2
รางวัล
คำยืนยันดังตามมาบอกว่าเธอไม่ได้หูฝาดแต่เหลือเชื่อจริงๆ ที่เขาพูดแบบนี้ทั้งที่เขาเป็คนผิด... ผิดทุกประตูเธออยู่ของเธอดีๆแค่เอาเปลือกหอยจิ้มโทรศัพท์รับสายเขาแค่นั้นก็ได้รับเหตุการณ์บ้าๆนี่เป็รางวัลตอบแทนงั้นเหรอ
“นี่เหรอรางวัลที่คุณให้ฉัน”เธอถามเสียงสั่นด้วยความเจ็บใจ อยากทำอะไรสักอย่างเพื่อเอาคืนผู้ชายคนนี้ให้สาสมแต่ตอนนี้ตรงนี้เธอเสียเปรียบเขาทั้งขึ้นทั้งล่องขืนตอบโต้รุนแรงมีหวังได้เจออย่างคำขู่ของเขาแน่ๆเธอค่อนข้างเชื่อว่าผู้ชายอย่างเขากล้าพูด กล้าทำ
“อยากได้อะไรก็บอกมาหรือถ้าติดใจจูบของผมจะไปต่อกันบนห้องก็ได้นะ ผมไม่เคยใจร้ายกับผู้หญิงสวยๆอยู่แล้ว” ไอ้อวัยวะไร้เหตุผลนั่นแท้ๆ ที่ผลักดันให้เขาพูดออกไปตามอารมณ์แถมยังเผลอทำเสียงเกือบๆ จะอ้อนวอนซะด้วย ให้ตายเถอะนี่ถ้าเธอตกปากรับคำเขาจะเผลอวิ่งเข้าไปอุ้มเธอขึ้นบ่าหรือเปล่า
“ฉันไม่รู้จะสรรหาคำไหนมาด่าคุณดี”ริมฝีปากสีหวานที่เกือบบวมเป่งจากการบดขยี้สั่นระริกพยายามอย่างยิ่งที่จะไม่ร้องไห้ให้คนตรงหน้าเห็น เธอต้องไม่อ่อนแอคนอย่างอินทิราต้องไม่แพ้ผู้ชายหน้าไหน
“ก็ไม่ต้องด่าแค่บอกว่าอยากให้ผมต่อหรือหยุดแค่นี้” เรียวคิ้วเข้มเฉียงเลิกขึ้นสูงเฝ้ารอคำตอบแต่เมื่อหญิงสาวตรงหน้ายังเอาแต่กัดฟันจ้องหน้าเขาราวกับจะกินเืกินเนื้อร่างใหญ่ก็ไหวยวบในอาการทอดถอนใจเอี่ยวกายเพื่อคว้ากระเป๋าเงินแบร์นดหรูออกมาจากกระเป๋ากางเกงด้านหลังแล้วตวัดตาขึ้นมองหน้าหญิงสาวอีกครั้ง
“คุณชื่ออะไร”ถามแล้วรอฟังความเงียบอยู่อึดใจใหญ่ เมื่อไม่มีคำตอบมาให้ก็ยักไหล่ไม่เซ้าซี้“จะเอาเงินรางวัลเท่าไหร่ แค่นี้พอไหม”ดึงธนบัตรสีเทาและม่วงมากกว่าสิบใบออกมายื่นให้ แต่เมื่อไม่มีปฏิกิริยาใดๆจากสาวสวยตรงหน้าก็เลิกคิ้วอีก
“ไม่พอสินะงั้นเอาอย่างนี้” เก็บเงินใส่กระเป๋าแล้วดึงนามบัตรออกมาเชื่อว่าสิ่งที่เขากำลังจะยื่นให้ผู้หญิงคนนี้คงทำให้เธอเปลี่ยนท่าทียะโสโอหังลงได้“นามบัตรผม อยากนัดเจรจาเื่ค่าเสียหาย เอ้ย!เงินรางวัลเท่าไหร่ก็ว่ามา แต่ห้ามเล่นตุกติกเพราะคนอย่างผมไม่ใช่เพื่อนเล่นของใคร”
อินทิรามองกระดาษแผ่นบางที่ยื่นมาตรงหน้าสิ่งแรกที่สะดุดตาคือโลโก้ตัววี อักษรภาษาอังกฤษปั้มทองเหนือช่อมะกอกสีเขียวเข้มแน่นอนว่าเธอรู้จักโลโก้นี้เพราะคงไม่มีนักธุรกิจคนไหนในจังหวัดนี้หรือทั่วภาคใต้ไม่รู้จักโลโก้เครือธุรกิจชื่อดังอย่าง‘วราเวศ’
กลุ่มธุรกิจในเครือวราเวศ มีกิจการหลายแขนงกระจายอยู่ทั่วสิบสี่จังหวัดภาคใต้โดยมีบุคคลมากมายในตระกูลวราเวศกุลเป็เ้าของ ไม่ว่าจะเป็ศูนย์การค้า โรงพยาบาลโรงเรียน โรงแรม รีสอร์ต ไปจนถึงร้านอาหารสถานเริงรมย์ยามค่ำคืนและธุรกิจใต้ดินบางอย่างที่ไม่มีการเอ่ยถึงในวงสังคม
นอกจากความกว้างขวางด้านธุรกิจแล้วตระกูลวราเวชกุลยังมีบารมีบวกอิทธิพลจากบุคคลในตระกูลมากมายทั้งนักการเมืองที่ยังดำรงตำแหน่งสำคัญในสภาไปจนถึงนายทหารยศสูงที่มีตำแหน่งใหญ่โตของเหล่าทัพเรียกว่าแค่ได้ยินชื่อสกุลนี้ก็ไม่มีใครอยากมีปัญหาด้วยแน่นอน
แล้วคนตรงหน้าเธอนี่มีอะไรเกี่ยวข้องกับ ‘วราเวศ’แค่ร่วมงานด้วยหรือเป็บุคคลในตระกูลหญิงสาวมองไปยังชื่อสกุลที่ปรากฏอยู่ถัดไปแล้วได้แต่ร้องอ๋อยาวๆ ในใจ...มิน่าถึงได้ทำเบ่งกับเธอนักคงคิดว่าพอเธอเห็นนามสกุลของเขาแล้วจะกรี๊ดกร๊าดใส่ล่ะสิท่า... ผู้ชายขี้เบ่ง
“ฉันไม่้าเงินของคุณ และไม่อยากรู้จักผู้ชายอย่างคุณ”หญิงสาวเก็บความว่า ‘ผู้ชายขี้เบ่งอย่างคุณ’ไว้ในฐานที่เข้าใจ รู้ว่าขืนพูดออกไปมีหวังเื่ไม่จบลงด้วยความปลอดภัยของเธอแน่
“แล้วคุณ้าอะไร” คนถูกปฏิเสธซ้ำๆ กัดฟันถามไม่นึกสักนิดว่าผู้หญิงคนนี้จะไม่ตาโตใส่สิ่งที่อยู่บนนามบัตรของเขา หรือว่าเธอเป็นักท่องเที่ยวที่ไม่รู้จักคนดังเ้าถิ่นจริงๆ
“ไม่มีฉันแค่อยากให้คุณปล่อยให้ฉันจากไปโดยไม่มีการยื้อยุดฉุกกระชากอีกแล้วหลังจากนี้เราก็ต่างคนต่างอยู่ อย่าได้เบียด เบียนซึ่งกันและกันไม่ว่าชาตินี้ชาติไหน”
โอ้...เขาอยากอุทานออกไปแบบนี้ แต่ที่ทำก็คือการแค่นหัวเราะ “ฮึ!”แล้วส่ายหน้า สงสัยผู้หญิงคนนี้คงอ่านหนังสือธรรมะเป็งานอดิเรกหรือไม่ก็อาจทำมาหากินอยู่ในวงการตำรับตำราว่าด้วยเื่วัตถุโบราณอย่างนั้นก็ไม่แปลกที่เธอจะไม่รู้จักเขา
“มันจะเป็อย่างนั้นก็ต่อเมื่อผมได้ให้อะไรคุณบ้างไม่งั้นผมจะยังรู้สึกว่าติดค้างคุณอยู่”
“ก็คุณให้จูบฉันแล้วไงถึงมันจะไม่ได้เื่ เอ่อ... ฉันหมายถึง”เธอรีบแก้คำและรีบเอ่ยตัดบทเมื่อเห็นดวงตาอีกฝ่ายลุกวาวขึ้นพร้อมอาการเกร็ดฟัน“ไม่น่าประทับใจสำหรับฉันสักเท่าไหร่ แต่ก็พอถูไถ”
ถูไถ!แม่คุณ! พูดออกมาได้ยังไงว่าจูบของเขาแค่พอถูไถ สงสัยต้องลองถูใหม่อีกสักสิบรอบ! ธานินทร์ทำท่าจะก้าวเข้าหาแต่อินทิรารีบถอยห่างแล้วตัดบท
“เอาเป็ว่าเราไม่มีอะไรติดค้างกันแล้วจบกันแค่นี้นะคะ ลาก่อน” ว่าจบก็รีบหันหลังจากทันที
“แล้วถ้าผมไม่อยากจบ”รู้ทั้งรู้ว่ามันบ้ามากที่ผู้ชายอย่างเขาจะก้าวไปคว้าข้อมือผู้หญิงที่กำลังหันหลังให้เป็ครั้งที่สองแต่ช่วยไม่ได้จริงๆ ที่เขาทำลงไปแล้ว
อินทิราก้มมองอุ้งมือใหญ่ที่จับกุมอยู่รอบข้อมือของเธอแสงสว่างตอนนี้น้อยนิดเสียจนแทบมองไม่เห็นรายละเอียดของกันและกันแต่แสงสะท้อนจากแววตาคู่นั้นยังยืนยันกับเธอได้ว่าผู้ชายคนนี้ไม่ใช่คนที่จะยอมแพ้อะไรง่ายๆโดยเฉพาะการยอมแพ้เพศตรงข้ามยิ่งคงไม่มีทาง
“งั้นฉันขอ...” เธอกำลังนึก...ขออะไรดีที่จะทำให้เขาสำนึกได้ว่าผู้ชายไม่ใช่เพศที่จะเอาชนะคะคานผู้หญิงได้ด้วยการใช้กำลัง
“อะไร”ปกติเขาไม่ใช่คนใจร้อน แต่ตอนนี้หัวใจกำลังเต้นผิดจังหวะ ลุ้นระทึกกับการรอคอย
อินทิราบิดข้อมือจนหลุดแล้วขยับกายออกจากจุดเดิมผินหน้าไปทางหาดชายเื้ัชายหนุ่มมองแสงตะวันที่หลงเหลือติดขอบฟ้าอยู่เพียงนิดดวงจันทร์ลอยเด่นขึ้นมาแล้วแต่ยังไม่สาดแสงแรงกล้าพอเสียงคลื่นซัดฝั่งดังมาถึงตรงนี้เพราะเมื่อไม่มีเสียงอื่นใดรบกวน เสียงธรรมชาติจะไพเราะน่าฟังเสมอ
“ฉันอยากให้คุณทำอะไรบางอย่าง”
“ว่ามา”ประสานแขนกอดอก เอียงคอรอฟัง
“เก็บเปลือกหอยมาเรียงบนหาดทรายตัวใหญ่ๆให้อ่านได้ประโยคว่า ‘ผมขอโทษครับคุณอิน’”
“ปัญญาอ่อนชะมัด”ชายหนุ่มส่ายหน้าทันที
“ค่ะเื่ปัญญาอ่อนที่จะมีก็แต่คนความอดทนสูงเท่านั้นจะทำได้ ตรงนั้นเลยนะคะ”เธอชี้ไปตรงบริเวณที่พบกันครั้งแรก “พรุ่งนี้เช้าฉันจะมาดู ถ้าคุณทำได้ฉันจะถือว่าเราหายกัน”แล้วฉวยจังหวะที่ชายหนุ่มหันมองตามปลายนิ้วของเธอเดินหนีไปอย่างรวดเร็วไม่สนใจจะมองกลับหลังแม้จะได้ยินเสียงะโไล่ตามมาดังๆ
“นี่คุณผมไม่ทำอะไรบ้าๆ แบบนั้นหรอกนะ”
ทำไม่ทำก็เื่ของคุณ...สองเท้าก้าวเร็วขึ้นจนกลายเป็วิ่งเมื่อรู้สึกได้ว่าเสียงเรียกจากด้านหลังยังตามมาพยายามวิ่งเข้าหาแสงสว่างบริเวณลานกว้างของรีสอร์ตที่น่าจะมีผู้คนอยู่บ้าง
“เฮ้!กลับมาคุยกันให้รู้เื่ก่อน”
คุยกับคนอย่างคุณชาตินี้ทั้งชาติก็ไม่รู้เื่...
อินทิราตั้งหน้าวิ่งพอก้าวขึ้นบริเวณลานหินกรวดล้างซึ่งติดกับสระว่ายน้ำที่มีนักท่องเที่ยวใช้บริการอยู่อย่างบางตาก็มุ่งตรงไปยังตัวอาคารพอถึงหน้าประตูรีสอร์ตที่มีพนักงานต้อนรับยืนอยู่ก็หยุดหันกลับไปมองหลัง เห็นจากระยะไกลว่าผู้ชายรูปร่างสูงสง่าในเครื่องแต่งกายมีเสน่ห์บาดตาราวนายแบบระดับโลกคนนั้นหยุดยืนล้วงกระเป๋ากางเกงอยู่แค่ริมสระก่อนส่ายหน้าแล้วเดินจากไปอีกทาง
ฮึ!นึกว่าจะแน่ ที่แท้ก็เก่งแต่ในที่ลับตาคน
ประตูรถถูกกระแทกปิดก่อนการถอนใจพรืด...นี่เขาเป็บ้าอะไร ทำไมถึงได้โมโหผู้หญิงคนนั้นนักหนาทั้งที่เธอไม่ได้ทำอะไรผิดเลยนี่แหละสิ่งที่เขาบอกตัวเองแล้วพยายามข่มใจปล่อยเธอไปผู้หญิงคนนั้นไม่ได้ทำอะไรผิด แต่สิ่งที่เขาทำลงไปต่างหากที่บ้า...บ้าดีเดือดเสียด้วย
ฉะนั้นหลังจากที่ทำเื่บ้าๆลงไปครั้งแรกแล้วเขาไม่ควรทำเื่โง่ๆ ซ้ำสองก็แค่ผู้หญิงคนเดียวที่ไม่รู้จักผู้ชายชื่อ ธานินทร์ วราเวศกุล เท่านั้น!
ซีอีโอหนุ่มวัยสามสิบสองปีแห่งเครือธุรกิจวราเวศได้แต่ถอนใจให้กับเื่ที่เพิ่งเกิดขึ้นบอกตัวเองว่าตอนนี้เขาไม่ใช่เพลย์บอยตระกูลดังที่จะทำอะไรต่อมิอะไรได้ตามอำเภอใจอีกแล้วตำแหน่งใหญ่โตที่ได้รับมาหลังจากบิดาเสียชีวิตบวกกับวุฒิภาวะทางสังคมที่ต้องโตขึ้นเรื่อยๆทำให้เขาต้องใส่ใจเื่การวางตัวมากขึ้น
แม้อดีตจนถึงปัจจุบันเขาจะมีผู้หญิงรอบตัวมากมายแต่ไม่เคยเลยสักครั้งที่จะทำอะไรประเจิดประเจ้อกลางที่แจ้ง ยิ่งการจูบผู้หญิงในที่สาธารณะยิ่งไม่เคยมากสุดก็แค่โอบไหล่ควงแขนออกงานอีเว้นท์ แต่เมื่อครู่นี่ทำไมเขาถึงอดใจไม่ไหวทำไมถึงต้องอยากจูบผู้หญิงคนนั้นจนห้ามตัวเองไม่ได้
คนอย่างเขาเจอะเจอผู้หญิงมาแล้วหลายรูปแบบไม่เคยจนปัญญาที่จะรับมือกับสาวไหนเลยสักคน การคบหาผู้หญิงแต่ละรายอยู่ในการควบคุมของเขาด้วยดีเสมอมาคนที่มีหน้ามีตาในสังคมหน่อยเขาก็คบหาอย่างเปิดเผยแต่ก็จัดไว้ในฐานะเพื่อนแม้เื้ัจะมีกุ๊กกิ๊กกันบ้างตามประสาหนุ่มสาวไฟแรงแต่ไม่มีใครกล้าพูดว่าเป็อะไรกับเขาเพราะถ้าใครทำท่าจะมีปัญหามักจะถูกเขาปาดหน้าตัดปัญหาทิ้งทันที ดังนั้นสาวไหนที่ยังอยากได้ชื่อว่าเป็ ‘เพื่อน’ของนายธานินทร์ วราเวศกุล ก็จะไม่กล้าสร้างปัญหาให้เขารำคาญใจอีกแต่ทำไมวันนี้เขากลับสร้างปัญหาให้ตัวเอง...
ว่าแต่...ปัญหาอะไรวะ!?
ธานินทร์ส่ายหน้าเมื่อตอบคำถามตัวเองไม่ได้จึงตัดสินใจเคลื่อนรถออกจากที่จอดเพื่อเดินทางกลับบ้านเพื่อเตรียมตัวเริ่มงานในเช้าวันต่อไปหลังจากที่เดินทางมาตรวจงานและพักผ่อนอยู่ที่นี่ได้สองวันถ้าไม่ติดที่ทำโทรศัพท์หล่นไว้ป่านนี้เขาคงถึงบ้านแล้ว...ชายหนุ่มส่ายหน้าอีกครั้งเมื่อรู้สึกเสียดายอย่างบอกไม่ถูกความจริงเขาน่าจะจูบผู้หญิงคนนั้นให้หายอยากเชื่อเถอะว่าถ้าเขารุกหนักอีกหน่อยเธอคงไม่มีปัญญาปฏิเสธเขาแน่เขารู้จุดอ่อนจุดแข็งในร่างกายผู้หญิงดีรู้ว่าแตะตรงไหนจับตรงไหนเป็ต้องเสร็จทุกราย
“ถ้าได้อยู่ในห้องกันสองต่อสองเธอเสร็จฉันแน่...ยัยคุณอิน”
คงเพราะสถานที่ไม่เป็ใจเขาถึงต้องปล่อยเธอไปก่อนที่เื่จะบานปลายไปใหญ่โตคนตระกูลดังอย่างเขาต้องระวังตัวรอบด้านพ่อแม่ปู่ย่าพูดกรอกหูแต่เด็กว่าอย่าทำอะไรให้เสื่อมเสียถึงวงศ์ตระกูล
วราเวศกุลเป็ตระกูลใหญ่ที่มีคนนับหน้าถือตามากมายบารมีที่บรรพบุรุษสั่งสมมาจากอดีตจนถึงปัจจุบันไม่ควรถูกลูกหลานทำลายเพราะความประมาทตอนวัยรุ่นวัยคะนองเขาเคยเหลวไหลไปมากแล้ว ประสบการณ์ทั้งร้ายทั้งดีทำให้เขาค่อยๆได้คิดจนคิดได้ยิ่งตอนนี้กำลังถูกจับตามองในฐานะผู้ที่ได้รับมรดกมากเป็อันดับหนึ่งในพินัยกรรมของบิดายิ่งต้องระวังเพราะคนในครอบครัวเดียวกันก็ใช่จะรักใคร่กลมเกลียวกันทุกคนเสียเมื่อไหร่โดยเฉพาะคนที่มีทั้งแม่ใหญ่และพี่สาวต่างมารดาถึงสี่คนอย่างเขายิ่งต้องระวังให้มากต้องไม่สร้างจุดอ่อนหรือเผยจุดตายให้ใครรู้เห็นเป็อันขาด
...ถ้ารักสนุกและห่วงสบายเขาต้องอาศัยคนที่ไว้ใจได้ช่วยผ่อนคลายยามอยาก...
“หลับหรือยังครับคนสวย”เสียงหยอกเย้ากรอกใส่โทรศัพท์ เมื่อคิดได้ว่าอารมณ์กรุ่นๆของเขาตอนนี้จำเป็ต้องพึ่งผู้หญิงสักคนก่อนกลับบ้านและคงไม่มีใครเหมาะสมเท่าเธอคนนี้อีกแล้ว
“ยังไม่สามทุ่มเลยนะต้าจะให้เนยรีบหลับไปไหน”
“แล้วทำไรอยู่”
“ดูหนังไปกินไปนี่ต้ากลับมาหาดใหญ่แล้วเหรอ”
“อืมใกล้ถึงแล้ว คืนนี้ว่างไหม”
“ถ้าต้าถามไม่ว่างก็ต้องว่างสิคะ”
“น่ารักอีกแล้วงั้นเดี๋ยวไปหานะครับ”
“ค่ะรูปหล่อ”
“ครั้งนี้เอาอะไรดี”
“แหมทำไมต้องถามเื่นี้ทุกครั้ง สนุกกันแบบไม่มีของแลก เปลี่ยนบ้างไม่ได้หรือไง”เสียงหวานสะบัดตอบมาอย่างแง่งอน
“ตกลงจะไม่เอาอะไรให้ฟรี”
“ใช่เนยเต็มใจให้ต้า ตามใจทุกอย่าง ไม่้าอะไรตอบแทนด้วย”
“ฮึงั้นบายนะครับคนสวย ผมไม่ชอบของฟรี แค่นี่นะ”
“โธ่ต้า!นี่ เดี๋ยวสิ วางสายหรือยังเนี่ย ต้า โหลๆ”
“ว่าไงถ้าอยากให้ไปหาก็บอกมาว่าจะเอาอะไร เท่าไหร่” ถามแล้วก็นิ่งรอฟังเสียหน่อยถือว่าเื่แบบนี้ก็ต้องให้เวลาบวกลบคูณหารกันบ้าง
“อืม...เนยอยากซื้อมือถือใหม่อยู่พอดี งั้น...สามหมื่นล่ะกันนะ”
“ฮึสามพันก็มากไปแล้วมั่ง”
“แหมต้าก็”
“ไม่เอาก็ไม่เป็ไรคนอื่นมีถมเถ แค่นี้นะ”
“ต้า!โอเคๆ อยากให้เท่าไหร่ก็ให้เถอะ เนยยังไงก็ได้อยู่แล้ว”
ริมฝีปากหยักสวยยกยิ้มมุมปากแบบที่ชอบทำเมื่อได้ยินเสียงถอนใจเฮือกใหญ่จากปลายสายหลังบอกในสิ่งที่เขา้าได้ยินเพื่อเป็การยืนยันว่าเพลย์บอยกิตติมศักดิ์อย่างเขาต้องได้ถือไพ่เหนือกว่าผู้หญิงทุกคนที่อยู่ใต้ร่างเสมอ
อินทิราต้องออกจากรีสอร์ตแต่เช้าเมื่อพนักงานประจำออฟฟิศที่โรงงานโทรศัพท์มาแจ้งว่าพบศพสาวโรงงานคนหนึ่งผูกคอตายอยู่ในห้องเก็บของด้านหลังสถานที่โดยรอบไม่มีร่องรอยการต่อสู้หรือพิรุธใดให้น่าสงสัยจากคำให้การของยามที่มาพบศพเป็คนแรกและจากเพื่อนร่วมงานหลายคนทำให้เ้าหน้าที่ตำรวจสันนิษฐานไปว่าผู้ตายเจตนาฆ่าตัวตายเพื่อหนีปัญหาเนื่องจากตั้งท้องและไม่มีใครรู้เลยว่าใครที่น่าจะเป็พ่อเด็ก
เหตุการณ์นี้ทำให้พนักงานขวัญเสียจนต้องหยุดงานไปหนึ่งวันเต็มๆแม้แต่คนที่สภาพจิตใจเข้มแข็งอย่างอินทิรายังอดอนาถใจไม่ได้แม้จะไม่รู้อะไรเลยแต่ก็พอเดาได้ไม่ยากว่าสาเหตุที่ทำให้ผู้หญิงคนหนึ่งอ่อนแอขนาดนี้ถ้าไม่ใช่เพราะรักสนุกจนไม่รู้ว่าใครเป็พ่อของลูก ก็คงเพราะพ่อของลูกไม่ยอมรับผิดชอบหรือไม่ก็โดนข่มขืนจน ท้อง... แต่ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดการจบชีวิตตัวเองและลูกในท้องไม่ใช่ทางออกที่ดีเลย
อินทิราออกจากโรงงานไปยังที่ทำงานประจำคือบริษัทที่ตั้งอยู่ในตัวเมืองเป็อาคารพาณิชย์สองคูหาสามชั้นตกแต่งสวยงามเป็ทั้งร้านค้า โชว์รูม สต๊อกสินค้า ห้องประชุมห้องทำงานของพนักงานขายออนไลน์ ห้องทำงานส่วนตัวของเธอตลอดไปจนถึงห้องพักส่วนตัวของพนักงานประจำร้านที่ทำงานกันมานาน เสร็จจากงานประจำนั่นแหละถึงได้เดินทางกลับบ้านเอาตอนพลบค่ำ
บ้านสองชั้นหลังใหญ่ที่ใช้ไม้ซุงและหินกรวดหลายชนิดในการตกแต่งตั้งอยู่บนที่ดินกว่าห้าสิบไร่ซึ่งเป็สวนสมุนไพรและสวนดอกไม้ที่เป็วัตถุดิบบางส่วนของเครื่องสำอางออร์แกนิกภายใต้แบร์นด ‘INDIRA’ กิจการมูลค้าหลายสิบล้านที่ตอนนี้มีเธอเป็ผู้ถือหุ้นรายใหญ่แต่เพียงผู้เดียว
สวนดอกไม้ขนาดใหญ่มีทั้งแบบในเรือนทดลองและกลางแจ้งทำให้บริเวณรอบบ้านหอมอบอวลไปด้วยมวลดอกไม้ที่ผสมผสานกันระหว่างกลิ่นโรสแมรี่ลาเวนเดอร์ มะลิ กระดังงาและกุหลาบแม้ปัจจุบันโรงงานของเธอยังต้องพึ่งหัวน้ำหอมนำเข้าเสียเป็ส่วนใหญ่ แต่อินทิราก็ทุ่มเทความสนใจกับการสกัดน้ำมันหอมระเหยจากดอกไม้ที่อยู่รอบตัวเธอไม่น้อยหญิงสาวตั้งใจว่าสักวันเธอจะผลิตหัวน้ำหอมที่เป็เอกลักษณ์ของตัวเองและจะทำให้เป็สินค้าตัวเอกของ ‘INDIRA’ ให้ได้
บิดากับเพื่อนสนิทเป็ผู้ก่อตั้งบริษัทขึ้นเมื่อสิบปีก่อนพอกิจการเริ่มทรงตัวพ่อก็ซื้อหุ้นทั้งหมดจากเพื่อนที่ย้ายไปเปิดกิจการใหม่ที่ต่างประเทศแม้ ‘INDIRA’ จะไม่ใช่แบร์นดชื่อดังระดับโลกแต่เชื่อว่าในประเทศไทยมีผู้หญิงรักสวยรักงามและรักสุขภาพรู้จักและใช้ผลิตภัณฑ์นี้ไม่ต่ำกว่าล้านคนยืนยันได้จากยอดไลค์แฟนเพจ ยอดตัวแทนจำหน่ายในแต่ละจังหวัดทั่วประเทศยอดออร์เดอร์สินค้าที่สั่งโรงงานผลิตแทบไม่ทันและยอดจำหน่ายในแต่ละเดือน...
องค์กรมั่นคงแข็งแรงอยู่แล้วเพียงแต่เมื่อเปลี่ยนมือผู้บริหารมาเป็หญิงสาววัยยี่สิบแปดจะเจริญรุ่งเรืองไปได้สวยแค่ไหนก็คงต้องใช้เวลาเป็เครื่องพิสูจน์
อินทิรารักงานนี้และช่วยบิดาทำงานมาหลายปีั้แ่ยังไม่จบการศึกษาในขณะที่เธอมุ่งมั่นค้นคว้าผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ อยู่ในห้อง ทดลองพี่ชายและมารดาไม่เคยรับผิดชอบช่วยเหลืออะไรเลยนอก จากงานในสวนดอกไม้เล็กๆ น้อยๆแต่ทั้งสองกลับโมโหเป็ฟืนเป็ไฟเมื่อได้รับส่วนแบ่งในการถือหุ้นของบริษัทเพียงหยิบมือไม่มีอำนาจในการสั่งการอะไรทั้งสิ้นถ้าไม่ได้รับอนุมัติจากเธอ
ลำพังแม่ไม่เท่าไหร่เพราะไม่มีหัวทางธุรกิจอยู่แล้วแต่พอถูกลูกชายสุดที่รักพูดกรอกหูทุกวันว่าพ่อไม่ยุติธรรมก็พลอยเป็เดือดเป็ร้อนขึ้นมาบ้าง
“กลับมาแล้วเหรออินเจอพี่วินไหม” วัลภาเดินออกมาดักหน้าลูกสาวพร้อมเด็กรับใช้ที่ตรงไปรับกระเป๋าเดินทางที่นายจ้างสาวยื่นให้
“พี่วินไปไหนล่ะแม่อินก็เพิ่งกลับมายังไม่เจอใครเลย”
อินทิราแทบกลอกตากับสิ่งที่ได้ยินเธอออกจากบ้านไปสองวันสามคืนแม่ไม่ถามทุกข์สุข แต่กลับถามถึงคนที่เธอไม่รู้ด้วยซ้ำว่าออกจากบ้านไปเมื่อไหร่แต่ที่แน่ๆ ต้องไปหลังเธอ เพราะตอนเธอขับรถออกไปจากบ้านวศินยังด่าไล่หลังอยู่เลย
“แม่ก็ไม่รู้ออกตามหลังอินไปหลัดๆ นั่นแหละ เฮ้อ ลูกแต่ละคน ไปไหนมาไหนไม่เคยบอกแม่”
“แต่ก่อนไปอินบอกแม่แล้วนะ”
“ก็บอกแค่ไปธุระใครจะไปรู้ล่ะว่าจะหายไปสองวันสามคืนแบบนี้”วัลภามองค้อนลูกสาวก่อนกวาดตามองั้แ่หัวจรดเท้า “ถามจริงเถอะอินไปค้างอ้างแรมกับผู้ชายที่ไหนมาหรือเปล่า”
“แม่!”
“ไม่ต้องมาอายแม่เื่แบบนี้หรอกอินโตแล้ว จะมีฟงมีแฟนมันเื่ปกติ แต่ก็เลือกให้มันดีๆ หน่อยผู้ชายสมัยนี้หวังเกาะผู้หญิงกินเยอะไป ใครจะไปรู้อาจมีพวกรู้ข่าวว่าอินได้สมบัติพ่อมาเยอะเลยหวังจะรวบหัวรวบหางก็ได้นี่แม่เตือนด้วยความหวังดีนะ”
“ค่ะขอบคุณแม่ที่หวังดีกับอิน อินเข้าใจค่ะ แต่แม่ไม่ต้องห่วงหรอก อินเอาตัวรอดได้ อีกอย่างอินรู้ว่าผู้ชายสมัยนี้หาดีแทบไม่ได้อินไม่เอาตัวเองไปเสี่ยงกับคนพวกนั้นหรอกน่า”
“ฮึไอ้ที่คิดว่าตัวฉลาด ทำปากดีแบบนี้แหละ พอเจอของจริงเข้าหน่อยก็ไปไหนไม่รอดลองอินได้รักได้หลงผู้ชายเข้าสักคนสิ แล้วอาจจะนึกไอ้ที่ตัวเองเคยพูดๆอยู่นี่ไม่ออกด้วยซ้ำ แม่จะบอกไรให้นะ ความรักน่ะ มันทำให้คนเสียค่าโง่มาแล้วนักต่อนักจำไว้”
“ค่ะอินเชื่อ” อินทิราโต้เร็วเมื่อนึกถึงเื่ของพ่อแม่ พ่อของเธอก็รักแม่มาก...มากจนยอมแกล้งเป็คนโง่
“ความรักมันทำให้คนตาบอดอินเลยไม่อยากรักใคร และชีวิตนี้ก็จะไม่เอาผู้ชายคนไหนมาเป็ห่วงผูกคอรอวันให้ตัวเองเจ็บช้ำใจอินจะไม่แต่งงานค่ะ เพราะคิดไม่ออกจริงๆว่าผู้ชายแบบไหนที่อินจะรักจะหลงเข้าไปลง... แค่นี้นะคะแม่ อินกลับมาเหนื่อยๆอยากอาบน้ำนอนค่ะ”
หญิงสาวรีบตัดบทเมื่อมารดาตั้งท่าจะต่อความยาวสาวความยืดวันนี้เธอทั้งเหนื่อยกายและหงุดหงิดใจจนไม่อยากจะเสวนากับใครให้อารมณ์เสียมากขึ้น
“แล้วไม่กินข้าวกินปลาหรือไง”
“อินทานมาจากข้างนอกแล้วค่ะขอตัวนะคะแม่”
“จำเริญกันจริงจริ๊งทั้งพี่ทั้งน้อง ดีนะที่ฉันไม่ลงทุนทำอะไรไว้รอ แค่น้ำพริกปลาทูปูนึ่งกับผักสดนี่ของโปรดฉัน ทำคนเดียว กินคนเดียว สบายใจ...”
อินทิราได้แต่ฟังเสียงบ่นไล่หลังจนมันเงียบไปเองนึกสงสารมารดาอยู่ไม่น้อยที่เธอเองก็งานยุ่งหลังจากบิดาเสียชีวิตจนมีเื่สมบัติให้ครางใจกันครอบครัวนี้แทบไม่ได้กินข้าวพร้อมหน้าพร้อมตากันเลยได้แต่หวังว่าสักวันทุกอย่างจะดีขึ้น แม้ไม่อาจดีเหมือนเดิมก็ตาม
ห้องส่วนตัวของอินทิรากว้างขวางมีอุปกรณ์อำนวยความสะดวกครบครันไม่ต่างจากคอนโดมิเนียมส่วนตัวกลางเมืองใหญ่หญิงสาวใช้เวลาต่อจากนั้นไปกับการผสมน้ำอุ่นแช่ตัวเพื่อเรียกความสดชื่นกลับขึ้นมาในห้องนี้มีทุกสิ่งที่เธอ้าเตรียม พร้อมไว้เสมอเพราะเคยสั่งงานเด็กรับใช้ไว้แล้ว
ผิวเลมอนขูดฝอยหนึ่งช้อนชา,เอสเซนเชียลออยส์จากโรสแมรี่ 2 หยุดและเกลือหิมาลายันเล็กน้อยผสมลงในอ่างน้ำอุ่นก่อนลงนอนแช่ไม่นานก็ได้สูดกลิ่นหอมสดชื่นของผิวเลมอนและโรสแมรี่ิักล้ามเนื้อก็ชุ่มชื่นเนียนนุ่มด้วยคุณสมบัติของเอสเซนเชียลออยส์และได้ผ่อนคลายความอ่อนล้าและหงุดหงิดใจจากเกลือหิมาลายัน ซึ่งทั้งหมดนั้นเป็ผลิตภัณฑ์ของแบร์นด‘INDIRA’
ระหว่างการนอนแช่น้ำก็หวนคิดไปถึงเหตุการณ์ที่ทำให้เธอหงุดหงิดใจแต่ตอนนี้ความปลอดโปร่งโล่งสบายทำให้ได้แต่อมยิ้มขบขันผู้ชายในแบบที่แค่ได้รู้จักผิวเผินก็เดาได้แล้วว่าเป็คนอย่างไรมันจึงไม่น่าแปลกใจเลยสักนิดที่เช้านี้เธอจะลงไปพบกับหาดทรายที่ว่างเปล่า
นึกไว้ไม่มีผิดว่านายนั่นไม่มีทางทำในสิ่งที่เธอลองท้าทายได้แค่ดูก็รู้แล้วว่าเป็พวกคุณหนู ห่วงสบาย เหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่อ ไร้ความอดทนไม่รู้จักอดกลั้น เ้าชู้ไก่แจ้ เอาเปรียบผู้หญิง หาเื่สนุกๆ ทำไปวันๆถือว่าเป็บุญของเธอแล้วที่เสียไปแค่จูบ
‘เกิดชาติหน้าฉันใด อย่าได้พบได้เจอกันอีกเลยนะคุณ’
อินทิราเอนกายวางศีรษะพาดขอบอ่าง หลับตาลงแล้วอธิษฐานขอให้ดวงิญญาของบิดาช่วยคุ้มครองเธอให้แคล้วคลาดจากพิบัติภัยในรูปแบบต่างๆจากพวกผู้ชายรกโลก และถ้าชาติหน้ามีจริง ขอให้เธอได้เกิดมาเป็ลูกสาวของพ่ออีกครั้ง