เยี่ยชิงอีที่หมอบอยู่ข้างตัวเกร็งไหล่แน่น มือของนางแตะอยู่ที่ด้ามมีดโกนเถ้าอย่างไร้เสียง ขอบแสงสีทองเริ่มลามเลียเข้ามายังซอกหินที่พวกเขาซ่อนตัวอยู่ หากปล่อยให้แสงกวาดผ่าน รอยแผลระบบปนเเถ้าในร่างหลินเซวียนจะเหนี่ยวนำให้กระจกสัมฤทธิ์แผดเสียงเตือนภัยทันที
หลินเซวียนไม่รอช้า เขาเอื้อมมือขวาไปแตะเศษโลหะเหล็กชำรุดที่พกพาติดตัว ปลุกกระแสโคจรปราณระดับต่ำในร่างกายแล้วเสียบเศษโลหะนั้นลงในซอกหินแคบเบื้องหน้าอย่างเงียบงัน
ไอพลังปราณดิบจากเตาหลอม์แตกหักไหลเวียนเข้าสู่เศษเหล็กชั่วอึดใจ เกิดคลื่นกระเพื่อมรบกวนขอบสนามพลังในรัศมีสามก้าว แสงสีทองจากกระจกสะท้อนปราณที่กำลังจะทาบทับโขดหินเกิดอาการหักเห เบี่ยงทิศทางเฉข้ามศีรษะของพวกเขาไปส่องกระทบเศษหินผาด้านหลังแทน
ยามสำนักชิงหลัวสองคนที่ยอดเนินขมวดคิ้ว มือหนึ่งหมุนเกลียวกระจกสัมฤทธิ์หันมอง “รังสีตรวจจับรวนอีกแล้ว... คงเป็เพราะไอพิษกำมะถันรอบปากเหมืองหนาแน่นเกินไป”
“ช่างมันเถอะ รีบกวาดตรวจแนวป่าหินแล้วกลับเข้าค่ายหลักเหมือง มีคำสั่งให้เตรียมค้นลึกในอีกสามวัน หากเจอผู้ใดลอบเก็บแร่เราจะได้รางวัลใหญ่” ยามอีกคนตอบพลางกระชับสายคาดเอว
แสงสีทองกวาดพ้นแนวผาไปทางอื่น หลินเซวียนดึงเศษโลหะกลับขึ้นมาซ่อนในอกเสื้อ สบตากับเยี่ยชิงอีสั้น ๆ ก่อนจะลอบถอยกายถอนกำลังลัดเลาะตามแนวหุบเขาฝุ่นกลับคืนสู่เขตหมู่บ้านโดยไร้ร่องรอย
“เวลาของตงไห่เหลือไม่ถึงสามวัน”
หลินเซวียนกล่าวเสียงเรียบขณะดึงผ้าคลุมสีเทาออกจากกระดานแผนงานกลางเรือนประชุมชั่วคราว (เรือนใต้) แสงตะเกียงส่องกระทบผงถ่านที่ขีดเขียนทับแผ่นแรกอย่างชัดเจน เส้นทางกับดักสามชั้นและขอบเขตปล่องเหมืองเก่าฝั่งตะวันตกถูกเปิดเผยต่อหน้าผู้นำกลุ่มและช่างเหมืองชราทั้งหมด
ชาวบ้านหลายคนในห้องโถงส่งเสียงพึมพำด้วยความตื่นตระหนก ช่างไม้ชราลูบหน้ากากผ้ากรองพิษชำระในมือ “สามวันหรือ? หน้ากากกรองพิษของเราเพิ่งเย็บเคลือบเสร็จ ยังไม่เคยนำลงไปทดสอบในสภาพงานหนักใต้ปล่องจริงเลยสักครั้ง หากปล่องลึกมีพิษหนากว่าที่คิด คานไม้ถล่มอาจถล่มซ้ำลงมาทับพวกเรา”
“ถ้าไม่เริ่มในวันนี้ กระจกสะท้อนปราณของมันจะตรวจมาถึงแนวพรางตาของหมู่บ้านภายในวันพรุ่งนี้” เยี่ยชิงอีวางฝักมีดลงกลางโต๊ะ “พวกมันตรวจลึกขึ้นทุกชั่วยาม เมื่อเช้าหลินเซวียนเกือบถูกรังสีทองส่องพบ หากพวกมันรู้พิกัดหมู่บ้าน ทางเลือกเดียวของเราคือถูกต้อนเข้าเหมืองไปเป็เชลยขนแร่จนตาย”
ชายผู้เคยคัดค้านหลินเซวียนก้าวขึ้นหน้า เขาตบโต๊ะเสียงดังสนิท “เยี่ยชิงอีพูดถูก! สามวันก็สามวัน หากเราไม่บุกตอนนี้ ก็เท่ากับนั่งรอความตายอยู่ที่บ้าน ข้ารู้ทางลาดด้านเหนือดี ข้าขอรับงานลวงความสนใจสายตรวจเอง”
ช่างเหมืองชราอีกสี่คนพยักหน้าพร้อมเพรียง “พวกเราเตรียมลิ่มค้ำยันเสร็จแล้ว พร้อมทำหน้าที่ปล่องตะวันตก”
หลินเซวียนมองดูมือของทุกคนที่พลิกแผ่นไม้หน้าที่ขึ้นมาทีละคน แผ่นไม้ระบุ ‘เชือก’ ‘ลม’ ‘ค้ำหิน’ และ ‘เฝ้าฐาน’ ถูกจับจองจนครบถ้วน ไม่มีเสียงปฏิเสธหรือคำร้องขอร้องใด ๆ ปรากฏอีก ความไว้ใจที่แลกด้วยโลหิตและพิษย้อนของเขาในตอนเช้า ได้แปรสภาพเป็กองกำลังร่วมศึกอย่างสมบูรณ์
“หมากแรกเริ่มเดินทันที” หลินเซวียนระบุสั้น
ฝุ่นเถ้าหมุนวนรุนแรงตามกระแสลมเหนือพัดผ่านแนวขอบเหมืองฝั่งตะวันออก
ยามสำนักชิงหลัวสองคนถือกระจกสะท้อนปราณก้าวเดินช้า ๆ ทว่าทันใดนั้น แสงทองจากกระจกสัมฤทธิ์จับทิศทางสัญญาณปราณปนเปื้อนแร่เข้มข้นได้จากแนวป่าซากเถ้าฝั่งบูรพา
ที่โคนต้นไม้ตายพราย ปรากฏรอยเท้าลากหยาบและเศษผ้าดิบปนเปื้อนคราบแร่สีเขียวคล้ำตกอยู่ รอยปัดกวาดด้วยกิ่งไม้เพื่อพรางร่องรอยการหลบหนีถูกทำไว้อย่างกระเสือกกระสน ทิ้งร่องรอยให้สายตรวจมองเห็นได้ง่ายดาย
“มีคนชิงแร่หนีไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้!” ยามสำนักคนแรกะโขึ้นอย่างตื่นเต้น “ปมเชือกที่รัดปากห่อแร่เป็ปมเชือกเลียนแบบของคนงานเหมืองเก่า... เป็คนในหมู่บ้านแน่ ๆ!”
“รีบตามไป! หากพวกมันมีแร่ปนเปื้อนในมือ แปลว่ายังมีขุมทรัพย์ซ่อนอยู่” ยามอีกคนกระชับอาวุธและเริ่มวิ่งลัดเลาะไปตามแนวป่าซากเเถ้า
ในพริบตานั้นเอง กระแสลมเหนือขยับขยายเปลี่ยนทิศทาง ลมตีกลับจากช่องเขาตะวันออกพัดหอบเอาไอพิษฝุ่นเถาสีม่วงเข้มปกคลุมลงมาดั่งม่านทึบ สายตรวจสองคนสำลักพิษจนไอครืดคราด ต้องรีบสวมหน้ากากหนังดิบและก้าวลึกเข้าไปในหุบเขาดินเถ้าทางบูรพาเพื่อหาที่หลบพายุลมปนพิษ โดยมองข้ามปากปล่องฝั่งตะวันตกไปโดยสิ้นเชิง
หมากชั้นแรกทำงานสมบูรณ์ รอยเท้าและสัญญาณลวงของชาวบ้านดึงความสนใจของยามสำนักออกจากจุดปฏิบัติการจริงได้สำเร็จ
ที่ปากปล่องฝั่งตะวันตก ช่องลมเก่าที่ปิดตายด้วยแนวคานถล่มครึ่งซีก
ม่านเถ้าพิษหนาทึบและไอเย็นของกำมะถันแผ่ออกมาจากช่องลมแคบ ช่างไม้และทีมช่างเหมืองสี่คนสวมหน้ากากกรองฝุ่นเคลือบผงชำระสีเทาหม่นกระชับมือเข้าประชิดแนวหินถล่ม หลินเซวียนเยื้องกายยืนคุมเชิงอยู่ด้านหลัง
ช่างเหมืองชรายิ้มกว้างขณะลูบเนื้อผ้าที่ทาเคลือบสารชำระพิษ “กลิ่นเเเถ้าพิษแทบไม่เล็ดลอดเข้ามาเลย ด้วยสิ่งนี้ พวกเราค้ำปล่องฝั่งตะวันตกได้ลึกถึงสามสิบก้าวโดยไม่ต้องกลัวปอดเน่าภายในครึ่งวัน”
หลินเซวียนนั่งอยู่บนขอนไม้ สภาพร่างกายของเขายังคงล้าจัดและผิวแก้มมีรอยเทาเงินจาง ๆ จากอาการพิษย้อน
เยี่ยชิงอีเดินเข้ามาใกล้ นางประคองชามสมุนไพรเย็นที่ทำจากรากไม้ท้องถิ่นซึ่งไร้ปราณแต่ช่วยลดอาการไข้และการอักเสบทางกายภาพ นางแตะผ้าเปียกชุบน้ำสมุนไพรลงบนหน้าอกและข้างแก้มของเขาเบา ๆ “คราบบนกระดูกเซียนของเ้าเข้มขึ้นอีกแล้ว” นางกระซิบ “เ้าแลกราคาแรงเกินไปเพื่อเอาใจคนป่วย”
“หากแผนการไม่มีคนทำ แผนก็เป็เพียงกระดาษ” หลินเซวียนตอบสั้น
“แต่ตอนนี้พวกเขายินดีทำแล้ว” เยี่ยชิงอีมองออกไปข้างนอก “ชายคนที่คัดค้านเ้าเมื่อเช้า อาสานำเยาวชนอีกสี่คนไปช่วยเฝ้ายามลาดตระเวนรอบนอกหมู่บ้าน เพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีสายตรวจสำนักหลุดเข้ามาใกล้เรือนพักของเ้า แผนกับดักสามชั้นของเรามีคนดูแลครบทุกจุดแล้ว”
หลินเซวียนพยักหน้าเงียบ ๆ น้ำสมุนไพรเย็นช่วยบรรเทาความร้อนระอุใต้ิัของเขาได้บ้าง แต่แก่นแท้ของความก้าวหน้าในการเปิดผนึกกระดูกเซียนยังคงชะงักงัน
ถึงกระนั้น แลกกับการที่หมู่บ้านรวมใจเป็หนึ่งและแผนเตรียมการพร้อมขยับ ราคานี้ก็นับว่าคุ้มค่าในทางยุทธศาสตร์
บ่ายวันเดียวกัน หลินเซวียนเดินเท้าไปเพียงลำพังยังแนวซ่อนแท่นบัญชีเซียนแตก ใต้เงาหน้าผาหินเถ้าที่แห้งแล้ง
เศษแท่นดินเผาแตกหักเย็นเยียบตั้งอยู่กลางแอ่งดินปนเถ้า หลินเซวียนยื่นฝ่ามือออกไป แตะลงบนผิวที่ขรุขระของแท่นด้วยมือที่ยังมีพลังปราณปนเถ้าเข้มข้นหลงเหลืออยู่จากการดูดซับพิษเมื่อเช้า
ทันทีที่ปลายนิ้วัั รังสีแสงสีเทาเงินวาบสว่างขึ้นจากรอยร้าวของซากดินเผา คลื่นพลังงานกระเพื่อมลึกแล่นตรงเข้าสู่ดวงจิตของเขา ปรากฏสัญลักษณ์อักษรโบราณสะท้อนในสำนึกเด่นชัด:
“บัญชีลำดับล่าง: ผู้ไร้สิทธิ์ ถูกกวาดล้าง”
ร่องรอยชื่อเดิมของหลินเซวียนสว่างขึ้นเพียงแวบหนึ่ง ก่อนจะถูกกระแสสีดำหม่นของฝนเถ้าบดบังไว้ แต่ในเสี้ยววินาทีนั้น กระแสพลังงานจากแท่นบัญชีกลับย้อนไหลเข้ามาในร่างของเขา มันช่วยสลายคราบเถ้าสะสมและบรรเทาอาการปวดร้าวในเส้นปราณให้ทุเลาลงอย่างประหลาด
กลไกของเตาหลอม์แตกหักและแท่นบัญชีเซียนมีกลไกเกื้อหนุนกันโดยตรง ยิ่งเขาใช้พลังที่เชื่อมโยงกับบัญชี พลังปราณปนเเถ้าในตัวยิ่งสอดประสานและลดผลข้างเคียงลงได้
ทว่าในเวลาเดียวกัน คลื่นพลังงานที่กระจายออกไปเป็วงกว้าง ก็ทำให้เกิดกระแสเหนี่ยวนำข้ามพื้นที่ ปรากฏประกายแสงสีฟ้าสลัววาบตอบรับขึ้นมาจากแนวเหมืองแร่ฝั่งตรงข้ามที่ถูกสำนักชิงหลัวยึดครองไว้
หลินเซวียนรีบดึงมือกลับ แสงบนแท่นดับลงทันที
บนแนวหน้าผาหินเฝ้ามอง ปากทางเข้าเขตเหมืองใต้ฝนเถ้าโปรยปราย
หลินเซวียนและเยี่ยชิงอีหมอบตัวอยู่หลังโขดหินใหญ่ สายตาจับจ้องไปยังแนวปล่องเหมืองล่าง ประกายไฟสีฟ้าจางเพิ่งดับลง ทว่าความเคลื่อนไหวภายในเหมืองกลับผิดจังหวะ
เสียงตอกโลหะเป็จังหวะกระชั้นรวดเร็วและตื่นตระหนกดังแว่วสะท้อนออกมาจากร่องหินลึก มันคือรหัสลับที่ตงไห่เคยตกลงไว้ แต่ความถี่เร่งร้อนกว่าปกติหลายเท่า
“การตรวจค้นลึก... กำลังจะเริ่ม... ในสามวัน... ห้ามช้า...”
เสียงเคาะขาดหายไปทันทีตามด้วยเสียงฝีเท้าและเสียงะโข่มขู่ของยามสำนักชิงหลัวด้านใน
หลินเซวียนขมวดคิ้ว “เวลาของตงไห่เหลือไม่ถึงสามวัน”
“และเวลาของเราก็หมดลงแล้วเช่นกัน” เยี่ยชิงอีกล่าวด้วยน้ำเสียงตึงเครียดพลางดึงแขนของเขาให้ก้มตัวต่ำลงไปอีก
บนยอดเนินหินเถ้าห่างออกไปราวสามร้อยก้าว ปรากฏร่างของยามสำนักชิงหลัวสองคนถือกระจกสะท้อนปราณโบราณขึ้นมาตรวจแนวเครื่องหมายวัดลมเดิม กระจกสัมฤทธิ์ขนาดเท่าแผ่นอกสะท้อนแสงสีทองเข้มข้นหมุนกวาดตรวจจับสัญญาณพลังงานปราณอย่างช้า ๆ
ทิศทางการกวาดแสงสีทองเริ่มหันเหตรงเข้ามายังแนวป่าหินและซากเพิงที่พรางตาที่ตั้งของหมู่บ้านเถาดำอย่างเงียบงัน
หลินเซวียนมองดูแสงทองที่กวาดเข้ามาใกล้ ปลายเล็บขบลงบนหินเถ้าแห้ง ลมซ้อมถอนสิ้นสุดลงแล้ว าชิงเหมืองและแท่นบัญชีเซียนกำลังจะเปิดฉากขึ้นในทันที