บทที่ 10 การต่อสู้ที่ดุเดือด
“โฮก!!!”
เสียงคำรามด้วยความโกรธดังขึ้นจากความว่างเปล่าทางด้านหลังของมู่หรงเทียน!
เย่อู๋เชวียหรี่ตาลงเล็กน้อยเขาััได้อย่างชัดเจนว่านี่คือเสียงคำรามของั!
กรงเล็บัฟ้า!
นี่คือทักษะระดับสูงสุดของตระกูลมู่หรงมีบุคคลเพียงสองประเภทเท่านั้นถึงจะมีโอกาสได้เรียนรู้ทักษะนี้หนึ่งคือประมุขของตระกูลและอีกหนึ่งคืออัจฉริยะที่ไม่มีผู้ใดเทียบได้ซึ่งเห็นได้ชัดว่ามู่หรงเทียนอยู่ในประเภทหลัง
ในขณะนี้ภาพธรรมของัั์ค่อยๆหดตัวลงจนมีความยาวเพียงไม่กี่วา จากนั้นมันก็เคลื่อนไหวอยู่รอบตัวของมู่หรงเทียนราวกับสัตว์เลี้ยงตัวหนึ่ง!
“ครืน!”
จิติญญาการต่อสู้แห่งกฎศักดิ์สิทธิ์กำลังโลดแล่นเืสีทองในกายเย่อู๋เชวียเริ่มเดือดพล่านพร้อมกับปลดปล่อยพยัคฆ์สีทองที่สง่างามให้ปรากฏออกมาจากความว่างเปล่าเช่นกัน
พยัคฆ์สีทองตัวใหญ่วนเวียนอยู่ด้านหลังของเย่อู๋เชวียก่อนจะพุ่งเข้าหาัของมู่หรงเทียนโดยไม่มีความเกรงกลัวแต่อย่างใด
เย่อู๋เชวียก็เคยได้ยินเื่ราวของทักษะกรงเล็บัฟ้ามาไม่น้อยแน่นอนว่านี่คือทักษะที่แข็งแกร่งที่สุดของตระกูลมู่หรงและมีเพียงบุคคลระดับสูงสุดของตระกูลเท่านั้นถึงจะมีโอกาสได้เรียนรู้มัน
ว่ากันว่าเมื่อครั้งมู่หรงฉางชิงยังหนุ่มในฐานะอัจฉริยะอันดับหนึ่งของตระกูลมู่หรงเขาได้ใช้กรงเล็บัฟ้าฉีกร่างของคู่ต่อสู้ที่แข็งแกร่งกว่าเขาสองคนออกเป็ชิ้นๆนั่นเป็เหตุผลให้ชื่อเสียงของมู่หรงฉางชิงโด่งดังจนถึงขีดสุดและทำให้เขากลายเป็ประมุขของตระกูลมู่หรงในเวลาต่อมา
ใน่สิบปีที่ผ่านมาเย่อู๋เชวียมุ่งเน้นไปที่การขัดเกลาต้นกำเนิดกฎศักดิ์สิทธิ์โดยไม่มีโอกาสได้ฝึกฝนทักษะระดับสูงใดๆดังนั้นวิชาส่วนใหญ่ที่เขาใช้จึงเป็เพียงทักษะระดับต่ำของตระกูลมู่หรงเท่านั้น
ซึ่งในด้านนี้เขาเป็รองมู่หรงเทียนอย่างชัดเจน!
ภาพธรรมของพยัคฆ์สีทองกระโจนไปข้างหน้าเย่อู๋เชวียเร่งเร้าจิติญญาการต่อสู้แห่งกฎศักดิ์สิทธิ์ให้เคลื่อนไปยังแขนขวาก่อนที่กำปั้นอันแข็งแกร่งของเขาจะกระแทกเข้าหามู่หรงเทียนทันที!
“โฮก!”
เสียงคำรามของัดังกึกก้องดวงตาที่ดุร้ายและไม่แยแสของมู่หรงเทียนขยับเล็กน้อยจากนั้นมือของเขาก็ตะปบออกไปในลักษณะกรงเล็บพร้อมกับปลดปล่อยคลื่นพลังสีเขียวเข้าหาเย่อู๋เชวียเช่นกัน!
“เย่อู๋เชวียมาดูกันว่าคราวนี้เ้าจะต้านทานได้อย่างไร!”
“ปัง!”
กรงเล็บัฟ้าของมู่หรงเทียนฉีกความว่างเปล่าออกจากกันก่อนที่มันจะพุ่งเข้าหาลำคอของเย่อู๋เชวียด้วยความเร็วราวกับสายฟ้า!
คลื่นพลังที่เกิดจากกรงเล็บทำให้ใบหน้าของเย่อู๋เชวียได้รับความเ็ปเล็กน้อย
แม้จะเข้าใจถึงสภาวะอันแข็งแกร่งของการโจมตีจากฝ่ายตรงข้ามแต่เย่อู๋เชวียก็ยังเร่งเร้าพลังหมัดและโจมตีออกไปตรงๆ โดยไม่คิดจะหลีกเลี่ยง!
“ปัง ปัง!”
หมัดสีทองและกรงเล็บัสีฟ้าพุ่งเข้าหากันอย่างโจ่งแจ้งและมู่หรงเทียนซึ่งเป็ยอดฝีมืออาณาจักรชำระิญญาดูเหมือนจะมีความแข็งแกร่งมากกว่าเย่อู๋เชวียอยู่เล็กน้อย!
“กรงเล็บัฟ้าสมกับที่ได้รับการขนานนามว่าเป็ทักษะการโจมตีอันดับหนึ่งของตระกูลมู่หรงนอกจากนี้มู่หรงเทียนยังเป็อัจฉริยะชั้นยอดการโจมตีของเขาย่อมเพียงพอที่จะฉีกร่างของเด็กน้อยอาณาจักรหลอมรวมร่างกายอย่างเย่อู๋เชวียออกเป็ชิ้นๆ!”
ในขณะนี้พยัคฆ์สีทองที่อยู่ข้างหลังเย่อู๋เชวียเริ่มสั่นะเือย่างรุนแรงแม้ว่าภาพธรรมของพยัคฆ์ตัวนี้จะได้รับการเติมเต็มพลังจากต้นกำเนิดกฎศักดิ์สิทธิ์อย่างต่อเนื่องแต่ด้วยขอบเขตบ่มเพาะที่เป็พื้นฐานของทุกสิ่งเย่อู๋เชวียก็ยังได้รับความกดดันอย่างหนักและมีทีท่าว่าจะพ่ายแพ้ในอีกไม่กี่ลมหายใจข้างหน้านี้!
“เย่อู๋เชวียในสายตาของข้าเ้าไม่แตกต่างอะไรจากเศษสวะเท่านั้น!”เมื่อเห็นว่าเย่อู๋เชวียกำลังรับการโจมตีของเขาอย่างยากลำบากมู่หรงเทียนก็เริ่มเยาะเย้ยขึ้นอีกครั้ง!
“ก่อนหน้านี้ข้าแค่เล่นกับเ้าเท่านั้น เบิกตาให้กว้างไว้ข้าจะแสดงให้เ้าเห็นเองว่าความแข็งแกร่งที่แท้จริงเป็อย่างไร!”
เมื่อเห็นการเคลื่อนไหวที่แปลกประหลาดของมู่หรงเทียนสีหน้าของเย่อู๋เชวียก็เปลี่ยนไปเล็กน้อยเขาพยายามเอี้ยวตัวหลบไปด้านข้างเพื่อหลีกเลี่ยงการโจมตี แต่ท้ายที่สุดกรงเล็บัฟ้ายังคงเฉือนเนื้อบริเวณหัวไหล่ของเขาออกไปก้อนใหญ่!
“ชัวะ!”
ร่างของเย่อู๋เชวียถอยหลังไปสามก้าวโดยที่ไหล่ขวาของเขามีาแขนาดใหญ่ถูกเปิดขึ้น
“ฮึ่ม!”
เมื่อเห็นว่าเย่อู๋เชวียสามารถหลบรอดจากท่าสังหารของเขาได้อีกครั้งใบหน้าของมู่หรงเทียนก็มืดคล้ำลงเล็กน้อยอย่างไรก็ตามเขาไม่คิดจะรอช้าและกระโจนเข้าหาเย่อู๋เชวียอย่างรวดเร็ว
“แน่นอนว่าตราบใดที่มู่หรงเทียนแสดงทักษะที่แท้จริงออกมาเย่อู๋เชวียจะต้องถูกจัดการอย่างง่ายดาย!”
“แข็งแกร่งจริงๆ ความสามารถของเขาไม่ใช่สิ่งที่พวกเราจะไล่ตามได้แล้ว!"
“นี่คือทักษะการโจมตีที่แข็งแกร่งที่สุดของตระกูลมู่หรงสักวันหนึ่งข้าต้องเรียนรู้มันให้ได้!”
“เลิกฝันได้แล้วในรุ่นของเรามีเพียงมู่หรงเทียนเท่านั้นที่มีโอกาสฝึกฝนทักษะนี้!”
...
ทายาทตระกูลมู่หรงที่ให้ความสนใจอย่างใกล้ชิดกับสถานการณ์การต่อสู้ต่างก็มั่นใจว่าเย่อู๋เชวียจะต้องพ่ายแพ้ไม่ช้าก็เร็ว
“อู๋เชวียทำดีที่สุดแล้ว!”
มู่หรงฉางชิงถอนหายใจการผงาดขึ้นอย่างกะทันหันของเย่อู๋เชวียทำให้มู่หรงฉางชิงมีความสุขมากแต่สุดท้ายระดับของเขายังห่างไกลจากมู่หรงเทียนอีกหลาย่ตัว
“พี่เทียนบดขยี้เ้าขยะนั่นซะ!”
เมื่อเห็นเย่อู๋เชวียถูกมู่หรงเทียนรุกไล่อย่างบ้าคลั่งมู่หรงปิงหลานก็อุทานออกมาด้วยความตื่นเต้น!
อย่างไรก็ตามใบหน้าของหลินอิงหลัวกลับปรากฏความสงสัยขึ้นเล็กน้อยด้วยความสามารถที่เย่อู๋เชวียแสดงออกมาก่อนหน้านั้นนางไม่เชื่อว่าเขาจะตกอยู่ในสภาพที่ทุลักทุเลถึงขนาดนี้ได้
ฉีซื่อหลงยังคงจ้องมองการต่อสู้ด้วยสีหน้าเรียบเฉยและไม่มีใครรู้ว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่
าแบริเวณหัวไหล่สร้างความเ็ปให้กับเย่อู๋เชวียอย่างรุนแรงแต่ดวงตาของเขายังคงสดใสและไม่ได้แสดงให้เห็นถึงความหวาดหวั่นแต่อย่างใด!
“เห็นได้ชัดว่าการที่ข้าสามารถเอาชนะผู้บ่มเพาะอาณาจักรวีรชนในป่าโบราณได้ด้วยหมัดเดียวต้องเป็เพราะเขาได้รับาเ็สาหัสอยู่ก่อนแล้วและที่สำคัญที่สุดดูเหมือนว่ามู่หรงเทียนจะมีความแข็งแกร่งไม่เป็รองพวกเขาทั้งสองอีกด้วยแม้ว่าความแข็งแกร่งของข้าจะได้รับการปรับปรุงในเวลาอันสั้นแต่มันก็ยังไม่สามารถเปรียบเทียบกับมู่หรงเทียนที่เป็ยอดฝีมือในอาณาจักรวีรชนได้!”
เย่อู๋เชวียวิเคราะห์สถานการณ์อย่างใจเย็นแม้ว่าจุดอ่อนของเขาจะค่อยๆ ถูกเปิดเผย แต่เขาก็ไม่ได้แสดงท่าทีกังวลออกมา
“หากเป็เช่นนี้ข้าคงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องทิ้งไพ่ใบสุดท้ายแล้ว!”
ดวงตาของเย่อู๋เชวียสาดประกายเย็นเยียบในขณะที่เขาขบคิดกับตัวเอง
“ครืน!”
จิติญญาการต่อสู้แห่งกฎศักดิ์สิทธิ์กำลังเดือดพล่านด้วยความโกรธและคลื่นแห่งความผันผวนที่เกิดขึ้นเพราะการกดขี่จากพลังของมู่หรงเทียนก็ถูกพัดพาออกไปอย่างรวดเร็ว!
“กงเคยกล่าวไว้ว่าเมื่อข้าหลอมรวมต้นกำเนิดกฎศักดิ์สิทธิ์ได้สำเร็จพลังที่ข้าฝึกฝนจะไม่ใช่พลังธรรมดาอีกต่อไปแต่มันจะเป็จิติญญาการต่อสู้แห่งกฎศักดิ์สิทธิ์และความหนาแน่นของมันจะมีมากกว่าพลังปราณทั่วไปถึงสิบเท่าอย่างไรก็ตามเนื่องจากข้อจำกัดทางด้านขอบเขตการฝึกฝนก่อนหน้านี้ข้าจึงไม่สามารถแสดงความแข็งแกร่งที่แท้จริงออกมาได้ถึงอย่างนั้นหลังจากที่พลังปราณของข้าได้รับการปรับปรุงจากยาะเิิญญาระดับมนุษย์ข้าก็อยากรู้เหมือนกันว่าข้าจะสามารถบดขยี้ยอดฝีมืออาณาจักรวีรชนในหมัดเดียวได้หรือไม่?”
เมื่อคิดได้ดังนั้นพลังปราณสีทองที่อยู่ภายในตันเถียนของเย่อู๋เชวียก็ถูกปลดปล่อยออกมาทั้งหมด!
“ครืน!”
ปราณศักดิ์สิทธิ์สีทองหมุนวนอยู่รอบตัวของเย่อู๋เชวียคล้ายกับพายุอันบ้าคลั่ง
ฉากที่อยู่ตรงหน้าทำให้มู่หรงเทียนเกิดความประหลาดใจเล็กน้อยแต่แล้วเขาก็ยิ้มอย่างเ็าและกล่าวว่า “เลิกแสร้งทำเป็ภูตผีได้แล้ว เข้ามาเถอะถึงเวลาที่เราต้องจบการต่อสู้ครั้งนี้สักที!”
“โฮก!”
เมื่อเสียงคำรามของัดังขึ้นอีกครั้งกรงเล็บัฟ้าของมู่หรงเทียนก็ตะปบเข้าหาเย่อู๋เชวียอย่างรวดเร็ว!
“มันจบแล้วเย่อู๋เชวียข้าบอกแล้วไงว่าหยกโลหิตัต้องเป็ของข้า...หือ?”
“ตัง!”
ขณะที่มู่หรงเทียนมั่นใจว่าเขาจะสามารถเอาชนะคู่ต่อสู้จากการโจมตีในครั้งนี้กรงเล็บัฟ้าของเขาก็หยุดค้างอยู่กลางอากาศคล้ายกับถูกบางสิ่งบางอย่างขัดขวางไว้!
“เกิดอะไรขึ้น?”
ใบหน้าของมู่หรงเทียนบิดเบี้ยวอย่างรุนแรงแม้ว่าเขาจะผลักดันกรงเล็บัฟ้าไปข้างหน้าด้วยพลังทั้งหมดแต่แขนของเขาก็ไม่สามารถทะลุผ่านม่านพลังสีทองที่ปกคลุมร่างกายของเย่อู๋เชวียได้เลย!
“ปัง!”
ด้วยเสียงะเิที่ดังขึ้นเบาๆมู่หรงเทียนก็กวาดตามองด้วยความสงสัย
สิ่งที่เขามองเห็นคือปราณสีทองที่ปกคลุมร่างกายของเย่อู๋เชวียอย่างแ่าได้แตกออกจากกันอย่างกะทันหัน!
เส้นผมสีดำของเย่อู๋เชวียโบกสะบัดอย่างบ้าคลั่งดวงตาของเขาเฉียบคมราวกับคมมีดและรัศมีพลังที่ถูกปลดปล่อยออกมาจากร่างของเขาได้ทำให้มู่หรงเทียนเกิดความแปลกใจเล็กน้อย!
“ต้นกำเนิดกฎศักดิ์สิทธิ์ไม่ทำให้ข้าผิดหวังจริงๆ!”
เย่อู๋เชวียรู้สึกตื่นเต้นกับพลังชนิดใหม่ที่เขาได้รับเขาััได้อย่างชัดเจนว่าตอนนี้เขาแข็งแกร่งแค่ไหน!
เหตุผลที่กง้าให้เย่อู๋เชวียหลอมรวมต้นกำเนิดกฎศักดิ์สิทธิ์เข้ากับร่างกายเมื่อสิบปีก่อนก็เป็เพราะเขาเชื่อมั่นว่าเย่อู๋เชวียมีคุณสมบัติครบถ้วนที่จะประสบความสำเร็จในการฝึกฝนทักษะอันยิ่งใหญ่นี้
และในที่สุดเย่อู๋เชวียก็ไม่ได้ทำให้เขาผิดหวังจริงๆ!
“เร่งเร้าพลังปราณที่เกิดจากกฎศักดิ์สิทธิ์ให้ทะลุขีดจำกัดจากนั้นก็ผลักดันมันกลับเข้าไปในตันเถียนด้วยความเร็วสูงสุดมันจะทำให้ความแข็งแกร่งของข้าเพิ่มขึ้นชั่วคราวและเมื่อปราณทั้งหมดถูกปลดปล่อยออกมาจากตันเถียนอีกครั้งพลังของข้าจะแข็งแกร่งขึ้นอย่างน้อยสิบเท่า!
เดิมทีเม็ดยาะเิิญญาระดับมนุษย์สามารถช่วยให้รากฐานการบ่มเพาะของข้าเพิ่มขึ้นได้เพียงสามระดับเท่านั้นแต่ตอนนี้ด้วยการหลอมรวมต้นกำเนิดกฎศักดิ์สิทธิ์ความแข็งแกร่งของข้าดูเหมือนจะอยู่ในระดับเดียวกันกับยอดฝีมืออาณาจักรวีรชนแล้ว!”
แม้ว่าความคิดภายในใจจะเกิดความปั่นป่วนมากแค่ไหนแต่เย่อู๋เชวียก็ต้องระงับมันไว้อย่างรวดเร็วนี่คือ่เวลาที่สำคัญที่สุดในการต่อสู้และมู่หรงเทียนที่อยู่ข้างหน้าก็เป็ยอดฝีมืออาณาจักรชำระิญญาแล้วดังนั้นเขาจึงไม่สามารถประมาทคู่ต่อสู้ได้!
“โฮก!”
หมัดพยัคฆ์ทองคำของเย่อู๋เชวียคำรามอีกครั้งและภาพธรรมของพยัคฆ์สีทองตัวนั้นดูเหมือนจะมีความสดใสมากกว่าเดิมหลายเท่า!
“หืม? หมัดพยัคฆ์ทองคำดูเหมือนจะแข็งแกร่งมากกว่าเดิม?”
เย่อู๋เชวียรู้สึกได้อย่างชัดเจนว่าหมัดพยัคฆ์ทองคำของเขาได้มีความเปลี่ยนแปลงบางอย่างและพลังของมันก็ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด!
“ตายซะ กรงเล็บัฟ้า!”
ด้วยเหตุผลบางอย่างมู่หรงเทียนััได้ถึงความรู้สึกกดดันอย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อน ดังนั้นเขาจึง้าที่จะปิดฉากการต่อสู้ครั้งนี้ให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเร็วได้
“ปัง ปัง!”
หมัดพยัคฆ์ทองคำและกรงเล็บัฟ้าถูกระดมออกไปอย่างดุเดือดสถานการณ์ที่พลิกผันในสนามประลองทำให้จิตใจของทุกคนเต็มไปด้วยความกดดัน
พวกเขาไม่เข้าใจว่าทำไมเย่อู๋เชวียที่กำลังจะพ่ายแพ้ถึงสามารถพลิกสถานการณ์และกลับมาต่อสู้กับมู่หรงเทียนได้อย่างสูสีอีกครั้ง!
“ปัง!”
‘เป็ไปไม่ได้เ้าขยะนี่อยู่ในอาณาจักรหลอมรวมร่างกายเท่านั้นเขาจะต้านทานการโจมตีของข้าที่เป็ผู้บ่มเพาะอาณาจักรชำระิญญาได้อย่างไร?’มู่หรงเทียนคร่ำครวญในใจ
กรงเล็บัสีฟ้าของเขากวาดเข้าหาหมัดพยัคฆ์ทองคำอย่างต่อเนื่องแต่สถานการณ์ของมู่หรงเทียนกลับไม่มีความได้เปรียบแม้แต่น้อยในขณะเดียวกันกลิ่นอายที่ถูกปล่อยออกมาจากร่างของเย่อู๋เชวียดูเหมือนจะแข็งแกร่งไม่เป็รองเขาด้วยซ้ำ!
“พยัคฆ์ถล่มปฐี!”
ด้วยเสียงะโดังลั่นเส้นผมสีดำของเย่อู๋เชวียโบกสะบัดอย่างบ้าคลั่ง ทั่วทั้งร่างของเขาเริ่มปลดปล่อยพลังแห่งกฎศักดิ์สิทธิ์ที่ทวีความรุนแรงมากกว่าเดิมหลายเท่าและบริเวณิัทั่วร่างกายของเย่อู๋เชวียก็มีเส้นเืสีทองปรากฏออกมาราวกับอสรพิษนับพันตัว!
“ปัง ปัง ปัง!”
หมัดพยัคฆ์ทองคำปะทะกับหัวไหล่ของมู่หรงเทียนและพลังอันน่าสะพรึงกลัวนั้นได้บุกรุกเข้าสู่ร่างกายของเขาในทันที!
“เย่อู๋เชวีย เ้ากล้าทำร้ายข้าเ้าขยะรนหาที่ตาย! กรงเล็บัทลายฟ้า!”
“ตัง!”
ิญญาจันทราที่ลอยอยู่เหนือศีรษะของเขากดทับเข้าหาเย่อู๋เชวียโดยตรง!
“มาได้ดี!”
เย่อู๋เชวียเหวี่ยงหมัดออกไปอย่างโจ่งแจ้งซึ่งแน่นอนว่ามันเป็การโจมตีที่รุนแรงที่สุดของเขา!
“ปัง!”
คลื่นที่เกิดจากการปะทะกันของชายหนุ่มทั้งสองทำให้เวทีขนาดใหญ่สั่นะเืเล็กน้อยหากไม่มีผู้าุโหลายคนนั่งอยู่ที่นี่บางทีสนามประลองอาจพังทลายไปแล้ว!
“มู่หรงเทียนมาดูกันว่าระหว่างเราใครจะทรงพลังมากกว่า!”
เย่อู๋เชวียเต็มไปด้วยความกล้าหาญจิติญญาการต่อสู้แห่งกฎศักดิ์สิทธิ์ทำให้เขาอยู่ในสภาพแข็งแกร่งที่สุดตลอดเวลา
“เย่อู๋เชวียอย่าเพิ่งดีใจไปท้ายที่สุดมีเพียงข้ามู่หรงเทียนเท่านั้นที่จะได้รับชัยชนะ!”
เมื่อเผชิญหน้ากับเย่อู๋เชวียที่เต็มไปด้วยความบ้าคลั่งในที่สุดมู่หรงเทียนก็ละทิ้งความหยิ่งผยองทั้งหมดโดยถือว่าเย่อู๋เชวียเป็ศัตรูที่มีความแข็งแกร่งมากที่สุดในชีวิต
“ัเขมือบฟ้า!”
มู่หรงเทียนเรียกภาพธรรมของัฟ้าให้ปรากฏออกมาจากความว่างเปล่าจากนั้นร่างของเขาก็รวมเข้ากับัเป็หนึ่งเดียวเพราะ้ากำหนดผลแพ้ชนะในการโจมตีครั้งต่อไป!
“มาตัดสินผลแพ้ชนะในครั้งเดียวกันเถอะ!”มู่หรงเทียนะโท้าทาย
“ก็ดี หมัดพยัคฆ์ถล่มปฐี!”เย่อู๋เชวียตอบสนองอย่างกระตือรือร้น
“โฮก!”
เย่อู๋เชวียและพยัคฆ์สีทองรวมเป็หนึ่งในขณะนี้ัฟ้าและพยัคฆ์สีทองได้พุ่งเข้าหาอีกฝ่ายด้วยสภาวะที่แข็งแกร่งที่สุด!
“บูม!”
สนามประลองสั่นะเือย่างรุนแรง!
ด้วยการปะทะกันครั้งนี้ผลแพ้ชนะจึงปรากฏขึ้น!