หลังจากอัดพวกนักเลงจนน่วม หนิงจูเชว่ก็เดินตามอาโกวมาถึงบ้านไม้หลังเล็กท้ายหมู่บ้าน นางนั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้ไม้ผุๆ พลางหยิบหัวมันเผาที่อาโกวยื่นให้มาแทะอย่างไม่รักษาภาพลักษณ์
"อาโกว" หนิงจูเชว่เรียกพลางเคี้ยวหัวมันตุ่ยๆ "เ้าบอกข้ามาซิ ในหมู่บ้านกะจิริดนี่ ใครที่ 'รวย' จนศิลาปราณล้นถังที่สุด?"
อาโกวทำหน้าแหยๆ "ถ้าในหมู่บ้านนี้ก็คงเป็ 'เศรษฐีเฉิน' ขอรับแม่นาง เขาทำธุรกิจส่งสมุนไพรไปขายในตัวเมือง เห็นว่ามี ศิลาปราณระดับต่ำเก็บไว้เป็ลังๆเลยขอรับ แต่เขาเป็คนตระหนี่มากนะขอรับ"
"ตระหนี่เหรอ? หึหึ...ข้าชอบนักล่ะคนแบบนี้" หนิงจูเชว่เลียริมฝีปากอย่างเ้าเล่ห์ "แล้วเขามีปัญหาอะไรที่แก้ไม่ตกบ้างไหม?"
อาโกวนิ่งคิดไปครู่หนึ่ง "มีขอรับ! ลูกสาวคนเดียวของเขา 'แม่นางเฉินอี้' ล้มป่วยประหลาดมาเป็เดือนแล้ว ท่านเศรษฐีประกาศว่าใครรักษาลูกสาวเขาได้ จะมอบศิลาปราณระดับต่ำให้ยี่สิบก้อน!"
หนิงจูเชว่หูผึ่งทันที "ศิลาปราณระดับต่ำยี่สิบก้อน! ถึงแม้มันจะดูดซับได้แค่ 3 ส่วนแถมยังสูญเสียไปอีก 7 ส่วน แต่สำหรับข้าในตอนนี้...ต่อให้เป็เศษหินข้าก็เอา!"
"แต่แม่นาง...ท่านเป็ยอดฝีมือ ไม่ใช่หมอนะ?" อาโกวถามด้วยความสงสัย
"เ้าโง่!" หนิงจูเชว่เขกกะโหลกเขาไปอีกที
"ข้าคือเผ่าหงส์์เพลิงอสูร ผู้ครองกฎสัจธรรมแห่งชีวิตนะ ถึงตอนนี้จะเหลือแค่เศษเสี้ยวความทรงจำก็เถอะ โรคของมนุษย์ส่วนใหญ่ก็แค่ 'ปราณติดขัด' หรือไม่ก็ 'หยินหยางไม่สมดุล' แค่ข้าเอาลมปราณเพลิงอุ่นๆ ของข้าจิ้มไปนิดเดียว ก็หายขาดร้อยเปอร์เซ็นต์แล้ว!"
อาโกวยืนนิ่งกะพริบตาปริบๆ มองสตรีโฉมงามที่จู่ๆ ก็พูดจาเลอะเทอะออกมา 'หงส์อะไรนะ? กฎสัจธรรม? นี่นางเพี้ยนไปแล้วจริงๆ ใช่ไหม...สงสัยตอนตกมาจากผลึกนั่น หัวจะกระแทกพื้นแรงไปหน่อย กฎเกณฑ์อะไรกัน ขนาดผู้ใหญ่บ้านที่ว่าเก่งๆ ยังไม่รู้จักคำว่ากฎอะไรนั่นเลย'
"แม่นาง... ท่านอย่าไปพูดแบบนี้ให้ใครฟังเชียวนะ เดี๋ยวเขาจะจับท่านส่งโรงพยาบาลบ้าแทนบ้านเศรษฐี" อาโกวถอนหายใจยาว
"เ้าว่าไงนะ!" หนิงจูเชว่แยกเขี้ยว "ไป! นำทางข้าไปบ้านเศรษฐีเฉิน เดี๋ยวข้าจะแสดงให้ดูว่า 'หมอเทวดา' ที่สวยที่สุดในมหาพิภพเขาทำงานกันยังไง!"
ณ คฤหาสน์ตระกูลเฉิน
หน้าประตูบ้านมีชายฉกรรจ์เฝ้าอยู่อย่างหนาแน่น หนิงจูเชว่เดินนวยนาดเข้าไปพร้อมอาโกวที่เดินตัวสั่นพะงาบๆ
"หยุด! พวกเ้ามาทำอะไร?" ยามหน้าประตูขวางไว้
"ข้ามาเพื่อรักษาลูกสาวเศรษฐีเฉิน" หนิงจูเชว่ตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่ทรงอำนาจที่พยายามปั้นขึ้นมา
ยามมองดูนางั้แ่หัวจรดเท้า แม้จะตะลึงในความงามแต่เขาก็ขมวดคิ้ว "แม่นาง...เ้ายังดูเยาว์นัก หมอหลวงจากเมืองหลวงยังทำไม่ได้ แล้วเ้า..."
"เ้าอยากให้ลูกสาวเ้านายเ้าตายหรืออยากให้ข้าลอง?" หนิงจูเชว่หรี่ตาลง ปานแดงที่หน้าผากพลันเปล่งแสงวับหนึ่ง ซึ่งนางแอบส่งปราณเข้าไปกระตุ้นให้มันดูขลัง "ข้ามีเวลาให้แค่สามอึดใจ ถ้าข้าเดินหันหลังกลับ...ต่อให้เอาศิลาปราณหมื่นก้อนมากอง ข้าก็ไม่เหลียวมอง!"
ยามเห็นปานแดงเปล่งแสงและท่าทางมั่นใจของนางก็เริ่มใจเสีย "ระ... รอเดี๋ยว! ข้าจะไปเรียนท่านเศรษฐี!"
ไม่นานนัก หนิงจูเชว่ก็ได้เข้ามาในห้องนอนที่อบอวลไปด้วยกลิ่นยาสมุนไพร บนเตียงมีสาวน้อยหน้าซีดเซียวคนหนึ่งนอนลมหายใจแ่เบา เศรษฐีเฉินชายอุ้ยอ้ายวัยกลางคนนั่งกุมขมับอยู่ข้างเตียง พอเห็นหนิงจูเชว่เขาก็อึ้งไปครู่หนึ่ง
"แม่นาง...ท่านรักษาได้จริงหรือ?"
หนิงจูเชว่ไม่ได้ตอบ นางเดินไปข้างเตียงพลางคว้าข้อมือสาวน้อยคนนั้นมาตรวจ ทำท่าให้ดูเหมือนหมอที่สุด แต่จริงๆ แล้วนางกำลังส่งััจิต อันน้อยนิดเข้าไปตรวจสอบภายในร่าง
‘หือ? ไม่ใช่โรคทั่วไปนี่นา...นี่มัน...กายาเหมันต์ที่ยังไม่ตื่น?’ หนิงจูเชว่ขมวดคิ้ว ‘มิน่าล่ะ หมอแถวนี้ถึงรักษาไม่ได้ เพราะพวกมันยิ่งอัดสมุนไพรธาตุร้อนเข้าไปมันยิ่งทำลายสมดุล ไอเย็นในร่างนางเลยยิ่งต่อต้านจนเกือบจะแช่แข็งเส้นชีพจรอยู่แล้ว!’
นางหันไปยิ้มกว้างให้เศรษฐีเฉินที่ยืนทำหน้าอมทุกข์ "เ้าอ้วน" หนิงจูเชว่เรียกเศรษฐีเฉินด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่ทำเอาคนฟังแทบสำลักน้ำลาย "ลูกสาวเ้าไม่ได้ป่วย แต่นางมีพร์ที่ยิ่งใหญ่เกินไปจนร่างกายกากๆ นี่รับไม่ไหวต่างหาก! เื่แค่นี้ไม่เกินความสามารถของข้า!"
เศรษฐีเฉินหน้าแดงซ่าน ทั้งโกรธที่ถูกเรียกว่าเ้าอ้วนและทั้งใกับคำพูดของนาง "มะ...แม่นาง ท่านว่าอะไรนะ? แล้วท่านรักษาได้จริงหรือ?"
"ข้าบอกว่าได้ก็คือได้" หนิงจูเชว่สะบัดบ็อบอย่างมั่นใจ "แต่ศิลาปราณระดับต่ำยี่สิบก้อนน่ะ 'ไม่พอ' ซื้อแม้แต่ขนหางของข้าหรอกนะ ข้าต้องใช้แรงมหาศาลในการปรับสมดุล ข้าขอเพิ่มเป็ศิลาปราณระดับต่ำหนึ่งร้อยก้อน...และข้า้า 'เข็มเงิน' กับ 'เหล้าแรงๆ' หนึ่งไห เดี๋ยวนี้! อย่าช้า ไม่งั้นข้าจะปล่อยให้ลูกสาวเ้ากลายเป็แท่งน้ำแข็งอยู่ที่นี่แหละ!"
วิธีการรักษาของหนิงจูเชว่
หนิงจูเชว่ไล่ทุกคนออกไปนอกห้อง ยกเว้นอาโกวที่โดนจิกหัวใช้ให้ยืนถือไหเหล้า
นางหยิบเข็มเงินขึ้นมา จุ่มลงในเหล้าแรง แล้วส่งพลังปราณอันน้อยนิดเข้าไปที่ปลายเข็มจนมันสั่นระริกและเกิดไอความร้อนจางๆ
"ยัยหนู...เจ็บนิดนึงนะ เดี๋ยวพี่สาวคนสวยจะช่วยล้างท่อไอเย็นให้!"
ฉึก! ฉึก! ฉึก!
นางปักเข็มลงบนจุดชีพจรหยางทั้งเก้าจุดอย่างแม่นยำ ทุกครั้งที่เข็มจิ้มลงไป ร่างของเด็กสาวจะกระตุกเล็กน้อยและมีไอสีขาวขุ่นระเหยออกมาจากรูขุมขน หนิงจูเชว่ต้องใช้สมาธิอย่างหนัก พลางบ่นงึมงำในใจ 'ให้ตายเถอะ ถ้าเป็เมื่อหมื่นปีก่อน ข้าแค่เป่าลมพ่วงกฎสัจธรรมใส่ทีเดียวก็วิ่งปร๋อแล้ว นี่ต้องมานั่งจิ้มเข็มทีละเล่มจนเหงื่อท่วม ยัยตัวน้อยนี่ช่างวาสนาดีจริงๆ ที่ได้ข้าลงมือให้'
พรวด!
ทันใดนั้น เฉินอี้ก็กระอักก้อนเืที่มีเกล็ดน้ำแข็งปนอยู่ออกมาคำโต ลมหายใจที่เคยติดขัดเริ่มกลับมาสม่ำเสมอ
"เรียบร้อย!" หนิงจูเชว่ปาดเหงื่อพลางคว้าไหเหล้ามาจิบแก้กระหาย "อาโกว! ไปบอกเ้าอ้วนเฉินนั่นให้เอาศิลาปราณระดับกลางหนึ่งก้อนมาวางตรงหน้าข้าได้แล้ว! แล้วเตือนมันด้วยว่าถ้าตระหนี่หยิบศิลาเกรดขยะมาให้ ข้าจะกลับมาขนสมบัติมันให้เกลี้ยงจวนเลยเชียว!"
ไม่นานนัก ศิลาปราณระดับต่ำหนึ่งร้อยก้อนก็ถูกใส่ลงในถุงผ้าดิบวางอยู่ตรงหน้าหนิงจูเชว่ แม้เศรษฐีเฉินจะเสียดายจนหน้าเขียว แต่พอเห็นลูกสาวฟื้นขึ้นมาเรียก "ท่านพ่อ" เขาก็แทบจะก้มกราบสตรีชุดแดงคนนี้
"ขอบคุณแม่นาง...เอ้อ ท่านหมอเทวดามาก!"
"ไม่ต้องมาเรียกข้าว่าหมอ ข้าไม่ได้ต้มยาขาย" หนิงจูเชว่คว้าถุงศิลาปราณมาคล้องเอวพลางหยิบขึ้นมาหมุนเล่นหนึ่งก้อน "ข้าไปล่ะ เ้าอ้วน ดูแลลูกสาวเ้าให้ดี อย่าให้นางฝึกวิชามั่วซั่วอีกล่ะ ไม่งั้นคราวหน้าข้าคิดศิลาปราณระดับกลางสิบก้อนนะ!"
นางเดินนำอาโกวออกจากคฤหาสน์ด้วยท่าทางพยศดุจพญาหงส์ ทิ้งให้คนทั้งจวนตระกูลเฉินยืนอึ้งกับกิริยาที่หาความเป็กุลสตรีไม่ได้เลยของนาง
"แม่นาง... เราจะไปไหนกันต่อขอรับ?" อาโกวถามพลางมองถุงศิลาปราณด้วยความอิจฉา
"ไปหาที่เงียบๆ น่ะสิ" หนิงจูเชว่ดวงตาเป็ประกาย "ข้าจะเขมือบศิลานี้ให้เรียบ! ขอบเขตแรกเริ่มขั้นกลางมันอึดอัดชะมัด ข้าจะทะลวงสู่ ขั้นสูง ให้ได้ภายในคืนนี้เลย!"
*ข้อมูลเพิ่มเติม
ศิลาปราณ เป็ทรัพยากรสำคัญหาได้จากเหมืองแร่ศิลาปราณ ซึ่งมีหลายระดับและมีการแก่งแย่งกันสูง สามารถใช้เป็ตัวกลางในการซื้อ-ขายแลกเปลี่ยนได้หรือจะดูดซับปราณโดยตรงก็ได้แต่ไม่นิยมเพราะจะได้รับเพียง 3 ส่วนสูญเสีย 7 ส่วน
ศิลาปราณระดับต่ำหนึ่งร้อยก้อน = ศิลาปราณระดับกลางหนึ่งก้อน
ศิลาปราณระดับกลางหนึ่งร้อยก้อน = ศิลาปราณระดับสูงหนึ่งก้อน
ศิลาปราณระดับสูงหนึ่งร้อยก้อน = ศิลาปราณระดับพิเศษหนึ่งก้อน
ศิลาปราณระดับพิเศษหนึ่งร้อยก้อน = ผลึกปราณหนึ่งก้อน