เสียงหนึ่งของหลี่จินฮวาอีกเสียงหนึ่งของหลี่เอ้อร์โก่ว
ซูเจียวเจียวเห็นท่าไม่ดีกำลังจะลงจากเตียงไปเปิดไฟ แต่เซียวหยวนหมิงกลับเปิดไฟขึ้นมาเสียก่อน
จางเหม่ยจวี๋นั่งอยู่บนพื้นร้องโอดครวญพลางนวดแขนที่เจ็บจากการล้มแล้วก็พบว่าสิ่งที่ทำให้เธอสะดุดล้มคือเปลือกกล้วย!
จางเหม่ยจวี๋จึงเริ่มบ่นพึมพำทันที“ไอ้คนมักง่ายคนไหนทิ้งเปลือกกล้วยไว้ตรงนี้เนี่ย! ทำคนเกือบตาย!”
ส่วนหลี่จินฮวาฝั่งตรงข้ามนั้นเปียกชุ่มไปทั้งร่าง ร้องครวญครางอย่างเจ็บปวดพลางกระชากเสื้อผ้าที่สวมใส่อยู่อย่างบ้าคลั่ง "ร้อน!ร้อนจะตายอยู่แล้ว!"
หลี่เอ้อร์โก่วโชคดีกว่าแค่โดนน้ำร้อนกระเด็นใส่หน้าและแขนตอนแรก เป็นการร้องด้วยปฏิกิริยาอัตโนมัติเสื้อผ้าของเขาไม่ได้เปียกเลย
เพียงแต่ผ้าห่มและที่นอนเปียกน้ำไปทั้งหมด
หลังจากหลี่จินฮวาร้องโวยวายอยู่สองสามครั้งเธอก็หยุดร้อง เพราะน้ำร้อนที่จางเหม่ยจวี๋ต้มมานั้น แม้จะร้อนอยู่บ้างแต่ก็ไม่ได้ร้อนจนเป็นอันตรายถึงขั้นทำให้ผิวหนังพุพองได้ เต็มที่ก็แค่ผิวแดง
เมื่อความร้อนลดลงก็จะไม่ร้อนแล้ว
หลี่จินฮวาเงยหน้าขึ้นจ้องจางเหม่ยจวี๋อย่างโกรธแค้นชี้หน้าด่าว่า “จางเหม่ยจวี๋ เธอจงใจแก้แค้นฉันใช่ไหม!เธอมันคนใจร้ายใจมาร ทำให้ฉันถูกน้ำร้อนลวกเสื้อผ้าก็เปียกหมดทำให้ฉันไม่มีเสื้อจะใส่! ไม่ได้แล้วเธอต้องชดใช้เสื้อผ้าให้ฉันชุดหนึ่ง แล้วก็หาหมอมาตรวจให้ฉันด้วย!”
หลี่เอ้อร์โก่วกล่าวเสริม“ใช่ๆ! ถูกต้อง! แล้วก็เตียงนอนของฉันก็เปียกหมดจนนอนไม่ได้แล้วฉันต้องแลกเตียงกับลู่เหว่ยหมินบ้านเธอ!”
ลู่เหว่ยหมินลุกไม่ได้จึงทำได้แค่หันไปถามจางเหม่ยจวี๋ด้วยความเป็นห่วง “เหม่ยจวี๋คุณเจ็บมากไหม?”
จางเหม่ยจวี๋กำลังจะตอบว่าไม่เจ็บแต่พอคิดดูอีกทีก็ตระหนักว่าเธอไม่ควรพูดเช่นนั้น หากเป็นเช่นนั้นละก็หลี่จินฮวาคงไม่ปล่อยโอกาสทองนี้ไป คิดจะเอาเปรียบเธอหรือไร?
ไม่มีทางเสียหรอก!
จางเหม่ยจวี๋จึงทำหน้าบูดบึ้ง“เจ็บมากเลยค่ะ รู้สึกเหมือนมือจะหักเลย แถมเอวก็เคล็ดด้วย!”
ลู่เหว่ยหมินได้ยินดังนั้นก็ยิ่งเป็นห่วงเขาใจร้อนรน แต่ก็ลุกไม่ได้
ซูเจียวเจียวประคองจางเหม่ยจวี๋ขึ้นมา“คุณไม่เป็นไรนะ? ให้ฉันช่วยประคองไปหาหมอไหม?”
หลี่จินฮวาได้ยินว่าต้องไปหาหมอเธอก็รีบโวยวายขึ้นมาทันที “ใช่! ไปหาหมอ!ฉันโดนน้ำร้อนลวกไปหลายที่แน่ๆ จางเหม่ยจวี๋ ค่ารักษาพยาบาลเธอก็ต้องออกให้ฉันนะ!”
จางเหม่ยจวี๋เอามือกุมเอวข้างหนึ่งอีกข้างถือเปลือกกล้วยที่เก็บได้จากพื้น แล้วตวาดเสียงดังลั่น“ยายแก่ไร้ยางอาย! เธอทิ้งเปลือกกล้วยไว้บนพื้นทำให้ฉันสะดุดล้มแล้วยังมีหน้ามาเรียกเก็บค่ารักษาพยาบาลจากฉันอีกเหรอ? เธอยังมียางอายอยู่ไหมเนี่ย? เอวฉันเคล็ดแล้วเธอต่างหากต้องรับผิดชอบชดใช้ค่ารักษาพยาบาลให้ฉัน! หากฉันทำงานไม่ได้หลายอีกวันเธอก็ต้องชดใช้แต้มคะแนนงานให้ฉันด้วย!”
“เธอต่างหาก! เอาน้ำร้อนมาสาดฉันเองแล้วมีหน้ามาเรียกเก็บเงินจากฉันได้ยังไง? ล้มลงไปเองแท้ๆฉันไม่ได้ผลักเธอลงไปสักหน่อย!”
“ถ้าไม่ใช่เพราะเธอทิ้งเปลือกกล้วยเรี่ยราด แล้วฉันจะล้มไหมเล่า?”
บนใบหน้าของหลี่จินฮวาปรากฏแววสำนึกผิดเล็กน้อยแต่เธอก็ยังคงยืดคอขึ้น แล้วกล่าวว่า “นี่ไม่ใช่เปลือกกล้วยที่ฉันทิ้งสักหน่อยเธออย่ามาปรักปรำฉันนะ อย่าหวังจะเอาเปรียบฉันเชียว!”
จางเหม่ยจวี๋แค่นเสียงเย็น“เมื่อเช้ายังหน้าชื่นตาบานเอากล้วยสองลูกกลับมาบอกว่าบังเอิญเจอคนรู้จัก เขาเลยให้มา ในห้องพักป่วยนี้มีแค่พวกเราสามครอบครัวบ้านฉันกับบ้านของยุวชนซูไม่เคยซื้อกล้วยกินกันอยู่แล้วแถมบ้านฉันก็ไม่มีปัญญาซื้อกล้วยด้วย ถ้าไม่ใช่เธอทิ้ง แล้วหมาที่ไหนมันจะทิ้งได้เล่า?”
หลี่จินฮวาไม่ยอมรับ“บอกว่าไม่ใช่ฉัน ก็ไม่ใช่ฉันสิ! อย่าหวังว่าเธอจะโทษฉันได้!เธอต้องจ่ายค่ารักษาให้ฉัน เพราะฉันถูกน้ำร้อนลวกจนแดงไปทั้งตัวแล้วเนี่ย”
“มือฉันอาจจะหักไปข้างหนึ่ง เอวก็เคล็ดด้วย เธอสิต้องรักษาให้ฉัน!”
“ฝันไปเถอะย่ะ!”
“เธอก็ฝันไปเถอะย่ะ!”
ทั้งสองคนจึงเริ่มทะเลาะกันอีกครั้งอย่างไม่รู้จักจบสิ้น
ลู่เหว่ยหมินโกรธจัด“หลี่จินฮวา ยายแก่สารเลว! เห็นฉันขยับตัวไม่ได้เลยคิดจะรังแกภรรยาของฉันใช่ไหม? ฉันจะบอกแกให้แม้ฉันจะขยับขาไม่ได้ข้างหนึ่ง ฉันก็ยังจะซ้อมแกได้นะ!”
พูดจบเขาก็กำลังจะดิ้นรนลุกจากเตียง
หลี่จินฮวาตกใจจนตัวสั่นรีบหลบอยู่ข้างหลังลูกชายหลี่เอ้อร์โก่ว
หลี่เอ้อร์โก่วแม้จะกลัวอยู่บ้างแต่เขาก็ไม่ค่อยกลัวลู่เหว่ยหมินเท่าไร ลู่เหว่ยหมินไม่ได้ดุดันเท่าเซียวหยวนหมิงแถมลู่เหว่ยหมินก็ขยับขาไม่ได้ข้างหนึ่ง หากจะสู้กันจริงๆ ละก็อีกฝ่ายก็ย่อมไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเขา
หลี่เอ้อร์โก่วจึงเชิดหน้าขึ้นแล้วกล่าวว่า “รังแกแม่ฉันอย่างนี้คิดว่าฉันจะยอมหรือไง!”
พูดจบเขาก็พับแขนเสื้อขึ้น
เมื่อคืนตอนหาคนและตอนที่ดินโคลนถล่มลงมา เขาก็ซ่อนตัวอยู่ในกลุ่มคนดังนั้นอาการบาดเจ็บของเขาจึงเบาที่สุด
เดิมทีเขาจะออกจากโรงพยาบาลได้ในสองวันแล้วแต่การนอนอยู่ในโรงพยาบาลโดยไม่ต้องทำงาน แถมยังได้แต้มคะแนนงานสิบแต้มเป็นเรื่องดีๆ แบบนี้ ทำไมเขาจะต้องออกจากโรงพยาบาลด้วย?
แม้แต่แม่ของเขาที่มาดูแลเขาก็ยังได้แต้มคะแนนงานสิบแต้มด้วยซ้ำโดยอ้างว่าเป็นค่าชดเชย
ในเมื่อมีเรื่องดีๆเช่นนี้ แค่นอนอยู่เฉยๆ ก็ได้แต้มคะแนนงานแล้วเหตุใดจึงต้องดิ้นรนไปทำงานให้ยากลำบากเล่า?
หลี่จินฮวาเห็นลูกชายของตัวเองหนุนหลังให้เธอก็รีบแสดงอำนาจโดยอ้างบารมีของลูกชายขึ้นมาทันที “อยากจะตีกันใช่ไหม?มาเลย! จางเหม่ยจวี๋ ฉันจะบอกเธอให้ถ้าวันนี้เธอไม่ชดใช้เสื้อผ้าใหม่ให้ฉัน ไม่พาฉันไปหาหมอ ฉันไม่ยอมจบแน่!ตัวฉันต้องพุพองไปหมดแล้วแน่ๆ! แน่นอนว่าตลอดเวลาที่ฉันอยู่โรงพยาบาลงานซักผ้าทำอาหารทั้งหมดเธอต้องเป็นคนทำ!”
จางเหม่ยจวี๋โกรธจนหน้าเขียว“ยายแก่สารเลวฝันกลางวันไปได้! วันๆ เอาแต่หาทางเอาเปรียบผู้อื่นฝันลมๆ แล้งๆ! ด้วยนิสัยใจคอแบบเธอน่ะหรือ ถึงจะต้องให้ฉันซักผ้าทำครัวให้เธอมันสำคัญตัวผิดไปแล้ว! เห็นทีว่าเธอคงต้องโดนอบรมสั่งสอนสักที!”
ช่างเป็นโชคร้ายอะไรเช่นนี้ที่ต้องมาอยู่ห้องเดียวกับคนอย่างหลี่จินฮวาและหลี่เอ้อร์โก่ว
สองสามวันนี้ไม่มีวันไหนสงบเลย!
ซูเจียวเจียวหัวเราะออกมาอย่างเหลืออดไม่แปลกใจที่ใครต่อใครต่างก็ว่าสตรีบ้านป่าไร้ซึ่งความรู้ นี่มันหลี่จินฮวาชัดๆเลยไม่ใช่หรือ?
หลี่เอ้อร์โก่วดูเหมือนตั้งใจจะแสดงความเป็นชายชาตรีต่อหน้าซูเจียวเจียวเพื่อกอบกู้ศักดิ์ศรีของลูกผู้ชาย เขาจึงทำหน้าบึ้งตึง ทำเป็นโกรธจัดชี้ไปที่จางเหม่ยจวี๋แล้วกล่าวว่า “เธอกล้าพูดอีกครั้งไหม?ต่อหน้าฉัน ยังกล้าด่าแม่ฉันอีก?”
หลี่จินฮวารู้สึกปลื้มปีติในใจอย่างน้อยก็ไม่เสียแรงที่เลี้ยงดูเจ้าลูกชายคนนี้ อาหารดีเสื้อผ้าดีล้วนประเคนให้บัดนี้ลูกชายของเธอรู้จักปกป้องเธอแล้ว!
ทันใดนั้นเซียวหยวนหมิงก็ก้าวมาอยู่ข้างซูเจียวเจียวและจางเหม่ยจวี๋ร่างกายสูงใหญ่กำยำของเขายืนตระหง่านราวกับปราการเหล็กที่น่าหวาดหวั่นดวงตาของเขาวาวโรจน์ไปด้วยความดุร้าย “คิดจะรังแกน้องชายฉันพวกแกต้องถามฉันก่อนว่าฉันยอมไหม!”
บรรยากาศในห้องผู้ป่วยกลับมาตึงเครียดและเงียบงันอีกครั้ง
หลี่จินฮวาทำหน้าบึ้งตึง“เซียวหยวนหมิง นี่มันไม่เกี่ยวกับพวกแก ฉันขอเตือนพวกแกนะ อย่ามายุ่งเรื่องของคนอื่น!”
ซูเจียวเจียวยิ้มเย้ยที่มุมปากพลางกล่าวว่า “หลี่จินฮวาอย่ามองคนอื่นว่าไร้สมองไปหมด โลกนี้ไม่ได้มีแค่คุณที่ฉลาดอยู่คนเดียวหรอกนะเปลือกกล้วยนั่นคุณเป็นคนทิ้ง ฉันเห็นกับตาเมื่อครู่ฉันและอาหมิงต่างก็เป็นพยานได้ คุณกล่าวหาว่าจางเหม่ยจวี๋ทำน้ำร้อนลวกหกใส่ เอาล่ะเธอยินดีออกค่ารักษาพยาบาลให้คุณ แต่เปลือกกล้วยที่เจ้าปัญหานั่นทำให้จางเหม่ยจวี๋สะดุดล้มจนข้อเท้าแพลง มืออาจถึงขั้นหัก เอวก็เคล็ดดังนั้นคุณก็ต้องรับผิดชอบค่ารักษาพยาบาลของจางเหม่ยจวี๋เช่นกันนะ”