จวิ้นอ๋องเห็นแม่ทัพเหว่ยบิดาของคุณหนูสี่เดินเข้ามาใกล้ชายหนุ่มจึงรีบก้าวถอยหลังออกไปหนึ่งก้าวเพื่อรักษาระยะห่างกับหญิงสาวและท่าทีเช่นนี้ก็ทำให้อิงฮวาหันไปมองบุรุษในใจของนางนั้นคิดขึ้นว่า ‘ภายนอกดูเ็าแต่แท้จริงองค์ชายเก้าก็เ้าชู้อยู่มิน้อยห่างไกลกับชายในอุดมคติของข้ายิ่งนัก’ อิงฮวาครุ่นคิดกับตนเองเมื่อบิดาเดินเข้ามาและกล่าวทักทายจวิ้นอ๋องตามมารยาทและไม่นานนักก็ขอทูลลา
ระหว่างทางที่กลับจวนแม่ทัพ
“อิงอิงองค์ชายเก้าในสายตาเ้าเป็อย่างไรบ้าง” จิ้นเค่อถามบุตรีของตนเองหลังจากที่เดินทางออกจากราชวังมาได้สามลี้
อิงฮวาที่นั่งเงียบนิ่งจนดูผิดปกตินั้นก็กล่าวขึ้นทันทีคล้ายกับว่านางกำลังอึดอัดกับการแสดงเป็สตรีอ่อนหวานเรียบร้อย“เหตุใดท่านพ่อถึงถามลูกเช่นนี้เ้าคะ เพิ่งเจอหน้าเพียงครั้งเดียวอย่างไรก็ยังไม่สามารถรู้ถึงจิตใจได้ทั้งหมดภายนอกเ็าแต่ภายในยากแท้หยั่งถึง”อิงฮวาวิเคราะห์ในสิ่งที่ตนเองัั แม้ลึกๆ นางจะชอบที่เขามีหลักการแลดูฉลาดลึกล้ำแต่ถ้าจะขอตำหนิก็คงมีเพียงเื่เดียวคือเ้าชู้มือไว
แม่ทัพใหญ่ยกยิ้มเล็กน้อยคล้ายโล่งอก‘ที่ฮ่องเต้กล่าวมาดูท่าเรืออาจจะมีสิทธิ์ล่มในหนองแต่ถึงอย่างไรก็ต้องดูกันต่อไป’
“ท่านพ่อยิ้มอันใดหรือเ้าคะ”อิงฮวาเอียงคอถามเมื่อสังเกตเห็นรอยยิ้มบนใบหน้าคมเข้มแต่มีริ้วรอยแห่งวัยตามอายุที่จะครบสี่สิบห้าหนาวในปีนี้
“เ้าก็อย่าอคติกับจวิ้นอ๋องให้มากนักในกาลข้างหน้าเ้าอาจจะได้พึ่งพาเขา” เหว่ยจิ้นเค่อกล่าวเพียงเท่านั้น รถม้าก็วิ่งมาถึงหน้าจวนแม่ทัพอย่างพอดิบพอดี
ผู้เป็บิดาลงจากรถม้าไปแล้วเหลือแต่คุณหนูสี่ที่ยังไม่ยอมลงจนบ่าวรับใช้คนสนิทต้องรีบร้องเรียกถาม
“คุณหนูเ้าคะ” ลี่ซูยืนอยู่ข้างรถม้า
อิงฮวาได้สติเมื่อสักครู่นางกำลังครุ่นคิดไม่ตกกับคำพูดที่แฝงความนัยของบิดา‘พึ่งพาอย่างนั้นหรือ’หญิงสาวก้าวเท้าพร้อมกับเดินทางจากรถม้าโดยมีสาวรับใช้ข้างกายของประคองแขน
“อาลี่ไปพักผ่อนเถิดข้าจะไปหาพี่ใหญ่”อิงฮวาเดินไปเรือนกลางที่พี่ชายคนโตใช้พักพิง หญิงสาวเพิ่งได้ข่าวว่าเขาเพิ่งเดินทางกลับมาจากเมืองหรูหนานในบ่ายวันนี้ตอนที่นางและบิดาเข้าวังเมื่อเดินไปถึงหน้าประตูเรือนนอนของพี่ใหญ่ก็มีบ่าวรับใช้ชายคนหนึ่งรีบวิ่งเข้ามาทันที
“คุณชายใหญ่ไม่อยู่ขอรับคุณหนูสี่”ฟู่หู่บ่าวรับใช้คนสนิทของพี่ชายวิ่งเข้ามาบอกแสดงอาการมีท่าทีมีพิรุธจนหญิงสาวเหลือบไปมองที่ประตูเรือนอยู่หลายหน
“เช่นนั้นหรือเ้ารู้หรือไม่พี่ใหญ่อยู่ที่ใดในตอนนี้” อิงฮวาคาดคั้นในคืนนี้นางรู้สึกเบื่อหน่ายเหลือเกิน้าคุยปรับทุกข์กับพี่ชายของตนเองแต่เขากลับไม่อยู่เรือนเสียอย่างนั้นและเมื่อคาดคั้นฟู่หู่จนได้ความมาว่าพี่ใหญ่หนีออกไปเที่ยวหอซูเซียวสถานที่ที่สตรีเช่นนางมิควรเข้าไปแต่มีหรือจะห้ามคุณหนูสี่ผู้นี้ได้
อิงฮวากลับไปอาบน้ำและเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็ชุดคุณชายผู้สูงศักดิ์หยกห้อยเอวประจำกายที่นางใช้เป็ประจำก็คงมิพ้นหยกขาวรูปหยินหยางที่ได้รับเป็ของขวัญจากบิดามาเมื่ออายุครบสิบห้าหนาวถึงอย่างไรนางก็ต้องนำติดตัวไปด้วยเสมอเป็เครื่องประดับที่ขาดได้ยากผมที่ยาวจนเลยเอวบางนั้นถูกรวบขึ้นขมวดเป็มวยแล้วปักด้วยปิ่นหยกขาวสบายตาใบหน้าที่ถูกแต่งเติมด้วยเครื่องประทินโฉมนั้นถูกลบออกจดเหลือแต่ใบหน้าเกลี้ยงเกลาถึงกระนั้นริมฝีปากที่สวยงามก็ยังแดงระเรื่อน่าลิ้มลอง
เข้าสู่ยามซวีอิงฮวาลักลอบจูงม้าออกจากจวนแม่ทัพไปในยามดึกโดยไม่มีผู้ใดสังเกตเห็นเพราะว่านางนั้นมีประตูลับที่แอบสร้างขึ้นไว้ให้ในยามวิกาลสตรีเช่นนางนั้นแม้ภายนอกที่คนทั่วไปเห็นนั้นจะแลดูเรียบร้อยอ่อนหวานงดงามสมเป็คุณหนูใหญ่ของตระกูลเพราะทั้งเรือนนางเป็สตรีเพียงคนเดียวที่บิดาโปรดปรานยิ่งนักต่อให้ทำผิดร้ายแรงมากเท่าใดก็ได้รับการปกป้องอยู่เสมอจนนางนั้นเคยตัว
เมื่อควบม้าออกมาจากจวนได้สิบห้าลี้แต่เข้าสู่เขตเมืองที่มีหอนางโลมเปิดแข่งกันอย่างระรานตาและหนึ่งในหอนางโลมที่มีชื่อเสียงมากที่สุดของแคว้นก็คงไม่พ้นหอนางโลมอันเลื่องชื่อที่มีนามว่าหอซูเซียว
“เชิญคุณชายทางนี้ขอรับ” เสียงเสี่ยวเอ้อร์คอยต้อนรับอยู่ด้านหน้าของหอนางโลมสตรีมากมายคอยพะเน้าพะนอเอาอกเอาใจคุณชายสูงศักดิ์ที่กระเป๋าหนักใครต่างก็รู้ดีว่าที่นี่เป็หอนางโลมชั้นสูงที่เหล่าขุนนางหรือเชื้อพระวงศ์มักจะแวะเวียนมาคุยงานนอกสถานที่พร้อมกับเคล้านารีจิบสุราไปด้วย
อิงฮวาในคราบบุรุษผู้องอาจแม้รูปร่างนางจะอ้อนแอ้นเป็บุรุษหน้าหวานก็ตามแต่ก็ไม่มีผู้ใดกล้ามายุ่งเกี่ยวเพราะปิ่นหยกที่ปักประดับผมนั้นหมายถึงคนจากตระกูลเหว่ยซึ่งเป็ตระกูลแม่ทัพเก่าแก่และเป็ที่โปรดปรานของฮ่องเต้ยิ่งนักในแคว้นนี้ขุนนางหลายคนยังต้องให้ความเกรงใจอยู่หลายส่วนอำนาจหนุนการปกครองที่ใครๆต่างก็้า นี่จึงเป็สาเหตุที่อิงฮวายังไม่เลือกแต่งงานกับผู้ใดเพราะนั่นหมายถึงชะตาทางการเมืองแต่สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือ นางยังไม่เจอชายที่ถูกใจ
หญิงในคราบบุรุษเลือกที่นั่งชั้นบนสุดนางพยายามสอดส่องสายตาไปทั่วๆ เพื่อหาพี่ชายของตนเอง
“พี่ใหญ่ท่านอยู่ตรงไหนกันนะ” อิงฮวาคิดในใจ
อีกฟากหนึ่งของหอนางโลมห้องวีไอพีที่ใช้ต้อนรับแขกระดับขุนนางชั้นสูง “ถวายพระพรจวิ้นอ๋องพ่ะย่ะค่ะ” เหว่ยจิ้นสี่ บุตรชายคนโตของแม่ทัพใหญ่เอ่ยทักทายองค์ชายเก้าที่ส่งเทียบเชิญมาอย่างกะทันหันเป็การพบปะกันอย่างลับๆ โดยไม่ให้มีผู้ใดรู้ สถานการณ์ทางการเมืองในตอนนี้องค์ชายสามและองค์ชายเก้ากำลังแย่งชิงตำแหน่งหวงไทจื้อกันอย่างเข้มข้นแม้จะมีฝั่งเสนาบดีฮุยที่มีอำนาจไม่แพ้กันกับฝั่งตระกูลเหว่ยแต่ทหารในมือถึงห้าหมื่นนายนั้นทำให้จวนแม่ทัพถือไพ่เหนือกว่ามีกำลังพลกระจายกำลังคุมรอบชายแดนทางใต้อย่างหนาแน่นและนี่จึงเป็เหตุผลที่จวิ้นอ๋องต้องรีบตีสนิทรองแม่ทัพบุตรชายคนโตของแม่ทัพเหว่ยก่อนชินอ๋อง
“ไม่ต้องมากพิธีรองแม่ทัพเหว่ย”จวิ้นอ๋องกล่าวอย่างเป็กันเอง
จิ้นสี่จึงอาสารินสุราให้จวิ้นอ๋องเพื่อแสดงความนอบน้อม‘หากจวิ้นอ๋องเรียกตัวเ้าก็จงไปตามใจพระองค์ ในตอนนี้ลมกำลังจะเปลี่ยนทิศทางฮ่องเต้ทรงมีรับสั่งเื่อิงฮวากับองค์ชายเก้าในกาลข้างหน้าอาจจะเป็ทองแผ่นเดียวกัน’ชายหนุ่มครุ่นคิดถึงคำพูดของบิดาในจดหมายที่ส่งถึงอย่างลับๆ เมื่อห้าวันก่อนกลับมาถึงเมืองหลวง
“หม่อมฉันมีเื่อยากทูลขอองค์ชายพ่ะย่ะค่ะ”จิ้นสี่เป็กังวลใจ เหตุเพราะเขารู้ว่านิสัยที่แท้ของอิงฮวานั้นเป็คนดื้อรั้นและไม่ค่อยเรียบร้อยนักหากในกาลข้างหน้าต้องแต่งเข้าจวนอ๋องจริง เขาก็อยากจะให้จวิ้นอ๋องทรงเมตตาและเอ็นดูนาง
เหวินฟูหรี่ตาลงเล็กน้อยแม้วันนี้จะเชิญรองแม่ทัพมาปรึกหารืออย่างลับๆแต่ก็ไม่คิดว่าชายที่นั่งอยู่ตรงหน้าจะเข้าประเด็นไวเช่นนี้
“หากไม่ใช่เื่ที่เกินความสามารถ ข้าก็ยินดีจะช่วยเหลือเ้า” จวิ้นอ๋องพูดอย่างเป็กันเองเดิมทีถ้าไม่มีเื่การเมืองมาเกี่ยวข้องเขาก็อยากมีสหายเช่นรองแม่ทัพผู้นี้อยู่ไม่น้อย
“หากน้องสาวของข้าทำสิ่งใดให้องค์ชายขุ่นเคืองพระทัยก็ขอทรงโปรดให้อภัยนางด้วยพ่ะย่ะค่ะ” จิ้นสี่ยกจอกสุราขึ้นและจิบเพื่อแสดงความให้เกียรติจวิ้นอ๋อง
“คุณหนูสี่งดงามเรียบร้อย นางคงไม่ทำเื่ใดให้ข้าปวดหัวหรอกกระมัง” จวิ้นอ๋องยิ้มน้อยๆ เมื่อนึกถึงใบหน้างดงามของสตรีอ่อนหวานผู้นั้น
“พี่ใหญ่! ท่านอยู่ที่ใดกันออกมาเดี๋ยวนี้นะขอรับ”เสียงเอะอะโวยวายที่ด้านนอกทำให้บุรุษทั้งสองหันไปมองที่ประตูในคราแรกก็ไม่ได้อยากจะใส่ใจแต่พอจิ้นสี่ได้ฟังเสียงที่ดังเข้ามาใกล้หน้าห้องรับรองนั้นก็รู้ได้ทันทีว่าเป็เสียงของผู้ใด
“น้องสี่!”จิ้นสี่ลุกยืนขึ้นท่าทีที่มีพิรุธนั้นทำให้จวิ้นอ๋องประหลาดใจ
“อะเอ่อหม่อมฉันขอไปดูด้านนอกสักหน่อยนะพ่ะย่ะค่ะ”รองแม่ทัพหนุ่มรีบลุกขึ้นทันทีและรีบออกไปดูที่นอกห้องอย่างร้อนรนจนเหวินฟูเกิดความใคร่รู้ว่าใครกันที่มาโวกเหวกโวยวายอย่างไม่รักษากิริยาเช่นนี้
เมื่อครึ่งชั่วยามก่อนอิงฮวาสั่งสุราที่แรงที่สุดมีนามว่าชิงเถามาลิ้มลอง สุราลูกท้อที่เพียงแค่จิบครึ่งจอกก็สามารถเมาหัวราน้ำได้พอนางเมาก็ออกอาละวาดตามหาพี่ใหญ่ไปทั่วหอนางโลมซูเซียว ร่างบางเดินโซซัดโซเซะโเรียกพี่ชายของตนเองไปด้วยอีกมือหนึ่งก็ยกกาสุราขึ้นจิบจนมาถึงหน้าห้องรับรองแห่งหนึ่งเมื่อนางลองใช้มือผลักเข้าไปดูก็เป็จังหวะเดียวกับที่จวิ้นอ๋องเดินออกมาพอดี
“โอ๊ย! ใครมาขวางทางข้ากัน!”อิงฮวาในคราบบุรุษหน้าหวานเงยหน้าขึ้นมองชายหนุ่มที่มีรูปร่างสูงสง่างามและแข็งแกร่งในสายตาของสตรีปรากฏใบหน้าหล่อเหลาขององค์ชายเก้าที่เพิ่งได้เจอเมื่อ่บ่าย
“ข้าก็นึกว่าผู้ใดกัน จวิ้นอ๋องหน้าตายนี่เอง!”อิงฮวาใช้ฝ่ามือตีที่แก้มของบุรุษจนเขาต้องขมวดคิ้วเข้มขึ้นสายตาชายหนุ่มเพ่งพินิจคุณชายน้อยตรงหน้าแต่เมื่อมองดูให้ดีจึงได้รู้ว่า
“เ้า… คุณหนูสี่หรือ”