นับั้แ่วันที่เสี่ยวมาวะโหน้าผา เซียวจิ่งหลงได้นำกองกำลังทหารที่มีความชำนาญในพื้นที่ออกค้นหาเด็กสาวจนแทบพลิกแผ่นดิน
“พวกเ้าแบ่งกำลังติดตามข้าไปหากตายก็ต้องพบศพ!”ปฏิกิริยาของเซียวจิ่งหลงในยามนี้ดุจดั่งซากศพเดินได้ดวงตาของเขาแดงก่ำเส้นเืในตาปูดโปนราวกับพร้อมจะฆ่าคนได้ตลอดเวลา
“แต่พวกเราออกตามหาหลายรอบแล้วนะพ่ะย่ะค่ะ”ทหารคนหนึ่งทักท้วงขึ้นมา เมื่อเห็นว่าวันนี้ชินอ๋องกำลังจะลงไปยังก้นหุบเหวอีกครั้ง
“ตราบใดที่ข้ายังตามหานางไม่พบก็จะไม่มีวันรามือหากเ้าไม่พอใจก็จงลาออกจากกองทัพไปเสีย”ชายหนุ่มเอ่ยออกมาอย่างเด็ดขาดพร้อมกับโรยตัวลงไปยังเบื้องล่างเป็คนแรก
หลังจากอดหลับอดนอนตามหาเสี่ยวมาวอย่างบ้าคลั่งอยู่นานในที่สุดร่างกายอันแข็งแกร่งของเซียวจิ่งหลงก็มิอาจฝืนทนต่อไปได้อีก…วันหนึ่งร่างกายสูงใหญ่จึงล้มลงด้วยสติขาดผึง!
“ท่านหมอ อาการของนายข้าเป็อย่างไรบ้างขอรับ”เยี่ยนเป่ารีบเดินเข้าไปหาชายชราทันทีเมื่อประตูถูกเปิดออกเขาเดินกระสับกระส่ายไปมาอยู่หน้าห้องนานแล้ว
“พี่เยี่ยนเป่าอย่าพึ่งใจร้อนให้ท่านหมอนั่งพักจิบชาก่อนเถิด” ถงเหยารีบเชิญหมอชราให้ไปนั่งที่โต๊ะและรินน้ำชาให้
“ที่ผ่านมาท่านอ๋องใช้ร่างกายหนักจนเกินขีดจำกัดเมื่อวันหนึ่งที่ร่างกายฝืนไปต่อไม่ไหวจึงได้ล้มลง ข้าได้เขียนเทียบยานอนหลับยาคลายกังวล และยาบำรุงร่างกายเอาไว้ให้แล้ว ระหว่างนี้พวกเ้าต้องระมัดระวังอย่าให้เขาได้รับความกระทบกระเทือนทางจิตใจเพิ่มขึ้นอีก”
“ขอบคุณขอรับพวกเราจะทำตามคำที่ท่านบอกอย่างแน่นอน” ฟั่งเฉินค้อมกายแสดงความขอบคุณ
เมื่อเยี่ยนเป่าขับรถม้าไปส่งหมอชรา ถงเหยาจึงติดรถไปเอายาที่โรงหมอด้วยโดยให้ฟั่งเฉินคอยเฝ้าผู้เป็นายอยู่ข้างเตียง
“พวกเ้าพบนางหรือยัง ?” เซียวจิ่งหลงถามถึงเสี่ยวมาวทันทีเมื่อได้สติั์ตาของเขายังคงเหม่อลอยอยู่ในห้วงภวังค์
“ยังพ่ะย่ะค่ะ แต่นั่นอาจเป็เื่ดีในเมื่อยังไม่พบศพก็หมายความว่าคุณชายอาจยังมีชีวิตอยู่นะพ่ะย่ะค่ะ…” ฟั่งเฉินพยายามโน้มน้าวให้เ้านายมีความหวัง
ซึ่งก็ดูเหมือนคำพูดของกุนซือคู่ใจจะได้ผลแววตาของเซียวจิ่งหลงเริ่มกลับมามีประกายอีกครั้ง
“นั่นสินะ…ไม่แน่ว่านางอาจจะยังมีชีวิตอยู่”
“ยาได้แล้วเพคะ กำลังอุ่นได้ที่เลยทีเดียว”เมื่อได้ยินเสียงสนทนาถงเหยาจึงยกถาดเข้ามาแล้วส่งถ้วยยาให้ฟั่งเฉินเป็คนป้อน
“ท่านอ๋องต้องรักษาสุขภาพให้กลับมาแข็งแรงไวๆ นะพ่ะย่ะค่ะ หากวันหนึ่งคุณชายกลับมาเห็นท่านในสภาพนี้คงจะรู้สึกเสียใจมาก”เยี่ยนเป่าพยายามช่วยพูดอีกแรง
“ตกลง! ข้าจะพยายามฟื้นตัวให้ได้ในเร็ววันเพื่อรอนางกลับมา”ถ้าหากนางยังมีชีวิตอยู่ ถ้าหากเขามีโอกาสได้พบกับเสี่ยวมาวอีกครั้งเขาจะไม่มีวันปล่อยให้นางหลุดมือไปอีกแล้ว… เซียวจิ่งหลงให้สัญญากับตนเอง
ด้วยพื้นฐานร่างกายอันแข็งแกร่งฝึกฝนเคี่ยวกรำวรยุทธ์มาั้แ่เด็กเพียงไม่นานชินอ๋องก็สามารถฟื้นฟูร่างกายให้กลับมาแข็งแรงดังเดิม
เวลาผ่านไปหลายเดือน ในที่สุดเซียวจิ่งหลงก็ได้รับรายงานจากองครักษ์ว่าพบศพสตรีนางหนึ่งที่มีสภาพร่างเน่าเปื่อยจนเหลือเพียงโครงกระดูก
“เรียนท่านอ๋อง แม้ศพจะเหลือเพียงโครงกระดูกจนไม่อาจหาเค้าโครงเดิมแต่กระหม่อมจำได้ว่าเสื้อผ้าเป็ชุดที่คุณชายสวมใส่ในวันที่เกิดเหตุและนี่คือสิ่งของที่พบบนตัวศพพ่ะย่ะค่ะ”
เยี่ยนเป่ามอบสร้อยคอเส้นหนึ่งให้กับผู้เป็นายเซียวจิ่งหลงรับมาดูด้วยอาการสั่นสะท้าน มือข้างหนึ่งยกขึ้นกุมหน้าอกอย่างรู้สึกปวดใจมันเป็สร้อยร้อยแหวนเงินที่เขาเป็ผู้สวมใส่ลงบนคอของนางกับมือน้ำตาลูกผู้ชายพลันไหลออกมาอย่างห้ามไม่อยู่บัดนี้ใบหน้าที่เคยงดงามหล่อเหลากลับหมองคล้ำเต็มไปด้วยหนวดเครารุงรังเพราะต้องอาศัยสุราเป็เครื่องย้อมใจในยามราตรี
“ฟั่งเฉิน…ไปนำตัวอวี้ชิงลั่วเข้ามา…”เซียวจิ่งหลงเริ่มต้นสะสางหนี้แค้นในทันที
สตรีที่ฟั่งเฉินนำตัวเข้ามาในตอนนี้มีสภาพไม่ต่างอะไรกับยาจกเนื้อตัวของนางสกปรกมอมแมมเต็มไปด้วยกลิ่นไม่พึงประสงค์ เสื้อผ้าขาดหลุดรุ่ย ดวงตาเหม่อลอยประเดี๋ยวหัวเราะประเดี๋ยวร่ำไห้ ถึงแม้นไม่เคยมีความผูกพันแต่อย่างน้อยก็เคยร่วมเตียงเยี่ยนเป่าจึงเบือนหน้าหนีทันทีเมื่อเห็นสภาพอันน่าอเนจอนาถ
“นำนางใส่โลงแล้วฝังทั้งเป็ให้นางไปอยู่เป็เพื่อนเสี่ยวมาวของข้าในปรโลกแล้วส่งศพสตรีที่มีลักษณะใกล้เคียงกันกับนางไปยังจวนตระกูลอวี้ปล่อยข่าวลือออกไปว่านางถูกโจรป่าฆ่าตายระหว่างเดินทางกลับเมืองหลวงไม่มีผู้ใดรอดชีวิตที่สำคัญรายงานเื่ราวทั้งหมดตามความเป็จริงให้เสด็จพี่ของข้าได้รับรู้เอาไว้ด้วยบอกเขา…หากไทเฮายังคงดื้อแพ่งส่งสตรีนางใดมาให้ข้าอีก ข้าจะฆ่าทิ้งเสียให้หมดทุกคนโดยไม่สนว่าเป็ใครหรือสูงส่งแค่ไหน!” น้ำเสียงแหบแห้งของเซียวจิ่งหลงเต็มไปด้วยจิตสังหารอย่างรุนแรง มุมปากของเขากดลึกด้วยความโกรธแค้นก่อนโบกมือไล่ให้องครักษ์คนสนิทพากันออกไป
“พี่เยี่ยนเป่า จริงหรือไม่ ?ที่เสี่ยวมาวนั้นเป็เด็กผู้หญิง” หลี่ฉางโซ่วเอ่ยถามขึ้นระหว่างที่ทั้งคู่แวะพักในโรงเตี๊ยม
“จริงแท้แน่นอนนอกจากนี้นางยังเป็สตรีในดวงใจของท่านอ๋องด้วย”
“ข้านี่ช่างซื่อบื้อจริง ๆนางเคยพยายามบอกกับข้าเป็นัยหลายหนแล้วเพียงแต่ข้ากลับคิดไม่ถึง…” เด็กหนุ่มตบศีรษะตนเองอย่างรู้สึกเสียใจ ภาพความทรงจำดี ๆ ระหว่างเขากับนางผุดขึ้นมามากมายในหัว
“ตอนมีชีวิตอยู่นางเคยบอกกับพวกเราว่าอยากเห็นเ้าได้เป็จอหงวนข้าหวังว่าเ้าจะพยายามทำเพื่อนาง…” เพราะคำพูดนี้ของเสี่ยวมาวการเดินทางเข้าเมืองหลวงในครั้งนี้ ชินอ๋องจึงมอบหมายให้เขาเป็ผู้ติดตามคอยดูแลหลี่ฉางโซ่วรวมทั้งเข้าเฝ้าฮ่องเต้เพื่อกราบทูลเื่ราวทั้งหมดให้พระองค์ทรงทราบ
เดือนต่อมา… ชินอ๋องได้รวบรวมหลักฐานที่มหาเสนาบดีอวี้ลักลอบซ่องสุมกำลังพลเพื่อเป็กำลังหนุนให้องค์ชายรองเตรียมการก่อฏทำให้ตระกูลอวี้ถูกยึดทรัพย์และถูกปะาทั้งตระกูล องค์ชายรองถูกปลดให้เป็สามัญชนโดนกักบริเวณให้อยู่แต่ในตำหนักส่วนพระองค์ตลอดชีวิตส่วนอวี้กุ้ยเฟยถูกปลดออกจากตำแหน่งและย้ายไปอยู่ตำหนักเย็นอย่างถาวร
ต่อมาชินอ๋องได้ผันตนเองไปเป็แม่ทัพประจำชายแดนใต้ซึ่งเป็รอยต่อระหว่างแคว้นเซียวและแคว้นซางจนได้รับฉายาว่า “แม่ทัพพิทักษ์แดนใต้” ควบคู่กับ ฟู่ผิงเซิน ที่กลายเป็“แม่ทัพพิทักษ์แดนเหนือ” ซึ่งทำหน้าที่ดูแลปกป้องอาณาเขตรอยต่อระหว่างแคว้นเซียวและแคว้นเซิ่งอาณาจักรที่อยู่ทางตอนเหนือสุดของแผนที่ในขณะนั้น…