ธาวินทร์เมื่อได้รู้ว่าตนเองนอนเป็เ้าชายนิทราถึงสามเดือน กับดวงตาที่เหมือนกำลังจะบอดสนิท ก็ให้นึกหวั่นใจบ้าง แต่ยังดีที่มีกำลังใจจากผู้เป็แม่และเพื่อนๆ
ร่างกายของเขาที่ขยับได้ทุกส่วนมีเพียงดวงตาที่มีปัญหา ผู้เป็แม่ด้วยความเป็ห่วงกลัวลูกชายเครียดจึงพานั่งรถเข็ญออกมาชมวิวด้านนอกระเบียง ตึกผู้ป่วย VIP ชั้น 17 บรรยากาศดีทีเดียว
“แม่วินขอโทษนะที่โตขนาดนี้ยังเป็ภาระแม่อีก” ดวงดารายืนอยู่ด้านหลังรถเข็น
“อย่าพูดอย่างนี้อีกนะวิน ต่อให้ลูกจะแก่แค่ไหน สำหรับแม่แล้ววินก็คือเ้าตัวเล็กของแม่เสมอนะลูก ลูกต้องมีชีวิตอยู่ต่อไปและต้องอยู่อย่างมีความสุขด้วย” ดวงดาราเอื้อมมือมาประคองหน้าลูกชายอย่างทะนุถนอม
“ไม่เป็ไรนะลูกอีกสามวันก็จะผ่าตัดแล้ว หมอบอกว่าดวงตาวินจะกลับมามองเห็นอีกครั้ง”
ธาวินทร์จับมือแม่ พยักหน้าให้
“หิวน้ำมั้ยลูก เดี๋ยวแม่ไปเอามาให้นะ” คล้อยหลังดวงดาราได้สักพัก ธาวินทร์ก็ได้ยินเสียงฝีเท้าเดินเข้ามา
“แม่มาแล้วหรอครับ” ไม่มีเสียงตอบจากผู้เป็มารดา มีเพียงแรงที่เข็นรถไปด้านหน้า เหมือนมีมวลอากาศพัดโชยต้องหน้าตี๋
“ชอบไหมหนุ่ม” เสียงผู้ชายวัยกลางคน
“อะผมคิดว่าเป็คุณแม่ คุณคือ” ด้วยผ้าที่ปิดตาทำให้ธาวินทร์ไม่อาจมองเห็นได้
“ลุงคือคนไข้ที่นี่แหละ อยู่มานานแล้ว ไปไหนไม่ได้สักที”
“คุณลุงป่วยเป็อะไรหรอครับ”
“ลุงนะหรอ เป็วัณโรคปอด อาการของลุงทำให้ลูกหลานรังเกียจจนไม่อยากมาเยี่ยม พอแบ่งสมบัติให้แล้วก็ทิ้งลุงเลย”
ธาวินทร์ได้ฟังก็เห็นใจ
“งั้นถ้าลุงเหงาก็มาคุยกับผมบ่อยๆก็ได้นะครับ”
“ไอ้หนุ่มไม่รังเกียจลุงหรอกรึ”
“ไม่หรอกครับ”
“งั้นก็ไปอยู่เป็เพื่อนลุงนะ” อยู่ๆรถเข็นก็เคลื่อนตัวไปด้านหน้า เร็วขึ้นๆ ธาวินทร์พยายามหยุดล้ารถเข็นแต่ไม่เป็ผล รถเข็นวิ่งไปชนกับราวระเบียงด้วยความแรงส่งผลให้
ธาวินทร์ตัวลอยกระแทกรั้วกั้นอย่างแรง มือสองข้างพยายามจับราวระเบียง มีแรงบางอย่างส่งให้ตัวธาวินทร์ตรึงอยู่อย่างนั้น
“วิน ธาวินทร์ ทำอะไรลูก” เสียงหวีดร้องของดวงดาราผู้เป็แม่ ใเมื่อเห็นท่าทางของลูกชาย
นางวิ่งเข้ามารั้งเอวลูกชายดึงลงมาจากราวระเบียง ทั้งสองทรุดลงกองกับพื้น กอดลูกชายแน่น
“ทำไมทำแบบนี้วิน ทำไมต้องคิดสั้นด้วย พ่อทิ้งแม่ไปแล้วคนนึง วินยังจะใจร้ายทิ้งแม่ไปอีกคนหรอ” สองมือทั้งกอดทั้งตี เพราะความรู้สึกโกรธปนเสียใจ หลั่งน้ำตาออกมาแทบเป็สายเื
“แม่วินเจ็บ”
“เจ็บซะบ้างจะได้จำ” ดวงดาราร้องให้ฟูมฟาย พาลูกชายกลับเข้าห้องพักคนไข้
“แม่ วินไม่ได้จะ”
“ได้เวลาทานยาแล้วค่ะ” พยาบาลสาวใหญ่เดินเข้ามาพร้อมถาดใส่ยา และอุปกรณ์วัดไข้
“พี่พยาบาลครับผมมีเื่อยากถามครับ”
“ว่าไงค่ะคนไข้ถามได้เลยค่ะ ถ้าไม่เกี่ยวกับอาการป่วยนะค่ะ เพราะถ้าเป็อย่างนั้นจะแจ้งคุณหมอเ้าของไข้โดยตรงค่ะ”
“ไม่เกี่ยวกับอาการหรอกครับ แค่สงสัยว่าที่นี่มีคุณลุงที่ป่วยด้วยวัณโรคไหมครับ คือผม”
ถ้าในระยะเวลาสองสามเดือนนี้ยังไม่มีนะค่ะ เท่าที่มีก็กลับบ้านไปหมดแล้ว
“อ้อขอบคุณครับ” พยาบาลออกไปแล้ว
“ทำไมหรอวิน”
“คือตอนแม่เข้ามาช่วยวิน แม่เห็นคุณลุงที่ใส่ชุดคนไข้หรือเป็คนไข้อยู่แถวนั้นบ้างหรือเปล่าครับ”
“ไม่เห็นนะมีอะไรหรอ” ด้วยความที่ไม่อยากให้ผู้เป็แม่คิดมาก ธาวินทร์จึงได้แต่บอกว่าไม่มีอะไร ได้แต่เก็บความสงสัยเอาไว้ ถ้าไม่ใช่แม่แล้วใครกัน เขาคือใคร...
................................................................................
สามวันต่อมา การผ่าตัดผ่านไปหลายชั่วโมงจนบัดนี้ธาวินทร์ออกมานอนที่พักที่ห้องเดิม ผ้าที่ปิดตายังไม่เปิดออก คงต้องใช้เวลาสักพักกว่าแผลจะหาย ่นี้เข็มทิศ รดา และคนอื่นๆเดินทางมาเยี่ยมไม่ได้ขาด
จนกระทั่งได้เวลาเปิดผ้าปิดตาออก ทุกคนมาให้กำลังใจ รดาจัดดอกไม้เต็มห้องเพราะอยากให้รุ่นน้องรู้สึกผ่อนคลายเมื่อลืมตาขึ้น ดวงดารายืนบีบมือลูกชายไม่ห่าง เข็มทิศและศิวดลก็ยืนให้กำลังใจข้างเตียง
หมอดรีมเดินเข้ามาในห้อง ค่อยๆเปิดผ้าที่ปิดตาออก ธาวินทร์ไม่ชินกับแสงเท่าไหร่นักเพราะอยู่กับความมืดมานาน วันนี้เขาเองก็ทั้งดีใจและเป็กังวล
“ไม่ต้องกลัวนะครับ ทุกอย่างต้องเรียบร้อย” เมื่อผ้าปิดตาหลุดออก ธาวินทร์ค่อยๆลืมตา ภาพเบื้องหน้าพร่ามัวนัก
“คุณลุง” ธาวินทร์เห็นคุณลุงใส่ชุดคนไข้ยืนอยู่เื้ั เข็มทิศกับศิวดล ทั้งคู่จึงหันหน้ามองกันและกันแต่ก็ต้องหัวเราะออกมา
“ไม่เจอกันไม่กี่เดือน เห็นพี่แก่ขนาดนั้นเลยหรอ เสียใจนะเนี่ย” เข็มทิศเข้าใจว่าธาวินทร์พูดกับตน และประตูห้องก็เปิดออกพร้อมร่างหนุ่มมาดเข้ม ท่าทางเ้าชู้ขั้นเทพอย่างชลันกรเดินเข้ามา
“โทษทีมาช้า” พอดีกับที่สายตาธาวินทร์ปรับแสงได้ ก็ไม่เห็นคุณลุงคนไข้ สงสัยออกไปแล้ว
หมอดรีมตรวจสายตาธาวินทร์ผลปรากฏว่าปกติดีแล้ว พักดูอาการสักสองสามวันก็คงกลับบ้านได้
“ดีใจด้วยนะวิน พี่เบสฝากผลไม้มาเยี่ยม เดี๋ยวเย็นๆจะตามมา”
“ขอบคุณครับพี่รดา”
“ดีใจด้วยนะวิน ทีมขาดนายไปเหงามากเลย” เข็มทิศบอก แต่ทั้ง รดา เข็มทิศกับศิวดลต้องขอตัวกลับก่อน จะเหลือเพียงดวงดารากับชลันกรที่นัดยูจินที่นี่
“แม่ไปพักก่อนก็ได้นะครับ เดี๋ยวผมอยู่เป็เพื่อนน้องเอง” ชลันกรบอก ดวงดาราจึงขอตัวลงมาหาอะไรดื่มสักหน่อย
ธาวินทร์นั่งอยู่บนเตียง โดยมีชลันกรยืนอยู่ด้านข้าง ใกล้พอที่จะเห็นหน้าใสมีริ้วรอยถลอกบนหน้าผากสวย หน้าที่หมดจดอย่างธาวินทร์ไม่สมควรเลยที่จะต้องมีแผลแบบนี้
“เป็ไงมึง” ไม่พูดเปล่ามือยังเกลี่ยผมที่ปิดแผลเปิดออกเพื่อให้มันเห็นชัดขึ้น ธาวินทร์ปัดมือออกเพราะไม่ได้ชอบพฤติกรรมเ้าชู้ของชลันกร จนจะเรียกว่าเกิดอคติแล้วก็ได้
“ไม่ได้เป็ไรมาก เดี๋ยวก็หาย” ชลันกรไม่ได้สนใจท่าทางหวงตัวของคนเด็กกว่า
“นั่นยามึงใช่ปะ มาเดี๋ยวกูทาให้” ชลันกรหยิบยาหลอดเล็กขึ้นมาบีบ เมื่ออ่านฉลากยาแล้วคือยารักษาแผลเป็
“แหมะบอกกูไม่เป็ไร แต่ก็ห่วงหล่อเหมือนกันนะมึง” ชลันกรบีบยาใส่นิ้วเพียงเล็กน้อย
ตั้งใจวาดมันลงหน้าผากคนไข้จอมรั้น แล้วก็โดนเอามือปัดป้องตามเคย
“อื้อ” ชลันกรต้องทำตาดุใส่ ทั้งจับข้อมือเล็กไว้
“มึงอยู่นิ่งๆสิ กูบีบมาแล้ว แล้วกูก็ใส่มันกลับไปในหลอดไม่ได้ด้วย เพราะฉะนั้นอย่าขัดขืน”
ธาวินทร์จึงจำใจยอมให้ชลันกรทาแผลให้ ถึงดูภายนอกนิสัยเหมือนคนหยาบกระด้างแต่การกระทำกลับอ่อนโยน
ปลายนิ้วทาแผลให้เบามือ ท่าทางตั้งใจจนคนไข้มองอย่างเผลอไผล เมื่อชลันกรเห็น
ธาวินทร์เหม่อจึงแกล้งด้วยการกดแผลเบาๆ
“โอ๊ย ทำบ้าอะไรของพี่ผมเจ็บนะ นี่จะช่วยหรือจะฆ่ากันแน่เนี่ย” ธาวินทร์ลูบหน้าผากเบาๆ
ชลันกรยิ้มขำ
“ก็เห็นมึงเหม่อ ก็เลยช่วยให้ตื่นจากผวัง เอ๊ะหรือมึงกำลังตกหลุมความหล่อของกู”
“แหวะ หน้าอย่างพี่ไม่มีผลกับคนอย่างผมหรอก เก็บความหล่อแบบมโนไปใช้กับคนอื่นเถอะ”
ากำลังจะนองเื ประตูห้องก็ถูกเปิดออก
“อ้าวยูมาพอดีเลย”
“เป็ไงบ้างวิน มองเห็นปกติแล้วใช่ไหมพี่ดีใจด้วยนะ”
“ขอบคุณครับพี่ยูจิน” ยูจินเองก็เอาผลไม้มาฝาก ดวงดารากลับขึ้นมาแล้ว ยูจินอยู่ต่อสักพักก็กลับออกมาพร้อมชลันกร
วันออกจากโรงพยาบาล มีรดากับเข็มทิศที่มารับไปส่งที่บ้าน ขณะที่รอรับยาธาวินทร์ได้ยินเสียงแว่วๆของพยาบาลคุยกันที่เคาร์เตอร์ จึงเลี่ยงออกมาที่ตู้น้ำ
“นี่พี่เมื่อคืนอ่ะมีคนบอกว่าเห็นคุณลุงอีกแล้วนะ ชั้น 17 น่ากลัวมากเลย แล้วเมื่อวันก่อนมีคนไข้ถามด้วยว่ารู้จักไหมคุณลุงวัณโรคไหมอะ” พยาบาลยกมือท่วมหัว
“สาธุอย่าให้หนูบาปนะค่ะ หนูต้องทำตามหน้าที่” พยาบาลรุ่นพี่สะกิด
“แล้วไงต่อยะ”
“หนูก็ต้องโกหกสิว่าไม่รู้ ใครจะไปพูดละว่าคุณลุงะโตึกโรงพยาบาลฆ่าตัวตาย แต่โชคดีที่ศพไปค้างที่ชั้น 15 ไม่งั้นนะปิดไม่มิดแบบนี้หรอก”
ธาวินทร์ได้ยินดังนั้นถึงกับสำลักน้ำ จนพยาบาลหันมามองแล้วแยกย้ายกันแบบไม่ได้นัดหมาย เพราะกลัวเดือดร้อนที่แพร่งพรายเื่ไม่ควรพูด
เข็มทิศกับรดาส่งธาวินทร์แล้วดวงดารากลับถึงบ้านโดยสวัสดิภาพ ธาวินทร์ยังไม่อยากเชื่อเื่ที่ได้ยินที่โรงพยาบาล คิดเพียงแต่ว่าเป็ผลมาจากสมองกระทบกระเทือนจากอุบัติเหตุครั้งก่อน