“ฝ่าบาท ลาก่อนเพคะ”
“ให้สือโม่ไปส่งเธอนะ อ้อ จริงสิ เธอแอดช่องทางติดต่อของสือโม่ไว้หน่อยก็ได้ วันหลังถ้ามีอะไรให้ช่วย ก็ติดต่อเธอได้เลย”
ซูลั่วพยักหน้า แม้ว่าเธอจะแอดช่องทางติดต่อของหัวหน้าทีมสือโม่ไว้แล้ว แต่เธอก็ตัดสินใจแน่วแน่แล้วว่าจะไม่ขอความช่วยเหลือจากอีกฝ่ายเด็ดขาด
การติดหนี้บุญคุณราชวงศ์น่ะ ชดใช้คืนไม่ง่ายเลย
หลังจากกลับมาถึงมหาวิทยาลัย ซูลั่วก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดีว่าองค์ราชินีเรียกเธอไปพบด้วยเหตุผลอะไรกันแน่
เพราะตั้งแต่ต้นจนจบ อีกฝ่ายไม่ได้พูดอะไรที่ชัดเจนเลย มีก็แค่จังหวะหนึ่งที่ใช้พลังจิตกดดันเธอเท่านั้น
ซูลั่วก้มลงมองสมองกล ฉู่ซิงหลานก็ยังคงไม่ตอบข้อความกลับมา
เธอจึงเลิกคิดถึงผู้ชายคนนี้ แล้วมุ่งหน้าไปยังห้องซ่อมบำรุง เพื่อเช็กดูว่าเมคคาของเจียงชูหลียังขาดชิ้นส่วนอะไรอีกบ้าง พรุ่งนี้จะได้ไปหาซื้อกับพวกจินแอนนี่ที่ตลาดใต้ดิน
สิ่งที่ซูลั่วไม่รู้ก็คือ ในระบบสุริยะที่ห่างออกไปหลายปีแสง ฉู่ซิงหลานกำลังขับเมคคาสีทอง ไล่ฆ่าอสูรดวงดาวระดับ SSS อย่างบ้าคลั่ง
อสูรดวงดาวระดับสุดยอด ที่ปกติแล้วดุร้ายมาก แค่บีสต์แมนทั่วไปเห็นก็ต้องตัวสั่นด้วยความหวาดกลัว แต่ตอนนี้กลับถูกฉู่ซิงหลานไล่ถล่มจนต้องหนีกระเจิง ดูน่าสมเพชสุด ๆ
หลัวจี๋กระซิบถามถังซง ซึ่งเป็นนายทหารคนสนิทขององค์ชายเก้าอีกคน “ถัง นายว่าองค์ชายเก้าเป็นอะไรไปน่ะ? ทำไมทุกครั้งที่พ้นช่วงอ่อนไหว อารมณ์ถึงได้ร้ายกาจเป็นพิเศษแบบนี้?”
คนกลุ่มนี้ไม่ได้พักผ่อนกันมาวันกว่าแล้ว หลังจากจับโจรสลัดอวกาศที่เป็นเป้าหมายได้ องค์ชายเก้าก็บอกว่าจะมาล่าอสูรดวงดาวระดับสุดยอดต่อ
จริง ๆ แล้ว อสูรดวงดาวพวกนี้ จะมาล่าเมื่อไหร่ก็ได้แท้ ๆ
เมื่อมองพวกอสูรดวงดาวที่ถูกไล่ถล่มจนต้องวิ่งหนีเอาชีวิตรอด หลัวจี๋ถึงกับรู้สึกสงสารพวกมันขึ้นมานิด ๆ!
ถังซงพูดด้วยเสียงเรียบ ๆ “ถ้านายอยากรู้ ก็ไปถามองค์ชายเองสิ”
“ฉันจะไปกล้าได้ยังไงล่ะ!”
ฝูงอสูรดวงดาวขนาดใหญ่ถูกกำจัดจนหมดเกลี้ยง เมคคาของฉู่ซิงหลานอาบไปด้วยคราบเลือดของพวกมัน เขาโยนเมคคาให้ถังซงที่เป็นนักบินเมคคาดูแลต่อ แล้วตัวเองก็เดินเข้าห้องพักไป
หลังจากล้างคราบเลือดอสูรบนร่างกายออกจนหมด ฉู่ซิงหลานก็ขมวดคิ้วมองตัวเองในกระจก
“ซูลั่ว!”
เขาหลับตาลง ก็นึกถึงเรื่องราวเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่ได้ใช้เวลาร่วมกับซูลั่วในช่วงเวลาอ่อนไหว
ผู้หญิงคนนั้นมีอิทธิพลต่อเขามากเกินไปแล้ว
ถ้ามีใครส่งซูลั่วมาเป็นไส้ศึก ตอนที่เขาอยู่ในช่วงอ่อนไหว ซูลั่วสามารถลงมือกับเขาได้ทุกเมื่อ และเขาจะไม่ต่อต้านอย่างแน่นอน!
เขามีจุดอ่อน...มีช่องโหว่...
ความรู้สึกนี้ยิ่งทำให้องค์ชายเก้าหงุดหงิดมากขึ้นไปอีก
ไม่กี่นาทีต่อมา ฉู่ซิงหลานในสภาพผมเปียกชื้นก็เดินออกมาจากห้องพัก เขาสั่งลูกน้อง “กลับดาวอัลฟ่า!”
ยานรบอวกาศสีเทาขนาดมหึมา ค่อย ๆ เคลื่อนตัวออกจากดาวรกร้างดวงนี้ พวกอสูรดวงดาวผู้โหดเหี้ยมที่ยังรอดชีวิตอยู่บนดาวดวงนั้น แทบจะร้องไห้ออกมาด้วยความดีใจ
จอมมารนั่นไปแล้ว! ในที่สุดก็ไปสักที!
ฉู่ซิงหลานนั่งลงบนโซฟาหนัง ขณะที่กำลังขมวดคิ้วอ่านรายงานทางทหาร สมองกลก็มีข้อความแจ้งเตือนเข้ามา เป็นสายวิดีโอคอลจากเสด็จแม่ของเขา องค์ราชินีสือหลาน
เขากดรับสาย
สือหลานกำลังนั่งดื่มซุปเห็ดหูหนูขาวอย่างสง่างามอยู่หน้าโซฟา เมื่อเห็นว่าสายเชื่อมต่อแล้ว พระองค์ก็วางถ้วยลง แล้วพูดอย่างอ่อนโยน “ซิงหลาน วันเกิดแม่ใกล้จะถึงแล้วนะ ลูกจะกลับมาเมื่อไหร่?”
“ลูกกำลังเดินทางกลับพ่ะย่ะค่ะ น่าจะถึงดาวหลักในวันพรุ่งนี้ตอนเย็น”
“อืม อย่าลืมเตรียมของขวัญวันเกิดให้แม่ด้วยล่ะ”
ฉู่ซิงหลานเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย “เสด็จแม่ ยังมีอะไรที่เสด็จแม่ขาดอยู่อีกหรือพ่ะย่ะค่ะ?”
สือหลานถึงกับพูดไม่ออก “สิ่งที่แม่ขาดไม่ใช่ข้าวของ แต่เป็นความใส่ใจของลูกต่างหาก เด็กคนนี้นิสัยไม่ดีแบบนี้ มิน่าล่ะลั่วลั่วถึงอยากจะหย่ากับลูกนัก”
มุมปากของฉู่ซิงหลานกระตุกวูบ ไอเย็นแผ่ออกมาจากตัวเขาทันที ทำให้อุณหภูมิทั้งห้องโถงของยานรบอวกาศลดต่ำลงไปหลายองศา
หลัวจี๋ที่กำลังจะเข้ามาด้านในเพื่อรายงานภารกิจรีบหันหลังกลับทันที
ล้อกันเล่นรึยังไง! ใครมันจะกล้าเข้าไปขัดจังหวะตอนที่องค์ชายเก้าอารมณ์ไม่ดีกัน!
พูดตามตรง ช่วงนี้เวลาที่องค์ชายเก้าอารมณ์ดี...น้อยลงทุกที
สือหลานส่ายหน้าอย่างอ่อนใจ “ซิงหลาน ลูกยังจำสิ่งที่แม่สอนมาตั้งแต่เด็กได้ไหม? เมื่อเจอกับเรื่องที่แก้ไขไม่ได้ ควรจะทำอย่างไร?”
ฉู่ซิงหลานหลุบตาลงครึ่งหนึ่ง “ปล่อยให้เป็นไปตามธรรมชาติพ่ะย่ะค่ะ”
“ลูกกับลั่วลั่วมีวาสนาต่อกัน อัตราการจับคู่พันธุกรรมก็สูงมาก และลูกก็รู้ดีว่าในช่วงอ่อนไหวลูกขาดเธอไม่ได้ ดังนั้นแม่ถึงบอกว่าลูกอย่าไปฝืนมันเลย ปล่อยให้เป็นไปตามธรรมชาติบ้างเถอะ”
ฉู่ซิงหลานเงียบไปพักใหญ่ สุดท้ายเขาก็พูดขึ้น “ลูกเข้าใจแล้วพ่ะย่ะค่ะ เสด็จแม่”
“อ้อ จริงสิ องค์รัชทายาทไปหามู่หรงซ่งฉือมา น่าจะไปถามเรื่องที่เกิดขึ้นตอนฝึกทหารนั่นแหละ แม่คิดว่าองค์รัชทายาทคงจะสนใจในตัวลั่วลั่ว”
ฉู่ซิงหลานเงยหน้าขึ้นทันที
ตอนที่ฝึกทหาร ซูลั่วทำผลงานได้โดดเด่นเกินไป และองค์รัชทายาทก็มักจะชอบดึงคนเก่ง ๆ มาเป็นพวกของตัวเองเสมอ
กลุ่มคนใน ‘คณะสวรรค์’ ขององค์รัชทายาทก็คือหลักฐานที่ดีที่สุด
ถ้าถึงตอนนั้นองค์รัชทายาทดึงตัวซูลั่วให้ไปเข้าร่วมกลุ่ม ‘คณะสวรรค์’ ด้วย...
สือหลานรู้ดีว่าลูกชายของพระองค์ฉลาด พระองค์จึงถอนหายใจเบา ๆ “ก่อนหน้านี้แม่สนับสนุนให้ลูกอยู่กับลั่วลั่ว การที่ลูกแต่งงานกับสามัญชนจะทำให้ฝ่ายองค์รัชทายาทวางใจ แต่ตอนนี้สถานการณ์มันเปลี่ยนไปแล้ว เด็กคนนั้นโดดเด่นเกินไป ถ้าองค์รัชทายาทสังเกตเห็นเธอ และอยากจะดึงเธอไปเป็นพวก ลูกก็อาจจะมีทางเลือกเดียว…คือต้องหย่ากับซูลั่ว”
ฉู่ซิงหลานหรี่ตาลง แล้วเงยหน้าขึ้น “องค์รัชทายาทไม่มีทางแต่งงานกับสามัญชนพ่ะย่ะค่ะ”
“องค์รัชทายาทไม่แต่งแน่ เขาต้องแต่งงานกับคุณหนูจากตระกูลขุนนางที่มีอำนาจที่สุด แต่ลูกพี่ลูกน้องของเขาแต่งได้ หรือคนหนุ่มเก่ง ๆ ในฝ่ายขององค์รัชทายาท ก็สามารถแต่งงานกับซูลั่วได้ทั้งนั้น”
ในตอนนั้น ความรู้สึกดิบเถื่อนอย่างรุนแรงก็ปะทุขึ้นในใจของฉู่ซิงหลาน!
ไม่ว่าจะอย่างไร ตอนนี้ซูลั่วก็คือคู่ของเขา องค์รัชทายาทกับคนของเขาคิดจะมายุ่งกับซูลั่ว ไม่มีทางเป็นไปได้เด็ดขาด!
ความทรงจำในช่วงอ่อนไหวไหลบ่าเข้ามาในหัว
ฉู่ซิงหลานนึกขึ้นได้ว่าตอนนั้นเจ้ามู่หรงซ่งฉือนั่น ก็ดูจะสนใจในตัวซูลั่วอยู่พอสมควร!
ฉู่ซิงหลานพูดเน้นทีละคำ “ซูลั่วเป็นภรรยาของลูก ลูกไม่ยอมให้คนขององค์รัชทายาทมาแย่งเธอไปเด็ดขาด!”
เมื่อสือหลานได้ยินแบบนั้น พระองค์ก็ยิ้มออกมาอย่างอ่อนโยน “เมื่อตัดสินใจแบบนั้นแล้ว พอกลับมาก็ไปง้อเธอดี ๆ ซะล่ะ อย่าทำตัวเหมือนเมื่อก่อนอีก รู้ไหม?”
“พ่ะย่ะค่ะ ลูกทราบแล้ว”
หลังจากวางสายจากพระมารดา ฉู่ซิงหลานก็สั่งให้ยานอวกาศเร่งความเร็วสูงสุดทันที!
ซูลั่วไม่รู้เลยว่าฉู่ซิงหลานกำลังจะกลับมา และยังจะมาหาเธออีกด้วย ตอนนี้เธอกำลังมองซูหนานจิ่นพี่ชายของเธอ ที่ยืนอยู่ตรงหน้าด้วยสีหน้าอึดอัดใจ
ซูลั่วชะงักไป “พี่ใหญ่ พี่พูดว่า พัสดุของหนูถูกซูเสี่ยวซีเอาไปเหรอคะ?”
ซูหนานจิ่นรู้สึกผิดมาก “ขอโทษนะลั่วลั่ว ตอนที่พี่กลับจากฐานฝึกทหารไปถึงบ้าน เสี่ยวซีก็รับพัสดุไปแล้ว แล้วก็เดินทางไปเที่ยวต่างดาวกับคุณแม่ทันที พี่ทวงถามเธอตลอด แต่เธอก็เอาแต่พูดว่าเธอไม่ได้เอาไป”
เมื่อนึกถึงการทะเลาะวิวาทที่เกิดขึ้นในบ้านเมื่อไม่นานมานี้ ซูหนานจิ่นก็รู้สึกเหนื่อยใจเล็กน้อย
ก่อนหน้านี้ก็ไม่เคยสังเกตเลยว่าแม่ของเขาจะไม่รู้จักแยกแยะผิดชอบชั่วดีได้ขนาดนี้
ซูลั่วขมวดคิ้ว
ของของตระกูลซู เธอไม่ได้เอาติดตัวมาเลยสักชิ้น ส่งคืนไปทั้งหมด
ส่วนของของเธอ ซูเสี่ยวซีก็อย่าคิดที่จะเอาไป!
ในตอนนั้น ซูหนานจิ่นก็มองซูลั่ว “ลั่วลั่ว คืนนี้เธอพอมีเวลาไหม ท่านพ่อบอกว่าอยากให้เธอกลับไปกินข้าวที่บ้าน ระหว่างกินข้าว ท่านพ่อจะได้พูดกับซูเสี่ยวซี พอถึงตอนนั้นเธอก็น่าจะยอมคืนของให้นะ”
“ทำไมจู่ ๆ ท่านดยุกถึงอยากให้หนูกลับไปกินข้าวที่บ้านล่ะคะ?”