ตอนที่5 ปวดขา
วันนี้หนูนาแต่งตัวสวยด้วยชุดกระโปรงสั้นเหนือเข่ากับเสื้อสูทแขนยาวใส่ทับเกาะอกสีขาวดูรวมๆแล้วสุภาพเหมาะกับงานโรงแรมมาก
“หนูนาแต่งตัวสวยนะวันนี้” เขาลืมชมเธอในตอนแรกก็สำหรับปฐีไม่ว่าหนูนาจะแต่งตัวด้วยชุดอะไร เธอก็สวยสำหรับเขาเสมอ
“ขอบคุณค่ะ ว่าแต่พี่ดินจะให้หนูนาทำงานในตำแหน่งอะไรเหรอคะ”
“แต่งตัวสวยขนาดนี้ วันนี้ไปเป็พนักงานต้อนรับให้พี่สักวันก็แล้วกัน” พอดีวันนี้พนักงานที่ทำงานตรงส่วนนี้ลางานพอดี ปฐีก็เลยให้หนูนาไปทำงานตรงจุดนั้นแทนอีกอย่างก็อยากให้เกียรติชุดสวยๆที่เธอใส่มาด้วยที่จริงงานตรงนี้ความสูงของเธอถือว่าต่ำกว่าเกณฑ์มาก แต่ที่ได้ทำก็เพราะว่าเป็หนูนาไงถ้าเป็คนอื่นปฐีก็คงไม่ให้ทำ
“ได้ค่ะหนูนาทำได้หมด”หนูนาตอบอย่างมั่นใจพร้อมกับรอยยิ้มหวานๆที่ถูกส่งไปให้ปฐีด้วย
“ดีมาก เดี๋ยวพี่จะให้คนมาพาไป แล้วก็เทรนงานให้หนูนานิดหน่อยหนูนาก็น่าจะทำได้แล้ว” งานต้อนรับไม่ได้ยากก็จริง แต่ก็ต้องมีใจรักบริการด้วยเพราะคนที่มาใช้บริการก็จะแตกต่างกันออกไปขอแค่ยิ้มแย้มแจ่มใสและมีมนุษย์สัมพันธ์ที่ดีก็น่าจะทำงานตรงส่วนนี้ได้แล้วแล้วปฐีก็เชื่อว่าหนูนาทำได้อย่างแน่นอน
“คุณพนัสเชิญที่ห้องผมหน่อยครับ” ปฐียกหูโทรศัพท์เรียกใครสักคนเข้ามาคุณพนัสคือผู้ช่วยของปฐีที่คอยทำงานอยู่ที่โรงแรม เรียกง่ายๆว่าเลขานั่นเองไม่นานคุณพนัสก็เดินเข้ามา
“ครับคุณปฐี”
“เดี๋ยวคุณพนัสพาหนูนาไปประจำตำแหน่งพนักงานต้อนรับที่พนักงานประจำลาหยุดให้ด้วยนะครับ แล้วก็เทรนงานให้เธอด้วย” ปฐีสั่งเลขาคนเก่งของเขา พลางมองหน้าหนูนาไปด้วยแต่ดูเหมือนคนตัวเล็กของเขาจะโอเคกับงานที่เธอจะได้ทำมาก เพราะเธอยิ้มไม่ยอมหุบเลย
ส่วนพนัสก็รู้สึกแปลกใจที่เ้านายอย่างปฐีเรียกชื่อหญิงสาวคนนี้อย่างสนิทสนมอีกทั้งยังให้เลขาอย่างพนัสเทรนงานให้ด้วยตัวเองอีก ทั้งที่ไม่ใช่หน้าที่ของพนัสเลยด้วยซ้ำแต่เมื่อพนัสหันไปมองหน้าผู้เป็เ้านายเขาก็เป็อันรู้กันว่าหญิงสาวคนนี้คงไม่ใช่คนรู้จักธรรมดาแล้วแหละ
ที่จริงงานนี้ไม่ได้เป็งานสบายอย่างที่คิด ปฐีแอบแกล้งหนูนาเล็กๆแต่ก็คิดว่าหนูนาน่าจะทำได้แหละ เพราะเธอเป็คนอัธยาศัยดี แก้มป้องๆของเธอแค่เธอยิ้มนิดเดียวหัวใจของเขาก็ละลายแล้ว
“ได้ครับคุณปฐี”
“ฝากด้วยแล้วกันนะครับ แล้วก็ช่วยดูแลเธอให้ผมด้วย ผมให้เธอทำงานที่นี่แค่วันนี้วันเดียวเดี๋ยวพรุ่งนี้ผมจะย้ายให้เธอไปทำที่รีสอร์ทแทน” ปฐีอธิบายให้คุณพนัสรับทราบ คุณพนัสจะได้เทรนงานให้หนูนาถูกว่าไม่ต้องลงลึกอะไรมากนัก
“นี่แล้วอย่าดื้อล่ะ พี่จะทำงานแล้ว” จากนั้นปฐีก็หันไปพูดกับหนูนาทำให้หนูนาย่นจมูกใส่พี่ดินไปหนึ่งที แล้วเธอก็เดินตามคุณพนัสออกไป
“โอ้โหหนูหริ่งใส่ส้นสูงสี่นิ้วแน่!” ระหว่างที่หนูนาหันหลังเดินออกไปปฐีก็เห็นส้นรองเท้าของหนูนาพอดี ก็ตอนที่หนูนาเดินเข้ามา ปฐีมองแต่ใบหน้าของหนูนาทำให้เขาพึ่งจะสังเกตเห็นปฐีขำออกมาอย่างคนอารมณ์ดีจนประตูถูกปิดลง
“เชิญครับคุณหนูนา”
“หนูนาต้องทำอะไรบ้างคะ”
“งานตรงนี้ไม่ยากครับ เดี๋ยวผมจะอธิบายให้ฟังคร่าวๆ” จากนั้นคุณพนัสก็อธิบายถึงงานที่หนูนาจะต้องทำในวันนี้ เป็งานรับรองลูกค้าต้อนรับเวลาที่ลูกค้าเดินเข้ามาภายในโรงแรม เพื่อมาขอรับบริการหนูนาจะเป็ด่านแรกที่เจอกับลูกค้าแต่งานตรงนี้ข้อเสียของมันคือหนูนาจะต้องยืนทั้งวัน
“โอเคค่ะหนูนาเข้าใจแล้ว”
“ครับ ลองดูนะครับ ถ้ามีอะไรสงสัยคุณหนูนาก็เดินไปถามที่เคาน์เตอร์นะครับ”
“ค่ะ” จากนั้นเธอก็พยายามทำหน้าที่ของเธอให้ดีที่สุด ต้อนรับลูกค้าด้วยความที่หนูนาเป็คนอัธยาศัยดี เธอทำงานนี้ได้ดีมาก...แต่เธอก็เหนื่อยมากเช่นกัน
ตกเย็น
“เฮ้อ...ได้เงินเดือนเท่าไหร่วะเนี่ย ปวดขาขนาดนี้” ก็วันนี้หนูนายืนทั้งวัน แถมลูกค้าแต่ละคนก็ถามโน่นถามนี่กันไม่ได้หยุดแล้วด้วยความที่หนูนายังใหม่พึ่งจะมาทำงานวันนี้เป็วันแรก หนูนาก็ยังไม่ค่อยรู้เื่อะไรเกี่ยวกับโรงแรมนี้มากนักทำให้หนูนาต้องเดินไปถามคนที่รู้ แล้วก็ต้องเดินกลับมาตอบคำถามลูกค้า วันนี้นอกจากหนูนาจะยืนทั้งวันแล้วหนูนายังต้องเดินทั้งวันอีกด้วย แถมรองเท้าส้นสูงสี่นิ้วที่หนูนาใส่มามันทำให้หนูนารู้สึกปวดขาไปหมด
“ทำไมเมื่อก่อนถึงได้คิดว่าพนักงานต้อนรับคืองานสบายวะ” จะเดินไปหาที่นั่งก็ไม่กล้าเพราะหน้าที่ของเธอคือยืน อีกอย่างหนูนาก็พึ่งมาทำงานเป็วันแรกด้วยเดี๋ยวคนอื่นจะหาว่าเธอทำงานไม่ทนเอาได้
ในขณะที่หนูนาบ่นๆอยู่คนเดียวในรถ อยู่ๆก็มีเสียงเคาะกระจกรถดังขึ้นหนูนามองไปก็เห็นว่าเป็พี่ดินนั่นเอง เธอจึงเลื่อนกระจกรถลง
“หนูนาจะกลับแล้วค่ะ” น้ำเสียงเหนื่อยแสนเหนื่อยจนปฐีอดที่จะเป็ห่วงไม่ได้
“ทำงานวันแรกเป็ยังไงบ้าง” ที่จริงปฐีก็อยากเห็นหน้าหนูนาก่อนที่หนูนาจะกลับบ้านด้วยแหละแล้ววันนี้ปฐีก็นั่งเคลียร์งานทั้งวัน ก็เลยไม่มีเวลาไปดูหนูนาทำงานเลย
“หนูนาปวดขาค่ะ สงสัยจะเป็เพราะส้นสูงปกติหนูนาไม่ค่อยได้ใส่มันหรอกค่ะ” หนูนาบอกพี่ดินด้วยสีหน้าเพลียๆ
“ไหนลงมาซิ...ขอพี่ดูหน่อย” เขาเปิดประตูรถอย่างถือวิสาสะ
“เอ่อไม่เป็ไรหรอกค่ะ เดี๋ยวพรุ่งนี้ก็คงจะหาย” แต่ดูเหมือนว่าเขาจะไม่สนใจในสิ่งที่หนูนาพูด
“มาเถอะน่าอย่าดื้อ” ปฐีชวนหนูนาลงมานั่งที่โต๊ะใต้ต้นไม้ที่อยู่ใกล้ๆกับที่หนูนาจอดรถนั่นแหละ
“นั่ง...ขอพี่ดูหน่อย” ปฐีสั่งให้หนูนานั่งลงที่เก้าอี้ ส่วนปฐีก็นั่งลงด้านหน้าเธอแล้วจับขาของหนูนาขึ้นมาดู
“พี่ดินจะทำอะไรคะคนเยอะแยะ” หนูนาหันซ้ายมองขวาแล้วก็กำลังจะร้องห้าม แต่ดูเหมือนว่าจะไม่ทันเอาเสียแล้ว
“ก็ช่างสิ พี่ไม่สนใจ” เพราะคนที่ปฐีสนใจที่สุดก็คือหนูนาต่างหากแล้วที่หนูนาต้องเป็แบบนี้ ก็เป็เพราะเขาเอง เพราะเขาเป็คนสั่งให้หนูนาไปทำงานตรงนั้นเองก็เขาไม่คิดว่าหนูนาจะเป็มากขนาดนี้
แต่ปฐีก็รู้สึกว่าหนูนาอดทนดีเพราะเขาได้สอบถามจากคุณพนัสแล้วว่าหนูนาทำงานเป็ยังไงบ้าง คุณพนัสบอกว่าหนูนาทำงานได้ดีและไม่มีปัญหาอะไร
“พี่ดินคะ ไม่ต้องหรอกค่ะ” ปฐียังคงไม่สนใจในสิ่งที่หนูนาร้องห้ามเขายกขาของเธอขึ้นมาแล้วนวดให้ ตอนนี้หนูนาเปลี่ยนจากใส่ส้นสูงมาเป็สวมรองเท้าแตะธรรมดาแล้วปฐีนวดขาให้หนูนาอย่างเบามือ และก็ทำมันทั้งสองข้างอย่างตั้งใจ
“ปวดมากขนาดนี้แล้วทำไมถึงไม่มาบอกพี่ จะทนทำต่อทำไม” ปฐีรู้สึกผิดในใจลึกๆ สงสารก็สงสาร เท้าขาวๆของเธอตอนนี้แดงไปหมด
“หนูนาไม่กล้า พึ่งจะมาทำงานวันแรกด้วย โอ๊ย!! เบาๆ ค่า”
“ทีหลังถ้ามีปัญหาก็มาบอกพี่ไม่ต้องทนเจ็บเป็วันๆแบบนี้ปวดมากไหม” ประโยคแรกปฐีเหมือนจะดุๆเธอ แต่ประโยคต่อมา หนูนารู้ว่าพี่ดินเป็ห่วง
“ปวดค่ะ แต่พี่ดินเลิกนวดเถอะนะคะหนูนาเกรงใจ” เธอเป็แค่ลูกน้อง แล้วเธอก็พึ่งจะทำงานวันนี้เป็วันแรกด้วยพี่ดินทำแบบนี้หนูนาเกรงใจจริงๆ ถึงเมื่อก่อนเขาจะเป็พี่ชายที่แสนดีของหนูนาก็จริงแต่หนูนาก็ไม่ได้เจอกับพี่ดินมาตั้งสี่ปีเต็ม ทำให้หนูนารู้สึกเขินๆกับการกระทำของเขาที่เขาทำให้เธออยู่ตอนนี้
“ขับรถไหวไหม” ปฐีไม่สนใจในสิ่งที่หนูนาพูดเขายังคงนวดขาให้เธอต่อ
“ไหวค่ะหนูนากะว่าถึงบ้านแล้วจะแช่น้ำอุ่นสักหน่อยก็น่าจะดีขึ้น”
“ป่ะ ถ้างั้นก็กลับไปแช่น้ำอุ่นดีกว่า ถ้าพรุ่งนี้ปวดมากก็โทรมาบอกพี่”เพราะเขาจะได้ให้เธอหยุดพักไปก่อน
“ค่ะ ขอบคุณนะคะ พี่ดินกลับเถอะ หนูนาก็จะกลับแล้ว”
“ป่ะพี่พาไปส่งที่รถ” จากนั้นปฐีก็พยุงพาหนูนาเดินไปที่รถเปิดประตูรถให้เธอ เมื่อหนูนาเข้าไปนั่งเรียบร้อยแล้ว เขาก็ปิดประตูรถให้เธอ
“ถ้าขับไม่ไหวพี่ไปส่งให้ได้นะ” ปฐียังคงอาสาถึงในใจอยากจะขับรถไปส่งหนูนาที่บ้านเอง แต่อีกใจเขาก็ไม่อยากให้หนูนาอึดอัด
“ไหวค่ะ พี่ดินนี่ใจดีกับหนูนาเสมอเลยนะคะ”
“พี่ใจดีกับเราแค่คนเดียวนั่นแหละ จำเอาไว้แล้วขับรถกลับบ้านดีๆล่ะ พี่เป็ห่วง” คำว่าเป็ห่วงของเขาทำให้หนูนายิ้มหวานให้เขา เธอไม่ได้คิดอะไรกับเขา เหมือนที่เขาคิดกับเธอเพราะปกติพี่ดินก็จะใจดีกับเธอแบบนี้อยู่แล้ว แล้วด้วยความที่พี่ดินอายุเยอะกว่ามากแล้วอีกอย่างตอนนี้เขาก็เป็ทั้งเ้านายของเธอและเ้านายของพ่อเธอด้วย หนูนาก็เลยคิดว่าพี่ดินอาจจะเป็ห่วงเธอในฐานะพี่ชายหรือเ้านายของเธอก็ได้
“ค่า...” หนูนาตอบรับด้วยรอยยิ้มอีกครั้งจากนั้นเธอก็ขับรถออกไป...