สองพี่น้องฝาแฝดเมื่อเดินไปถึงท่าเรือ ก็ได้พบความวุ่นวาย ยุ่งเหยิง เสียงะโโหวกเหวกขายของ ของทั้งเหล่าพ่อค้าแม่ค้า ชาวบ้าน หรือแม้แต่ผู้คนต่างถิ่น นักเดินทางทั้งหลาย ต่างมาร่วมกันที่ท่าเรือแห่งนี้อย่างคึกคัก ทันทีที่ถึงท่าเรือ สิ่งที่สองพี่น้องฝาแฝดเลือกทำคือ การพุ่งตรงไปยังร้านขายน้ำตาลปั้น และซื้อมาเพิ่มสองไม้ จากนั้นเ้าก้อนแป้งทั้งสอง ก็เริ่มเดินพร้อมๆ กับการกัดกินน้ำตาลปั้น อย่างอารมณ์ดี
หลี่เหลียนฮวา ที่เห็นเหตุการณ์ทั้งหมด ก็ได้แต่ถอนหายใจอีกครั้ง นางเองก็ไม่รู้ว่าทั้งวันนี้ทั้งวัน กันนางจะต้องถอนหายใจอีกกี่รอบ ให้แก่พฤติกรรมของเ้าก้อนแป้งทั้งสองของนาง ทั้งเื่ฝีปากที่เกินจะต้าน ไหนจะน้ำหนักของร่างกลมทั้งสองนั่น ที่มองยังไงมันก็เกินมาตรฐานไปมากโข ยิ่งใบหน้าที่ดูมีความสุขเหลือเกิน จากการได้กินน้ำตาลปั้นนั่น ทั้งที่พวกเขาพึ่งกินมันเข้าไปเมื่ออยู่ร้านบะหมี่ รวมเวลาถึงตอนนี้มันผ่านไปไม่ถึง เคอด้วยซ้ำ แต่ยังสามารถกินต่อได้อย่างมีความสุขอีก
เหล่าผู้คนมากมาที่มีทั้งขึ้นจากเรือ และกำลังจะลงเรือ ผู้คนที่ดูหลากหลาย ต่างกันทั้งการแต่งกาย รูปร่างหน้าตา ไหนภาพของสัตว์น้ำหน้าตาประหลาด เหล่านี้อีก ที่ขนาดนางนับว่าได้เห็นเป็ครั้งแรก แต่สิ่งที่ดึงดูดความสนใจของนางได้มากที่สุด เห็นทีจะเป็พืชพันธุ์ต่างๆ สาหร่ายหน้าตาพิลึกเหล่านี้
เหล่าสองพี่น้องฝาแฝด แม้ว่าพวกเขาจะมาท่าเรือแห่งนี้บ่อยครั้ง แต่ว่าทุกครั้งมันมีของแปลกใหม่ให้เห็นอยู่เสมอ พวกสิ่งของที่วางขายอยู่ นั้นยังไม่นับว่าเป็ที่สนใจจากพวกเขาเท่าไหร่ แต่สิ่งพวกเขามองหาคือ เหล่าผู้คนต่างถิ่นที่ลงมาจากเรือลำใหญ่ นั้นต่างหาก ผู้คนต่างเผ่าที่ดูยังไงก็ไม่เหมือนคนแคว้นนี้ ที่มักจะนำเอาข้าวของและพืชพันธุ์ประหลาดๆ มาแลกเปลี่ยนกับสินค้าอื่นๆ และถามว่าพวกเขาจะรู้ได้อย่างไร ว่าวันใดจะมีผู้คนต่างถิ่นเข้ามา ก็ต้องขอบคุณเหล่าพี่ๆ ขอทาน ที่จะคอยส่งข่าวให้เสมอ
เมื่อได้เดินส่องหาสิ่งของที่น่าสนใจ จนเหนื่อยแล้วสายตาของ หลี่ย่าเสียน ก็มองไปพบร้านถังหูลู่อีกรอบครั้ง แววตาเช่นนี้ หลี่หย่ายเชียง ได้เห็นเข้าก็เข้าใจในความ้า ของแฝดผู้พี่ทันที ขาสั้นป้อมก้าวเท้าเล็กๆ นั้นตรงไปยังร้านขายถังหูลู่ทันที แล้วไม่นานเ้า ถังหูลู่ก็ได้มาอยู่ในมือ ของสองพี่น้องฝาแฝดเป็ที่เรียบร้อย
“นี่ หลี่หย่ายเชียง เมื่อกี้พี่ได้ยินเ้า สั่งถังหูลู่ตั้งสั่งสามไม้ใช่ไหม เลยหรอเรามีสองคนกินไม่หมดหรอก”
“ใครบอกว่าเราจะกินทั้งสามไม้ล่ะ ข้าก็แค่คิดว่าเราต้องตอบแทนค่าไก่ต้มเมื่อเช้า ให้ท่านแม่สักหน่อยก็เท่านั้นเอง ยังไม่นับว่าเป็รางวัล เป็บุญคุณอะไรมากมาย” แฝดผู้น้องบอกขึ้นเื่ ไม่ที่สามของถังหูลู่อย่างอารมณ์ดี
หลี่เหลียนฮวา เมื่อได้ยินความคิดของ เ้าเด็กหน้าเหม็นนั้น ก็เริ่มถอนหายใจอีกครั้ง ไม่รู้ว่านางควรจะต้องดีใจในความใจดีของเ้าเด็กน่าเหม็นดีหรือไม่ จากนั้นความสนใจของเ้าแฝด จึงกลับไปที่การหาสิ่งแปลกๆ ในท่าเรืออีกครั้ง ในขณะฝั่งของ หลี่หย่ายเชียง ผู้เป็น้องเริ่มสอดส่องสายตา มองหาของที่น่าสนใจอยู่นั้น สายตาของ กลับสนใจจดจ้องอยู่กับ เ้าถังหูลู่ในมืออวบของตัวเองเท่านั้น
"ตุ้บ" เสียงของร่างอวบแน่น ที่ล้มลงบนพื้นถนนอย่างจัง นั้นดังลั่นอยู่ในหัวของ หลี่ย่าเสียน พร้อมกับความรู้สึกถึงแรง ชนตรงหน้าผากเล็ก ก่อนที่ร่างกลมดิกของนาง จะได้ทำการแสดงล้มหงายหลัง จนก้นกลมเด้งนั้นจ้ำเบ้าลงบนพื้น เด็กน้อยน้ำตาคลอเบ้า พร้อมความรู้สึกความเสียดาย เ้าไม้ถังหูลู่ที่น่าสงสารอันนั้น ที่นางยังชิมรสเพียงเล็กน้อย ไม่ถึงครึ่งไม้ด้วยไป
ร่างอวบเล็กใช้มืออ้วนป้อมของตนกันพื้น ยันเอาตัวเองให้ลุกขึ้นมายืน พร้อมล้มโค้งหัวลงเพื่อกล่าวขอโทษ บุคคลที่นางเดินชน ด้วยรู้ดีว่าเหตุการณ์ทั้งหมดเป็ตัวเองที่ผิดเอง ห่วงของกินจนไม่มองทาง
“ย่าเสียน ขออภัยนายท่าน ที่เดินไม่ดูทางเ้าค่ะ” เสียงหวานเล็กกล่าวขึ้น พร้อมมือประสานก้มโค้ง ต่อหน้านายท่านตรงหน้าอีกรอบ
แต่เมื่อยังไร้เสียงตอบกลับมา ผู้เป็น้องชายฝาแฝด ที่ก็ยกมือผสานกันแล้วก้มหัวขออภัย ให้กับน้องสาวด้วยกันนั้น ก็เริ่มหงุดหงิดขึ้นมา พร้อมมองไปยังหน้าคนผู้นั้น สุดท้ายโพล่งถ้อยคำ กระแทกกระทั่งออกมาทันที
“พวกเราผิดเองย่อมขอโทษ นั้นถูกต้องแล้ว เหตุใดเลยท่านทั้งสอง ที่าุโกว่า ถึงยังไม่ให้อภัยอีกละ ไม่ไหว ไม่ไหวเลย หรือว่าท่านเป็ใบ้ยังไงกัน”
หลี่เหลียนฮวา แทบอยากใช้มือ ตบหน้าตัวเองสักร้อยรอบ เหตุการณ์ทุกอย่างมันกำลังจะดีอยู่แล้วเชียว ทำไม่ไอ้ลูกชายหน้าเหม็นนั้น ต้องโพล่งคำที่น่าตกปากออกมา ให้ทุกอย่างแย่ลงด้วยเล่า
หลี่เหลียนฮวา เมื่อคอยมองเหตุการณ์อยู่ห่างๆ ได้สักครู่ก็ยังไม่เห็นสิ่งใดเคลื่อนไหว โดยเฉพาะท่าทีของผู้ชายสองคนนั้น กลับยังนิ่งสนิทราวกับช๊อกเสียสติไปแล้ว และมีแต่เ้าลูกหน้าเห็นของนางที่ค่อยพูด กระแทกกระทั่น อยู่ฝ่ายเดียว ดูท่าแล้วคงจะไม่จบง่ายๆ แน่ ไหนจะผู้คนรอบข้าง ที่ก็เริ่มสนใจมองดูเหตุการณ์ครั้งนี้อยู่ คงต้องถึงมือนางแล้วสินะ
“มีเื่อันใดกัน” เสียงของหวานของ หลี่เหลียนฮวา ที่แสร้งกล่าวขึ้นเหมือนคนที่บังเอิญผ่านมา และไม่รู้เื่ราวอะไรมาก่อนเลย สองพี่น้องฝาแฝดเมื่อผู้เป็แม่อยู่ที่นี้ ก็ได้แต่อ้าปากค้าง
“แม่นางปีศาจมาได้ยังไง” เสียงเ้าเด็กหน้าเหม็นโพล่งออกมาทันที
“ท่านแม่” เสียงของผู้เป็พี่สาวพึมพำเบาๆ ทันทีเมื่อเห็นหน้าผู้เป็แม่
“ดูสิชุดแม่ปีศาจ ดูแปลกประหลาด นั้นอีก” เ้าเด็กหน้าเหม็นกล่าวขึ้นอีกรอบ
“ต้องขออภัยนายท่านทั้งสอง แทนลูกๆ ฝาแฝดของข้าด้วย พวกเขายังเป็เด็กนัก อายุก็แค่ห้าหนาว ทำผิดเองที่ไม่มองทาง จนได้ชนกับนายท่านเข้า แต่ว่าก็มีลูกสาวตัวกลมของข้า ที่ต้องล้มกลิ้งอยู่ฝ่ายเดียว อีกทั้งยังสำนึก กล่าวขอโทษท่านทั้งสอง หลายร้อยรอบแล้ว จนหัวเล็กๆ ที่น่ารักนั้นแทบหลุดออกจากบ่า แต่ท่านทั้งสองก็ยังไม่คิดเอ่ยปากให้อภัยได้เลย ดังนั้นเป็ข้าเองที่ต้อง ขออภัยท่านทั้งสองอีกรอบจริงๆ ” พอทันที่ หลี่เหลียนฮวา พูดจบก็แจกรอยยิ้มขื่นๆ ให้กับบุคคคลทั้งสอง
เ้าฝาแฝดสองคนพี่น้อง ก็ต่างมองหน้ากันแล้วเสียงกระซิบถาม ว่านี้คือภาพลวงตาหรือไม่ ที่ท่านของพวกปรากฏ ขึ้นมาเช่นนี้ แล้วยังใส่ชุดสีดำ ที่พวกเขาไม่เคยเห็นนี้อีก ไหนจะคำพูดที่คล้ายอ่อนหวาน ที่กล่าวขอโทษขอโพย แทนพวกเขาอีก ช่างน่าขนลุก ว่าแล้วขนอ่อนของเข้าสองฝาแฝดก็ชูชันทั่วร่างพร้อมๆกัน
“เอ๋อ ไม่เป็ไร ไม่เป็ไร” ลู่ป๋อหวิน และ หลิวมู่เหยียน รีบกล่าวขึ้นมาพร้อมกัน หลังจากที่ มั่วตกตะลึงกับภาพตรงหน้าอยู่ครู่หนึ่ง จนเมื่อได้ยินน้ำเสียงอ่อนหวาน กล่าวขอโทษขึ้นอีกรอบ ที่แม้ฟังดูอาจเหมือนคำขอโทษทั่วๆ ไป แต่ว่าทำไมกัน พวกเขาถึงรู้สึกว่ามันคือคำต่อว่า ที่พวกเขาชักช้า และไม่ยอมรับคำขอโทษ ของสองเด็กฝาแฝดนั้นเสียมากกว่า
“เป็พวกข้าที่ผิดเอง ที่ไม่หลบให้ดี จนชนเข้ากับคุณหนูผู้นี้เข้า” ลู่ป๋อหวิน ขึ้นทันที เมื่อมองเห็นสีหน้าเฉยชาจนน่าขนลุก ของหญิงสาวผู้แม่แม่ ของเด็กฝาแฝดทั้งสองตนเข้า
“ถ้าเช่นนั้นก็ถือว่าหมดเื่ราวแค่นี้ พวกท่านว่าเช่นนี้ดีหรือไม่”
“ดี” เสียงแหลมเล็ก ของเด็กชายฝาแฝดผู้น้องดังสอดขึ้นอีกครั้ง ก่อนจะหลบสายตาเมื่อผู้แม่มองมา ด้วยสีหน้าแววตาคาดโทษนั้น นี่เขาไม่ได้ทำอะไรผิดเลยนะ ทำไมกัน ต้องมองเขาเช่นนั้นด้วย ไม่ยุติธรรมเลยสักนิด์ทรงเมตตา ความเป็ธรรมกับเขาด้วย
“ดีดี ดียิ่ง เช่นนั้นพวกเราไม่มีสิ่งใดต้องติดค้างกันแล้ว” เป็อีกครั้งที่ ลู่ป๋อหวิน และ หลิวมู่เหยียน พูดขึ้นมาพร้อมกัน
และเมื่อเหตุการณ์ทั้งหมดเริ่มคลี่คลาย หลี่เหลียนฮวา จึงนำตัวลูกๆ เดินจากไปโดยทิ้งให้ ลู่ป๋อหวิน และ หลิวมู่เหยียน ที่หันมองหน้ากัน และเกิดหมื่นพันคำถามขึ้นในสมองในตอนนี้
“เ้าว่ามันคุ้นๆ ไหม สายตาท่าทางของคู่แฝดนั้น” ลู่ป๋อหวิน เอ่ยถามสหาย ที่ร่วมเดินทาง มาทำตามคำสั่ง ในการตามหาบุคคลที่หายสาบสูญ ตามคำสั่งท่านแม่ทัพใหญ่ หยางจื่อถง ที่เมืองหูหนานแห่งนี้
“ คุ้นเสียยิ่งกว่าคุ้น ภาพเมื่อกี้ช่างคุ้นตาเหลือเกิน คุ้นนนคุ้น แต่ก็ยังนึกไม่ออก” หลิวมู่เหยียน กล่าวตอบสหายทันที
ยิ่งตอนที่เ้าเด็กผู้ชายนั้น เอ่ยปากต่อว่าพวกเขา ภาพนั้นทำไม มันช่างดูคุ้นเคย จนขนลุกชั้นไปทั่วทั้งร่างแบบนั้นกันนะ ยิ่งคิดยิ่งไม่เข้าใจ