เมื่อขึ้นมาได้ไม่กี่ก้าว สองหนุ่มสาวก็มองหน้ากันแล้วหัวเราะอย่างสนุกสนานก่อนจะจูงมือกันเดินตรงไปที่แผนกต้อนรับ ของรีสอร์ตเล็กๆริมชายหาดที่มีพนักงานชายหญิงยืนคอยให้บริการอยู่ นัทพงษ์หน้าแดงก่ำขณะที่หญิงสาวทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ พอเห็นสองร่างเปลือยกายเดินตรงมาชายหนุ่มและหญิงสาวสามสี่คนก็ตะลึง หยุดชะงักมองนิ่งอย่างกับไม่เชื่อสายตาพลางเอียงหน้ากระซิบ กระซาบกันเบาๆ
“นั่นใช่ คู่ที่มาถึงเมื่อบ่ายนี้หรือเปล่า...”
“น่าจะใช่นะ...ฉันจำได้ผู้หญิงคนนั้นเธอสวยสง่ามาก...แต่ไม่นึกว่า...”
“แต่ฉันว่า แบบนี้เธอดูดีกว่า ทั้งสวย ทั้งเซ็กซี่ดูรูปร่างเธอสิสมบูรณ์แบบมากเลย...ก้นงอนเป็นลูกๆเชียว...แล้วตรงหน้าอกนั่น...อื้อ...”เสียงพนักงานหนุ่มวัยรุ่นสั่นๆ
เสียงวิจารณ์เงียบลงทันที่ เมื่อทั้งสองร่างเดินมาหยุดตรงหน้าเค้าเตอร์ ทุกสายตาจ้องมองทั้งสองเหมือนพบเจอสิ่งที่ไม่เคยเห็นมาก่อน
“เอ่อ ที่นี่เขาห้าม แขกเดินแก้ผ้าหรือเปล่าจ๊ะ”มารตีหันไปสบตาพนักงานหนุ่มน้อยที่ยืนใกล้ที่สุดก่อนเอ่ยถามเหมือนเป็นเรื่องปกติขณะที่นัทพงษ์ก้มหน้าอย่างอายๆ
เด็กหนุ่มคนนั้นหน้าแดงเข้มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เขาดูลังเล ไม่ตอบได้แต่หันไปมองพนักงานหญิงอีกสามคนที่ยืนอยู่ถัดไป อย่างขอความช่วยเหลือ
“เอ่อ...มะ ไม่มีข้อห้ามค่ะ...”หญิงสาวที่ดูจะมีอายุมากที่สุดในกลุ่มตอบเบาๆ ตะกุก ตะกัก ก่อนหันไปมองหน้าคนอื่นๆ
“ไม่ห้ามก็แสดงว่า ทำได้ใช่ไหมจ๊ะ”มารตีพูดแค่นั้นก่อนจูงมือนัทพงษ์เดินจากไป
ปล่อยให้สายตาแปดคู่ที่มองตามหลังไปยังอยู่ในความสับสนและงงงัน
แต่พอเลี้ยวหัวมุมทั้งสองก็ชะงักตาโต“อุ้ย...พี่ว่าพวกเราร้อนแรงแล้วนะ...ยังแพ้คู่นี้อีก” มารตีเอ่ยเสียงสั่นๆบนโต๊ะหินอ่อนใกล้ทางเดินร่างเปลือยสองร่างกำลังขยับกายเข้าหากันเป็นจังหวะผสมกับเสียงหายใจที่หนักหน่วง
สองหนุ่มสาว รีบจ้ำเดินผ่านไปโดยเร็วอย่างเกรงใจพอเดินเลยไปนัทพงษ์อดไม่ได้ที่จะเหลือบตาไปมองร่างที่นอนอยู่ด้านล่าง“หา...ผู้ชายเหรอ...ผู้ชายสองคน” เขาอุทานในใจก่อนรีบจูงมือมารตีเดินเร็วขึ้นอีก
เมื่อเข้ามาในห้องพัก มารตีรีบปิดประตู พลางหันมาสบตานัทพงษ์รอยยิ้มละมุนของเธอพลันเปลี่ยนเป็นความร้อนแรงที่ชายหนุ่มไม่เคยนึกถึงมาก่อนในชีวิต
“นัทพงษ์…” เธอเรียกชื่อเขาเบาๆ มือร้อนผ่าวแตะที่ต้นแขนเขา ทำให้นัทพงษ์รู้สึกเหมือนถูกไฟคลอก
นัทพงษ์เพิ่งตั้งตัวได้เขายิ้มเขินแห้งๆ ก่อนจะก้าวเข้ามาใกล้ ดวงตาของมารตีอ่อนโยนจนนัทพงษ์ไม่อาจละสายตาเธอเอื้อมมือไปดึงเสื้อผ้าที่เขาถือมาออกอย่างเร็ว ไม่ปล่อยให้เขาได้มีโอกาสตั้งตัว
เมื่อผ้ากองนั้นหลุดลงพื้น เธอกระชับไหล่เขาเบาๆ พลางโน้มหน้าเข้าไปหาริมฝีปากของมารตีแตะลงบนริมฝีปากของนัทพงษ์ ช้าๆ แต่นุ่มนวลลึกล้ำจูบนั้นเต็มไปด้วยความอ่อนละมุน ราวกับเกล็ดน้ำหวานที่ละลายลงบนริมฝีปาก
นัทพงษ์ยืนแข็งไปทั้งตัว แต่ปล่อยให้เธอครอบงำ จูบนั้นไล้สลับจังหวะไปมาทั้งแรง ทั้งอ่อนโยน จนร่างกายเขาเริ่มโอนเอียงและตอบสนอง มารตีเริ่มขยับจูบลงต่ำให้ริมฝีปากลูบไล้ซอกคอ ขยับเข้าใกล้แผงอกแข็งแรง นัทพงษ์หลับตาแน่น หายใจสะดุด
“อืม…” เสียงครางแผ่วเล็ดลอดออกมา
สาวสวยจูบไล่ต่ำลงไปเรื่อย จนถึงกึ่งกลางลำตัวก่อนจะนั่งคุกเข่าบนพื้นตรงหน้าเขา แล้วค่อยๆ ไล่ริมฝีปากลงมาที่ส่วนนั้น กลืนกินเข้าไปลึกและหนักแน่นขึ้นทุกครั้งที่ใบหน้าเธอขยับ ร่างกายของเขาจะเคลื่อนไหว
มือของเธอก็ไม่หยุดนิ่งวนลูบไปตามแนวกล้ามเนื้อที่สั่นระริกด้านหลังเขา นัทพงษ์สุดจะทานทน เขาวางมือบนไหล่ของเธอก่อนจะดึงเธอให้ยืนขึ้นมาแบบชิด
กลิ่นเกลือทะเลผสมกลิ่นไออุ่นของผิวกายทั้งสองลองลิ้มรสรสชาติของกันและกันจนไม่อาจบอกได้ว่าอะไรคือรสจูบ รสไฟปรารถนาหรือรสแห่งความรักที่กำลังก่อตัวขึ้น เมื่อจังหวะจูบนั้นร้อนแรงถึงขีดสุด มารตีค่อยๆผละออกจากอ้อมแขนเขา เธอจ้องตานัทพงษ์ ยิ้มบางๆ แต่เต็มไปด้วยความหมาย
“คืนนี้... พี่กับเธอคงไม่ได้นอนหลับ บนเตียงนี้จนกระทั่งเช้าเลยล่ะ”เธอกระซิบ ทำให้นัทพงษ์คล้ายวูบไหวในใจขึ้นมาอย่างกะทันหัน
นัทพงษ์ก้มลงจูบเธออีกครั้ง หนึ่งจูบที่อ่อนโยนกว่าทุกครั้งแต่กลับหนักแน่นด้วยความรู้สึกที่ไม่อาจเก็บไว้ จากนั้นทั้งคู่จึงก้าวออกจากจุดเดิม เดินเข้าไปยังเตียงนอนที่เตรียมผ้าห่มและหมอนรออยู่ความละมุนและเผ็ดร้อนค่อยๆ ทวีขึ้น เมื่อมารตีดึงนัทพงษ์ลงนอนบนผืนผ้าขาว จูบของเธอกลายเป็นบทเรียนแห่งสัมผัสเริ่มจากริมฝีปาก ไล่ลงมาที่ซอกคอ บ่ากว้าง และลำคอที่เขาห้อมล้อมไว้มือทั้งสองค่อยๆ สำรวจร่างกายซึ่งกันและกันอย่างใกล้ชิด
นัทพงษ์ไม่อาจทัดทานความรู้สึกที่มารตีเรียกออกมาได้ไม่ว่าเขาจะพยายามปิดตาหลับ หรือต้านทานสักเท่าไร เสี้ยววินาทีนั้นแสงดาวลอดผ่านหน้าต่างฉายเงาคู่รักบนผืนผ้าเป็นเข้มจางๆ เสียงคลื่นจากที่ไกลๆราวกับเป็นวงดนตรีบรรเลงให้บทประพันธ์รสจูบครั้งนี้หวานเสียยิ่งกว่าครั้งไหนๆ
เมื่อทั้งสองเคลื่อนเข้าใกล้กันอีกครั้งจูบที่อ่อนโยนก็พัดพาความปรารถนาให้ลุกโชน ราวกับไฟที่ถูกเติมเชื้อไม่ขาดมือ มารตีโน้มหน้าลงนัทพงษ์โอบกอดแน่น ใจของเขาเต้นแรงเสียจนได้ยินเองว่า--“ผมรักพี่…”เขากระซิบระหว่างจูบ
มารตีเงยหน้าขึ้น ยิ้มพราว ก่อนจะประทับจูบทั้งคำว่า “พี่ก็รักเธอเหมือนกัน”
และในคืนนั้น ภายใต้แสงดาว รสจูบของพวกเขาคือบทกวีที่ไม่มีวันเลือนหายมารตีเป็นผู้นำ เธอค่อยๆ คร่อมลงบนตัวเขา นัทพงษ์ก็ปล่อยใจให้ล่องลอยไปตามแรงไหวของร่างเธอกลิ่นหอมของเธอ คล้ายดอกไม้ยามค่ำคืน หวาน เย้ายวน และเกินต้านทาน
เสียงครางของหนุ่มน้อยติดขัดอยู่ในลำคอ เมื่อหญิงสาวกดริมฝีปากลงมาอีกครั้งคราวนี้ไม่ใช่แค่จูบ แต่เป็นการหลอมรวมอย่างสมบูรณ์แบบ ทุกจังหวะที่เธอเคลื่อนไหวเหนือร่างแกร่งทำให้เขาแทบลืมหายใจ
"พี่รตี...ผะ ผม...ทะ ทน..." เขาพูดไม่ทันจบก็เกร็งไปทั้งตัว และปลดปล่อยความร้อนรุ่มออกมาขณะที่หญิงสาวยังไปไม่ถึงครึ่งทางเลยด้วยซ้ำ
มารตีเพียงแตะนิ้วลงบนริมฝีปากเขาแล้วกระซิบเสียงนุ่ม "ไม่ต้องพูดอะไร ปล่อยให้ร่างกายของเธอเป็นไปตามธรรมชาติ เรายังมีเวลาทั้งคืน"
ตลอดทั้งคืนพวกเขาเรียนรู้กันและกันผ่านสัมผัส ลมหายใจ และความถวิลหา ชายหนุ่มเริ่มเรียนรู้จังหวะของเธอและเธอก็เปิดโอกาสให้เขาได้ค้นพบตัวเองในแบบที่อ่อนโยนแต่แนบแน่น จากท่าทีประหม่ากลายเป็นความมั่นใจที่ค่อยๆ เติบโตในทุกการสัมผัส ทุกครั้งที่เธอครางชื่อเขาเบาๆในความสลัวราง เป็นเหมือนแรงผลักดันให้เขากล้าก้าวข้ามขีดจำกัดของตัวเอง
จนกระทั่งเกือบรุ่งสาง ร่างกายของมารตีก็สั่นระริกในอ้อมแขนเขาริมฝีปากยังเปรอะรอยจูบ ร่างกายเต็มไปด้วยของเหลวข้นที่มีกลิ่นคาวประหลาดที่หอมกรุ่นลมหายใจยังร้อนระอุและไม่เป็นจังหวะนัก มารตีหลับตาลง ซบใบหน้ากับอกเขา
"เหนื่อยไหมครับ..." เขาถามเบาๆพร้อมลูบเส้นผมเธออย่างแผ่วเบา
"นิดหน่อย" เธอยิ้มบางๆ "แต่ชอบมากเลยจ้ะเธอเก่งขึ้นแล้วนะ...ครั้งสุดท้ายทำเอาพี่แทบขาดใจตาย...ดูสิระบมไปหมดวันนี้มีหวังเดินขาถ่างแน่"
เขาหัวเราะเบาๆ พร้อมจูบลงที่หน้าผากเธอและเมื่อเธอเงยหน้าขึ้นมองเขาอีกครั้ง แววตานั้นเต็มไปด้วยความพึงพอใจ อ่อนหวานและอิ่มเอม
“ขอผมอยู่ในตัวพี่แบบนี้จนเช้าได้ไหมครับ”
มารตีพยักหน้าเบาๆ ไม่เอ่ยอะไร ไม่มีคำว่าห้ามใจในค่ำคืนนี้มีแต่การมอบกาย มอบใจ ให้กันและกันอย่างเต็มที่ และนั่นอาจเป็นสิ่งที่เรียกว่า‘การยอมรับ’ ที่งดงามที่สุดในความสัมพันธ์ระหว่างสองคนที่ไม่ต้องการคำอธิบายใดๆ
แสงแดดอ่อนๆ ยามสายเล็ดลอดผ่านผ้าม่านโปร่งบางที่พลิ้วไหวตามลมทะเลทำให้ห้องพักทั้งห้องถูกแต้มด้วยโทนอุ่นสบายตา อุณหภูมิที่ไม่ร้อนหรือเย็นเกินไปเหมาะเจาะกับเช้าวันใหม่ที่เพิ่งเริ่มต้นได้ไม่นาน
สาวสวยรู้สึกตัวก่อน ดวงตาคมที่เคยเปล่งประกายในยามค่ำคืนคลี่ออกด้วยรอยยิ้มอ่อนโยนเมื่อเธอเห็นใบหน้าของนัทพงษ์ที่ยังหลับสนิทในอ้อมแขนลมหายใจของเขาสม่ำเสมอ ใบหน้าเปื้อนเหงื่อบางๆ แฝงความเหนื่อยล้าปนพึงพอใจและริมฝีปากที่เหมือนยังจดจำรสจูบเมื่อคืนได้อยู่