ตอนที่ 1 สารวัตรแบรด
สวัสดีครับ ผมชื่อ....เอ่อ....จะให้เรียกผมว่าอะไรดีหล่ะ คือชื่อจริงผมอ่ะนะชื่อว่าชาติชายครับเพื่อนบางคนมันเลยเรียกผมว่าชาติ แต่บางคนมันก็เรียกว่าชาย ซึ่งผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าพวกมันไปคุยกันอีท่าไหนผมถึงได้มีชื่อเรียกตั้งสองชื่ออย่างนั้นเพราะฉะนั้นจะเรียกผมว่าชาติหรือชายก็ได้ครับ แต่ถ้าจะให้ผมแทนตัวเองด้วยชื่อผมจะเรียกแทนตัวเองว่าชายก็แล้วกันนะครับ เพราะมันดูมาดแมนดี
แต่ว่าชื่อเล่นจริงๆของผมไม่ใช่ทั้งชาติหรือว่าชายหรอกนะครับ ชื่อเล่นจริงๆของผมคือ‘แบรด’ครับ ซึ่งมันก็มาจาก แบรด พิตต์ นั่นแหล่ะครับซึ่งคนที่ตั้งก็ไม่ใช่ใครที่ไหน.....คุณแม่ผมเองแหล่ะครับพอดีว่าแม่ของผมเค้าดันชอบแบรด พิตต์มาก ก็เลยตั้งชื่อนี้ให้กับผมซึ่งผมก็ไม่รู้ว่าท่านไปดูหมอที่ไหนถึงได้มั่นใจว่าผมโตมาจะหล่อเหลาเหมือนดาราฮอลลีวูดคนนั้นเลยกล้าตั้งชื่อนี้ให้ผมหรือเปล่าอ่ะนะ
และถึงแม้ว่าพอโตมาแล้วหน้าตาของผมก็หล่อเหลาเอาการอยู่อ่ะนะแต่ผมก็เกลียดชื่อเล่นนี้เอามากๆ จนไม่อยากจะบอกใครเลยหล่ะ จนทำให้คนๆเดียวที่เรียกผมด้วยชื่อนี้ก็มีเพียงคุณแม่ของผมที่เสียไปแล้วคนเดียวเท่านั้นแหล่ะครับ
อ๋อ....แล้วก็ลืมบอกเื่สำคัญไปไม่ว่าเพื่อนหรือแม่จะเรียกผมด้วยชื่อไหนก็ตามแต่ลูกน้องของผมนอกจากจะเรียกผมว่าท่านแล้ว บางทีพวกเค้าก็มักจะเรียกผมว่า ‘สารวัตรชาย’ เสมอครับใช่ครับผมเป็ตำรวจ เพราะฉะนั้นถ้าใครจะเรียกผมว่าสารวัตรชายผมก็ไม่ติดนะ
แต่ถึงแม้ว่าตอนนี้จะมีลูกน้องมากมายที่เรียกผมว่าสารวัตรหรือบนบ่าผมจะมีดาวนายพันหนึ่งดวงกับพระเกี้ยวประดับอยู่ก็ตามแต่อายุอานามของผมนั้นยังไม่สามสิบเลยครับ
แล้วก็ถ้าหากตอนนี้ใครกำลังคำนวณอายุราชการผมอยู่หล่ะก็ไม่ต้องนับให้เหนื่อยหรอกครับเพราะว่าผมก็เรียนโรงเรียนนายร้อยจบแล้วเข้ามารับราชการเหมือนคนอื่นทั่วไปเค้านั่นแหล่ะครับแต่ว่าสิ่งที่คนอื่นมีไม่เหมือนผมนั่นก็คือพ่อผมเค้าดันเป็ผู้บัญชาการตำรวจน่ะซิครับนั่นแหล่ะครับเคล็ดลับความสำเร็จในหน้าที่การงานของของผมหล่ะ
อันที่จริงตอนที่ผมได้เลื่อนตำแหน่งใหม่ๆ ก็เคยได้ยินเสียงซุบซิบนินทาจากเพื่อนร่วมรุ่นหรือรุ่นพี่มาอยู่บ้างเหมือนกันหล่ะนะแต่ว่าจะทำอะไรได้หล่ะ ก็บ้านผมมันดันรวยและก็เป็ตระกูลใหญ่นี่ครับ
ผมนี่หล่ะอยากจะไปะโใส่หน้าไอ้พวกเพื่อนร่วมรุ่นหรือรุ่นพี่ที่เรียนจบมาก็นานแล้วแต่ก็ยังเป็ได้แค่หมวดอยู่เลยว่า‘ก็คนเรามันเกิดมาไม่เท่ากันไงโว้ยก็บ้านกูรวยนามสกุลกูก็บักเอ้กแถมพ่อกูก็เป็ผบ.ตร.นี่ จะทำไงได้วะ มึงไปเกิดใหม่ก็แล้วกันนะ’
แต่ผมก็คงได้แค่คิดในใจเท่านั้นแหล่ะครับถ้าให้ไปพูดต่อหน้าถึงพวกมันจะไม่กล้ายิงผม ภาพลักษณ์สารวัตรแสนดีที่ผมอุตส่าห์สร้างมามันจะเสียเอาได้น่ะซิครับ
เอ่อ....แต่ว่านอกจากเื่ความร่ำรวยของตระกูลผมและหน้าที่การงานที่ผมแสนจะภาคภูมิใจแล้วก็ยังมีอีกสิ่งหนึ่งที่ผมภูมิใจอ่ะนะครับซึ่งสิ่งนั้นก็ไม่ใช่อะไรเลยนอกจากเมียผมเองครับ
สวย.....เป็ชื่อเมียผมครับ เธออ่อนกว่าผมประมาณสี่ปีและหน้าตาของเธอก็สวยสมชื่อเลยนะครับแหม.....ไอ้ครั้นจะพูดชมเมียตัวเองมันก็กระไรอยู่นะครับ เื่นั้นผมรู้ดีแต่ว่าไม่ได้มีแค่ผมที่คิดไปเองว่าสวยเค้าสวยหรอกนะครับ
เพราะเพื่อนๆก็มักจะชมเมียผมคนนี้อยู่เสมอๆบางคนก็บอกว่าเธอสวยเหมือนดาราช่องมากสีคนนึง แต่บางคนก็บอกว่าบางมุมสวยก็เหมือนกับดาราช่องน้อยสีอีกคนนึง....แต่เอาเป็ว่า....ไม่ว่าสวยจะหน้าตาสวยเหมือนใครก็ตามแต่คำชมทั้งหมดมันก็ทำให้ผมมั่นใจได้ว่าสวยนั้นสวยจริงๆไม่ได้จกตา
แต่เดิมแล้วพื้นเพสวยนั้นเป็คนที่มาจากจังหวัดทางภาคใต้ครับมันก็เลยทำให้ใบหน้าของเธอนั้นมีความคมเข้มแบบสาวไทยแท้ๆไม่มีผสม แล้วก็ถ้าหากใครกำลังคิดว่าผิวของสวยนั้นคงจะต้องดำคล้ำแล้วหล่ะก็.....เปลี่ยนความคิดได้เลยครับผิวพรรณของสวยอ่ะนะขาวผ่องเป็ยองไยสว่างไสวซะยิ่งกว่าอนาคตของประเทศนึงแถวๆเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ซะอีกครับ
แล้วก็นอกจากที่สวยจะสวยอย่างที่ผมสาธยายไปแล้วสิ่งที่ทำให้ผมหลงรักเธอั้แ่ที่ได้เจอกันครั้งแรกเลยก็คือกิริยามารยาทที่เรียบร้อยนั่นแหล่ะครับ
อ๋อ....ผมลืมบอกไปว่าผมไปเจอสวยเค้าได้ไงพอดีว่าตอนนั้นมันดันมีคดีฉ้อโกงที่โรงงานไม้แห่งนึงเกิดขึ้นน่ะครับ แล้วพอดีว่าเ้าของโรงงานไม้แห่งนั้นเค้าดันรู้จักกับพ่อของผมเข้าผมก็เลยต้องลงไปสืบด้วยตัวเอง
แต่ว่าสวยเค้าไม่ได้เป็ผู้ต้องหาในคดีนั้นหรอกนะครับอันที่จริงตอนนั้นสวยเค้าลาออกจากที่นั่นไปซักพักแล้วด้วยซ้ำ และที่ผมต้องไปพบสวยนั่นก็เป็เพราะว่าผู้ต้องหาในคดีนั้นดันเกิดหนีไปได้ก็เลยทำให้นอกจากที่จะออกหมายจับไปแล้ว ผมก็ต้องสั่งให้ลูกน้องไปพูดคุยกับทุกคนที่เคยรู้จักกับผู้ต้องหาคนนั้นเพื่อที่จะสืบให้ได้ว่าผู้ต้องหาจะสามารถหนีไปไหนได้บ้างซึ่งหนึ่งในคนที่รู้จักมักคุ้นกับผู้ต้องหาคนนั้นก็คือสวยที่เคยทำงานเป็นักบัญชีด้วยกันที่โรงงานไม้แห่งนั้นนั่นแหล่ะครับ
แล้วก็ถ้าถามว่าทำไมระดับสารวัตรอย่างผมถึงต้องถ่อลงไปพูดคุยสอบถามเพื่อนสาวของผู้ต้องหาด้วยตัวเองแล้วหล่ะก็ผมก็ต้องขอตอบเลยว่าก็เพราะว่าเธอ ‘สวย’ ยังไงหล่ะครับ
ตอนที่ผมได้ไปเจอสวยครั้งแรกนั้น ตอนนั้นเธอทำงานเป็นักบัญชีให้กับโรงงานเหล็กแห่งนึงอยู่ครับและก็แค่เพียงครั้งแรกที่เธอปรากฏตัวให้ผมเห็น ผมก็ตกหลุมรักเธอในทันทีเลยหล่ะครับก็นอกจากที่เธอจะสวยมากๆอย่างที่ผมบอกไปแล้วการแต่งกายของเธอก็ดูเรียบร้อยน่ารักแถมกิริยาก็ยังงดงามอีกต่างหาก เป็ผู้หญิงในแบบที่เรียกได้เลยว่าตรงสเปคผมมากเลยหล่ะครับ
และหลังจากที่จบคดีฉ้อโกงในโรงงานไม้แห่งนั้นไป....เอ่อ.....จริงๆจะเรียกว่าจบก็ไม่เชิงอ่ะนะเพราะว่าผู้ต้องหาในคดีนั้นดันหนีหายเข้าไปในกลีบเมฆน่ะซิครับ แล้วไอ้ผมที่เป็แค่ลูกผบ.ตร.และหลานของอดีตผบ.ตร.แถมตระกูลก็ใหญ่โตอย่างผมจะทำอะไรได้หล่ะครับ จริงไหม
แต่ถึงผมที่ลงไปสืบคดีด้วยตัวเองจะจับตัวคนร้ายมาลงโทษไม่ได้ แต่ผมก็ได้สวยมาเป็แฟนแทนครับคือตอนแรกๆผมก็หาทางเข้าไปหาเธอที่โรงงานเหล็กที่เธอทำอยู่บ่อยๆนั่นแหล่ะครับก็ทำเป็แกล้งถามสวยถึงที่ที่ผู้ต้องหาจะหลบหนีไปได้แต่เธอที่รู้จักกับผู้ต้องหาแค่เพียงเคยทำงานบัญชีด้วยกันแค่ปีหน่อยๆก็ไม่ได้รู้อะไรมากมายขนาดนั้นหรอกครับ
แล้วในวันนึงผมที่ตัดสินใจแน่วแน่แล้วว่าจะต้องจีบสวยเป็แฟนให้ได้ ก็อาศัยจังหวะที่อยู่กันสองต่อสองขอเบอร์โทรเธอไว้แล้วเธอก็ให้ผมมาง่ายๆเลยครับ ซึ่งสาเหตุที่ผมมารู้ในภายหลังก็คือสวยบอกว่าที่เธอให้เบอร์ผมมาง่ายๆขนาดนั้นก็เป็เพราะว่าเธอคิดว่าถ้าหากเธอให้เบอร์มาแล้วมันก็คงจะเป็ประโยชน์กับการสืบสวน แล้วก็จะทำให้ผมไม่ต้องเสียเวลาถ่อมาพูดคุยสอบถามเธอถึงที่โรงงานเหล็กแห่งนี้อีก
และในคืนแรกที่ผมได้เบอร์โทรของสวยมาแล้วแทนที่ผมจะโทรไปถามไถ่ถึงผู้ต้องหา ผมก็กลับถามไถ่เธอถึงแต่เื่ส่วนตัวจนผมได้ความมาว่าเธอยังโสดอยู่...เท่านั้นแหล่ะ....ผมก็รุกคืบจีบเธอในทันทีในทีแรกก็ดูสวยเค้าจะใอยู่หล่ะนะครับ แต่ว่าไปๆมาๆพอผมใช้ความจริงใจเข้าสู้เธอก็ยอมไปเดตกับผมและหลังจากนั้นพวกเราก็ได้เป็แฟนกัน
แต่ก็ใช่ว่าทุกอย่างมันจะราบรื่นอย่างที่ใครคิดหรอกนะครับก็ด้วยความที่ว่าวันนึงผมอาจจะได้ขึ้นไปดำรงตำแหน่งผบ.ตร. เหมือนปู่กับพ่อแถมตระกูลผมมันก็ใหญ่และมีหน้ามีตาในสังคมซะด้วย ไอ้การที่ผมจะไปแต่งงานกับผู้หญิงบ้านๆที่ไม่ได้เป็ลูกหลานนักการเมืองใหญ่ไฮโซตระกูลดังหรือว่าลูกสาวผู้นำเหล่าทัพมันก็เลยทำให้พ่อผมท่านโกรธเอาเสียมากๆเลยหล่ะครับ
แต่คือ...จะให้ผมพูดยังไงดีหล่ะ ก็ใช่ว่าผมจะไม่เคยลองไปคบกับผู้หญิงที่พ่อผมหามาให้อ่ะนะผมน่ะลองคบมาแล้วทุกคนครับ ไม่ว่าจะไฮโซสาวแสนสวย นางเอกชื่อดังหรือว่าลูกหลานของคนที่มีอำนาจที่พ่อผมคิดว่าควรเกี่ยวดองกันไว้เพื่อเป็ประโยชน์ในอนาคตก็ตามแต่ว่าผู้หญิงพวกนั้นก็ดีแต่เปลือกน่ะครับ ไอ้สวยน่ะพวกเธอก็สวยกันอยู่หรอกถึงแม้ว่าบางคนจะสวยจะอึ๋มด้วยมีดหมอก็เถอะนะ
แต่พวกเธอทั้งหมดก็ไม่มีใครเลยซักคนที่จะสวยจากทั้งจิตใจและกิริยางามเหมือนกับสวยสวยมีทุกอย่างที่ผม้าเลยหล่ะครับทั้งความเป็แม่บ้านแม่เรือนทั้งพูดจาสุภาพอ่อนหวานและที่ผมชอบที่สุดก็คือการที่เธอเป็คนแต่งตัวเรียบร้อยไม่หวือหวานั่นแหล่ะครับ
และก็แน่นอนครับ พอผมยืนกรานไปว่าไม่ว่ายังไงผมก็จะแต่งงานกับสวยแน่นอนพ่อก็เฉดหัวผมออกจากคฤหาสน์ ‘วีรภัทรากุล’ ที่ผมเติบโตมาเลยหล่ะครับ แต่ผมก็ไม่ได้สนใจอะไรมากนักหรอกนะครับเพราะว่าสิ่งที่พ่อให้มามันก็มากพอแล้ว
และหลังจากที่เราคบกันแค่ครึ่งปีผมก็ลองขอสวยแต่งงานซึ่งในครั้งแรกสวยก็ปฏิเสธทันทีโดยให้เหตุผลว่าเร็วไปจนผมต้องเทียวขอสวยแต่งงานอยู่อีกหลายครั้งด้วยเพราะว่าเธอก็พอจะรู้ได้จากสายตาของครอบครัวผมว่าไม่มีใครชอบเธอเลยซักคนเธอที่ไม่อยากจะทำให้ผมต้องมีปัญหากับครอบครัวก็เลยปฏิเสธผมเรื่อยมา แต่หลังจากที่ผมยืนยันกับเธออย่างหนักแน่นไปว่าผมนั้นรักเธอจากใจจริงแล้วก็ถ้าหากว่าเธอยังไม่ยอมรับแหวนเพชรเม็ดงามของผมในครั้งนี้เพื่อที่จะได้ผลักไสให้ผมกลับไปที่คฤหาสน์หลังนั้นแล้วหล่ะก็ผมก็จะครองตัวเป็โสดไปตลอดชีวิต...แล้วมันก็ได้ผล
และหลังจากผ่านงานแต่งงานที่ไม่มีญาติจากทางฝั่งผมมาร่วมงานด้วยเลยซักคนผมกับสวยก็ได้ย้ายเข้ามาอยู่ด้วยกันในรังรักที่ผมซื้อเอาไว้และพวกเราก็อยู่ด้วยกันอย่างมีความสุขมาจนวันนี้ก็หนึ่งปีพอดี
“สวัสดีค่ะพี่ชาย” สวยที่กำลังยืนทำกับข้าวอยู่ในครัวหันมาเอ่ยทักผมทันทีที่ผมเดินเข้ามาในครัว
ผมก็เลยเดินเข้าไปยืนประกบที่ด้านหลังของเธอก่อนจะใช้สองแขนโอบรัดรอบตัวเธอพร้อมกับพูด“สวัสดีจ๊ะ เมียจ๋า”
“นี่...พี่ชายค่ะอย่าเพิ่งกอดซิคะ ให้สวยทำกับข้าวให้เสร็จก่อนนะ” สวยเอียงคอมาพูดเตือนผมด้วยรอยยิ้มสดใสเหมือนเช่นเคย
พอได้ยินที่สวยพูดผมก็เลยคลายวงแขนของตัวเองออกแต่กลิ่นกายของสวยที่ลอยเตะจมูกก็ทำให้ผมตัดสินใจฝังหน้าเข้าใส่ซอกคอของเมียสุดสวยของผมพลางพูดบอก“ฟอดดด ไม่กอดแล้วก็ได้ ฟอดดด หอมอย่างเดียวก็แล้วกัน”
“วะ....ว๊าย! พะ...พี่ชายค่ะ ทำอะไรเนี่ยนี่มันกลางวันแสกๆนะคะ” สวยสะดุ้งใก่อนจะหันมาตีแขนผมเบาๆพร้อมพูดเตือน
“แฮะแฮะ โทษทีๆ” ผมหัวเราะแห้งๆก่อนจะพูดขึ้นหลังจากที่ปล่อยแขนออกจากร่างของสวยที่หันมาทำหน้ามุ่ยใส่ผมแล้ว
“สวยก็บอกอยู่ว่าสวยจะทำกับข้าว พี่ชายก็แกล้งสวยอยู่นั่นแหล่ะเดี๋ยววันนี้ก็ไม้ได้กินข้าวเย็นกันหรอกค่ะ” สวยต่อว่าต่อขานผมยกใหญ่ราวกับแม่ที่กำลังดุลูก
และในขณะที่สวยกำลังว่ากล่าวผมอยู่ ผมก็ล้วงมือเข้าไปในกระเป๋ากางเกงของตัวเองแล้วหยิบกล่องต่างหูแบรนด์เนมออกมาแล้วยื่นไปให้เธอพร้อมกับพูดบอก“สุขสันต์วันครบรอบแต่งงานหนึ่งปีนะครับ”
จากที่บึ้งในทีแรกหน้าของสวยก็เริ่มเปลี่ยนไปเป็ดีใจก่อนที่จะเปลี่ยนกลับมาบึ้งตึงอีกครั้งซึ่งมันสร้างความสงสัยให้กับผมอย่างมาก
“ทำหน้าบึ้งทำไมอ่ะสวยไม่ชอบหรอ” ผมถามไปด้วยความงุนงง
“ชอบน่ะมันก็ชอบอยู่หรอกค่ะ” สวยตอบคำถามผมก่อนจะพูดต่อ “แต่นี่มันเป็ต่างหูของ Dior ไม่ใช่หรอคะ ท่าทางจะแพงน่าดูเลยซิเนี่ย”
‘อ๋อ....ห่วงเื่ราคานี่เองไอ้เราก็ใจหายแว๊บ นึกว่าจะไม่ชอบซะอีก’
“ไม่แพงหรอกพี่ซื้อตอนโปรน่ะ” ผมพูดโกหกออกไป
จากที่บึ้งตึงในทีแรกพอผมพูดจบ สวยก็จ้องตาผมเขม็งก่อนจะพูดด้วยเสียงแข็ง“โปรอะไรจะมาจัดตอนนี้กันหล่ะคะปรกติเค้าจัด่วาเลนไทน์นู่นค่ะ เห็นงี้แต่สวยก็ไม่ได้โง่หรอกนะ”
‘อ้าว? ฉิบหายหล่ะ โป๊ะเลย กู’
“พี่...พี่ไม่ได้เห็นสวยโง่หรอกนะ” ผมรีบพูดแก้ตัวออกไปก่อนตีหน้าเศร้าพร้อมพูดเสริมไป“ที่พี่โกหกไป พี่ก็แค่ไม่อยากจะให้สวยต้องมากังวลหรือใส่ใจกับราคาก็แค่นั้นแหล่ะ”
สวยค่อยๆเผยยิ้มออกมาก่อนจะพูดกับผมด้วยเสียงหวาน “สวยเข้าใจเื่นั้นค่ะ...แต่สวยก็แค่ไม่อยากให้พี่ชายต้องซื้อของแพงๆมาให้สวยก็แค่นั้นเองอย่างสวยอ่ะนะ...ต่างหูตามตลาดนัดสวยก็ใส่ได้ค่ะ”
“เฮ้ย! จะบ้าหรอเมียสารวัตรชายจะไปใส่ของแบบนั้นได้ไงหล่ะ พี่ไม่ยอมหรอกนะ” ผมพูดค้านขึ้นมาบ้าง
“เอ๊ะ! ก็ไหนตอนที่ขอสวยแต่งงานยังบอกสวยอยู่เลยนี่คะว่าให้สวยเป็แบบที่สวยเป็ต่อไปไม่ต้องเปลี่ยนแปลงอะไรเพื่อพี่ชายไม่ใช่หรอคะ” สวยตอบผมมาด้วยคำที่ผมเคยพูดบอกเธอไปจริงๆ
“ก็...มันก็ใช่แต่ว่าพี่ก็อยากจะซื้อของสวยๆให้สวยใส่บ้างนี่น่า” ผมลองเปลี่ยนมาพูดอ้อนดูแทน
แล้วสวยก็ยื่นมือมารับกล่องต่างหูนั้นไปจากมือผมพร้อมกับพูดออกมา “ต่างหูกล่องนี้สวยรับไว้ก็ได้ค่ะ...แต่ครั้งหน้าห้ามซื้อของแพงๆมาให้สวยใส่อีกแล้วนะคะ เข้าใจไหม”
ผมก็ดีใจอยู่หรอกนะที่สวยรับไปแต่ด้วยความที่ว่าถ้าหากครั้งหน้าผมดันเดินไปเจอของสวยๆแพงๆที่อยากจะซื้อมาให้เธอใส่จะทำไงหล่ะผมก็เลยตัดสินใจถามไป “ทำไมพี่จะซื้อของแพงๆมาให้สวยไม่ได้หล่ะ”
สวยหุบยิ้มลงก่อนจะตอบ “ก็เพราะว่ามันแพงน่ะซิค่ะ”
“ของแพงแล้วยังไงหล่ะพี่มีหน้าที่การงานที่ดี เงินเดือนก็เยอะแยะทำไมพี่จะซื้อของแพงๆให้เมียไม่ได้หล่ะ ต่อให้เป็ดวงจันทร์ถ้าสวยอยากได้พี่ก็ซื้อมาให้ได้นะ” ผมพูดไปด้วยความหงุดหงิดนิดหน่อยเพราะรู้สึกเหมือนโดนเมียตัวเองดูถูก
“แล้วสวยจะอยากได้ดวงจันทร์ไปทำไมหล่ะคะนั่น” สวยพูดพร้อมทำหน้างง
อ๋อ....ผมลืมบอกไปว่าอีกอย่างที่ทำให้ผมรู้สึกชอบพอในตัวสวยก็ตรงที่เค้ามักจะหาวิธีรับมือผมได้อยู่เสมอๆนี่แหล่ะเหมือนเช่นตอนนี้ที่ผมกำลังจะโกรธเธอก็เล่นมุขใส่ผมซะแล้ว
แล้วผมที่เริ่มจะใจเย็นลงก็พูดออกไป “มะ...ไม่ใช่จะซื้อจริงๆซะหน่อย พี่เปรียบเปรยเฉยๆ”
“ใหญ่ขนาดนั้นเอาเข้าบ้านไม่ได้แน่นอนสงสัยต้องรื้อหลังคาออกแล้วเอามันวางแทนหลังคาแล้วมั้งเอ๊ะ...แต่ว่าดวงจันทร์มันน่าจะหนักนะ มันจะไม่ทับบ้านเราหรอคะน่ะ” สวยพูดพร้อมผุดยิ้มขึ้นมา
‘หึ....เมียใครก็ไม่รู้ทั้งสวยทั้งน่ารักทั้งขี้เล่นทั้งกวนประสาท น่าหยิกแก้มให้แดงจริงๆเลย’
“นี่.....เลิกพูดแซวพี่ซะทีได้ไหม” ผมพูดปรามสวยไปก่อนจะพุ่งเข้าไปดึงตัวสวยเข้ามาสวมกอดพลางพูดบอก“ชอบแกล้งผัวนักหรอ เดี๋ยวคืนนี้ต้องโดนทำโทษ”
“ว๊าย....ไม่เอาค่ะ ฮิ ฮิ อย่ากอดแน่นนักซิคะปล่อยสวยก่อน ให้สวยทำกับข้าวก่อนนะคะ ฮิ ฮิ” สวยก็ดีดดิ้นทำจริตพลางพูดบอกผม………….