จอมวายร้ายยึดใจนายสวมรอย

    เหยื่อล่อ

    “อย่าทะเลาะกันเลย พี่ขอตัวก่อนนะ” นะโมที่เบื่อความวุ่นวาย โดยเฉพาะการทะเลาะกันของพี่น้องทั้งสองคนนี้ พูดจบก็เดินจากไปทันทีและนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่นะโมได้รับรู้ถึงความไม่ชอบใจของภูผาที่มีต่อเขา การกระทำและคำพูดกระทบกระเทียบเปรียบเปรยมีอยู่เนือง ๆ แต่เขาก็พยายามจะไม่สนใจ จนกระทั่งครั้งนี้ที่ทำให้เขามีความคิดที่อยากจะออกไปอยู่ที่อื่น ซึ่งจะทำให้มีความเป็นส่วนตัวได้อย่างเต็มที่ อย่างน้อยเวลาพักผ่อน ก็ไม่ต้องคอยระวังตัวทุกฝีก้าว            ดังนั้นเมื่อนายจ้างของเขาโทรมาหา เขาจึงได้บอกไปว่า            “ผมจะย้ายออกจากบ้านหลังนี้ แล้วไปหาห้องอยู่ข้างนอก”            ซึ่งคำตอบที่ได้รับกลับมาคือ “ไม่ได้”            เหมือนนัดกันมา เพราะหลังจากที่วางสายจากคนที่จ้างงาน เข็มทิศตัวจริงก็โทรเข้ามาเช่นเดียวกัน เขาจึงลองบอกความต้องการออกไป เพราะใจหนึ่งก็อยากจะเลือกความสบายใจของตัวเอง แม้จะฝืนคำสั่งของนายจ้างก็ตามที แต่คำตอบที่ได้กลับมา ก็ไม่ต่างจากคน ๆ นั้นเท่าใดนักทว่าเข็มทิศคิดอยู่ชั่วอึดใจ ก็ยื่นข้อเสนอให้กับนะโม เพื่อแลกกับการที่นะโมจะอยู่ที่บ้านทศทิศเทวากุล และคอยสอดส่องพฤติกรรมของแต่ละคนในบ้าน แล้วรายงานความผิดปกติให้แก่เขาข้อเสนอที่ว่าก็คือ เขาจะซื้อคอนโดให้เป็นกรรมสิทธิ์ของนะโม ให้นะโมสามารถเข้าไปพักได้ ในยามที่ต้องการหลบความวุ่นวายมาพัก เขาเข้าใจว่าทุกคนย่อมต้องการจุดพักผ่อนของตัวเอง แต่มีข้อแม้ว่านะโมต้องกลับไปนอนที่บ้านทศทิศเทวากุลทุกคืนซึ่งเงื่อนไขนี้เอง ที่ทำให้นะโมรู้สึกตงิดใจ ว่าทำไมต้องเป็นเฉพาะกลางคืน แต่เขาก็ไม่ได้ถามออกไปและยอมตอบตกลงเข็มทิศจึงบอกให้นะโมเลือกคอนโดที่ชอบได้เลย ไม่ว่าจะแพงแค่ไหนเขาก็สามารถซื้อให้ได้ป๋ามาก พ่อคุณเอ๊ย! นะโมให้เลขานุการหาข้อมูลคอนโดมิเนียมภายใต้งบประมาณที่เขากำหนด มาให้เปรียบเทียบข้อดีข้อเสียของแต่ละแห่ง เนื่องจากเขาต้องการให้ได้ประโยชน์สูงสุดจากสิ่งที่เขาจะได้รับ ทว่าก็ไม่ได้ต้องการห้องชุดที่ใหญ่โตหรูหรามากมาย เพราะนิสัยขี้เกรงใจและสมถะของเขา เขาต้องการเพียงที่ให้หลบความวุ่นวายที่เขาเผชิญอยู่ภายนอกได้เพียงเท่านั้น และผลพลอยได้อีกอย่าง คือเขาวางแผนที่จะให้ป้าแขเข้ามารักษาตัวในกรุงเทพฯ ดังนั้นคอนโดที่จะซื้อก็ต้องอยู่ไม่ไกลจากโรงพยาบาลนัก หรือถ้าไกล การเดินทางระหว่างโรงพยาบาลและคอนโดก็ต้องสะดวก ไม่ต้องเผชิญกับรถติด และต้องอยู่ในทำเลที่ดี สามารถเข้าถึงอาหารการกิน หรือสาธารณูปโภคต่าง ๆ ได้ง่าย เพราะนอกจากจะสะดวกกับผู้สูงอายุแล้ว เมื่อต้องย้ายกลับไปต่างจังหวัด ก็สามารถที่จะขายออกได้ง่าย ทำกำไรในอนาคตได้ดี จนในที่สุดเขาก็ได้ที่ที่ต้องการ และได้ไปดูสถานที่จริงก่อนจะตกลงซื้ออีกด้วย หลังจากที่ได้ห้องพักสุดหรูใจกลางเมืองแล้ว นะโมก็ได้ติดต่อโรงพยาบาล เพื่อจะทำเรื่องย้ายป้าแขให้เข้ามารักษาตัวที่โรงพยาบาลที่ตั้งใจไว้ ทว่าเรื่องนี้ต้องใช้เวลาอยู่สักหน่อย ซึ่งชายหนุ่มก็ได้โทรไปเกริ่นกับป้าแขไว้ก่อน  เข็มทิศจัดโปรโมชั่นเสริมพิเศษให้กับนะโมโดยการตกแต่งห้องให้ด้วยสไตล์ที่เขาชอบ ทำราวกับว่าเขาจะเข้ามาอยู่เองเสียอย่างนั้น ยังดีที่เขาเอาแบบที่มัณฑนากรได้ออกแบบตามความต้องการของเขาไปให้นะโมดูก่อนและเมื่อคอนโดตกแต่งเสร็จเรียบร้อย พร้อมให้เข้าอยู่ได้ นะโมก็ขนงานจากบริษัทออกมาทำที่คอนโดในช่วงบ่าย ทั้งนี้ก็เพื่อความสะดวกในการโทรปรึกษากับซีอีโอตัวจริงแต่เมื่อเข็มทิศรู้ว่านะโมขนงานออกมาทำที่คอนโด ชายหนุ่มก็มาหาเขาทันทีติ๊งต่อง...ติ๊งต่อง...เสียงกริ่งที่ดังอยู่หน้าประตู ทำให้นะโมเงยหน้าขึ้นจากกองเอกสารมาด้วยความแปลกใจ“ใคร?” ไม่ได้แค่งึมงำออกมาอย่างเดียว เขาลุกขึ้นไปกดอินเตอร์คอมดูหน้าจอว่าใครมาหาเขา“เห็นแล้วก็เปิดประตูให้หน่อยสิคร้าบ” คนที่ยืนอยู่หน้าประตูเอ่ยใส่กล้อง อย่างตั้งใจพูดกับคนที่มองเขาผ่านหน้าจอสี่เหลี่ยมอยู่ถึงแม้ว่าจะแปลกใจอยู่บ้าง แต่นะโมก็เดินไปเปิดประตูให้ ดังนั้นจากงานที่ต้องโทรถาม ก็เปลี่ยนมาเป็นดันกองเอกสารส่งให้ซีอีโอตัวจริงเป็นคนจัดการเองเสียเลย ส่วนตัวนะโมเองก็มีเวลาไปทำอย่างอื่นที่ต้องการ และเขาก็เห็นช่องทางการปัดความรับผิดชอบงานออกจากตัวได้แล้ว มุมปากของนะโมจึงได้ยกขึ้น นัยน์ตาแฝงความเจ้าเล่ห์...แต่ก็ไม่เท่าอีกคน“ผมหิวแล้ว ออกมานี่ยังไม่ได้กินอะไรเลย คุณลงไปซื้ออะไรมาทำให้ผมกินหน่อยสิ” เข็มทิศเอ่ยปากใช้คนที่นั่งเหยียดขาอยู่บนโซฟาจิ้มโทรศัพท์อย่างสบายใจนะโมหันมองคนที่ใช้เขาด้วยสายตาต่อว่าเล็กน้อย ก่อนพึมพำสิ่งที่คิด“ทำไมไม่กินมาให้เรียบร้อยก่อนนะ มาจากร้านอาหารแท้ ๆ”แต่ดูเหมือนว่าอีกฝ่ายจะไม่ได้รู้สึกรู้สาอะไร เพราะยังมีกำชับซ้ำก่อนที่คนถูกใช้จะออกจากห้องไปอีกด้วย“เอามาทำเองนะ ผมไม่ชอบกินอาหารจากร้านข้างนอก ที่ไม่รู้ว่าสะอาดรึเปล่า”นั่นยิ่งทำให้นะโมไม่ค่อยพอใจเท่าใดนัก แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรออกไป ได้แต่กัดริมฝีปากล่างระงับความโกรธ แล้วเดินออกจากห้องไปคนที่แสร้งว่าไม่ได้สนใจท่าทางไม่พอใจนะโมในตอนแรก    เงยหน้าขึ้นจากกองเอกสาร ยกยิ้มอย่างอารมณ์ดีพร้อมกับสายตาที่มองตามหลังนะโมออกไปจากที่ตั้งใจว่าจะไปซื้ออาหารสำเร็จรูปในร้านสะดวกซื้อที่อยู่ใกล้ ๆ กับคอนโดให้ ก็ทำให้นะโมต้องเดินไปไกลกว่านั้น เขาต้องไปที่ซูเปอร์มาร์เก็ต เพื่อซื้ออาหารสดมาทำตามคำสั่ง“แล้วกินอะไรได้บ้างล่ะเนี่ย” ระหว่างที่เดินเลือกซื้อวัตถุดิบไป นะโมก็พึมพำกับตัวเองไปด้วย สุดท้ายแล้วจึงได้ของมาเต็มไม้เต็มมือ เพราะไม่รู้ว่าคนสั่งกินอะไรได้หรือไม่ได้บ้างเมื่อกลับมาถึงคอนโด นะโมก็เลือกที่จะทำอาหารง่าย ๆ ที่คิดว่าเข็มทิศจะกินได้ นั่นคือ...“ผมเห็นคุณซื้อของสดมาตั้งเยอะตั้งแยะ ทำไมถึงได้ออกมาเป็นมาม่าอย่างนี้ล่ะ” เข็มทิศเอ่ยถามด้วยความงุนงง เมื่อเห็นอาหารที่ที่ตั้งอยู่ตรงหน้า“จะไม่กิน?”“...” จังหวะที่ตัดสินใจอยู่นั้นเอง นะโมก็ดึงชามบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปที่เขาทำมาจะกินเสียเอง จนคนคิดเลิกคิด รีบคว้าเอาไว้ แล้วนั่งกินอย่างไม่อิดออดอีกต่อไปบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปทรงเครื่อง มีผัก มีไข่ โปะด้วยกุ้งตัวงอ สีแดง ๆ ขาว ๆ หน้าตาโดยรวมก็น่ากินดี จะว่าไปเขาก็ไม่ได้กินมานานแล้ว...“อื้อ...อร่อยเหมือนกันนะมาม่าคุณเนี่ย” แค่คำแรกที่เข้าปาก เข็มทิศก็ยิ้มออก และเอ่ยชมคนทำทันที“อร่อยก็หัดทำเองสิ จะได้ไม่ต้องเดือดร้อนคนอื่น แค่อ่านหลังซองแล้วก็ทำตาม คงไม่ยากไปสำหรับคนอย่างคุณหรอกมั้ง” นะโมอดไม่ได้ที่จะแขวะเขากลับเช่นกัน แต่นอกจากเขาจะไม่สนใจฟัง แล้วยังใช้นะโมต่ออีก“คุณอ่านเอกสารนี้ให้ผมฟังหน่อยสิ ผมกินอยู่ อ่านไม่ถนัด” เข็มทิศยื่นเอกสารที่เขาถืออยู่ในมือให้กับนะโม‘เห็นแก่คอนโด’ นะโมท่องเอาไว้ในใจ เขาหายใจลึก ๆ ทีหนึ่งก่อนจะยื่นมือมารับเอกสารจากเข็มทิศไปอ่านให้เจ้าตัวฟังทั้งคู่ใช้เวลาอยู่ในห้องคอนโดแห่งนี้จนกระทั่งงานทั้งหมดเสร็จสิ้น ซึ่งก็ได้เวลาสมควรที่นะโมควรจะกลับไปยังบ้านทศทิศเทวากุล จึงได้แยกย้ายกัน โดยเข็มทิศให้นะโมออกจากห้องไปก่อน ผ่านไปสิบกว่านาทีเขาจึงได้ออกตามไปนะโมกลับบ้านไปสวมรอยเป็นเข็มทิศต่อส่วนเข็มทิศตัวจริงนั้นไปพบกับคน ๆ หนึ่ง แน่นอนว่าเมื่อออกมาข้างนอก เขาก็สวมหมวกปิดบังใบหน้า และยังคงปิดใบหน้าครึ่งซีกด้วยผ้าปิดแผลไว้เช่นเดิม             ค่ำนั้นเองคน ๆ นั้นก็โทรมาหานะโม และคำแรกที่เขาเอ่ยขึ้นมาก็คือ            (ใครให้นายหอบงานไปทำที่คอนโด แล้วนายเอาเงินที่ไหนไปซื้อคอนโด)            “ผมชักสงสัยแล้วนะ ว่าคุณแอบส่งคนมาติดตามผม หรือว่าติดกล้องติดตามตัวผมเอาไว้กันแน่ แค่วันแรกที่ผมไปทำงานที่คอนโด คุณก็รู้เรื่องแล้ว ตกลงคุณเป็นใครกันแน่”            (ฉันว่าฉันเคยบอกนายไปแล้วนะ ว่าไม่จำเป็นต้องรู้เรื่องฉัน นายแค่ทำตามที่ฉันบอก ฉันก็ให้เงินนายตามที่ตกลงกัน...มันก็จบ ยกเว้นว่านายกำลังให้ความโลภเข้ามาครอบงำจิตใจ คิดจะโยกย้ายทรัพย์สินของคนอื่นไปเข้ากระเป๋าตัวเอง)“ผมไม่ได้มีนิสัยอย่างนั้น”(ถ้าอย่างนั้นนายเอาเงินที่ไหนไปซื้อคอนโดนั่น)“ผมก็มีเงินเก็บอยู่บ้าง ไหนจะเงินก้อนแรกที่คุณให้มานั่นอีก แล้วไอ้การซื้อคอนโดสมัยนี้ ก็ไม่จำเป็นต้องจ่ายทีเดียวครบนะครับ ไม่อย่างนั้นธนาคารคงไม่มีลูกค้า แล้วไอ้ห้องที่ผมซื้อก็ไม่ได้ใหญ่โตอะไรนัก” นะโมรู้สึกดีใจที่เขาตัดสินใจถูกว่าไม่ต้องซื้อห้องใหญ่ จึงได้สามารถนำมาเป็นเหตุผลได้อย่างเต็มปากเต็มคำ ถึงแม้ว่าเหตุผลแวดล้อมจะเป็นไปแบบอ้อมแอ้มก็ตามที‘นะโมไม่ได้โกหกนะครับหลวงปู่’ ตอบออกไปแล้วก็ให้นึกถึงหลวงปู่เที่ยง ซึ่งเป็นอีกหนึ่งคนที่สั่งสอนเขามาตั้งแต่เล็ก(ผมไม่อยากมานั่งเถียงกับคุณ เอาเป็นว่า ผมไม่ต้องการให้คุณหอบงานไปทำที่อื่น สถานที่ที่คุณควรจะอยู่คือ ที่บริษัทสารทิศ   การช่าง กับบ้านทศทิศเทวากุลเท่านั้น แต่ถ้าจำเป็นจะต้องไปประชุมที่อื่นก็ว่ากันอีกที ผมให้ค่าตอบแทนคุณสูงมากนะ ถ้าคุณทำผิดเงื่อนไขผม เราคงต้องมีปัญหากัน) พูดจบ สายก็ตัดไปเพียงเท่านั้น---------------------------------

    สามารถโหลดอีบุ๊กเรื่องนี้ได้จาก www.mebmarket.com พิมพ์ชื่อเรื่อง หรือ ลูกตุ้มเงิน กดค้นหา ก็สามารถโหลดเรื่องนี้มาอ่านให้ฟินกันได้แบบไม่ต้องอารมณ์ค้างกันต่อไปค่ะ