New Hope : นักสู้ฟันน้ำนม (มี e-book แล้วครับ)

    ตอนที่ 41 : ชมรมดนตรีโฉมใหม่

                   มะปรางเดินออกจากโรงยิมสังเกตเห็นทางเดินบางส่วนมีการเทพื้นและฟุตบาทใหม่ตลอดแนว“ห้ามเดินผ่าน ปูนไม่แห้ง”เธอเดินผ่านบริเวณบ่อเลี้ยงปลาที่เธอเคยลื่นล้ม ก็มีการปรับปรุงทางเดินใหม่เช่นกันโดยเฉพาะส่วนฟุตบาทบริเวณนี้มีการสร้างแถบรั้วกั้นตลอดแนวบ่อปลากับทางเดินอย่างดีทำให้เธออดอมยิ้มภาพลื่นล้มในอดีตไม่น้อย

                   เธอชะเง้อเห็นบริเวณด้านข้างชมรมดนตรีมีการต่อเติมโครงเหล็กกับหลังคาบางส่วนติดกับพื้นที่ของชมรมเดิมมะปรางเดินเร่งฝีเท้าให้เร็วขึ้นทั้งๆ ที่เดินไม่ค่อยถนัดเท่าใดนักภาพที่เห็นตรงหน้าทำให้มะปรางต้องยิ้มทั้งน้ำตาเอามือปิดปากด้วยความดีใจ

                   พลอยกับนุชเดินออกมาจากห้องชมรมเห็นมะปรางยืนมองแต่ไกลทั้ง 2 คนวิ่งเข้ามากอดหน้า-หลังทันที

                   “ดีใจที่กลับมาที่นี่อีกครั้ง...”พลอยพูดทั้งน้ำตา

     

                   ภายในห้องชมรมดนตรีถูกตกแต่งใหม่ทั้งหมดตู้ใส่กีตาร์โปร่งและกีตาร์ไฟฟ้าหลายตัวเรียงรายซ้อนกัน 2 ชั้นอยู่ในตู้กระจกอย่างดีกลองชุดกับกลองไฟฟ้าหลายชุดตั้งอยู่ในห้องห่างกันไม่มากนักมีเบสและคีย์บอร์ดถูกติดตั้งอยู่กับแอมป์ใหม่เอี่ยมหลายชุดลำโพงถูกวางอยู่ในตำแหน่งมุมห้องบริเวณด้านข้างของห้องชมรมกำลังติดตั้งโครงเหล็กมีเวทีเล็กๆ สำหรับซ้อมวง

                   มะปรางเดินมองห้องชมรมด้วยความดีใจอย่างมากจนพูดอะไรไม่ออก

                   “ชมรมดนตรีของพวกเราทุกคนค่ะพี่มะปราง”นุชเดินเข้ามาจับมือมะปรางพามาดูบอร์ดกระจกที่ติดอยู่กำแพงด้านหนึ่งแสดงให้เห็นรายชื่อทีมงานชมรมดนตรีชุดใหม่

                   “พี่ดีใจด้วยนะนุช...พี่ขอให้นุชตั้งใจทำชมรมนี้ต่อไป”มะปรางหันมายิ้มตอบรับ

                   “ครูใหญ่บอกว่าอีกสัก10 วัน ที่นี่ก็ใช้งานได้แล้ว...ปรางมาได้ตลอดเวลา ทุกคนที่นี่ยินดีต้อนรับ”พลอยพูดด้วยรอยยิ้ม

                   “ค่ะพี่พลอย...หนูจะกลับมาซ้อมวงที่นี่แน่นอนค่ะ”

     

                   หลังจากที่โอ๋เรียนคาบเช้าเสร็จแล้วก็ตรงมาที่ห้องปฐมพยาบาลเห็นพี่บัวกำลังตรวจบริเวณใบหน้าของมะปรางอยู่พอดี“ที่หน้ายังมีอาการฟกช้ำนิดหน่อย...ส่วนต้นแขนทั้ง2 ข้างดีขึ้นเยอะแล้ว”

                   “พี่บัวเห็นไอ้ต้อมไหม?ไม่รู้มันหายหัวไปไหนอีกละ”

                   “ไปวิ่งที่สนามบอลด้านหน้าแล้วเห็นบอกว่าต้องซ้อมให้เยอะกว่าเดิม”

                   “โอ๋...ต้นขาเป็นงัยบ้าง?”มะปรางหันไปถามด้วยความห่วงใย

                   “โอ๋ไม่เป็นไรแล้ว...ปรางแหละที่โอ๋ต้องเป็นห่วงมากกว่า”

                   “อย่างที่บอกแหละที่ขาดีแล้วแต่แขนยังยกไม่ค่อยถนัดเท่าไร”

                   “ดูสิ!โดนต่อยจนหน้าช้ำไปหมดแล้ว”โอ๋พูดตัดพ้อด้วยความเป็นห่วงจนทำให้บัวอมยิ้ม

                   “คู่นี้จะหวานไปถึงไหนกันจ๊ะ”บัวเอ่ยปากแซวทันที “น้องมะปรางของพี่เวลาหวาน…ก็หวานจนน่ารักเกินไปจริงๆ”

                   “พี่บัวแล้วพี่หมอไปไหนเหรอคะ?” มะปรางหันมองไป-มาด้วยความสงสัย

                   “เมื่อเช้าเห็นบอกว่าครูใหญ่เรียกประชุมกับครูหนึ่งเรื่องจะตั้งชมรมใหม่กับเรื่องดูแลช่วงเก็บตัวทีมชาติแหละ...มะปรางคงต้องมาทำชมรมใหม่แทน”

                   “ค่ะพี่บัว...ครูหนึ่งบอกหนูแล้ว”

                   “เดินไปดูชมรมดนตรีใหม่แล้วใช่ป่ะ?”บัวเอ่ยปากถาม

                   “ไปมาแล้วค่ะ...พี่พลอยให้น้องนุชทำต่อจากรุ่นหนูไปเลยค่ะ”

                   “ปรางไม่เสียใจใช่ไหมที่อดทำชมรมดนตรีแล้ว?”

                   “ไม่หรอกค่ะแค่นี้ปรางก็ดีใจแล้ว อยากให้น้องๆ มีกิจกรรมทำกันค่ะ หนูขอแค่นี้ก็พอค่ะ”

                   “แล้วนี่คิดไว้ยังว่าจะเก็บตัวทีมชาติยังงัย...เห็นครูหนึ่งกับพี่หมอบอกว่ายังนึกไม่ออกเหมือนกัน ให้ปรางลองเสนอไอเดียมาก่อนว่าต้องการอะไรบ้างเพราะว่าปรางเป็นนักเรียนคนแรกของโรงเรียนที่ติดทีมชาติ” โอ๋ตั้งคำถามด้วยความสงสัย

                   “เมื่อวานปรางเพิ่งคุยกับมิวเห็นบอกว่าซ้อมคนเดียวที่เชียงใหม่เบื่อๆ อยากมาซ้อมกับปรางที่นี่ดีกว่า”

                   “อ้าว!แล้วเรื่องเรียนทำงัยล่ะ?” บัวถามต่อทันที

                   “มิวบอกว่าอยากให้ทำเรื่องย้ายมาเรียนที่วิทยาเขตที่นี่ได้ไหม?เห็นบอกว่าที่ขอนแก่นก็มี”

                   “เอ่อดีๆๆ...ถ้างั้นเดี๋ยวพี่บัวบอกพี่วิทย์ให้ทำเรื่องขอท่านอธิการบดีย้ายมาเลยมะปรางจะได้มีคู่ซ้อม”

                   “ถ้างั้นหนูจะบอกให้มิวเตรียมตัวย้ายมาที่นี่เลยละกัน...”

                   “แล้วจะย้ายไปบ้านใหม่เมื่อไร...เดี๋ยวโอ๋กับไอ้ต้อมจะไปช่วยย้ายบ้าน”

                   “ยังไม่รู้เลยเพิ่งรู้ว่าได้บ้านเมื่อกี้นี้เอง แล้วแต่พ่อกับแม่แหละ...อยากไปดูร้านขนมด้วยครูหนึ่งบอกว่าเหลือตกแต่งอีกนิดหน่อย”

                   “อืมๆ”

                  

                   นักกีฬาผู้หญิงฝาแฝด2 คนกำลังยืนดูคลิปการต่อสู้ระหว่างมะปรางกับมนต์ชัยอยู่ในโรงยิมแห่งหนึ่ง ณกรุงโซลประเทศเกาหลีใต้ โดยมีชายสูงอายุผมสีดอกเลา ร่างกายกำยำสูงใหญ่ปกปิดใบหน้าคนหนึ่งยืนเคียงข้างอย่างน่าเกรงขาม

                   “ท่านอาจารย์สอนพวกเรามา10 ปี ใช้เวลาตามหาหลิวฮุ่ยหนิง2 ปีเต็มๆ...ถึงเวลาของพวกเรา 2 คนแล้วใช่ไหมคะ?”    

                   “หึ...หึ...หึ...หลิวฮุ่ยหนิง..ลู่เฟย...แล้วจะได้เห็นดีกัน!!!!!!!...ดูเหมือนว่าผู้หญิงคนที่ยืนข้างๆหลิวฮุ่ยหนิงคนนั้นคือ...เธอไปอยู่ที่ไทยตั้งแต่เมื่อไรกันนะ?”

                  

                   สมาคมศิลปะป้องกันตัวสมัยใหม่ประกาศข่าวอย่างเป็นทางการโค้ชบีเรียกมะปรางและมิวติดทีมชาติร่วมกับรุ่นพี่อีก 3 คนคือ โรจน์, มนต์ชัยและน้ำเข้าแข่งขันประเภททีม 5 คนชิงแชมป์เอเชียที่กำลังจะเปิดฉากในบ้านเรา หลังจากข่าวนี้เผยแพร่ออกมาก็สร้างความฮือฮาในวงกว้างทันที

                   “ทีมชาติของเราชุดนี้สุดยอดมาก...ได้ลุ้นแชมป์เอเชียไหมเนีย!!!!”

                   “เห็นบอกว่าสำหรับกีฬาประเภทนี้...ทีม 5 คนคือที่สุดแล้ว มีน้องมะปรางกับน้องมิวมาเสริมอีก 2คน นี่มันดรีมทีมชัดๆ”

                   “ตื่นเต้นๆๆอยากให้ถึงเวลาแข่งเร็วๆ จัง...งานนี้แชมป์โลกก็แชมป์โลกเถอะมาเจอน้องมะปรางเวอร์ชั่นสมบูรณ์แบบจะเป็นยังงัย!!!!!”

     

                   ครูหนึ่งกำลังนั่งคุยอยู่กับวิทย์ในโรงยิมมีการปรับปรุงพื้นที่ส่วนใหญ่ให้เหมาะสมกับการฝึกซ้อมของมะปรางหุ่นไม้ถูกตั้งอยู่มุมด้านหนึ่ง พื้นที่โดยรอบมีอุปกรณ์การต่อสู้ของกีฬาประเภทอื่นๆจัดวางได้อย่างเหมาะเจาะ

                   “ครูใหญ่ประสานไปที่ท่านอธิการบดีที่เชียงใหม่เรียบร้อยตามที่คุณวิทย์บอกครับ...เห็นมิวบอกว่าจะเดินทางมาที่นี่อีก3 วัน...ส่วนที่พักของมิว ทางสมาคมจัดเตรียมไว้แล้ว ไม่มีปัญหาครับ”

                   “แล้วรูปแบบการเก็บตัวฝึกซ้อมล่ะครับครูหนึ่ง?”

                   “มิวอยากมาซ้อมกับมะปรางทำให้ง่ายขึ้นเยอะเลยครับคุณวิทย์...ผมคิดว่าในโรงยิมตอนนี้มีอุปกรณ์ครบถ้วนพอสมควรน่าจะไม่มีปัญหาอะไรครับ...ส่วนเรื่องอาหารการกิน ทางสมาคมจะส่งคนมาดูแลเป็นระยะๆก็จะแยกเก็บตัวอยู่ที่นี่ถึง 1 เดือนสุดท้ายก่อนแข่งแล้วค่อยให้มะปรางกับมิวเดินทางไปเก็บตัวที่กรุงเทพครับผมคิดว่าอยากให้คุณวิทย์ดูแลเด็กๆ ที่นี่ควบคู่ไปด้วย...ช่วงไปเก็บตัวที่กรุงเทพ 1เดือนคงต้องให้บัวไปคนเดียว”

                   “โอเคครับครูหนึ่ง”

                   “ส่วนเรื่องวิธีการฝึกซ้อมถ้ามิวเคยเป็นคู่ซ้อมมะปรางมาก่อน ผมคิดว่าพวกเราคงดูห่างๆ ได้”ครูหนึ่งเสนอไอเดีย

                   “ผมก็คิดเหมือนครูหนึ่งครับจริงๆ ผมก็อยากเห็นการซ้อมเข้มๆ ของเด็ก 2 คนนี้เหมือนกันว่าจะเป็นยังงัย”

                   ครูหนึ่งไม่ได้ตอบอะไรกับวิทย์ได้แต่ยืมอมยิ้มทั้ง2 คน

     

                   เวลาล่วงเลยมาถึงช่วงเย็นมะปรางเดินทางกลับถึงบ้านตามปกติ“พ่อกับแม่ปิดบังหนูตั้งหลายเรื่อง!!! ทำไมไม่บอกหนู...หนูไปโรงเรียนหนูไม่รู้เรื่องอะไรสักอย่าง”

                   “แม่อยากให้ลูกตื่นเต้นเยอะๆงัย” แม่ตอบด้วยอารมณ์ขำๆ

                   “แม่อ่ะ!!!หนูไม่ตลกนะแม่...จะย้ายบ้านแล้วหนูไม่รู้อะไรสักอย่างแล้วพ่อไปไหนเหรอคะ?”

                   “พ่อไปทำความสะอาดบ้านใหม่ตั้งแต่เช้าแล้ว...แล้วก็แวะไปดูร้านใหม่ด้วยเตาอบติดเสร็จแล้ว พร้อมเปิดร้านแล้วนะ”

                   คำตอบของแม่ทำให้มะปรางดีใจมาก“เย้ๆๆๆเรามีร้านขายขนมเป็นของตัวเองแล้ว...เรามีบ้านแล้วหนูดีใจมากค่ะแม่...หนูดีใจที่สุด เย้ๆ”

                   แม่หยิบมือถือขึ้นมาพร้อมกับยื่นให้มะปรางดูอะไรบางอย่างทำให้มะปรางน้ำตาซึมขึ้นมาทันที“แม่....”

                   “รางวัลของความเพียรพยายาม....ของลูก”

                   รูปภาพในมือถือถ่ายหน้าร้านขายขนมแสดงป้ายชื่อร้าน “น้องมะปรางเบอเกอรี่ & นมสด”ทำให้มะปรางค่อยๆ โน้มตัวเข้าไปกอดแม่ “แม่หนูดีใจที่สุดหนูดีใจมากค่ะแม่”

                   “ลูกทำสำเร็จแล้ว...ลูกแม่เก่งมาก”

     

                   เช้าวันรุ่งขึ้นโค้ชบีเรียกโรจน์,มนต์ชัยและน้ำเข้ามาในห้องประชุมภายในแคมป์เก็บตัวทีมชาติ “มะปรางกับมิวจะแยกเก็บตัวที่ขอนแก่นส่วนเราทั้ง 3 คนเก็บตัวที่นี่เหมือนเดิม...น้องทั้ง 2คนจะเดินทางมาพร้อมกับคุณบัวก่อนการแข่งขัน 1 เดือน เราทั้ง 3 คนจะพักกันก่อนไหม?หรือว่าจะเก็บตัวต่อเนื่องไปเลย”

                   “ไม่ต้องดีกว่าครับโค้ชบีพวกผมคุยกันแล้ว...เก็บตัวยาวไปทีเดียวดีกว่า”โรจน์เสนอความเห็น

                   “อืมๆดีเหมือนกัน...ถ้าอย่างนั้นวันนี้ซ้อมเบาๆ ไปก่อนเพิ่งแข่งเสร็จยังไม่ต้องเร่งตอนนี้”โค้ชบีพยักหน้าตอบรับ

                   “โค้ชคะ...เมื่อเช้าหนูเห็นมีเจ้าหน้าที่เอาหุ่นไม้2 ตัวมาตั้งในยิมด้วยค่ะ”น้ำตั้งคำถามด้วยความสงสัย

                   “ปัญหาหลักของการแข่งขันครั้งนี้อยู่ที่ลู่เฟยคนเดียว...ทางผู้ใหญ่ในสมาคมจะลองหานักกีฬาหย่งชุนมาเป็นคู่ซ้อมให้พวกเราด้วยจะได้คุ้นเคยทางมวยกันหน่อย”

                   “ดีเหมือนกันครับโค้ชบีเวลาเจอมวยหย่งชุนผมจับทางไม่ค่อยได้ เป็นมวยที่ไม่ค่อยมีคนใช้เท่าไร”โรจน์ให้ความเห็นสนับสนุน “ครั้งนี้ต้องเอาให้ได้ครับโค้ช”

                   “ถ้าได้คู่ซ้อมหย่งชุน...โอเคค่ะ”น้ำพยักหน้าตอบรับ

                   “มนต์ชัยไม่พูดอะไรหน่อยเหรอ?” โค้ชบีหันไปถาม

                   “ผมว่าหาโค้ชให้น้องมะปรางสักคนดีไหมครับ?”มนต์ชัยออกความเห็น

                   “ผมถามครูหนึ่งแล้วน้องบอกว่าขอซ้อมกับมิวก็ได้ ไม่ต้องสิ้นเปลืองงบ...น้องเคยซ้อมกับมิวมาตั้งแต่สมัยเด็กๆผมก็ไม่รู้จักมิวเท่าใดนัก แต่ถ้าถึงขนาดเป็นคู่ซ้อมมะปรางได้ต้องมีฝีมือไม่เบาเหมือนกัน”

                   “น้องมิวคนนี้เป็นใครเหรอครับ?น้องคนนี้ไม่เคยลงแข่งรายการในประเทศไม่เคยได้ยินชื่อ ในระดับนานาชาติก็ไม่มีผลงานอะไรสักอย่าง ไม่มีอันดับด้วย”โรจน์ตั้งข้อสงสัย “น้องมิวเป็นอีกคนที่มีสกิลมีฝีมือสูงมากน่าจะติดทีมชาติไทยตั้งนานแล้ว แต่ก็เพิ่งปรากฎตัวพร้อมๆ กับมะปราง”

                   “ผมรู้แค่ว่าน้องเคยอยู่ที่ญี่ปุ่นกับพ่อน่าจะเป็นเพราะว่าอาชีพของพ่อทำให้ต้องเดินทางตลอดเวลาก็เลยไม่ได้มาทางนี้จริงจังก็ได้”โค้ชบีออกความเห็น

                   “เมื่อคืนหนูย้อนดูคลิปแข่งของมิว...ถ้ามาเล่นเทควันโดเหรียญทองสบายๆ เลย น้องมีทักษะเตะกับการเข้าทำสูงมาก”น้ำให้ความเห็นเสริม

                   “เรื่องของมะปรางเคลียร์แล้วว่ามาเรียนหนังสือที่ขอนแก่น2 ปี...แล้วมิวล่ะ? จะมีแค่เรื่องที่ต้องเดินทางกับพ่อจริงๆเหรอ?” โค้ชบีตั้งคำถามที่ทำให้ทุกคนต้องฉุกคิด “ผมว่าน้องมิวต้องมีเหตุผลบางอย่างที่ไม่เคยเข้าร่วมการแข่งขันแน่ๆ”