ภัตตาคารระดับกลางเป็ที่นิยมเป็อย่างมากสำหรับชาวเมืองที่พอจะมีฐานะและชาวยุทธระดับกลาง ภายในร้าน มีพื้นที่กว้างขวางเป็อย่างมาก สามารถรองรับลูกค้าได้ 2 ถึง 3 ร้อยชีวิต จัดแบบเรียบง่ายสบายๆ หรือถ้าใครอยากได้ความเป็ส่วนตัวก็มีห้องรับรองพิเศษให้บริการ 'ถูกและดี มีที่นี้ที่เดียว !!' มันคือคำขวัญของร้านนี้
ภายในโต๊ะมีนักสู้ออร่าสีขาว 2 คนคุยกันอย่างเมามันส์
"ข้าได้ยินมาอีกว่าคนของตระกูลหลิน อัด คุณชายน้อยลำดับ 2 ของตระกูลฟางหยอดน้ำข้าวต้มไปอีกเป็นเดือนเลยนะ สะใจข้าจริงๆ ฮ่า ฮ่า ฮ่า"
"ไอ้บ้า !! ถึงตระกูลมันจะนิสัยแย่แค่นี้ เจ้าก็อย่าหัวเราะเสียงดังไป เห็นว่ามันส่งผู้ยอดยุทธมา เป็น 1 ในสมาชิกกลุ่มของ โจรเงาทมิฬเลยนะ" !!
เมื่อสุดเสียงคุยจากโต๊ะข้างๆ ชางอวิ๋นคิดว่าเขาไม่อยากจะไปมีเรื่องกับใคร ถ้ามันไม่เข้ามาหาเรื่องตนก่อน และทั้งคู่ก็กินอาหารกันเสร็จ ระหว่างรอเก็บเงินนั้น !
"แย่แล้ว ลืมไปเลยว่าข้าไม่มีเงินเลยซักกะแดง เอานี้ ! ยาของข้าพอจะแลกกับอาหารมื้อนี้ได้ไหม"
"ท่าน ! ทะ ท่านจะบ้าหรอ ยาระดับต่ำสุดของท่านเม็ดเดียว สามารถกินมื้่อนี้ได้เป็น สิบ สิบ รอบ งั้นไม่เป็นไร ! ถือว่ามื้อนี้ข้าเลี้ยงท่านเอง"
"อะ. . เอ๊ะ . . อ่ะ . . อ้าว กระเป๋าเงินของข้า ม ม มันหายไปไหนอ่าาาาา"
ทันใดนั้น ! ฝ่ามือพลังปราณตบลงมาที่โต๊ะชางอวิ๋น "เปรี้ยง !" โต๊ะหักพังทะลายลง
"ข้าได้ยิน เจ้าสองคนคุยกันอย่างสนุกสนาน ข้าขอร่วมวงด้วยคนได้ไหม" ชางอวิ๋นคิดว่าตนเองจะต้องมีเรื่องซะแล้ว แต่หาใช่มีเรื่องกับเขาไม่ มันไปหาเรื่องโต๊ะข้างๆที่คุยกันอย่างเมามันส์
หลินหลิงเหลือบไปมองหน้าคนที่ทำข้าวของบนโต๊ะนางเสียหาย
" !! นั้นมัน ฟางจิง สมาชิกของกลุ่มโจรเงาทมิฬที่โต๊ะข้างๆมันพูดถึงหน่ะ " หลินหลิงแอบกระซิบชางอวิ๋น
"ข้าว่าเรารีบออกจากตรงนี้กันเถอะ" ชางอวิ๋นกล่าวขึ้น
หลินหลิงเธอบอกกับชางอวิ๋นว่ายังออกไปไม่ได้เพราะ 2 คนนั้นใส่เสื้อปักคันธนูที่หน้าอก มันคือสัญญลักษณ์ของศิษย์สายนอกในตระกูลของนาง
ชางอวิ๋นจึงบอกให้หลินหลิงดูสถานการณ์ไปก่อนจะลงไม้ลงมืออะไร เพราะชางอวิ๋นตรวจสอบเรียบร้อยแล้วเห็นว่า ฟางจิงมันมีพลังลมปราณออ่าสีส้ม ไม่เป็นดีแน่ที่จะปะทะกันตรงนี้
ชางอวิ๋นคิดวิเคราะห์แล้วทำไมมันถึงมาหาเรื่องกับจอมยุทธระดับล่างเช่นนั้น 'หรือเป็นเพราะมันกำลังหงุดหงิดตระกูลหลินแน่ๆเลย'
ชางอวิ๋นรู้ว่าตระกูลหลินกำลังตกที่นั่งลำบากเพราะการกระทำของตนที่ไปอัดนายน้อยที่ 2 ของตระกูลฟาง เขาจึงไม่อยากให้ ศิษย์สายนอก 2 คนนั้นลำบากเพราะตน หนุ่มน้อยคนนี้จึงยังไม่ออกไปจากร้าน
"ข้าเห็นว่าเจ้าสะใจ สะใจอะไรนะ" ไม่ทันได้รับคำตอบ หมัดอันทรงพลังของฟางจิงอัดแน่นไปด้วยพลังปราณออร่าสีส้ม อย่าว่าแต่หมัดเลยแค่ฟางจิง ใช้แค่คลื่นลมด้วยพลังออ่าร่าสีส้มก็สามารถฆ่า ศิษย์สายนอกได้สบายๆ
หลินหลิงเห็นท่าไม่ดี จึงยิงพลังแสงธนูไปป้องกัน แต่ไม่เป็นผลสำเร็จ ฟางจิงสะบัดลูกพลังกระแทกไปที่หน้าอกของเธออย่างรุนแรง
ร่างของหลินหลิงกระเด็นไปหลายเมตร ชางอวิ๋น 'ทะยาน' ไปรับได้ทัน เลือดของนางไหลออกจากมุมปาก
"ฮ่า ฮ่า ฮ่า วันนี้มันคงเป็นวันโชคดีของข้าสินะ เจอทั้งคุณหนูหลินหลิง และไอ้เด็กตามใบสั่ง ข้าตามหาเจ้ามา 2 วันหาไปทั่วก็ไม่เจอ ทำให้ข้ารู้สึกหงุดหงิดและอัดอั้นมาก วันนี้ขอเจ้าเป็นที่ระบายให้ข้าหน่อยนะ ไอ้เด็กเหลือขอ"
ฟางจิง ระเบิดเสียงหัวเราะดังสนั่นหวั่นไหว คนรอบข้างรับรู้ถึงพลังปราณ ได้รับความอึดอัดแทบอยากจะลุกออกจากร้านไปเลย
ฟางจิงถามถึงหัวหน้าองครักษ์ที่ติดตามไปสังหารพวกเขาทั้งคู่ว่าหายไปไหน เขาไม่เชื่อว่า 2 คนนี้จะฆ่าคนที่มีออร่าเข็มแข็งกว่า 1 ระดับเต็มลงได้ ระยะห่างของระดับนั้นมากมายมหาศาล
ชางอวิ๋นได้ตอบฟางจิงไปว่าสงสัยระหว่างตามโดนอสูรร้ายกินเข้าไปรึเปล่า "เจ้าไม่ลองออกไปหาอีกรอบหละ ทางป่าตะวันตกของหมู่บ้านนี้ เจ้าอาจจะได้เจอกับบิดาของเจ้าก็ได้นะ"
"ไอ้เด็กไม่สิ้น กลิ่นน้ำนม !! แต่ช่างเถอะเจ้าอยากพูดอะไรก็ได้ตอนนี้ เพราะอีกไม่นานเจ้าคง . . ."
ฟางจิงไม่ถามต่อแต่รีดพลังปราณออร่าสีส้มออกมาคุมร่างกาย ไม่ประมาทเพราะข่าวลือที่ว่า ชางอวิ๋นนั้นได้ฆ่าองครักษ์ไปแล้ว 2 คน
หลินหลิงเอ่ยขึ้น "ออกไปสะสางปัญหาที่บ้านข้ากัน ให้ท่านพ่อข้าตัดสินว่าใครผิดใครถูกดีไหม ข้ากลัวว่าเจ้าจะจ่ายค่าทำร้านคนอื่นเขาพังไม่ไหว"
"เปรี้ยง" !! คลื่นลมอัดกระแทก ให้ร่างทั้ง 2 ลอยพุ่งประตูหน้าร้านเสียหายยับเยิน
"ไม่ต้องไปไกลถึงบ้านเจ้าหรอก ข้าเองก็สามารถตัดสินให้ได้ว่าใครถูกใครผิด ฮ่า ฮ่า ฮ่า"
'เจ้าสู้มันไม่ได้แน่ ข้ามีกระบวนท่าระดับ 3 ซึ่งอาจจะเทียบกับระดับตำนานไม่ได้ แต่มันก็ฝึกและจำง่าย ข้าว่าเพียงพอต่อการจะผ่านวิกฤตนี้ไปได้' เทพมังกรฟ้าจู่ๆก็เอ่ยขึ้น
'ปัดโถ่ ! แม่นางมังกรน้อย มีของแบบนี้ทำไมไม่ฝึกให้กับข้าตั้งแต่แรก สรุปแล้วท่านมีทั้งหมดกี่กระบวนท่าข้าจะฝึกทั้งหมดเลย'
'เหอะ ! คนโง่ก็ยังเป็นคนโง่วันยันค่ำ เจ้าลืมไปรึเปล่าเจ้าเพิ่งมาที่นี้ได้แค่ 5 วันเอง เจ้าคิดว่าเวลาเพียง 5 วัน จะฝึกกระบวนท่าของข้าได้ครบเลยอย่างนั้นรึ . . . แต่ถึงเจ้ามีเวลามากมายจริงๆ เจ้าก็ฝึกไม่ได้หรอก ร่างกายเจ้าฝึกวิชาของเทพเริ่มต้นยังไม่ได้เลยด้วยซ้ำ'
เทพมังกรฟ้าได้บอกถึงวิธีโคจรกระบวนท่า 'มังกรพิโรธ' ชางอวิ๋นกะจะลองใช้กระบวนท่านี้ในการปะทะครั้งนี้เลย
ฟางจิงไม่รอช้า ทะยาน เข้ามาหาโดยทิ้งร่องรอยบนพื้นที่มีขนาดถึง 10 เมตร พุ่งเข้ามาเร็วกว่าอสูรที่เขาเคยเจอ ชางอวิ๋นจึงรวบรวมอัดแน่นพลังปราณเข้าที่แขนทั้ง 2 ข้าง เพื่อรับและรุก
ฟางจิงใช้เพียงใช้เท้าฟาดลงไปที่หัว แต่ด้วยพลังปราณที่รุนแรงเกินขอบเขตจอมยุทธระดับล่าง ทำให้พื้นระเบิดเป็นทางยาว
ชางอวิ๋นใช้แขนทั้ง 2 ข้างอัดพลังทั้งหมดเพื่อป้องกัน "เปรี้ยง" !! พื้นที่เขาเหยียบ ระเบิดออกเป็นทางยาวเพราะวัสดุรับแรงจากพลังปราณออร่าสีส้มไม่ไหว
แต่ชางอวิ๋นก็หายอมแพ้ไม่ รีบอัดลมปราณไปที่แขนขวาข้างเดียวแล้วสวนกลับไปที่อกของฟางจิงทันที
ฟางจิงไม่ได้รับบาดเจ็บอะไรเพียงแต่กระเด็นกลับหลังไป 5-6 หลา
'เจ้าเด็กนี่ ตอนแรกกะว่าจะลองสังเกตการณ์ พร้อมกับปล่อยให้มันโดนสั่งสอนซักเล็กน้อย ไม่น่าเชื่อว่าเมืองของเรา . . จะมีเด็กรุ่นนี้ที่มีพลังปราณถึงขั้นนี้เชียวรึ'
'หึหึหึ ไม่แน่ปีนี้เกาะของเราอาจจะได้ทรัพยากรจาก ท่านจักรพรรดิเหนือของเมืองนครทองคำ เป็นครั้งแรกก็ได้'
หลินเฟย พ่อของหลินหลิง ลอยอยู่กลางอากาศเฝ้าดูอยู่ไม่ห่างไกลจากจุดปะทะ ด้วยความเป็นพ่อของเธอเขาจึงเป็นห่วงอย่างมาก ระเบิดออร่าสีฟ้าใช้ตรวจจับทั่วทั้งเมือง หวังให้ลูกสาวเข้ามาในระยะเขาจะรู้ทันที
แต่ที่น่าแปลกใจ 'ทำไมลูกเราถึงมีพลังปราณสูงขึ้นมากขนาดนี้ หรือเป็นเพราะเจ้าเด็กนั้น !'
ทั้งคู่ต่างก็ระเบิดพลังปราณ พร้อมที่จะเข้าโจมตีชี้ขาดเป็นครั้งสุดท้าย แต่ทว่าตระกูลฟางที่อยู่ภายในร้านก็เดินออกมาทั้งหมด 7 คน ล้วนเป็นจอมยุทธระดับกลางทั้งหมด
'เหอะ ! มันกล้าส่งกลุ่มโจรทมิฬเข้ามาในพื้นที่ของข้าทั้งหมดเลยอย่างนั้นรึ'
คนที่ 8 เดินออกมาหลังสุดถือไม้เท้า อายุไม่ต่ำกว่า 70 ปี ผมขาวล้วน แต่กลับมีผิวหนังที่เต่งตึง ไม่มีท่าทีที่จะโคจรลมปราณใดๆทั้งสิ้น มีเพียงแสงเล็กๆสีส้มออกมาจากปลายนิ้วของเขา
"ฟิ้ว !!"เสียงพลังปราณที่แหลมคม แสงเส้นเล็กๆพอได้ออกมาจากนิ้วของตาเฒ่าแล้ว บรรยากาศบริเวณที่พลังลมปราณผ่าน บิดเบี้ยว แตกเป็นคลื่นเกลียว พุ่งไปที่หัวของเด็กหนุ่มหน้าตาคมเข้ม ท่าทางยังมีความมั่นใจเต็มเปี่ยม 'ชางอวิ๋น'
"ตูมมมมมมมมมมมมมมม" พลังที่มีแสนยานุภาพได้หายไปต่อหน้าต่อตาทิ้งไว้เพียงความสงบนิ่ง
"ท่านพ่ออออออออ ท ท ท่านมาช่วยข้าแล้วใช่ไหมมมมม" น้ำตาของหลินหลิงกำลังจะไหลด้วยความดีใจ
"เจ้าตัวเล็ก กลับไปเรามีเรื่องคุยกันอีกยาว เจ้าเตรียมคำตอบไว้ให้ดีดีละกัน ไม่งั้น เจ้าหนุ่มนั้น. . ."
"ข้าไม่ได้ทำอะไรผิด ข้าไม่กลัวท่านหรอก ฮึ!"
หลินเฟยเข้ามารับการโจมตีแทนเด็กน้อยทั้ง 2 พร้อมทั้งเชิญชวนกลุ่มที่มีปัญหาทั้งหมด แกมบังคับให้ไปหาลือกันที่วังของเขาเพื่อสะสางปัญหา
"ข้าขออภัย ท่านหลินเฟย ท่านมาด้วยตัวของท่านเองเลยรึ เป็นเกียรติกับข้าอย่างยิ่ง แต่ทว่า ! ข้ามีเรื่องที่จะต้องคิดบัญชีกับไอ้หนุ่มนั่นซักหน่อย ท่านคงไม่ว่าอะไรใช่ไหม"
ผู้นำสูงสุดของตระกูลฟางในภาระกิจครั้งนี้ เป็น 1 ใน 4 ผู้เฒ่าศักดิ์สิทธิ์ "ผู้เฒ่าฟางซิน" นำกลุ่มโจรทมิฬที่ตนชุบเลี้ยงมากับมือของเขา เข้ามาปั่นป่วนในเมืองนี้
"ข้าไม่ว่าอะไร แต่ต้องไม่ใช่กลางเมืองตรงนี้ !! หยุดพล่าม ตามข้ามาให้หมด"
'กรอดดด' เสียงของผู้เฒ่าศักดิ์กัดฟัน
กลุ่มโจรทมิฬทั้ง 8 และผู้ติดตามอีก 40 กว่าชีวิต ทั้งหมดเดินทางไปที่วังของตระกูลหลิน
รวมทั้งชางอวิ๋นและหลินหลิงด้วย ระหว่างทางชางอวิ๋นทบทวนการโคจรพลัง 'มังกรพิโรธ'
'ถึงวิชานี้จะไม่มีข้อจำกัดในการใช้ แต่ข้าอยากจะบอกว่ามันกินพลังลมปราณมหาศาลเลยนะหนุ่มน้อย พิจารณาให้ดีก่อนเจ้าจะใช้มัน ความรุนแรงของมันเกินกว่าที่เจ้าจะรับมือได้ จงจดจำเอาไว้ให้ดี'