลังใหม่ในรูปแบบนี้เ้าค่ะ" ถังฉีตัดสินใจสร้างบ้านหลังใหม่ถัดจากบ้านหลังปัจจุบันของนาง
ประการแรกคือความสะดวกต่อการอยู่อาศัยในขณะที่บ้านหลังใหม่กำลังก่อสร้าง และประการที่สองคือเก็บบ้านเก่าไว้เป็ความทรงจำ
ผู้นำตระกูลถือถุงเงินหนักอึ้งพลางพยักหน้า
“ข้าจะดูแลการสร้างบ้านให้เอง รับรองจะไม่ให้พวกเขาลิดรอนต้นทุนหวังกำไร”
ผู้นำตระกูลให้คำมั่นพลางทุบหน้าอก ความภาคภูมิใจในตัวถังฉีในสายตาของเขาทะยานสูงขึ้น
“ขอบคุณมากเ้าค่ะ หากคนในหมู่บ้านเต็มใจช่วยเหลือ เราจะจ่ายเงินให้พวกเขาวันละยี่สิบอีแปะและจัดหาอาหารให้”
"จะเป็ไปได้อย่างไร? ในหมู่บ้านของเรา การสร้างบ้านเป็เื่ของการช่วยเหลือซึ่งกันและกัน เราจะทำลายประเพณีนั้นเพื่อบ้านของเ้าไม่ได้หรอก!"
ผู้นำตระกูลรีบส่ายศีรษะ
ถังฉีไม่ได้คัดค้าน อย่างน้อยนางก็วางแผนจะเตรียมอาหารจานพิเศษเมื่อถึงเวลาสร้างบ้าน
หลังจากหารือกันต่ออีกพักใหญ่ ถังฉีก็ใช้เงินจำนวนหนึ่งซื้อสระบัวในบริเวณใกล้เคียง ผู้นำตระกูลมีอำนาจในการจัดการเื่นี้ หลังจากตกลงกันเรียบร้อย เขาก็จากไป
เขาไม่ได้ถามเื่การออกแบบ เพราะคิดว่ารูปวาดนั้นเป็ฝีมือของคนสกุลฉีแห่งโรงเตี๊ยมเยว่ไหลเค่อในเมืองชิงเหลียง
ภายใต้ผ้าห่มผืนใหม่ เด็ก ๆ ต่างหลับใหลในห้วงนิทราอันแสนหวาน ค่ำคืนอันเงียบสงบผ่านไปอย่างช้า ๆ
เช้าวันใหม่ ถังฉีปรุงซี่โครงหมูผัดเปรี้ยวหวานโดยใช้วัตถุดิบจากห้วงมิติด้วยจำนวนที่น่าพอใจ แม้แต่ถังเหอตัวน้อยยังได้กินชิ้นเล็ก ๆ ถังฉีฉีกและป้อนให้เขาอย่างระมัดระวัง
ใน่บ่าย ถังโส่วเหรินมาแจ้งถังฉีว่าอิฐและวัสดุอื่น ๆ เตรียมเข้าเตาเผาในหมู่บ้านใกล้เคียงแล้ว เขาแนะนำให้ถังฉีเลือกวันมงคลเพื่อเริ่มการก่อสร้าง และเพื่อที่พวกนางจะได้ย้ายเข้าไปอยู่ในบ้านอิฐหลังใหม่ก่อนฤดูหนาว
ถังฉีเลือกวันเรียบร้อย โดยตัดสินใจว่าจะเริ่มก่อสร้างในอีกสามวันข้างหน้า
อีกวันหนึ่งผ่านไป คนหาปลาก็ขับเกวียนเทียมวัวนำหอยกาบมาส่งให้ตามที่สั่ง ถังฉีและชาวบ้านคนอื่น ๆ ที่ร่วมลงทุนจ่ายเงินให้พวกเขา สร้างความอิจฉาตาร้อนจากชาวบ้านที่จับตามองอยู่ไม่น้อย
โดยเฉพาะถังต้าสี่ เมื่อเห็นถังฉีใช้เงินไปหลายตำลึงก็หวังว่าตนเองจะฉกเงินเ่าั้มาได้บ้าง เขาสบถสาปแช่งและคิดว่าบุตรชายคนรองของตนคงมีเงินเก็บที่ซ่อนเอาไว้
ทำให้เขาเกลียดชังคนเนรคุณเหล่านี้มากยิ่งขึ้น!
ถังฉีสังเกตเห็นสายตาอาฆาตของถังต้าสี่ แต่นางหาได้ใส่ใจไม่
แม้แต่ลุงถังเหวินที่ยืนอยู่ใกล้ ๆ ยังเอ่ยประชดประชัน ทว่าถังฉีรู้สึกสมเพชเวทนาเขามากกว่าที่ไม่รู้เลยว่าภรรยาของตนลอบคบชู้
หลี่ต้ากวงก็ยืนอยู่ท่ามกลางฝูงชน มองดูอย่างเงียบ ๆ ดวงตาของเขาวูบไหวขณะครุ่นคิดถึงบางสิ่ง
"ในเมื่อทุกคนมาพร้อมหน้ากันแล้ว ข้ามีเื่จะแจ้งให้ทราบ วันมะรืนนี้ ครอบครัวของฉีเอ๋อร์จะสร้างบ้านหลังใหม่ ข้าอยากให้แต่ละบ้านส่งคนมาช่วยหนึ่งคน มีอาหารเตรียมไว้ให้!"
ขณะที่ชาวบ้านกำลังจะแยกย้ายกันไป คำประกาศของผู้นำตระกูลก็สร้างความฮือฮาอีกครั้ง
“ผู้นำตระกูล ท่านหมายความว่าเราทุกคนต้องไปช่วยสร้างบ้านให้ฉีเอ๋อร์ แม้จะเป็เพียงบ้านมุงหญ้าคาอย่างนั้นหรือ?”
ถังต้าสี่เอ่ยอย่างไม่พอใจ
“การสร้างบ้านของฉีเอ๋อร์ไม่ใช่ธุระของเ้า บ้านเ้าไม่จำเป็ต้องมา!”
ผู้นำตระกูลขัดจังหวะถังต้าสี่อย่างเ็า
"และฉีเอ๋อร์ไม่ได้จะสร้างบ้านมุงหญ้าคา แต่เป็บ้านอิฐและกระเบื้อง!"
ถังฟู่กุ้ยมองถังต้าสี่ด้วยสายตาเยือกเย็น
เขารู้สึกเสียใจแทนถังอู่ที่ครอบครัวเต็มไปด้วยคนที่มีจิตใจบิดเบี้ยวเช่นนี้
“ฉีเอ๋อร์ ชู้รักของแม่เ้าทิ้งเงินไว้ให้เ้ามากปานนั้นเชียวหรือ?”
ทันใดนั้น ถังเหวินก็โพล่งออกมา ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยเจตนาร้าย!
“ไม่เช่นนั้น เหตุใดเ้าเด็กตัวเล็ก ๆ พวกนี้ถึงได้อยู่ดีมีสุข ใส่เสื้อผ้าใหม่และสร้างบ้านใหม่ได้เช่นนี้ล่ะ?”
คำกล่าวของถังเหวินทำให้ชาวบ้านคนอื่นตระหนักได้ แต่ไม่มีใครกล้าเอ่ยต่อหน้าผู้นำตระกูล
“เงินจำนวนนี้เป็ท่านยายของเราที่ทิ้งไว้ให้ คิดว่านางเป็เหมือนครอบครัวเืเย็นของท่านที่อยากให้พวกเราพี่น้องอดตายนอกบ้านอย่างนั้นหรือ?”
ถังฉีตะคอกอย่างเ็า
“ข้าขอย้ำอีกครั้ง แม่ของข้าบริสุทธิ์ไร้มลทิน ฟ้าดินเป็พยานว่านางซื่อสัตย์ต่อพ่อของข้า หากท่านกล้าใส่ร้ายนางอีก ระวังเถอะ นางอาจจะมาหาท่านตอนเที่ยงคืน กระชากิญญาของท่านไปลงนรก!"
**************