“นายท่านโม่เจ๋อเอ่อร์ ท่านรู้ได้อย่างไร---”
“ยามนี้มิใช่เวลามาซักถาม ประเดี๋ยวเขาจะบอกเจ้า”
โม่จ้านขัดจังหวะคำพูดของซีนั่ว กวักมือส่งสัญญาณให้อีกฝ่ายตามมา จากนั้นวิ่งไปยัง ‘เขตระเบิด’ ที่ยังคงเต็มไปด้วยฝุ่นละอองลอยตลบ
“พัดฝุ่นละอองออกไป ระมัดระวังเรื่องการเคลื่อนไหวด้วย”
โม่จ้านกวาดสายตามองพื้นที่ระเกะระกะด้านหน้าตนพลางหรี่ตาลง
“จี๋เอ่อร์ป๋อเท่อจะต้องซ่อนตัวอยู่ในละแวกนี้เป็นแน่ อีกทั้งยังนำหีบใบจริงไปด้วย”
สายลมหลายระลอกพัดเอื่อย ไล่ควันและฝุ่นละอองออกไปอย่างเชื่องช้า โม่จ้านลาดตระเวนจนทั่วเป็นอันดับแรก ท้ายที่สุดหยุดยืนอยู่บนขอบหลุมขนาดใหญ่ที่ถูกทิ้งไว้หลังการระเบิดของหีบเพื่อยืนยันสถานการณ์ข้างใน
ซีนั่วคอยระวังเสียงสายลมพัดใบหญ้ารอบกายพร้อมกับมองไปทางโม่เจ๋อเอ่อร์อย่างลังเลใจ โม่จ้านสังเกตเห็นสีหน้าแปลกประหลาดของซีนั่วจึงอดที่จะหัวเราะมิได้
“ฮ่าๆๆ..นึกมิถึงว่าท่านหัวหน้ากิลด์ซีนั่วจะเป็นคนใจร้อน”
“หากในหีบใบนั้นมีของส่วนตัวของราชาปีศาจจริง เช่นนั้นจะต้องไม่มีทางใส่ของลงไปจนเต็มและหนักเสมอกัน ยามที่ข้าได้หีบมา ข้าลองแอบเขย่ามัน อีกทั้งยังเคาะรอบๆ เสียงนั้นไม่เพียงแต่หนักอึ้ง ทว่ายังสม่ำเสมอกันจนเกินไป นอกเสียจากกองคัมภีร์เวทหรือเครื่องราง ข้าก็นึกสิ่งอื่นไม่ออกแล้ว”
โม่จ้านขยิบตา สายตาจ้องมองไปทางพุ่มไม้ที่อยู่ไม่ไกล ซีนั่วชะงักก่อนจะมองตามไปเช่นกัน
“แม้จะไม่รู้รายละเอียดว่าแท้จริงแล้วพวกเขาใช้วิธีการใด ทว่ากล่องปลอมใบนี้ถูกลงกลอนวางไว้บนพื้นตลอด น้ำหนักไม่ต่างกันนัก มิใช่เรื่องยากหากคิดจะหลอกเจ้า”
“จำนวนศพในหลุมและโดยรอบมีจำนวนไม่ตรงกัน ขาดกุญแจสำคัญทั้งสามท่าน กล่าวอีกนัยหนึ่ง เพื่อให้ตนเองไม่ได้รับความเสียหาย คัมภีร์เวทของหัวหน้ากิลด์จี๋เอ่อร์ป๋อเท่อจะต้องมี ‘ไพโรบลาสต์[1]’ ของเวทธาตุไฟเพิ่มเติมอย่างแน่นอน”
เมื่อเห็นเงาสะท้อนผิดธรรมชาติในพุ่มหญ้าสีดำขมุกขมัว โม่จ้านเผยยิ้ม ตามด้วยดีดนิ้วอย่างมีความสุข
“มาสุดทางแล้ว ท่านหัวหน้ากิลด์ทหารรับจ้างผู้เป็นที่รัก”
“...ข้ายอมรับ ความสามารถในการวิเคราะห์ของเจ้าช่างยอดเยี่ยม หีบใบจริงอยู่ที่นี่จริงๆ”
เงาดำจากภายในพุ่มหญ้ายืนขึ้นอย่างเกรี้ยวกราด จี๋เอ่อร์ป๋อเท่อปัดเศษใบหญ้าบนตัวของตน ตามด้วยเผยรอยยิ้มค่อนข้างเจ้าเล่ห์
“ท่านโม่เจ๋อเอ่อร์จะลองเดาดูหรือไม่ว่าแท้จริงแล้วหีบอยู่ในมือผู้ใด? หากทายถูก เจ้าอยากรู้เรื่องใดข้าจะบอกเจ้าทั้งหมด”
“...เจ้าว่าอย่างไรนะ? เจ้ามั่นใจว่ายามนี้เจ้ามีคุณสมบัติเพียงพอที่จะทำข้อตกลงกับข้าเช่นนั้นหรือ จี๋เอ่อร์ป๋อเท่อ?”
เมื่อได้ฟังคำกล่าวของจี๋เอ่อร์ป๋อเท่อ โม่จ้านถึงกับนึกสงสัยในหูของตนเอง โม่จ้านมองไปทางหัวหน้ากิลด์ทหารรับจ้างที่เผยสีหน้า ‘จริงใจ’ ด้วยความลังเล หลังนิ่งงันไปครู่หนึ่งจึงได้สติกลับคืนมา
หัตถ์สลัวปรากฏขึ้นกลางอากาศทันใด ตามด้วยตบลงไปยังที่ซ่อนกายของคนทั้งสาม เงาของคนผู้หนึ่งภายในพุ่มไม้ทั้งกลิ้งและคลานไปด้านข้าง หลบเลี่ยงการโจมตีของโม่จ้านได้อย่างยากลำบาก ไม่รอให้เงาร่างใหญ่ได้พักหายใจ หัตถ์สลัวพลันกวาดออกไปอีกครั้งหนึ่ง
เงาดำตอบสนองอย่างรวดเร็ว ทิ้งตัวลงนอนกับพื้นทันที สามารถหลบเลี่ยงระยะการโจมตีของฝ่ามือใหญ่ได้อีกครั้งอย่างหวุดหวิด เพียงแต่ร่างเตี้ยสีดำอีกร่างหนึ่งที่ฟุบอยู่ข้างกายชายร่างใหญ่คล้ายจะถูกมือใหญ่ปัดกระเด็นไปอีกด้านก่อนจะกลิ้งกระเด็นไปกับพื้นหลังจากกรีดร้องด้วยความเจ็บปวด
“ซีนั่ว เจ้ารีบไปจัดการพวกเขาสองคนโดยเร็ว หลังได้หีบมาให้รีบถอยทันที!”
โม่จ้านถีบปลายเท้ากระโดดขึ้นไปขวางอยู่ด้านหน้าจี๋เอ่อร์ป๋อเท่อที่กำลังคิดจะหนีไปทางทิศใต้ ลุงใหญ่ไว้หนวดเคราวัยกลางคนใช้นิ้วเป่าปากส่งสัญญาณ ทันใดนั้นพลันหันหลังวิ่งกลับไปทางซีนั่ว โม่จ้านเรียกใช้หัตถ์สลัวอีกครา บีบบังคับให้จี๋เอ่อร์ป๋อเท่อกลับเข้ามาในเขตพื้นที่ควบคุมของตน
“พวกเขาเรียกกำลังเสริมแล้ว มิอาจมัวรีรออีกต่อไป!!”
เมื่อได้ยินเช่นนี้ ซีนั่วพลันเคลื่อนเวทธาตุลมไล่ตามไปทางหลู่เต๋อกับเคอเอินที่กำลังคลุกคลานขึ้นมาอีกครั้งทันที จี๋เอ่อร์ป๋อเท่อส่งเสียง ‘จิ๊’ หนึ่งเสียง ประกบมือทั้งสองข้างเข้าด้วยกัน จัดการขว้างลูกไฟขนาดใหญ่กว่าสองเมตรไปทางโม่จ้าน รอกระทั่งโม่จ้านขับไล่ลูกไฟจนสลายไป จี๋เอ่อร์ป๋อเท่อได้เรียกมังกรเพลิงออกมาอีกครั้ง พยายามเคลื่อนที่ไปทางพวกหลู่เต๋อพร้อมกับควบคุมการเคลื่อนไหวบนมือ
“...เจ้าคิดว่าของเช่นนั้นยังจะมีประโยชน์อีกหรือ?!”
โม่จ้านร้องคำราม พลังธาตุผสมปนเปจำนวนมากหลั่งไหลเข้าสู่หัตถ์สลัว ‘วิวัฒนาการ’ จนมีขนาดสูงประมาณคนสี่คนและเต็มไปด้วยลวดลายแปลกประหลาดโดยสมบูรณ์ แขนขนาดมหึมานั้นรวดเร็วอย่างมาก จัดการคว้าไปทางมังกรเพลิงที่กำลังแยกเขี้ยวยิงฟัน
มังกรเพลิงใช้ทักษะการต่อสู้จนหมดสิ้นทั้งสิบแปดกระบวนท่า กลับทำอันใดฝ่ามือขนาดมหึมาที่ ‘ร้อยพิษมิอาจกล้ำกลาย’ มิได้แม้แต่น้อย หลังหนึ่งการโจมตีด้วยความบุ่มบ่ามทั้งยังไม่ทันได้สติรู้ตัวกลับมา มันกลับถูกมือยักษ์ปราดเปรียวคว้าลำคอเอาไว้ ทันทีที่มือยักษ์บีบเข้าหากัน มังกรเพลิงที่สง่างามน่าเกรงขามพลันสลายกลายเป็นพลังธาตุไฟ กระจัดกระจายก่อนหายไปในอากาศ
“นายท่านโม่เจ๋อเอ่อร์ กำลังเสริมของพวกเขามาแล้ว!”
ซีนั่วที่บังคับสายลมลอยอยู่ในอากาศขบเขี้ยวเคี้ยวฟันอย่างแรง ตนสังเกตเห็นเงาของกองทหารกลุ่มเล็กๆ อยู่ไม่ไกล อีกทั้งยังสามารถมองเห็นตะเกียงเวทจำนวนมิน้อยที่สาดส่องมาทางนี้ หรือก็หมายความว่าความเร็วของกองทัพพันธมิตรของทั้งสองอาณาจักรมีแต่เร็วไม่มีช้า หากไม่เร่งกลับไปให้ทันการ ตรอกขี้เถ้าที่ถูกโจมตีอย่างกะทันหันจะต้องตื่นตระหนกเพราะไร้ซึ่งผู้นำอย่างแน่นอน
ตนได้พยายามอย่างดีที่สุดแล้ว หากแต่หลู่เต๋อกับเคอเอินได้เตรียมพร้อมอย่างเต็มที่เพียงเพื่อรับมือกับตน—ทั้งสองสวมชุดเกราะบางเบาทนทานต่อเวทมนตร์ธาตุลมได้สูง อีกทั้งยังพกคัมภีร์เวทธาตุไฟและขว้างมาขัดจังหวะการร่ายเวทของตนมิขาดสาย เพื่อลดประสิทธิภาพในการโจมตีของตนให้ต่ำที่สุด
“...บัดซบ!”
โม่จ้านลอบบริภาษหนึ่งประโยค หัตถ์สลัวยืดยาวฉับพลัน หนึ่งหมัดต่อยไปทางเคอเอินที่อยู่ไม่ห่างจากจี๋เอ่อร์ป๋อเท่อ ครั้นเคอเอินเห็นเจ้าสิ่งที่ทั้งแปลกประหลาดและน่าหวาดกลัวพุ่งมาทางตนอีกครั้งพลันหวาดผวาทันใด วิ่งไปทางหลู่เต๋อที่กำลังปะทะกับซีนั่วด้วยฝีเท้าสะเปะสะปะ ขณะมือเท้าร้อนรนจนทำสิ่งใดมิถูก เคอเอินที่ตกใจอย่างมากพลันเหยียบหินก้อนหนึ่ง หีบที่ถือเอาไว้หลุดออกจากมือพลางกลิ้งไปทางหลู่เต๋อ
ชายร่างใหญ่กำลังง่วนอยู่กับการรับมือกับใบมีดสายลมอันหนาแน่นจากซีนั่ว ครั้นเห็นบางสิ่งลอยเข้ามาจากด้านข้างพลันใช้ดาบใหญ่ฟันลงไปโดยไม่รู้ตัว หลังหนึ่งเสียง ‘เคร้ง’ หีบที่ถูกฟันจนเกิดรอยสับพลันกระเด็นไปด้านหน้า ตกลงระหว่างโม่จ้านกับจี๋เอ่อร์ป๋อเท่ออย่างพอดิบพอดี
ภายในเวลาไม่ช้าไม่เร็ว คนทั้งสองเอื้อมมือออกไปคว้าหีบพร้อมกัน เห็นได้ชัดว่าโม่จ้านผู้มีหัตถ์สลัวได้เปรียบกว่า กระนั้นขณะที่ซีนั่วกำลังยินดี หางตากลับพบว่าลายวงเวทย์บนเกราะของจี๋เอ่อร์ป๋อเท่อเรืองแสงสว่าง นัยน์ตาถึงกับหดเล็กลงทันใด
“นายท่านโม่เจ๋อเอ่อร์ จี๋เอ่อร์ป๋อเท่อคิดจะทำลายหีบ!!”
โม่จ้านตื่นตระหนก พลันเปลี่ยนหัตถ์สลัวจากกรงเล็บให้กลายเป็นฝ่ามือ คิดอยากจะโจมตีอีกฝ่ายอย่างแรง ทว่าจี๋เอ่อร์ป๋อเท่อผู้โหดเหี้ยมกลับแสยะยิ้ม ไพโรบลาสต์ขั้นสูงสุดที่สั่งสมเอาไว้ตั้งแต่ต้นได้วางลงบนหัตถ์สลัวและหีบเสียแล้ว
“ปัง!!!” “อึก !!----”
แขนที่บาดเจ็บสาหัสรู้สึกถึงความเจ็บปวดรุนแรง หัตถ์สลัวแทบจะสลายหายไป โม่จ้านอดกลั้นความเจ็บปวดพลิกฝ่ามือคว้าหีบร้อนระอุ ฝืนลากกลับมายังข้างกาย ภายนอกที่ทำจากทองแดงของหีบชำรุด ยางที่อยู่ชั้นกลางถูกเผาไหม้ส่งกลิ่นไม่พึงประสงค์ออกมา แม้แต่หินออบซิเดียนชั้นในยังแตกเป็นเสี่ยงๆ เศษขยะทั้งเล็กและใหญ่พลันร่วงหล่นลงมาไม่หยุด
“นายท่านโม่เจ๋อเอ่อร์ ท่านเป็นอย่างไรบ้าง?!”
ซีนั่วที่ตื่นตระหนกลอยกลับไปยังข้างกายของโม่จ้านทันที แม้ว่าหัตถ์สลัวจะประกอบด้วยพลังธาตุ แต่ทว่าเมื่อได้รับการโจมตีที่รุนแรงเป็นพิเศษ แขนที่ใช้ควบคุมการเคลื่อนไหวของโม่จ้านย่อมได้รับแรงสะท้อนกลับมิน้อย ---ภายใต้แรงทำลายล้างของไพโรบลาสต์ขั้นสูงสุด เส้นเลือดกลางฝ่ามือขวาของเด็กหนุ่มปริแตก เลือดสีสดไหลทะลักออกมา
มือซ้ายของโม่จ้านกดท่อนแขนเอาไว้ ขบเขี้ยวเคี้ยวฟันพลางมองออกไปไม่ไกล พวกจี๋เอ่อร์ป๋อเท่อทั้งสามคนหนีไปได้ระยะหนึ่งแล้ว อีกทั้งกำลังเสริมยังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ หากยามนี้ยังเรียกใช้หัตถ์สลัวอีกครั้ง มีแนวโน้มอย่างมากที่จะถูกขัดขวางโดยกำลังเสริมที่มีความสามารถในการโจมตีระยะไกล ทำให้เสียเวลาอันมีค่าไปโดยเปล่าประโยชน์
“..ข้ามิเป็นอันใด พวกเรารีบกลับไปกันเถิด”
ซีนั่วกัดฟันพลางพยักหน้า คว้าท่อนแขนข้างซ้ายของโม่จ้านขึ้นมาและกำลังจะเรียกใช้เวทธาตุลม ทันใดนั้นพลันมีลูกธนูหนึ่งดอกลอยมาตามสายลมมุ่งตรงเข้ากลางสันหลัง มังกรกึ่งมนุษย์หันกลับไปกางโล่สายลมกำบัง กลับพบว่าบนลูกศรมีกระดาษแผ่นหนึ่งติดเอาไว้
‘ขอแจ้งข่าวร้ายอีกหนึ่งเรื่องแก่พวกเจ้า จอมเวทธาตุดินผู้นั้นถูกยัดอัญมณีระบุตำแหน่งไว้ใน ‘รู’ ’
นัยน์ตาของโม่จ้านหดเกร็งทันใด
เชิงอรรถ
[1] ไพโรบลาสต์ Pyroblast คือการ์ดใบหนึ่งในเกมการ์ด สามารถโจมตีทุกคาถา